Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

อบจ. สตูลดึงคนว่างงาน และ เจ้าของธุรกิจคาฟ่ ฝึกเป็น มือชง 'บาริสต้ามืออาชีพ' ต่อยอดกลับค้าขายเครื่องดื่มเย็น ๆ ให้ดีขึ้นในช่วงสภาพอากาศที่ร้อนจัด และกลุ่มคนมีความฝันอยากเปิดร้าน กลับไปทำเป็นสร้างงานในอนาคต

วันนี้ 2 พฤษภาคม 2566 จากสภาพอากาศในปัจจุบันนี้ในพื้นที่จังหวัดสตูล มีอากาศร้อนจัดทำให้ ร้านขายเครื่องดื่มเย็น ร้านติดแอร์ ร้านขายน้ำ กาแฟ หรือ ร้านคาเฟ่ กลายเป็นจุดสนใจ กลุ่มคนชอบทานเครื่องดื่ม และหลบร้อน แต่สิ่งหนึ่งความสำคัญ มีร้านที่สวยงามแต่ละแห่ง เป็นเพียงตัวเสริมของคนแวะไปเที่ยว ถ่ายรูป เช็คอิน แต่สิ่งหนึ่ง รสชาติของเครื่องดื่มต่างๆ ทั้งร้อนและเย็น โดยเฉพาะคอกาแฟต้องถูกใจ ถึงรสชาติ ที่ถูกปาก จึงสามารถสร้างรายได้และ ร้านอยู่อย่างมั่นคง  

ดังนั้นนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จัดโครงการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ OTOP ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ 'หลักสูตรบาริสต้ามืออาชีพ' ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลชั้น 4 ตำบลคลองขุดอำเภอเมือง จังหวัดสตูล ได้ดึง กลุ่มคนว่างงาน ตกงาน นักศึกษาที่มีความฝันอยากเปิดร้านขายเครื่องดื่มเย็น ๆ และ เจ้าของผู้ประกอบการเปิดร้านคาเฟ่ ร้านกาแฟ ขายเครื่องดื่มเย็นในพื้นที่ของจังหวัดสตูล ที่ทำธุรกิจนี้อยู่แล้ว ในพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ เชิญมาอบรมมาเรียนรู้การคัดสรรเมล็ดพันธุ์กาแฟ แลละการชงปรุงแต่งรสชาติถูกใจกลุ่มคนชอบดื่มของเย็นๆ กาแฟเย็น กาแฟร้อน ความรู้เพิ่มเติม ภายใต้โครงการ จัดโครงการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มอาชีพผลิตภัณฑ์ OTOP ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรบาริสต้ามืออาชีพ “ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลชั้น 4 ตำบลคลองขุดอำเภอเมืองจังหวัดสตูล 

โดยมีนายภัทรพล มะลิสด หรือ พี่หน่อง วิทยากรสอนการชงกาแฟ เครื่องดื่ม ร้อน และ เย็น หรือ  บาริสตามืออาชีพ ที่กำลังสอนกลุ่มผู้เข้าอบรม คนว่างงาน และกลุ่มคนที่สมัครเข้าเรียนอบรมที่จะกลับไปประกอบอาชีพ ขายเครื่องดื่มกาแฟเย็นในการเปิดร้าน สร้างอาชีพในอนาคต ต่อไป 

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วม ศรชล.ภาค 1 ส่งเรือรบสกัดจับเรือขนน้ำมันเถื่อนกลางทะเลกว่า 1 แสนลิตร ส่งดำเนินคดี ปรับกว่า 5 ล้าน

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วม ศรชล.ภาค 1 (อ่าน สอน-ชน ภาค 1) จับเรือลักลอบขนน้ำมันเถื่อนกว่า 1 แสนลิตร กลางทะเลอ่าวไทย จ.เพชรบุรี รวบหมดตั้งแต่ไต๋เรือยันลูกเรือรวม 6 ราย เตรียมเปรียบเทียบปรับ 5 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 2 พ.ค. 66 พลเรือตรี อนุพงษ์ ทะประสพ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 บูรณาการร่วมกับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กองบังคับการตำรวจน้ำ ,กรมเจ้าท่า , กรมสรรพสามิต, กรมศุลกากร ร่วมแถลงข่าวจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ กำไรเงิน ลักลอบบรรทุกน้ำมันดีเซลหลบเลี่ยงภาษี ประมาณ 1 แสนลิตร โดยไม่ผ่านขบวนการทางศุลการกร พร้อมไต๋เรือและลูกเรือรวม 6 ราย จากการปฏิบัติการด้านการข่าว ส่งผลให้ เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง 115 (เรือ ต.115) ขณะลาดตระเวนทางทะเล ได้ตรวจพบเรือลำดังกล่าว ณ บริเวณปากน้ำ แม่น้ำบางตะบูน  จ.เพชรบุรี จึงได้เข้าทำการตรวจสอบ ก่อนควบคุมเรือลำดังกล่าวเข้ามา ณ ท่าเรือกลางอ่าว กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และส่งกรมสรรพสามิตเพื่อเปรียบเทียบปรับเป็นมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท 

‘บิ๊กโจ๊ก’ เผยความคืบหน้าคดี ‘แอม ไซยาไนด์’ พบว่ามี ‘ตำรวจ’ 1 นาย เอี่ยวเรื่องนี้ด้วย!!

(2 พ.ค. 66) ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยก่อนเข้าประชุมคณะตำรวจคลี่คลายคดีการเสียชีวิตวางยาฆ่าชิงทรัพย์ จากนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ ว่าในช่วงที่ 3-4 วันที่ผ่านมาคดีมีความคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมเพื่อเร่งรัดสำนวนการสอบสวนที่เหลืออยู่ ตอนนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 14 คน 14 คดี มีผู้รอดชีวิต 1 คน ซึ่งตอนนี้ขอศาลอนุมัติออกหมายจับไปแล้ว 10 คดี และแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วพร้อมอายัดตัวผู้ต้องหา ซึ่งตอนนี้ผู้ต้องหาอยู่ที่เรือนจำ ส่วนอีก 4 คดีที่เหลือวันนี้จะมาไล่เรียงทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ครบถ้วนทั้งหมด 14 คดี และตอนนี้ต้องมาดูพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลใกล้ชิด ซึ่งยังไม่ขอเอ่ยชื่อ และวันนี้พบพยานหลักฐานแล้วว่ามีบุคคลใกล้ชิดเข้าไปเกี่ยวข้องและร่วมกันกระทำความผิด

ส่วนไซยาไนด์ตอนนี้พบแหล่งที่มาแล้ว อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันนี้ได้ประสานอธิบดีกรมอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบและดูแลเรื่องการอนุญาตการนำเข้า ซึ่งเมื่อนำเข้ามาแล้วจะต้องมีวิธีการควบคุมไม่ให้กระจายออกไป ไม่ให้มีการนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ที่นำเข้ามา โดยวันนี้ได้ขออนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นแหล่งที่มาของไซยาไนด์แล้ว เบื้องต้นมีรายงานว่าเป็นโรงงานแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง ถ้าพบการกระทำผิดในส่วนนี้ก็จะดำเนินคดีด้วย และวันนี้ได้ประสานอธิบดีกรมโรงงานและเลขาธิการสำนักงานอาหารและยา (อย.)

ส่วนการประชุมในวันนี้เป็นการตรวจสอบพยานหลักฐานและเรียบเรียงสำนวนทั้ง 10 สำนวน เพื่อเพิ่มความแน่นหนาของพยานหลักฐานต่าง ๆ ให้สำนวนมีความรัดกุมที่จะสามารถให้ศาลพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดได้ ส่วนอีก 4 คดี ก็จะเร่งรัดดำเนินการเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับให้ครบถ้วน ในส่วนทั้ง 10 คดี พยานหลักฐานจะแตกต่างกันบางส่วน แต่หลักการสำคัญคือความเชื่อมโยงในการกระทำความผิดของนางแอม ซึ่งยืนยันว่าเป็นคนลงมือและก่อเหตุในลักษณะคล้ายกัน คือนำไซยาไนด์มาให้เหยื่อกิน ถึงแม้การชันสูตรพลิกศพจะพบสารไซยาไนด์ในร่างผู้เสียชีวิตเพียง 2 ราย แต่แผนประทุษกรรมพบว่าสามารถเชื่อมโยงไปถึงกรณีอื่นได้ ภายใน 1-2 วัน จะรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้

ฉลองวิวาห์มิติใหม่!! เมื่อ ‘ลูกชาย’ ร้านหมูกระทะแต่งงาน จัดแบบใหม่แบบสับ ย่างหมูกระทะแทนเค้กกันไปเลย

(2 พ.ค.66) ที่ร้านหมูกระทะธนพลหมูกระทะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เยื้องโรงพยาบาลบ้านนา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หลังจากมีคลิปที่เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวนำคลิปงานแต่งมาลงติ๊กต็อก เป็นช่วงไฮไลท์เวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องตัดเค้ก แต่เปลี่ยนมาเป็นกินหมูกระทะแทน สร้างความแปลกตาแปลกใจกับแขกที่มาร่วมงานแต่ง

เจ้าบ่าวชื่อนายนภัสกร เบียซ้าย หรือ ฟลุ๊ค อายุ 24 ปี เป็นลูกเจ้าของร้านธนพลหมูกระทะ เป็นคนโคราช มาทำกิจการหมูกระทะของครอบครัวได้ 15 ปีแล้ว ส่วนเจ้าสาวชื่อนางสาวกชพร เปารศรี หรือ น้องแป้ง อายุ 23 ปี เป็นคนจังหวัดนครนายก ได้คบหากันมาหลายปี จึงได้ตกลงกันจัดงานแต่งงานเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 66 ที่ผ่านมาที่โรงเรียนบ้านนานายกพิทยากร โดยเชิญแขกมาร่วมงานแต่งและเลี้ยงอาหารโต๊ะจีนจำนวน 60 โต๊ะ แต่ช่วงโฮไลท์ที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวจะต้องตัดเค้กจึงได้เปลี่ยนมากินหมูกระทะแทนจึงสร้างความแปลกตาแปลกใจให้กับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน และมีเพื่อน ๆ ที่มาร่วมในงานได้ถ่ายคลิปไว้และนำมาลงติ๊กต็อก

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ วินาทีเสด็จขึ้นประทับพระราชบัลลังก์ The enthronement

เมื่อ 70 ปีที่แล้วชาวอังกฤษได้ชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษผ่านทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก (2 มิถุนายน 2496) การถ่ายทอดครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ดีมีเสียงคัดค้านว่าไม่ควรที่จะถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในพระราชพิธีที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์นี้ เพราะเป็นของสูงและคนชมอาจจะไม่สำรวมพอในระหว่างที่ชม

อย่างไรก็ดี สมเด็จพระราชินีฯ ที่ยังทรงพระเยาว์อยู่มากคือทรงมีพระชนมายุเพียง 25 พรรษา ทรงมีพระราชานุญาตให้สถานีบีบีซีที่พร้อมและสามารถที่จะเผยแพร่ภาพทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกได้ ชาวอังกฤษจึงมีโอกาสชมพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์ของตนทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก

และเช่นกันในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ณ วิหารเวสต์มินสเตอร์ใจกลางกรุงลอนดอนก็จะมีพระราชพิธีราชาภิเษกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ตามโบราณราชประเพณีเพื่อให้ครบถ้วนกระบวนการว่ากษัตริย์พระองค์ใหม่ได้ผ่านการสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ด้วยพิธีการทางศาสนาและท่ามกลางมหาสมาคม

พระราชพิธีในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ตามรายงานข่าวของบีบีซีภาษาอังกฤษบอกว่าแม้จะใช้เวลาราวๆ สองชั่วโมง แต่ก็มีการตัดทอนให้กระชับกว่าเดิม

เวลา 11 โมงเช้าเมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีคามิลล่าเสด็จมาถึงวิหารเวสต์มินสเตอร์ ทั้งสองพระองค์จะเสด็จเข้าทางประตูที่เรียกว่า The Great West Door ที่นั่นผู้นำทางศาสนา, ผู้แทนพระองค์, ผู้แทนจากประเทศในเครือจักรภพและนายกรัฐมนตรีอังกฤษรับเสด็จและนำเสด็จเข้าไปในวิหาร

>> พระราชพิธีแรกที่เริ่มขึ้นเรียกว่า The Recognition หรือการยอมรับ
ในที่นี่พระเจ้าชาร์ลส์จะแสดงพระองค์ต่อที่ชุมนุมโดยจะประทับยืนข้างๆ พระเก้าอี้ราชาภิเษก Coronation Chair (บางที่ก็เรียกว่าบัลลังก์พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่มีอายุถึง 700 ปีทำด้วยไม้) พระองค์จะหันพระพักตร์ไปยังทั้งสี่ทิศและจะมีเสียงประกาศว่า Undoubted King คือ กษัตริย์ที่แท้จริงและผู้ที่ชุมนุมในที่นั้นจะแสดงความเคารพและความจงรักภักดี

อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่ Archbishop of Canterbury หรือจะเทียบกับทางพุทธก็คือสมเด็จพระสังฆราชจะทรงเป็นผู้ประกาศคนแรก ต่อมาผู้ที่ชุมนุมในที่นั่นจะตะโกนว่า “God Save the King” พิธีการนี้อังกฤษทำมาตั้งยุคแองโกลแซกซัน

>> ในขั้นตอนที่ 2 คือการให้คำสาบาน The Oath
พระราชพิธีในขั้นตอนนี้คือจะทรงให้คำมั่นสัญญาอยู่สองคำสัญญา อันแรกเรียกว่า the Coronation Oath อันเป็นข้อกำหนดไว้ในกฎหมายว่าพระเจ้าแผ่นดินจะต้องสาบานในเรื่องนี้โดยท่านอาร์ชบิชอปจะเป็นผู้นำกล่าวคำสาบานและพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงกล่าวคำยืนยันว่าจะส่งเสริมและรักษากฎหมายและศาสนจักร Church of England ตลอดการครองราชย์สมบัติ ส่วนในคำสาบานอีกครั้งที่สองเรียกว่า The Accession Declaration Oath คือคำประกาศว่าจะซื่อสัตย์ต่อนิกายโปรเตสแตนต์

เมื่อมาถึงพระราชพิธีตอนที่ 3 คือพิธีเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์หรือ the anointing พระเจ้าชาร์ลส์จะทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์แล้วเสด็จไปประทับที่พระเก้าอี้เพื่อรับการถวายน้ำมันเจิมจากท่านอาร์ชบิชอป ก่อนที่พิธีจะเริ่มเจ้าพนักงานจะนำฉากมากั้นรอบพระองค์ เพื่อไม่ให้คนภายนอกเห็น เพราะพิธีนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

แม้ว่าเราอาจจะไม่เห็น แต่มีการอธิบายว่าท่านอาร์ชบิชอป จะรินน้ำมันศักดิ์สิทธิ์จากภาชนะใส่น้ำมันเพื่อทำพิธีกรรม The Ampulla ลงในช้อน The Coronation Spoon (ช้อนราชาภิเษกอันนี้ถือว่าเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่เหลือรอดจากการทำลายของ โอลิเวอร์ ครอมเวล หลังจากชนะในสงครามกลางเมืองของอังกฤษ) และจะทรงเจิมที่พระนลาฏ, พระอุระ และพระหัตถ์ทั้งสอง

เพื่อการนี้โดยเฉพาะ!! ‘น้องอิกคิว’ อ.2 หิ้วกระปุกออมสินหมี ช่วยผู้ปกครองจ่ายค่าเทอม จำนวน 70 บาท ทำเอาเอ็นดูกันเป็นแถบ ๆ

(2 พ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังเปิดเทอม หรือ เปิดภาคเรียนใหม่ ตามโรงเรียนต่าง ๆ ผู้ปกครองก็จะพาบุตรหลาน ไปเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้านักเรียน รวมไปถึงการจ่ายค่าเทอมใหม่ โดยเฉพาะที่โรงเรียนอนุบาลประชาราษฎร์ อ.เมืองพิษณุโลก ในช่วงนี้ได้เปิดให้ผู้ปกครองมาจ่ายค่าเทอมเช่นกัน โดยเช้าวันนี้ มีภาพความน่ารักของผู้ปกครองของนักเรียนมาจ่ายค่าเทอม โดยเฉพาะผู้ปกครองของ น้องอิกคิว ด.ช.จิตติพัฒน์ ไพบูลย์วิเชียร นักเรียนอนุบาล 1 ที่กำลังขึ้นอนุบาล 2 ได้มาจ่ายค่าเทอมเหมือนผู้ปกครองทั่วไป แต่วันนี้น้องอิกคิว ได้หิ้วกระปุกออมสิน รูปตุ๊กตาหมี มาจ่ายค่าเทอมช่วยผู้ปกครองด้วย โดยน้องอิกคิว ได้มาถึงหน้าคุณครูที่รับจ่ายค่าเทอม แล้วน้องอิกคิว ได้เปิดกระปุกออมสิน ที่มีทั้งสิ้น 70 บาท ให้คุณครูจำนวน 70 บาท สร้างความน่ารักน่าเอ็นดูของคุณครูเป็นอย่างมาก

'อลงกรณ์' ปักธง 10 นโยบาย ยกระดับเกษตรกรรมไทย ใต้ยุทธศาสตร์ 'เกษตรปลอดภัย - มั่นคง - ยั่งยืน'

(2 พ.ค.66) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค ในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมการดีเบตในหัวข้อ “พรรคการเมืองกับนโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนและปัญหาความมั่นคงทางอาหาร” ที่อาคารชีววิถี จัดโดยภาคีเครือข่ายสมาคมสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรอินทรีย์ ไบโอไทย มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 

โดยกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเป้าหมายของนโยบายเกษตรทันสมัยสู่ครัวไทยครัวโลก
1. ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารท็อปเทนของโลกอย่างมีความรับผิดชอบต่อเกษตรกรและผู้บริโภค
2. เพิ่ม GDP เกษตรเป็น 10%
3. เพิ่มรายได้เกษตรกร 100%

จึงได้กำหนด 10 นโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรสุขภาพ และความมั่นคงทางอาหารเชิงปริมาณและคุณภาพภายใต้ยุทธศาสตร์ '3 เอส' (3 S : safety security sustainability) เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานเทคโนโลยี ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาไทย

1. ส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 2 ล้านไร่ เดินหน้าเกษตรคาร์บอนต่ำลดโลกร้อน
2. เติมทุนเกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่ 3 ล้าน ส่งเสริมสนับสนุนสภาเกษตรอินทรีย์ PGS แห่งประเทศไทยเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ออร์แกนิกและกสิกรรมธรรมชาติ
3. เพิ่มปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ 5 ล้านตัน จัดตั้งศูนย์บริการปุ๋ย-น้ำชุมชนทุกตำบล
4. ตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรนวัตกรรม เครื่องจักรกล (AIM C:Agritech Innovation Machine Center) Application Agrimap ส่งเสริมการวิจัยพัฒนานวัตกรรมชีวภัณฑ์ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรอินทรีย์ อบรมบ่มเพาะและถ่ายทอด พัฒนาเกษตรกร-สหกรณ์และสถาบันเกษตรกร
5. คุ้มครองสิทธิเกษตรกร พันธ์ุพืชพันธ์ุสัตว์และความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity ) โดยเฉพาะในส่วนเกี่ยวข้องกับ FTA ที่จะเจรจาและข้อตกลงอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งปัจจุบันและอนาคตเช่น UPOV-CPTPP และ FTA EU /UAE EFTA
6. เร่งสนับสนุนการขับเคลื่อนกลไกเกษตรกรรมยั่งยืนระดับชาติ คณะกรรมการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง คณะกรรมการเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล คณะกรรมการเกษตรกรรมยั่งยืนระดับพื้นที่ 77 จังหวัด
7. สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพ และโภชนาการที่ดี
8. ส่งเสริมอาหารแห่งอนาคต เช่น โปรตีนทางเลือกใหม่ได้แก่โปรตีนจากพืช โปรตีนจากแมลงสาหร่าย ผำ แหนแดง อาหารฮาลาล
9. ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย เกษตรสุขภาพ ลดใช้ปุ๋ยเคมีและสารพิษอันตราย 
10. สร้างกลไกใหม่ ขยายความร่วมมือภาคีเครือข่ายระหว่างภาคเอกชน ภาคเกษตรกรและภาควิชาการ และภาครัฐเพิ่มบทบาทด้านเกษตรกรรมยั่งยืนของ 'มกอช.' 'อย.' และกรมพัฒนาที่ดิน กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมข้าว กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นต้น

การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไทย ในสหรัฐอเมริกา มีผู้ใช้สิทธิเกือบ 4 พันคน ทั้งแบบเข้าคูหาและทางไปรษณีย์

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน

ในการเลือกตั้งทั่วไปของไทย พ.ศ. 2566 การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไทยในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ถือว่าเป็นหน่วยเลือกตั้งที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง ด้วยเป็นประเทศที่มีประชาชนชาวไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก

ขั้นตอนการใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ปี พ.ศ. 2566 ในสหรัฐอเมริกา มีดังนี้

1) ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งแบบคูหา (เฉพาะผู้ที่เลือกใช้สิทธิกับสถานเอกอัครราชทูตฯ เท่านั้น) ท่านที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งแบบคูหา สามารถมาลงคะแนนเลือกตั้งที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน (ที่อยู่ 1024 Wisconsin Avenue N.W. Washington D.C. 20007) ระหว่างวันที่ 28 - 30 เมษายน 2566 เวลา 9.00 - 17.00 น. 

(ในภาพ นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน กำลังใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งประจำที่เลือกตั้ง สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน)

‘รทสช.’ คลอดคลิป ‘ห่านกับไข่ทองคำ’ นิทานสอนใจ ชูแนวคิดใช้จ่ายงบแบบมีวินัย ช่วยปชช. แบบไม่หว่านแห

พรรครวมไทยสร้างชาติยิงคลิป ‘ห่าน’ เตือนสังคมอย่าให้ใครฆ่าห่านเพื่ออิ่มเพียงมื้อเดียว แต่อดกินไข่ตลอดไป สะท้อนนโยบายช่วยเหลือประชาชนของพรรคทำแบบพุ่งเป้าไม่หว่านแห ใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีวินัย  

(2 พ.ค. 66) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกคลิปชุดใหม่ ‘ห่านกับไข่ทองคำ’ เป็นนิทานสอนใจว่า พึงรักษาทรัพย์สินเงินทองที่มี แม้จะไม่มากมาย แต่ก็ให้ดอกผล เพียงพอที่จะแบ่งปันกันในครอบครัว ชุมชน อย่าให้ใครมาหลอกว่า ฆ่าห่านกินเนื้ออร่อยกว่าอิ่มกว่า รอกินไข่ทีละฟอง เพราะกินเนื้อห่านได้มื้อเดียว แต่ต้องอดกินไข่ห่านตลอดไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top