Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘แจ๊ก’ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวลาว รอดตาย หลังถูกมือดียิงจ่อยิงระยะประชิดถึง 2 นัด ใจกลางเมือง

หนังเหนียว! ‘แจ็ก’ เจ้าของเพจวิจารณ์ รบ.ลาว ‘ขับเคลื่อนด้วยคีย์บอร์ด’ รอดตาย หลังถูกยิงระยะเผาขน

(4 พ.ค.66) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน โดยอ้างอิงองค์กรสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch (HRW) ว่า นายอนุสา หลวงสุพรม หรือ ‘แจ็ก’ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวลาว เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ‘ขับเคลื่อนด้วยคีย์บอร์ด’ รอดชีวิตหลังจากที่ถูกคนร้ายจ่อยิงถึง 2 นัดในระยะประชิด และกำลังเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล

ก่อนหน้านี้ หลายหน่วยงาน อาทิ HRW องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) หนังสือพิมพ์ในประเทศลาว รวมถึงเพจขับเคลื่อนด้วยคีย์บอร์ด ต่างเผยแพร่ข่าวการเสียชีวิตของแจ็ก หลังจากที่มีรายงานว่านักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวลาวคนนี้ถูกยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัวที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว เมื่อวันที่ 29 เมษายน

‘เศรษฐา’ ประกาศกร้าวกลางปราศรัยเมืองจันท์ ลั่น!! “ยอมติดคุก” ย้ำ!! ไม่ให้ลูกหลานถูกมอมเมาด้วยกัญชา จากนโยบายบางพรรค

‘เศรษฐา’ เยือนเมืองจันท์ ลั่นยอมติดคุกป้องลูกหลานมอมเมากัญชา แม้ถูกบางพรรคฟ้อง ‘เต้น’ แฉแผนสุมหัวตั้งรัฐบาลข้างน้อย

(4 พ.ค.66) ที่สนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยช่วย 3 ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี พรรค พท. ได้แก่ นายมงคล ศรีคำแหง เขต 1 เบอร์ 2 นายวันทิต ตั้งรักษาสัตย์ เขต 2 เบอร์ 2 และนายแสนคม อนามพงษ์ เขต 3 เบอร์ 3

นายเศรษฐา ปราศรัยว่า ปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ขณะนี้เกิดจากนายกฯไม่มีวิสัยทัศน์พาประเทศเจริญ และเพิ่มรายได้ให้ประชาชน หรือปัญหาเรือประมงออกไปจับปลาไม่ได้ เพราะไปเซ็นสัญญาอัปยศกับอียูจนชาวประมงไปทำมาหากินไม่ได้ พรรคร่วมรัฐบาลต่าง ๆ ก็ไม่มีใครมาช่วยแก้ปัญหา จ.จันทบุรี มีของดีอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องผลไม้ แต่นายกฯไปเปิดตลาดให้บ้างหรือไม่ นายกฯพรรค พท. จะเดินทางไปทุกหย่อมหญ้า หาตลาดผลไม้ให้เกษตรกร ใช้การตลาดนำ ให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ภายใน 4 ปีที่เป็นรัฐบาล รายได้สุทธิเกษตรกรจะเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว รวมถึงจะผลักดันพลอย จ.จันทบุรี เป็นซอฟต์พาวเวอร์มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

นายเศรษฐา ปราศรัยว่า ขณะที่เรื่องกัญชาเสรีที่พรรคการเมืองหนึ่งมาหาเสียงที่นี่บอกจะทำให้กัญชาเสรี สูบพี้กันเมามัน หลายคนรับไม่ได้ ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับพรรคนั้น แต่เป็นศัตรูกับกัญชา ไม่อยากให้ลูกหลานถูกมอมเมา แต่พูดกลับก็สะเทือนพรรคนั้น ถึงขั้นไปฟ้องตน แต่ตนยอมติดคุก เพื่อไม่ให้ลูกหลานถูกมอมเมาด้วยกัญชา ถ้าเลือกพรรคนั้นมา ลูกหลานจะถูกมอมด้วยกัญชา อย่ายอมเด็ดขาด ขอให้สู้ไปด้วยกัน วันเลือกตั้งอย่าปันใจให้ใคร พรรค พท. มาคนเดียว ไม่มีพรรคพี่น้อง ขอให้เทใจกาบัตรทั้งสองใบให้พรรค พท.

‘กรณ์’ นำทีม ‘ชพก.’ เปิดเวทีปราศรัย อ้อนขอคะแนนชาวสุราษฎร์ธานี ลั่น!! พร้อมสู้กับทุนผูกขาดทุกชนิด ทวงความเป็นธรรมให้ประชาชน

‘กรณ์’ นำชาติพัฒนากล้า ปราศรัยสุราษฎร์ธานี ย้ำจุดยืนชนทุนผูกขาด เอาเปรียบประชาชน ลั่น ยกสุราษฎร์เป็นโมเดล ‘บริษัทมหาชนของเกษตรกร’ แห่งแรกของประเทศไทย  

(4 พ.ค.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวรวุฒิ อุ่นใจ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค พล.ต.ธชา จินตวร ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี รองเลขาธิการพรรค นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาพรรค ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมเวทีปราศรัยช่วย นายอนุวัตร์ รจิตานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 4 หาเสียง โดยมีผู้สมัคร ส.ส. นางพงศ์ศรี นาคเมือง เขต 2 เบอร์ 8 นายสุพจน์ บานเย็น เขต 4 เบอร์ 9 และ นายวศุธน เรืองขนาบ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 เบอร์ 4 ร่วมปราศรัย โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น และร่วมรับฟังปราศรัยอย่างเนืองแน่น 

พรรคชาติพัฒนากล้า เราเป็นพรรคเล็กและเป็นพรรคใหม่ แต่เรากล้าชกกับรุ่นเฮฟวี่เวท เรื่องที่เราออกมาสู้ ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ จนได้รับการยอมรับสะท้อนมาเป็นผลโพลของสุราษฎร์ธานีเขต 1 วันนี้ ที่โพลบี้กับที่ 1 แบบหายใจรดต้นคอ เวลาที่เหลืออยู่อีก 10 วันถือเป็นช่วงสำคัญ โดยเฉพาะกับพรรคการเมืองและผู้สมัคร ที่หาเสียงแนวสร้างสรรค์ ไม่แจกเงิน เราต้องรักษาสถานะเป็นผู้ท้าชิง ให้เข้าสู่เส้นชัยให้ได้ 

นายกรณ์ กล่าวว่า เรามักได้ยินคำถามเสมอว่าเราอยู่ฝั่งไหน ซ้ายหรือขวา เราตอบไม่แบบอายว่าเรามองข้ามขั้วการเมือง แต่มาสู้กับเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ไม่ตั้งเงื่อนไขให้กับสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นกลยุทธ์การเมืองของพรรคใหญ่ เพื่อแบ่งประชาชนออกเป็นสองข้าง แต่ประชาชนไม่ได้อะไรเลย และยังเป็นอุปสรรคของประเทศในการที่จะเดินต่อไปข้างหน้า เรามีจุดยืนชัดเจนว่าเราไม่พร้อมร่วมกับรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.มาเลือกนายก เราถูกปรามาสเสมอว่าเราพร้อมเสียบ ซึ่งต้องบอกว่า ถ้าเป็นพรรครอเสียบก็ต้องสงวนปากสงวนคำอยู่นิ่ง ๆ ไม่พูดเรื่องใหญ่ ไม่ท้าทายใคร แต่เราสู้กับทุนใหญ่ ทุนผูกขาด มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งมันสวนทางกับพรรครอเสียบ แต่เป็นพรรคที่พร้อมสู้เพื่อความถูกต้องทวงความเป็นธรรมคืนให้พี่น้องประชาชน  

“เราพร้อมสู้กับทุนผูกขาดทุกชนิด เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่มีใครที่พึ่งพาได้เหมือนกับเรา ในการยืนหยัดต่อสู้กับใครก็ตาม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของท่าน ผมมีจุดยืนเรื่องนี้ ตั้งแต่เริ่มทำงาน ก่อนการทำงานการเมือง ด้วยซ้ำ ผมเกลียดที่สุดคือ ทุนผูกขาด เพราะกระทบกับต้นทุนชีวิตประชาชน ครอบงำการเมืองทุกขั้ว เราขอต่อสู้ในแนวทางสร้างสรรค์ ประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองแบบนี้เข้าไปทำงานในสภา ท่านไม่ต้องกังวลว่าเลือกเราแล้วจะได้เป็นรัฐบาลไหม ขอให้ท่านเลือกอนุวัตรเบอร์ 4 และพรรคชาติพัฒนากล้าเบอร์ 14 ขอให้เรามี ส.ส.ในสภา จะกี่คนก็ตาม เราพร้อมยืนหยัดต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนขอท่านอย่าลังเล” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว 

นายวรวุฒิ กล่าวว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า เราเน้นโอกาสนิยม ให้คนตัวเล็ก ทำธุรกิจได้ เติบโตได้ แข็งแรง แข่งกันทุนใหญ่ได้ พรรคชาติพัฒนาจึงมีนโยบายเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก สนับสนุนเกษตรกรสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าด้วยการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร แต่ระบบราชการไม่เอื้ออำนวยทำให้ต้องเกี่ยวพันกันหลายกระทรวง ไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กเติบโต พรรคชาติพัฒนากล้า เราเสนอโครงการ 'บริษัทมหาชนของเกษตรกร' โดยใช้กลไกตลาดทุนมาช่วย เราดึงเกษตรกรมารวมตัวกัน โดยมีเศรษฐีคนไทย และนักลงทุนต่างประเทศ มาสนับสนุนนักบริหารทางการตลาด และหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ แบบนี้เกษตรกรได้ประโยชน์ตั้งแต่ขายราคาพืชผล แปรรูปผลผลิต และนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาเพื่อพัฒนาสินค้า ถ้าทำแบบนี้เกษตรกรเราไม่จนแน่นอน และโมเดลนี้จะเริ่มที่ จ.สุราษฎร์ธานีเป็นที่แรก เพราะเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ 

นายวรนัยน์ นโยบายประชานิยม จะทำให้ล้มละลายทั้งประเทศ ชุดนโยบายเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยพัฒนา คุณภาพชีวิตพัฒนา คือการสร้างโอกาส สร้างความเสมอพรรค หลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลแจกเงินไปเท่าไหร่แล้วแต่ ประชาชนจนเหมือนเดิม ถ้าเราอยากมีอนาคต เราต้องมองเรื่องหาเงิน ใครจะมาพัฒนาเศรษฐกิจให้เราได้ สร้างโอกาส ให้อาวุธพวกเราต่อสู้ ไม่ใช่ลืมตาอ้าปาก แต่อิ่มหมีพีมัน อยู่ดีกินดี คนรวยมีไม่กี่คน ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้าตอบโจทย์ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องประชาชน แบบไม่เน้นประชานิยม  

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้าเรามั่นใจว่าเราเป็นพรรคแห่งความหวัง เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เราพูดได้ชัดเจนตรงไปตรงมาไม่ต้องเกรงใจทุนใหญ่ เราไม่รับทุนผูกขาด และเป็นพรรคแรกที่ต่อสู้เรื่องพลังงาน และออกมาเตือนรัฐบาลหลายครั้งว่าราคาน้ำมัน ค่าไฟ และข้าวของจะแพงตามมา แต่รัฐบาลไม่ทำ และยังประกาศขึ้นค่าไฟ ซ้ำเติมประชาชน และยังเอา รมว.พลังงานมาเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 2 ของพรรคลุงอีกมันสะท้อนถึงทุนผูกขาดที่มีอำนาจที่อยู่เหนือการเมือง   

'พิธา' เผย อยากทำงานการเมือง 10 ปี และอยากเป็นเลขาธิการสหประชาชาติคนแรกของไทย

เมื่อไม่นานมานี้ ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ออกมาเปิดใจถึงความฝันสูงสุด โดยระบุว่า

วันสำคัญของราชวงศ์อังกฤษ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 'สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3' การประทานพระราชอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าสู่พระมหากษัตริย์

มารู้จักกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

6 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นวันสำคัญยิ่งของราชวงศ์อังกฤษ เพราะจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงโบราณราชประเพณีที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ ยุคกลางนับย้อนไปได้กว่า 1,000 ปี

คำถามแรกที่ผู้คนอาจสงสัยคือเหตุใดจึงต้องมีการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในเมื่อพระองค์ทรงดำรงพระราชอิสริยยศกษัตริย์อยู่แล้วในปัจจุบัน เนื่องจากถือได้ว่าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติโดยอัตโนมัติเมื่อ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดาเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 8 กันยายนปีก่อน โดยมีการประกาศการขึ้นครองสิริราชสมบัติอย่างเป็นทางการของพระองค์ในอีก 2 วันหลังจากนั้น ในพิธีที่มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ

ในเวลานั้น สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 มีพระราชดำรัสว่า พระองค์ตระหนักดีถึงมรดกอันยิ่งใหญ่นี้ รวมถึงพระราชภาระและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ภายใต้ความรับผิดชอบของพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้ตกทอดมาถึงพระองค์ ถ้าเช่นนั้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม มีความสำคัญอย่างไร อันที่จริงไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และสถาบันกษัตริย์ในยุโรป ประเทศอื่น ๆ ก็ได้ยกเลิกพระราชพิธีดังกล่าวของตนเองไปแล้ว แต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ถือว่ามีความสำคัญยิ่งในทางศาสนา

ขณะที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่มีเครื่องราชกกุธภัณฑ์ต่าง ๆ มากมายถือเป็นการยืนยันสถานะของพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในฐานะประมุขแห่งรัฐ รวมถึงประมุขของนิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์ ทั้งยังมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่า พระผู้เป็นเจ้าประทานพระราชอำนาจให้พระมหากษัตริย์

ในการประกอบพิธีทางศาสนาที่นำโดย อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ผู้นำทางจิตวิญญาณของคริสตจักรอังกฤษ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงรับการเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์จากเยรูซาเล็ม และรับมอบเครื่องราชกกุธภัณฑ์ตามโบราณราชประเพณี รวมถึงการที่พระองค์จะทรงสวมพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดเป็นครั้งแรก ขณะที่พระราชินีคามิลลาก็จะได้รับการสวมพระมหามงกุฎควีนแมรีเช่นกัน

ขั้นตอนต่าง ๆ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากโบราณราชประเพณีที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของราชวงศ์มาตั้งแต่พระเจ้าวิลเลียม ผู้พิชิต เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 1066

อรรถวิชช์ ไม่มุ่งประชานิยม แต่จะสร้าง 'โอกาสนิยม' ย้ำ!! นโยบายทุกอันต้องเป็นแบบสไนเปอร์

(26 เม.ย. 66) ในรายการเลือกตั้ง 2566 ฟังเสียงคนไทย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ได้ตอบคำถาม ‘ยกระดับรายได้ แก้ปัญหาคนจนเพิ่มอย่างไร’ โดยได้ระบุว่า...

“นโยบายของชาติพัฒนากล้าไม่เน้นแจก และครั้งนี้เสี่ยงมากในทางการเมืองเพราะผมจะไม่ทำนโยบายประชานิยม แต่ผมจะทำนโยบายโอกาสนิยม ซึ่งคำว่าถ้วนหน้าไม่มีสำหรับพรรคนี้ เพราะผมเชื่อว่าคนไม่เท่ากัน คนมีความแตกต่าง”

นายอรรถวิชช์ ได้กล่าวต่อว่า “เพราะฉะนั้นโอกาสที่อยู่ข้างหน้า คนตัวสูงจะเห็นโอกาสชัด แล้วคนตัวเตี้ยเห็นโอกาสไม่ชัด เพราะฉะนั้นนโยบายทุกอันต้องเป็นแบบสไนเปอร์”

นายอรรถวิชช์ ได้ยกตัวอย่างเสริมว่า “1. ยกเลิกระบบแบล็กลิสต์ ให้เปลี่ยนเป็นการคิดคะแนน เช่นต่อไปนี้บัญชีหนังหมา 3 ปี ปกติติดหนี้แล้วจบเลย แต่เที่ยวนี้คิดเป็นคะแนนส่งให้ เอาข้อมูลดีมาใส่ด้วย เอาข้อมูลจากแอปพลิเคชันของรัฐดี ๆ เอามาใส่คำนวณด้วย มันทำให้เกิดการแข่งขันเรื่องอัตราดอกเบี้ย อันนี้ทำให้ดอกเบี้ยถูกลงได้ งบประมาณ 0”

‘กกพ.’ เตือน!! ระวังแก๊งโจรสวมรอย หลอกแอดไลน์ดูดเงิน ชี้!! ใช้ช่องโหว่ค่าไฟแพง ย้ำ!! ไม่เคยให้จนท. ติดต่อแก้ไขค่าไฟแพง

(5 พ.ค. 66) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) โดย ดร.วัลลภ จิวหลง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการมีส่วนร่วมและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ แจ้งว่า จากสถานการณ์อากาศร้อนผิดปกติในช่วงเดือนเมษายน หลายครัวเรือนใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องจ่ายเงินค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงมีกลุ่มบุคคลนำไปปั่นกระแสในสื่อออนไลน์ไฟฟ้าแพงทั้ง ๆ ที่ค่า Ft ยังอยู่ในอัตราเดิม จากความเข้าใจผิดดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกกังวลและกลายเป็นช่องทางให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฉวยโอกาสในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

“จากการเปิดช่องทางรับข้อร้องเรียนไฟฟ้าแพง ผู้ใช้ไฟฟ้าหลายรายโทรศัพท์สอบถามว่า สำนักงาน กกพ. มีการติดต่อเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขปัญหาไฟฟ้าแพง โดยขอเข้าไปดูอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน และขอแอดไลน์ เพื่อใช้ในการประสานงาน ทางสำนักงาน กกพ. ขอแจ้งว่า ไม่มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ให้โทรศัพท์ติดต่อ ขอแอดไลน์ หรือเข้าไปตรวจอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านแต่อย่างใด คาดว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฉวยโอกาสช่วงประชาชนกังวลกับกระแสข่าวไฟฟ้าแพง เพื่อหลอกผู้ใช้ไฟฟ้าเชื่อมโยงช่องทางสื่อสารอันนำไปสู่การหลอกขอรหัสหรือฝังไวรัสไว้ในเครื่องโทรศัพท์ เพื่อใช้โอนเงินออกจากบัญชีภายหลัง” ดร.วัลลภ กล่าว
 

‘ปชป.’ แจง!! ปมมือดีบิดเบือน แคปรูปปราศรัยขณะเคารพธงชาติ ย้ำ!! ไม่เคยโหนสถาบัน เตรียมแจ้งความเอาผิดผู้กระทำเสียชื่อเสียง

(5 พ.ค. 66) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย พร้อมด้วย นายจิตกร บุษบา ทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง และ ดร.รุจชรินทร์ ทองใหญ่ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ทีมกฎหมายพรรคร่วมกันแถลงข่าวต่อกรณีที่มีผู้ใช้งาน เฟซบุ๊กโพสต์ภาพจากการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จังหวัดภูเก็ตบนโลกออนไลน์ โดยใช้ภาพและเนื้อหาเพียงบางส่วน ทำให้สังคมเข้าใจผิดไปว่ามีการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงทางการเมือง ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง หวังผลให้การกระทำดังกล่าวส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ 

นางดรุณวรรณ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนในการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความเคารพใน 3 สถาบันหลักของชาติ พร้อมกับยืนยันว่าพรรคไม่มีแนวคิดในการนำสถาบันกษัตริย์มาข้องเกี่ยวในทางการเมือง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมกับจะดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของพรรคต่อไป 

โดย ดร.รุจชรินทร์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อการปราศรัยดำเนินมาถึงเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลายืนตรงเคารพธงชาติ ผู้จัดงานได้มีการเปิด VTR เพลงชาติที่มีการเผยแพร่ตามสื่อสาธารณะโดยทั่วไป แต่มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Nat Thanakitamnuay ได้จับภาพเฉพาะช่วงเวลาหนึ่งของเวทีปราศรัยที่ฉากหลังของเวทีปราศรัยกำลังเปิดภาพ VTR เพลงชาติไทย ขณะที่ VTR ดังกล่าวกำลังแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยระยะเวลาไม่ถึง 3 วินาที จากนั้นมีการนำภาพดังกล่าวมาโพสต์ที่เฟซบุ๊กของตนเอง พร้อมกับทำทีเป็นตั้งคำถามว่า “นำกษัตริย์มาหาเสียงได้หรือ” ซึ่งการกระทำดังกล่าว ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เนื่องจากทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจไปได้ว่า พรรคฯ จงใจใช้ภาพดังกล่าวเป็นฉากหลังบนเวทีหาเสียง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น การลงภาพลักษณะนี้โดยไม่ลงรายละเอียดข้อความให้ครบถ้วน ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้คนเข้าใจผิดอันจะส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เกิดความเสียหายได้ 

ดังนั้นจึงขอให้ผู้โพสต์และผู้ที่แชร์ภาพดังกล่าว รวมถึงผู้ที่กดไลก์ ได้หยุดการกระทำนั้น เนื่องจากพรรคเตรียมดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ซึ่งหากยังมีการกดไลก์ กดแชร์ภาพดังกล่าวต่อไป จะทำให้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 อนุ 5 ที่ระบุว่า…ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง 

ด้านนายจิตกร กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากสติปัญญา หรือทัศนคติของผู้บิดเบือน เพราะเมื่อดูจากข้อเท็จจริงจะพบว่า เราอยู่ในสังคมไทยที่เวลา 8.00 น. และ 18.00 น. เป็นเวลาเคารพธงชาติ ซึ่งจะมีการเปิด VTR หรือ มิวสิกวิดีโอ ที่ทางการเป็นผู้ผลิตขึ้น และฉายตามสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ จากการที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยที่ สะพานหิน จ.ภูเก็ต เมื่อถึงเวลา 18.00 น. ผู้ปราศรัยในเวลานั้นคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำตามธรรมเนียมปฏิบัติที่คนไทยทุกคนพึงกระทำโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นสถาบันการเมือง จึงได้หยุดการปราศรัย เพื่อเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเคารพธงชาติ โดยภาพที่ปรากฏบนเวทีก็คือ VTR หรือมิวสิกวิดีโอที่เป็นทางการและมีใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่มิวสิกวิดีโอเพื่อการขอคะแนน รวมทั้งไม่ใช่ภาพที่เป็นฉากหลังของเวทีปราศรัย แต่เป็นช่วงเวลาเพียง 2-3 วินาที จาก VTR ดังกล่าว 

“ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำการเมืองอย่างสุจริต ตรงไปตรงมา เรามีความจงรักภักดี เทิดทูนสถาบันหลักของประเทศ ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเชิญชวนประชาชนเคารพธงชาติในเวลา 18.00 น. จึงเป็นเรื่องปกติที่วิญญูชนพึงกระทำ และเมื่อจบการเคารพธงชาติ การปราศรัยโดยนายอภิสิทธิ์ ก็ดำเนินต่อไปด้วยเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์เลย ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงเป็นความจงใจใส่ร้าย บิดเบือน จูงใจให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน” นายจิตกร กล่าว 

‘กรณ์’ นำทัพ ‘ชพก.’ ลุยปราศรัยขอคะแนนชาวสุราษฎร์ธานี ลั่น!! ไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.มาเลือกนายกฯ

(5 พ.ค.66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายวรวุฒิ อุ่นใจ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค พล.ต.ธชา จินตวร ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี รองเลขาธิการพรรค นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาพรรค ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมเวทีปราศรัย เมื่อค่ำวันที่ 4 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา ช่วยนายอนุวัตร์ รจิตานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 4 หาเสียง โดยมีผู้สมัคร ส.ส. นางพงศ์ศรี นาคเมือง เขต 2 เบอร์ 8 นายสุพจน์ บานเย็น เขต 4 เบอร์ 9 และ นายวศุธน เรืองขนาบ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 เบอร์ 4 ร่วมปราศรัย โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น และร่วมรับฟังปราศรัยอย่างเนืองแน่น 

นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้า เราเป็นพรรคเล็กและเป็นพรรคใหม่ แต่เรากล้าชกกับรุ่นเฮฟวี่เวต เรื่องที่เราออกมาสู้ ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ จนได้รับการยอมรับสะท้อนมาเป็นผลโพลของสุราษฎร์ธานีเขต 1 วันนี้ที่โพลบี้กับที่ 1 แบบหายใจรดต้นคอ เวลาที่เหลืออยู่อีก 10 วันถือเป็นช่วงสำคัญ โดยเฉพาะกับพรรคการเมืองและผู้สมัคร ที่หาเสียงแนวสร้างสรรค์ ไม่แจกเงิน เราต้องรักษาสถานะเป็นผู้ท้าชิง ให้เข้าสู่เส้นชัยให้ได้ 

นายกรณ์ กล่าวว่า เรามักได้ยินคำถามเสมอว่าเราอยู่ฝั่งไหน ซ้ายหรือขวา เราตอบไม่แบบอายว่า เรามองข้ามขั้วการเมือง แต่มาสู้กับเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ไม่ตั้งเงื่อนไขให้กับสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นกลยุทธ์การเมืองของพรรคใหญ่ เพื่อแบ่งประชาชนออกเป็นสองข้าง แต่ประชาชนไม่ได้อะไรเลย และยังเป็นอุปสรรคของประเทศในการที่จะเดินต่อไปข้างหน้า 

นายกรณ์ กล่าวว่า เรามีจุดยืนชัดเจนว่าเราไม่พร้อมร่วมกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ต้องอาศัยเสียง ส.ว.มาเลือกนายก เราถูกปรามาสเสมอว่าเราพร้อมเสียบ ซึ่งต้องบอกว่า ถ้าเป็นพรรครอเสียบก็ต้องสงวนปากสงวนคำอยู่นิ่ง ๆ ไม่พูดเรื่องใหญ่ ไม่ท้าทายใคร แต่เราสู้กับทุนใหญ่ ทุนผูกขาด มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งมันสวนทางกับพรรครอเสียบ แต่เป็นพรรคที่พร้อมสู้เพื่อความถูกต้องทวงความเป็นธรรมคืนให้พี่น้องประชาชน  

“เราพร้อมสู้กับทุนผูกขาดทุกชนิด เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่มีใครที่พึ่งพาได้เหมือนกับเรา ในการยืนหยัดต่อสู้กับใครก็ตาม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของท่าน ผมมีจุดยืนเรื่องนี้ ตั้งแต่เริ่มทำงาน ก่อนการทำงานการเมือง ด้วยซ้ำ ผมเกลียดที่สุดคือ ทุนผูกขาด เพราะกระทบกับต้นทุนชีวิตประชาชน ครอบงำการเมืองทุกขั้ว เราขอต่อสู้ในแนวทางสร้างสรรค์ ประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองแบบนี้เข้าไปทำงานในสภา ท่านไม่ต้องกังวลว่าเลือกเราแล้วจะได้เป็นรัฐบาลไหม ขอให้ท่านเลือกอนุวัตรเบอร์ 4 และพรรคชาติพัฒนากล้าเบอร์ 14 ขอให้เรามี ส.ส.ในสภา จะกี่คนก็ตาม เราพร้อมยืนหยัดต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนขอทุกคนอย่าลังเล” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว 

ด้านนายวรวุฒิ กล่าวว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า เราเน้นโอกาสนิยม ให้คนตัวเล็ก ทำธุรกิจได้ เติบโตได้ แข็งแรง แข่งกันทุนใหญ่ได้ พรรคชาติพัฒนาจึงมีนโยบายเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก สนับสนุนเกษตรกรสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าด้วยการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร แต่ระบบราชการไม่เอื้ออำนวยทำให้ต้องเกี่ยวพันกันหลายกระทรวง ไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กเติบโต 

นายวรวุฒิ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้า เราเสนอโครงการ ‘บริษัทมหาชนของเกษตรกร’ โดยใช้กลไกตลาดทุนมาช่วย เราดึงเกษตรกรมารวมตัวกัน โดยมีเศรษฐีคนไทย และนักลงทุนต่างประเทศมาสนับสนุนนักบริหารทางการตลาด และหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ แบบนี้เกษตรกรได้ประโยชน์ตั้งแต่ขายราคาพืชผล แปรรูปผลผลิต และนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาเพื่อพัฒนาสินค้า ถ้าทำแบบนี้เกษตรกรเราไม่จนแน่นอน และโมเดลนี้จะเริ่มที่ จ.สุราษฎร์ธานีเป็นที่แรก เพราะเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ 

นายวรนัยน์ กล่าวว่า นโยบายประชานิยม จะทำให้ล้มละลายทั้งประเทศ ชุดนโยบายเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยพัฒนา คุณภาพชีวิตพัฒนา คือการสร้างโอกาส สร้างความเสมอพรรค หลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลแจกเงินไปเท่าไหร่แล้ว แต่ประชาชนจนเหมือนเดิม ถ้าเราอยากมีอนาคต เราต้องมองเรื่องหาเงิน ใครจะมาพัฒนาเศรษฐกิจให้เราได้ สร้างโอกาส ให้อาวุธพวกเราต่อสู้ ไม่ใช่ลืมตาอ้าปาก แต่อิ่มหมีพีมัน อยู่ดีกินดี คนรวยมีไม่กี่คน ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้าตอบโจทย์ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องประชาชน แบบไม่เน้นประชานิยม  

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้าเรามั่นใจว่าเราเป็นพรรคแห่งความหวัง เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เราพูดได้ชัดเจนตรงไปตรงมาไม่ต้องเกรงใจทุนใหญ่ เราไม่รับทุนผูกขาด และเป็นพรรคแรกที่ต่อสู้เรื่องพลังงาน และออกมาเตือนรัฐบาลหลายครั้งว่าราคาน้ำมัน ค่าไฟ และข้าวของจะแพงตามมา แต่รัฐบาลไม่ทำ และยังประกาศขึ้นค่าไฟ ซ้ำเติมประชาชน และยังเอา รมว.พลังงานมาเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 2 ของพรรคลุงอีก มันสะท้อนถึงทุนผูกขาดที่มีอำนาจที่อยู่เหนือการเมือง   


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top