Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘สหรัฐฯ’ เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ หลังสภาพคล่องติดขัด เงินสดเหลือใช้ไม่ถึงกลางปี 66 ลุ้น!! นโยบายยืดชีวิต

เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกอาการหวั่นวิตก ว่าเงินคงคลังในประเทศกำลังหมด ซึ่งอาจนำไปสู่สัญญาณอันตรายว่าสหรัฐฯ มหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก เสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2566 นี้ หากสภาคองเกรซไม่เร่งพิจารณานโยบายเพิ่มเพดานหนี้ หรือ ระงับอำนาจในการกู้เงินในประเทศ ก่อนภาคธุรกิจการเงินของโลกจะปั่นป่วนรุนแรง 

ทั้งนี้ เจเน็ต ยังได้ส่งจดหมายตรงถึงทั้งประธานสภาผู้แทน และ วุฒิสภา ให้เร่งพิจารณานโยบายดังกล่าวเพื่อปกป้องศรัทธา และความน่าเชื่อมั่นของสหรัฐอเมริกาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยได้อ้างถึงแผนการจำกัดวงเงินกู้จำนวน 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เป็นอำนาจการกู้เงินตามกฎหมาย

รัฐมนตรีคลังหญิง หนักใจกับความหนักหนาสาหัสของสภาพคล่องในกองคลังของสหรัฐฯ ถึงขนาดกล่าวออกมาว่า ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า เงินสดจะหมดคลังสหรัฐฯ เมื่อไหร่ แต่หากประเมินจากรายได้ภาษีในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และ ระดับค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง คาดว่ามีกระแสเงินสดใช้จ่ายได้ถึงแค่ต้นเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น

ล้มเป็นรายที่ 3 เมื่อ ‘เฟิสต์ รีพับลิก แบงก์’ ถูกสั่งปิด ‘เจพีมอร์แกน เชส’ ไม่รอช้า!! เข้าซื้อกิจการต่อทันที

(2 พ.ค.66) เฟิสต์ รีพับลิก แบงก์ ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ล้มเป็นรายที่ 3 ในรอบ 2 เดือน หลังหน่วยงานคุ้มครองการเงินและนวัตกรรมของรัฐแคลิฟอร์เนียเข้ายึดธนาคารเฟิร์สต์ รีพับลิก แบงก์ ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียแล้วในเช้าวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐฯ และบริษัทประกันเงินฝากสหรัฐฯ (FDIC) เข้าคุ้มครองเงินฝาก โดยมีการตกลงขายกิจการให้กับเจพีมอร์แกน เชส แล้ว ภายใต้ข้อกลงดังกล่าวเจพีมอร์แกน จะเข้าควบคุมทั้งสินเชื่อ 173,000 ล้านดอลลาร์, หลักทรัพย์ 30,000 ล้านดอลลาร์ และเงินฝาก 92,000 ล้านดอลลาร์ของเฟิสต์ รีพับลิก แบงก์ แต่จะไม่รับผิดชอบหนี้สิน เจพีมอร์แกนจะจ่ายให้ FDIC 10,600 ล้านดอลลาร์ และจะได้รับเงินสนับสนุน 50,000 ล้านดอลลาร์จาก FDIC ในการทำสัญญาซื้อกิจการ

บริษัทประกันเงินฝากสหรัฐฯ (FDIC) ยืนยันว่า ธนาคารของเฟิร์สต์ รีพับลิก แบงก์ ทั้ง 84 สาขา ใน 8 รัฐ จะเปิดทำการได้ในวันจันทร์ (1 พ.ค.) ในฐานะสาขาของเจพีมอร์แกน เชส แบงก์ และผู้ฝากสามารถเข้าถึงเงินฝากของตัวเองได้เต็มจำนวน

'วัฒนศักย์' เคลียร์ประเด็น 'รพ.เอกชน' ขึ้นราคาจากผลกระทบค่าไฟฟ้า ยืนยัน!! ไม่มีแผนปรับขึ้นราคาค่าบริการ ชี้ ไม่ต้องการเพิ่มภาระให้ปชช.

(2 พ.ค.66) นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า โรงพยาบาลเอกชนมีแผนจะปรับขึ้นราคาค่าบริการ อันเป็นผลมาจากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า ว่า กรมฯ ได้จัดประชุมหารือร่วมกับ ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชน อาทิ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลยันฮี โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โรงพยาบาลสินแพทย์ โดยได้รับการยืนยันว่า รับทราบนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการตรึงราคา และยังไม่มีแผนที่จะปรับราคา เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน รวมทั้งจะร่วมมือกับภาครัฐในการที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ

'หมอวรงค์' ขึ้นศาลสู้คดีกรณี 'ธนาธร-พิธา' ฟ้องหมิ่นประมาท ซัด!! ชอบอ้างสิทธิเสรีภาพ แต่ถึงเวลาก็ยก กม.มาปิดปากผู้อื่น

(2 พ.ค.66) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี Live ผ่านเฟซบุ๊ก 'วรงค์ เดชกิจวิกรม-Warong Dechgitvigrom' ขณะเดินทางไปที่ศาลอาญา รัชดา พร้อมทีมทนาย เพื่อให้การคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ฟ้องร้อง โดยระบุว่า ขณะนี้อยู่ศาลอาญารัชดา ขออนุญาตลาหาเสียง 1 วันเพราะต้องขึ้นศาลคดีที่พรรคก้าวไกลฟ้องร้อง โดยหลายคนอาจจะแปลกใจว่าพรรคก้าวไกลฟ้องเรื่องอะไร ถ้าพี่น้องจำได้ช่วงวันที่ 10 สิงหาคม 2563 กลุ่มธรรมศาสตร์จะไม่ทน ประกาศปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะมีการยกเลิกมาตรา 112 ยกเลิกธรรมนูญรัฐ มาตรา 6 ห้ามพระมหากษัตริย์มีพระราชดำรัสในที่สาธารณะ หลาย ๆ เรื่องตนมองว่าขบวนการนี้เป็นขบวนการล้มล้าง เป็นการด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่นายพิธาบอกว่าเรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่เป็นการจาบจ้วง ไม่ใช่เป็นการล่วงละเมิดซึ่งพวกเราเห็นหลักฐานที่ชัดเจนแต่ปรากฏว่าการที่เราแสดงออกแบบนี้เขาฟ้อง

นพ.วรงค์ กล่าวว่า การฟ้องร้องคดีนี้ มีการเรียกค่าเสียหาย ทั้งหมด 24,062,475 คือฟ้องทั้งอาญาและแพ่ง ประมาณ 24 ล้านเศษ ๆ ก็คือ การสื่อถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งเอามาเชื่อมโยงกัน และไม่เพียงแต่นายพิธา จากพรรคก้าวไกล ก็ยังมีหมายศาลของนายธนาธรซึ่งฟ้องในเวลาใกล้เคียงกัน ฟ้องคดีคล้าย ๆ กัน เพราะเนื่องจากว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปฏิรูปสถาบัน และตนกล่าวหาว่า นายธนาธรสนับสนุน แต่เขาปฏิเสธก็ไม่เป็นไร มาสู้กันที่ศาล แต่สิ่งที่อยากจะเล่าให้พี่น้องฟัง พี่น้อง คนพวกนี้พยายามอ้างเรื่องสิทธิเสรีภาพ เมื่อคนฝ่ายตนเองถูกดำเนินคดีก็กล่าวหาเอากฎหมายมาปิดปาก แต่ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ที่ไปดำเนินคดีนั้น เพราะพี่น้องเห็นหลักฐานข้อเท็จจริงที่มีเด็กเยาวชนหรือประชาชนกระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมทนไม่ได้ก็ไปดำเนินคดี แต่สำหรับของเราเป็น การต่อสู้ทางความคิดกลายเป็นว่าพวกนี้มาฟ้อง ถึงบอกว่าพวกคุณชอบอ้างว่าคนอื่นเอากฎหมายไปปิดปาก แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วพวกคุณนั่นแหละที่เอากฎหมายมาปิดปากพวกเรา เฉพาะตนถูกฟ้องแล้ว 3 คดี คดีเมเดย์ เมเดย์ เป็น 1 คดี ตนชนะ ตอนนี้ยังเหลืออีก 2 คดี ดังนั้นต้องเรียนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าคนพวกนี้ปากกับใจไม่ตรงกัน พยายามที่จะพูดอย่างแล้วก็ทำอย่าง และสิ่งที่สำคัญตนก็พึ่งทราบ เพิ่งได้รับหนังสือจาก สถานีตำรวจภูธรขอนแก่น ปรากฎแกนนำกลุ่ม 3 นิ้วไปฟ้องตน มาตรา 112 ในกรณีที่ตนมีคำแถลงเกี่ยวกับเรื่องราชประชาสมาสัย เจตนาตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ไม่ได้ดูหมิ่น ไม่ได้หมิ่นประมาท ไม่ได้อาฆาตมาดร้าย แต่พวกนี้เอา มาตรา 112 มาเล่นงานตน โชคดีที่ทางอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง

‘ศาลเชียงใหม่’ ค้านประกันตัว ‘ไอ้ณัฐ’ คดีฆ่าเซลล์สาว ชี้!! อัตราโทษสูง หวั่นผู้ต้องหาหลบหนี

(2 พ.ค.66) เวลา 15.40 น. ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พนักงานสอบสวน สภ.สันทราย ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 นายณัฐ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ, ฆ่าผู้อื่นฯ, ข่มขืนกระทำชำเรา ซ่อนเร้นอำพรางศพฯ น.ส.บี อายุ 35 ปี เซลล์ขายรถยนต์ยี่ห้อดัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี

'แอรอน ทักเกอร์' หนุ่มวัย 32 ปี ที่เพิ่งออกจากคุกเพียงสัปดาห์เดียว ยอมทิ้งโอกาสสัมภาษณ์งาน เพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น...ผลลัพธ์?

(2 พ.ค.66) รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ได้โพสต์เรื่องราวจากเพจ 'Pagarung Rit (ปะการัง)' ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสในชีวิตผ่านชายหนุ่มวัย 32 ที่เพิ่งออกจากคุกมาไม่นาน ว่า...

แอรอน ทักเกอร์ หนุ่มวัย 32 ปี เพิ่งออกจากคุกเพียงสัปดาห์เดียว แต่เขาโชคดีที่ได้นัดสัมภาษณ์งานในเช้าวันหนึ่ง ที่เมืองบริดจ์พอร์ต รัฐคอนเนตทิคัต 

เขาตื่นแต่เช้ามืด สวมเสื้อเชิ้ตสะอาดตัวเก่งแล้วรีบขึ้นรถบัสประจำทางตรงไปจุดหมายทันที...

ระหว่างทาง ได้พบเหตุการณ์ไม่คาดคิด รถคันหนึ่งประสบอุบัติเหตุพุ่งชนต้นไม้แล้วพลิกคว่ำ ขณะที่รถบัสชะลอ 

แอรอนถามคนขับว่า คุณจะลงไปช่วยไหม? คนขับรถบัสตอบว่า “ไม่ได้ครับ แต่ถ้าคุณลงจากรถ ผมก็ต้องทิ้งคุณไว้นะครับ” เพราะคนขับต้องรักษาเวลาตามตารางเดินรถ"

ขณะนั้นเอง ที่แอรอนสังเกตเห็นเริ่มมีควันลอยออกมาจากรถที่ประสบเหตุ 

เขาตัดสินใจวิ่งลงจากรถบัสตรงไปยังรถที่พลิกคว่ำทันที เขารีบปลดเข็มขัดที่นั่งคนขับ ดึงเขาออกมาจากซากรถ ปากพร่ำพูดปลอบประโลมชายผู้เคราะห์ร้ายว่า “ไม่เป็นไร คุณจะไม่เป็นไร...ครอบครัวของคุณยังต้องการคุณ ลืมตาตื่นไว้นะครับ” 

ครู่ต่อมา ไฟลุกท่วมรถ โชคดีที่ดึงคนขับออกมาจากรถได้ทัน แอรอนยอมถอดเสื้อสะอาดตัวเก่งเพียงตัวเดียวของเขาออกและใช้มันช่วยห้ามเลือดที่ศีรษะของผู้บาดเจ็บ เขาอยู่เฝ้ารอจนนักผจญเพลิงและหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินมาถึง...

แล้วแอรอนก็พลาดนัดสัมภาษณ์งาน เขารู้ว่านั่นเป็นนัดครั้งสำคัญของเขา โดยเฉพาะคนที่เพิ่งออกจากคุก แต่ก็มีสิ่งอื่นที่สำคัญมากกว่า...

**เมื่อมีคนถามว่าทำไมยอมเสียโอกาสขนาดนั้น?

***เขาตอบว่า “เรื่องงานเดี๋ยวก็มาใหม่ได้แต่เรื่องของชีวิต มีแค่ครั้งเดียว"

มาร์กาเร็ต บี. มอสส เคยกล่าวว่า “ความหวัง คือหน้าต่างบานใสที่ยอมให้แสงสว่างและโอกาสใหม่ ๆ ผ่านเข้ามา

"ถ้อยคำดีๆ, ความมีน้ำใจ และความรักจะเปิดหน้าต่างบานนั้น... 

"ความหวัง, ก็เป็นเช่นเดียวกับแสงตะวันอบอุ่น ที่สามารถทำให้เรากลับมามีชีวิตได้...”

สุดทึ่ง!! เมื่อ ‘คู่รักชาวจีน’ โชว์สกิลขั้นเทพ โดยเต้นบัลเลต์ ‘บนไหล่’ งานนี้พื้นไม่จำเป็นอีกต่อไป

(2 พ.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ชวนชมลีลาการเต้นบัลเลต์บนไหล่อันน่าทึ่งของคู่รักชาวจีน ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกายกรรมในนครกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

‘อนุทิน’ ขอปล่อยวาง-ใช้อุเบกขา ชี้!! ‘ภท.’ ไม่สร้างความขัดแย้ง หลัง ‘ชูวิทย์’ ป่วนเวทีดินแดน ขณะช่วย ‘ภาดาท์’ หาเสียง

(2 พ.ค. 66) ที่โดมหน้าสถานีตำรวจนครบาลดินแดง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้งกทม. คณะผู้บริหารพรรค น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 5 เปิดเวทีปราศรัยช่วย น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 6 หาเสียง มีประชาชนมาฟังการปราศรัยประมาณ 1,000 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกคึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทินกำลังพูดแนะนำนโยบาย ปรากฏว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ได้เข้ามาฟังการปราศรัยจากด้านนอก ก่อนกล่าวโจมตีพรรคภูมิใจไทย ผ่านโทรโข่งเกิดเสียงแทรกเข้ามาในเวทีปราศรัย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานของน.ส.ภาดาท์ ได้ขอร้องให้นายชูวิทย์ ออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวาย 

ด้าน นายอนุทิน เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงกล่าวบนเวทีว่า “ต่างคนก็นำเสนอนโยบายของตัวเอง ตนนำเสนอนโยบายของภูมิใจไทย ส่วนนายชูวิทย์ ก็คงมีเรื่องราวอยากจะสื่อสาร ก็ปล่อยไป รับฟัง และต้อนรับด้วย พี่น้องประชาชนจะมองว่าใครถูกใครผิด ตนไปบังคับใครไม่ได้ นโยบายของพรรคภูมิใจไทยทั้งเรื่องของการพักหนี้ กองทุนผู้สูงอายุ เงินกู้ฉุกเฉินที่พี่น้องปรบมือให้คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำได้ จะเลือกตั้งแล้วต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า ส่วนคนข้างนอกที่มาโวยวายอยู่นั้น ตนขอตั้งจิตเป็นอุเบกขา ปล่อยวาง และขอทำหน้าที่เพื่อคนไทย ให้ดีที่สุด ภูมิใจไทย ไม่สร้างความขัดแย้ง

‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณชาวชลบุรี ที่ยังรักกันอยู่ พร้อมอ้อนอย่าให้ตนสู้โดดเดี่ยว ขอฝากเบอร์ 22 ไว้ในใจ ลั่น!! เราจะต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน

(2 พ.ค.66) พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี​ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวปราศรัยว่า ขอบคุณคนจังหวัดชลบุรี วันนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเรายังรักกันอยู่รักกันจริง รักแล้วรักอยู่และรักต่อ ตนเกิดโคราชย้ายมาอยู่กรุงเทพฯเรียนหนังสือจบโรงเรียนนายร้อย และมาอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ค่ายนวมินทร์ ตั้งแต่ปี 2519 จนถึงปี 2541 ที่นี่คือแหล่งที่พบความแข็งแรงของตน ทำให้ตนมีวันนี้ และวันนี้ได้เห็นพวกเรามีความสุข ไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว 

“อย่าปล่อยให้ผมโดดเดี่ยว อย่าให้ใครทำร้ายประเทศที่รักยิ่งของเรา และอย่าให้ใครมาด้อยค่าประเทศของเรา สิ่งที่เราต้องการวันนี้ เวลานี้ บางคนเรียกว่าผมว่า รปภ. เรียกว่ายามผมรับได้ ผมรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชนคนไทยทุกคนจะต้องได้รับการดูแลจากตนและรัฐบาลจากพรรครวมไทยสร้างชาติใช่หรือไม่ เราแบ่งแยกกันไม่ได้ เพราะแผ่นดินคืนนี้ เป็นแผ่นดินของคนไทยทั้งหมด เราเกิดที่นี่ เกิดที่อื่นก็มีทำกินที่นี่ หลายคนต้องรักแผ่นดินผืนนี้ของเรา”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แต่แน่นอนมันต้องไม่มีปัญหา ต้องไม่สร้างความขัดแย้งไม่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ไม่ทำให้ลูกไม่เคารพพ่อแม่ ไม่เคารพครูอาจารย์ การเปลี่ยนแปลงแบบนี้อันตรายเราต้องสามัคคีกัน ดังนั้นขออย่างเดียวอย่าแตกแยก ความสามัคคี ถ้าไม่สามัคคีมันไปไม่ได้ทั้งหมด ขอฝากบ้านเมืองไว้กับมือพวกเราทุกคน มือที่จะกาบัตรเลือกตั้ง และวันนี้จะเรียกพี่ตู่ ลุงตู่หรือตู่เฉย ๆ ก็ได้เพราะหลายคนเป็นน้องตน หลายคนเป็นพี่ตน คนที่เป็นน้องก็เรียกตนว่าพี่ตู่ ทั้งนี้ วันนี้มาให้กำลังใจทั้ง 10 เขตต้องได้ทั้งจังหวัดและจะต้องได้ทั้งประเทศด้วย เพราะเรามา เหนือเมฆ ลองไปเปิดดูหนังสือ เราไม่ได้เป็นคนเขียนมีคนก็เขียนให้ เพราะเห็นเราทำงาน และเมื่อกี้ก็กลัวว่าฝนจะตกหรือเปล่าจะได้เจอหรือเปล่า ตนก็อธิษฐานว่าฝนอย่าตก ฉะนั้นคำอธิษฐานของตนมีผลเหมือนกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top