Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

'วราวุธ' เผยชาวบ้านถาม 'พิธา' เป็นสุพรรณบุรีแล้วเสียหายตรงไหน?  ยัน!! ยุค 'บรรหาร' เป็นรัฐบาล ก็บริหารประเทศให้พัฒนาทั่วถึง

(9 พ.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวพาดพิงว่ากังวลประเทศไทยจะเป็นสุพรรณบุรีว่า มีชาว จ.สุพรรณบุรีบางส่วนส่งข้อความมาหาตนว่าเป็นสุพรรณบุรีแล้วมันเสียหายตรงไหน แต่อย่างไรก็ตาม จากการที่เคยทำงานร่วมกับนายพิธาและพรรคก้าวไกลในสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นว่าพวกเขาเชื่อมั่นในเรื่องความเสมอภาคและความเท่าเทียม ตนคิดว่าเขาคงไม่ได้หมายความไปตามสิ่งที่พูด และจากการที่ตนและนายพิธาได้ร่วมเวทีดีเบตกันมาแล้วหลายครั้ง เห็นว่านายพิธาคงไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ จึงคิดว่าอย่าเอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาทำให้เป็นเรื่องดีกว่า เพราะอีกไม่กี่วันจะถึงวันเลือกตั้งอยู่แล้ว ขอให้มุ่งเน้นกันที่นโยบาย เพราะบางครั้งอาจจะมีเรื่องที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจและพลาดพลั้ง จึงอยากให้ปล่อยไปดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดูแลความรู้สึกของชาวสุพรรณบุรีอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้ทำงานอย่างต่อเนื่องใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งอาจมีหลายคนที่เกิดข้อกังขาว่า จ.สุพรรณบุรีมีการพัฒนา โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขอชี้แจงว่าตอนที่นายบรรหารดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ จนถึงตอนดำรงตำแหน่งนายกฯ ทุกคนสามารถไปตรวจสอบได้ว่าการทำงานของนายบรรหารในช่วงเวลาเหล่านั้นได้ทำงานให้กับคนไทยทั้งประเทศ แม้กระทั่งตอนได้รับตำแหน่งนายกฯ จุดแรกที่ท่านเริ่มไปลงพื้นที่คือ ภาคใต้ ไม่ได้มาที่ จ.สุพรรณบุรีก่อน 

นอกจากนี้ ในยามที่นายบรรหารเป็นเพียง ส.ส. ท่านก็ยังทำงานให้ จ.สุพรรณบุรี ถือเป็นเรื่องปกติของการเป็น ส.ส. ส่วน ส.ส.แต่ละคนจะทำงานได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับศักยภาพแต่ละคน อย่างไรก็ตาม อยากทำความเข้าใจกับชาวสุพรรณบุรีว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ใน จ.สุพรรณบุรี พวกเรายังทำงานเหนียวแน่นกันดี

เมื่อถามว่า ดูเหมือนการปราศรัยในระยะหลังของพรรคก้าวไกล จะพูดแซะตระกูลหรือบ้านใหญ่ในจังหวัดต่าง ๆ นายวราวุธ กล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ต้องขอบคุณที่มองเราเป็นบ้านใหญ่ เพราะสำหรับบ้านศิลปอาชาและพรรค ชทพ. ถือว่าสุพรรณบุรีเป็นบ้านใหญ่ของเรา ขณะเดียวกัน เราเข้าใจดีว่าการพูดบนเวทีบางครั้งอาจจะมีกลอนพาไป จึงอย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเป็นเรื่องดีกว่า และอย่าเอามาเป็นประเด็นทางสังคมเลย เราควรไปโฟกัสนโยบายของแต่ละพรรคดีกว่า และอีก 3-4 วัน จะได้เวลาไปลงคะแนนเลือกตั้งกัน

รวบแก๊งอ้างเป็นกรมธุรกิจการค้า (DBD) หลอกติดตั้งแอปดูดเงินสูญเกลี้ยงบัญชีกว่า 16 ล้านบาท 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ก.พ.2566 เวลาประมาณ 13.30 น. มีกลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์หาผู้เสียหายโดยแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานกรมธุรกิจการค้า หรือ DBD โดยหลอกให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการติดตั้งแอปพลิเคชั่น อ้างว่าเพื่อเป็นการอัปเดตข้อมูลนิติบุคคลของบริษัทด้วยตนเอง ต่อมาคนร้ายได้ส่งลิงค์มาให้ผู้เสียหายกดและให้ตั้งค่าโทรศัพท์ตามที่คนร้ายบอก เมื่อผู้เสียหายกดเข้าไป ทำให้หน้าจอโทรศัพท์ค้าง จากนั้นมีการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายโดยที่ผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ทำรายการโอนแต่อย่างใด โดยเงินในบัญชีธนาคารจำนวน 3 บัญชีได้ถูกโอนออกไปโดยใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที รวมยอดเงิน  16,034,990 บาท 

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 18 ราย  
  
วันที่ 8 พ.ค. 66 เวลาประมาณ 12.30 น. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกันจับกุมตัว นางสาวปานทิพย์ อายุ 19 ปี ชาวราชบุรี ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ,ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ,สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยควบคุมตัวได้บริเวณพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลบ้านแรต อำเภอบ้านโป่ง จังหวัด ราชบุรี 
 

“ ตำรวจไซเบอร์ แจ้งข้อกล่าวหา เก่ง ลายพราง หลังโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน เข้าตรวจค้น 3 จุด ยึดของกลางหลายรายการ ”

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบเปิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ และการโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยผิดกฎหมาย

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยที่ผ่านมาได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัด เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง ให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดให้มีการเล่น ผู้เล่น และผู้โฆษณาชักชวน

วันนี้ (9 พ.ค. 66) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ รอง ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวกรณี การแจ้งข้อกล่าวหา นายจิรายุ หรือเก่ง ลายพราง โดยกล่าวหาว่า “ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ” ซึ่งมีพฤติการณ์ในการกระทำผิด ดังต่อไปนี้

สวนนงนุชพัทยา พร้อมจัดการแข่งขันแบดมินตันคนพิการนานาชาติ  (THAILAND PARA BADMINTON INTERNATIONAL 2023 )

ที่สวนนงนุชพัทยา  โดยนายกัมพล  ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายชูเกียรติ สิงห์สูง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และ ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงานการแข่งขันแบดมินตันคนพิการนานาชาติ Thailand Para  Badminton International  2023  ระหว่างวันที่ 9 - 14 พฤษภาคม 2566  ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติสวนนงนุช พัทยา

นายกัมพล  ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้กล่าวต้อนรับคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทั้ง 34 ประเทศ พร้อมอวยพรให้นักกีฬาทุกคนประสบความสำเร็จ  สวนนงนุชพัทยาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในเรื่องของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงที่พักสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ อีกด้วย

พิษณุโลก โครงการสร้างเสริมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรค ลดสูญเสียในกำลังพล และครอบครัว กองทัพภาคที่ 3 NAH Red Alert monitor by My Doctor S.E. Application

วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00 น. พลโท สุริยะ  เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการสร้างเสริมสุขภาพลดเสี่ยง ลดโรค ลดสูญเสียในกำลังพลและครอบครัว กองทัพภาคที่ 3”  NAH Red Alert monitor by My Doctor S.E. Application ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้จัด ”โครงการสร้างเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยงลดโรค ลดสูญเสียในกำลังพลและครอบครัว กองทัพภาคที่ 3” NAH Red Alert monitor by My Doctor S.E. Application ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำผลตรวจสุขภาพประจำปีของกำลังพลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCD มาติดตาม เข้าถึงรายบุคคล เพื่อหวังผลควบคุม ป้องกันโรคได้โดยใช้ My Doctor S.E. Application ในการเฝ้าระวังติดตามภาวะสุขภาพ โดยมีกิจกรรมดำเนินงาน ประกอบด้วย

ไทยผลักดัน 'ไหว้ครูมวยไทย' สู่ 'ซอฟต์เพาเวอร์' โลก  ลุ้น!! บรรจุเข้าแข่งขัน 'โอลิมปิกเกมส์ 2028' ที่สหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 66 ตามที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมวยไทยนานาชาติชิงแชมป์โลก 2566 "อิฟม่า ซีเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2023" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ ฮอลล์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 4-12 พฤษภาคม 2566 โดยมีนักกีฬา โค้ช และเจ้าหน้าที่รวมกว่า 3,000 คนจาก 112 ประเทศ 5 ทวีปทั่วโลก เข้าร่วมชิงชัยเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของสหพันธ์สมาคมกีฬามวยไทยนานาชาติ (อิฟม่า)

ระหว่างการแข่งขันดังกล่าวยังมีการจัดการแข่งขันไหว้ครูมวยไทย ที่ลานสแควร์ B เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ด้วยเช่นกัน ระหว่างวันที่ 8-10 พ.ค. โดยได้มีพิธีเปิดการแข่งขันไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมี ‘ดร.หญิง’ ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF), ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ และประธานอิฟม่า, มร.สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการอิฟม่า, ‘ชาติซ้าย’ นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย ฯลฯ เข้าร่วมในพิธี

สำหรับการจัดงาน ‘ไหว้ครูมวยไทย’ เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ ขนบธรรมเนียมของกีฬามวยไทย ที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งรัฐบาลไทยพยายามผลักดันเรื่องของมวยไทย และการไหว้ครูมวยไทย ซึ่งเป็นมรดกประจำชาติไทยไปสู่การเป็น ซอฟท์เพาเวอร์ของโลก ซึ่งในโอกาสที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมวยไทยนานาชาติชิงแชมป์โลก 2566 "อิฟม่า ซีเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2023" จึงได้จัดแข่งขัน ‘ไหว้ครูมวยไทย’ ขึ้นมาด้วยเพื่อแสดงให้นักมวยไทยกว่า 3,000 คนจาก 112 ประเทศ 5 ทวีปทั่วโลกได้รู้จัก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในกระบวนการผลักดันมวยไทย เข้าได้รับการบรรจุแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ในอนาคตอีกด้วย

ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เปิดเผยว่า กิจกรรมเกี่ยวกับมวยไทยที่เป็นซอฟต์ เพาเวอร์ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นแค่เรื่องการชกมวยไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มวยไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เพราะมีเรื่องการไหว้ครูมวย รวมถึงเรื่องแม่ไม้มวยไทย ลูกไม้มวยไทย และชกมวยไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมมวยไทยของเราอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งเติบโตมาเป็นนักชก หรือการเล่นกีฬา นโยบายที่ได้รับจากรัฐบาลคือ ไทยพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะสนับสนุนมวยไทยไปสู่สากล และเราพร้อมที่จะบอกนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าให้มาที่ประเทศไทย เพื่อมาเรียนไหว้ครูมวยไทย แม้ไม้มวยไทยอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จสู่สายตาชาวโลก

ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติยังกล่าวอีกว่า อุตสหกรรมกีฬามวยไทยเติบโตขึ้นมาก หลังจากประสบความสำเร็จในมหกรรมกีฬาเวิลด์เกมส์ 2022 ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศสหรัฐอเมริกา เตรียมบรรจุชิงชัยเหรียญในเวิลด์เกมส์ 2025 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

'สนธิญาณ' ส่งสารถึงกลุ่มก๊วนเครื่องมือให้กับพวกต่างชาติ  ขอให้คิดดีๆ!! ใครก่อความวุ่นวายหนนี้ เจอกันหลังเลือกตั้ง

(9 พ.ค. 66) นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นักธุรกิจด้านสื่อสารและนักเคลื่อนไหวการเมือง ได้โพสต์คลิปติ๊กต๊อกพูดคุยประเด็นเรื่อง 'การก่อความวุ่นวายในสังคมไทย' ว่า...

"ผมออกความเห็นทางการเมืองนอกจากรายการชัดครบจบจริงในท็อปนิวส์มานาน เหตุผลเพราะเบื่อหน่ายนักการเมืองและรัฐบาลที่ไม่ได้เห็นปัญหาว่าประเทศเราถูกคุกคามจากชาติมหาอำนาจ โดยมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนผ่านพรรคการเมืองที่มาปั่นหัวเด็กและเยาวชน

"ผมพยายามจะสื่อสารข้อมูลเหล่านี้ไปว่า จะต้องพลิกกลับมาเรียนประวัติศาสตร์ ตามที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงมีพระราชดำรัสไว้ รวมทั้งจะต้องมีการศึกษาถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ได้สร้างให้กับสังคมไทยอย่างลึกซึ้งในพระองค์ที่สำคัญๆ และทำให้ประเทศของเราเข้มแข็งยืนยาวอย่างเป็นเอกราชมาได้จนถึงปัจจุบัน"

นายสนธิญาณ กล่าวต่อว่า "แต่ที่ผ่านมาเรื่องนี้ไม่เคยได้รับความสนใจ นักการเมืองก็เอาแต่แสวงหาผลประโยชน์ เพื่อนำพาไปสู่การเลือกตั้ง แล้วก็จะวนรอบในวงจรอุบาทว์กลับมามีอำนาจกันใหม่ 

"วันนี้ชัดเจนครับว่าประเทศชาติของเราแตกออกเป็น 2 ฝั่ง อย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งอาจจะเรียกว่าพวกอนุรักษ์นิยมหรือกลุ่มผู้สูงวัยที่จงรักภักดีในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกส่วนหนึ่งก็คือผู้ที่ประกาศตัวเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องการการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับคนทำงานหนุ่มสาวไปจนถึงนิสิตนักศึกษาในมหาลัยไปถึงเด็กนักเรียนในระดับมัธยม ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองอย่างธรรมชาติ แต่เป็นการสร้างหลักฐานกระบวนการเท็จขึ้นมาและใช้เครื่องมือในการสื่อสารในยุคนี้กระจายไปถึงผู้คน"

นายสนธิญาณ กล่าวต่ออีกว่า "ผมจะเรียนว่าในสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามในแบบหรือสงครามปฏิวัติ ชัยชนะที่แท้จริง จะต้องเกิดขึ้นจากพลังของข่าวสารและการสื่อสารไม่ใช่การใช้อาวุธ อาวุธเป็นเพียงแต่องค์ประกอบในสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังเราจะเห็น...ไม่ว่าจะเป็นการปลุกระดมผู้คนของฮิตเลอร์ในเยอรมันจะต้องผ่านภาพยนตร์ ซึ่งนั่นก็คือเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น ในสหรัฐอเมริกาก็เช่นกัน ในญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกัน 

"วันนี้การสื่อสารทันสมัยยิ่งขึ้นการนำพาข่าวสารไปให้ถึงผู้รับสารเป็นไปอย่างรวดเร็วแทบกระพริบตา สามารถกระจายได้เป็นล้านๆ ภายในไม่กี่นาที ปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงนำพาไปสู่การปลุกเร้า ข้อมูลที่ผิดและบิดเบือนไปถึงผู้รับสารซึ่งหมายถึงคนหนุ่มสาว นิสิต นักศึกษา และนักเรียน...รัฐบาลที่มีอำนาจและนักการเมืองไม่เคยสนใจเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ข้อมูลที่ผิดและบิดเบือนนั้นมุ่งไปสู่การโจมตีสถานบันพระมหากษัตริย์ แต่เราไม่ได้รับการเอาใจใส่แต่อย่างใดที่จะแก้ไขปัญหา เอาแต่แก้ไขปัญหาเป็นอย่างฉาบฉวย

"เพราะอะไรรู้ไหมครับ? เพราะรัฐบาลและนักการเมืองไม่ได้เข้าใจปัญหาที่แท้จริง ว่าปัญหาเหล่านี้จะนำความหายนะมาสู่บ้านเมืองของเรา สหรัฐอเมริกาต้องการให้เราอยู่ข้างเขา ถ้าไม่อยู่ข้างเขาก็ต้องทำลายเสีย เพื่อไม่ให้อีกฝั่งอีกฝ่าย คือ จีนกับรัสเซียมาใช้ประโยชน์

"ลองคิดดูนะครับที่ฟิลิปปินส์ในสมัยประธานาธิบดีคนก่อนดูแตร์เตประกาศไม่เอาสหรัฐอเมริกา ดูแตร์เตหมดอำนาจลงไป ประธานาธิบดีคนใหม่ประกาศให้จัดตั้งฐานทัพขึ้น 4 แห่ง 

"ส่วนในไทยเคยผิดหวังในการที่จะกลับมาใช้สนามบินอู่ตะเภาในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะกองทัพไม่เอาด้วย แต่ถ้าวันนี้อีกฝั่งอีกฝ่ายหนึ่งเกิดชนะการเลือกตั้งแน่นอนครับประเทศจะถูกเอียงไปทางสหรัฐอเมริกาและตะวันตกในทันที"

นายสนธิญาณ กล่าวถึงจุดแข็งของรัฐบาลที่ผ่านมาด้วยว่า "ในขณะที่ผ่านมาข้อดีข้อรัฐบาลไทยก็คือ การประคับประคองสถานการณ์เหมือนกับที่ผู้นำชาติเราในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์หรือนายกรัฐมนตรีในยุคก่อนๆ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มาจนถึงสมัยยุคคอมมิวนิสต์นั้น สามารถประคับประคองสถานการณ์ของประเทศให้รอดพ้นไปได้ 

นายสนธิญาณ กล่าวถึงการเตรียมก่อความวุ่นวายของฝ่ายพ่ายแพ้ด้วยว่า "ดังนั้นที่บอกว่าถ้าไม่ชนะก็จะต้องทำลาย ผ่านการออกมาประกาศว่าจะแลนด์สไลด์ของพรรคส้มบ้าง พรรคแดงบ้าง โดยเฉพาะพรรคส้มที่สร้างโพลล์สร้างกระแสในโลกโซเชียลขึ้น แล้วถ้าไม่แลนด์สไลด์ตามที่พูด ก็ประกาศไว้ล่วงหน้าแล้วว่า "เพราะจะมีการโกงเลือกตั้ง?" แบบนี้หมายความว่าไง? หมายความว่า นั่นคือการสร้างประเด็นเงื่อนไขไว้เพื่อเตรียมที่จะก่อความวุ่นวายขึ้นหลังการเมืองหรือไม่?

"ที่ผมออกมาพูดวันนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า หากคุณก่อความวุ่นวาย ก็จะได้เจอดีกัน ผมอยากให้ลองไปศึกษาประวัติศาสตร์ของนักศึกษาเมียนมาที่เคยก่อเหตุมาแล้วเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ท้ายที่สุดแตกพ่าย หนีกระเซอะกระเซิงมาพึ่งพิงในประเทศไทยและไปศึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในเมียนมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาให้ดีๆ ด้วย

'รวมไทยสร้างชาติ' แจงแล้ว เลเซอร์สะพานพระราม 8  พบ 'ทิพานัน' ทำโดยไม่ได้หารือ เรียกมาตำหนิแล้ว

(9 พ.ค. 66) จากกรณี ประเด็นการยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8 ถูกจับตาอย่างหนักภายหลังจสก น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์ภาพแสงสีบนสะพานพระราม 8 เป็นข้อความหาเสียง พร้อมระบุแคปชันว่า...

"ชัดเจนเด่นชัด สะพานพระราม 8" โดยภาพแสงสีปรากฏข้อความต่างๆ เช่น "กา 22 มั่นคง มั่งคั่ง" / "ลุงตู่ อยู่ต่อ" และ "รวมไทยสร้างชาติ"

ล่าสุด พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาชี้แจงโดยระบุว่า...

ตามที่ปรากฏข่าวว่ามียิงการเลเซอร์ ข้อความเชิญชวนให้เลือกหมายเลขของพรรครวมไทยสร้างชาติบนเสาสะพานพระราม 8 เมื่อคืนวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น พรรครวมไทยสร้างชาติขอชี้แจงว่า พรรคฯ ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว และได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน

‘ดร.หิมาลัย’ ย้ำชัด รทสช. ทำการเมืองตามอุดมการณ์  ใช้งบตามกรอบกม. ไร้งบหนุนผู้สมัครฯ ที่จะมาขอเพิ่ม 

‘ดร.หิมาลัย’ ย้ำชัด ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ทำการเมืองตามอุดมการณ์ พร้อมยึดมั่นในหลักการ “ปกป้องสถาบัน รับใช้ชาติและประชาชน” ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และใช้งบประมาณตามกรอบกฎหมาย หลังมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ออกมาเรียกร้องให้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย

(9 พ.ค. 66) ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ภาคอีสาน ออกมาเรียกร้องให้พรรคดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ว่า วันนี้ตนในฐานะผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับมอบหมายให้มารับฟังข้อเรียกร้องของพวกท่าน เพื่อนำไปเรียนผู้ใหญ่ของพรรค ว่าพรรคมีข้อผิดพลาดอย่างไรในการดำเนินงาน ตามอุดมการณ์ของพรรค และมีนโยบายเรื่องใดที่จะต้องนำไปแก้ไข

แต่อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งไม่ได้มีทุนทรัพย์มาก เงินบริจาคที่ได้รับมา จึงต้องใช้ในการทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอย่างประหยัดและระมัดระวัง อีกทั้ง พรรคไม่สนับสนุนการซื้อสิทธิขายเสียง ด้วยเป้าหมายต้องการทำการเมืองอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม กระทำการหาเสียงด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามกติกาของ กกต. และรัฐธรรมนูญ ซึ่งการดำเนินงานตามนี้ ไม่จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากแต่อย่างใด

อีกทั้ง พรรคการเมืองเป็นที่รวบรวมคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน ไม่ใช้สถาบันทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการลงทุนให้ผู้สมัคร ผู้ที่เสนอตัวเพื่อมารับใช้แบ่งเบาภาระของพ่อแม่พี่น้อง จึงควรเป็นผู้ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อไม่เป็นภาระแก่ผู้ใด ส่วนเรื่องงบประมาณ ท่านก็ควรจะทราบว่าท่านมีงบประมาณอยู่เท่าไร ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎกติกาของ กกต. ก็ควรจะบริหารให้อยู่ในกรอบที่ตัวเองรับได้ และไม่เดือดร้อน

‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ฝากโจทย์ 7 ข้อ ถึงรัฐบาลชุดใหม่ ชู!! ‘ภาครัฐ-เอกชน’ ผนึกกำลังทรานส์ฟอร์มประเทศ

(9 พ.ค. 66) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ได้เสนอแนวนโยบาย 7 ข้อ ให้กับรัฐบาลชุดใหม่เพื่อทรานฟอร์มประเทศไทยขับเคลื่อนไทยแลนด์ 5.0 เพื่อเป็นแนวทางแก่รัฐบาลใหม่ในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนี้…

1. กำหนดวิชาภาษาคอมพิวเตอร์/Computer Science เป็นวิชาหลักในการหลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน และเด็กทุกคนต้องมีคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟต์แวร์คัดกรองที่ดีและมีคุณธรรมในการใช้เทคโนโลยี

2. ส่งเสริม Media & Content ที่เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม ในช่วง Prime Time ด้วยการให้ Incentive

3. ตั้งเป้าเทคสตาร์ตอัป 20,000 บริษัท เพื่อช่วย Digital Transformation และ Digital & Tech Workforce 1 ล้านคน

4. ยกระดับการเกษตร Agro Industry Transformation / Smart Farming / Food Tech & Brand / สร้าง 3,000-5,000 องค์กร สหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน 5.0

5. ดึงดูดคนเก่งและคนดีเข้าสู่ระบบราชการระดับบริหารด้วยการปรับเงินเดือน เทียบเท่าหรือสูงกว่าเอกชน ปรับรัฐบาลเป็นรัฐบาลดิจิทัล (E-Government) และควรมีข้าราชการที่มีทักษะดิจิทัลอย่างน้อย 20%

6. สร้าง 5 Innovation Centers ระดับโลก ได้แก่ 1. Bio 2. Nano & Energy 3. Robotic & Digital 4. Space 5. Preventive Health Care/Health Tech

7. สนับสนุนการต่อยอดผู้ประกอบการไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top