Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

วิเคราะห์แก่นแห่งศาสนา ผ่านปมดรามา ‘เฌอเอม VS ณวัฒน์’ ‘รสนิยม’ หรือ ‘คุณค่าแห่งชีวิต’ อยู่ที่สิทธิอันชอบธรรมของแต่ละบุคคล

ควันหลงประเด็นดรามาที่เหล่าแฟนๆ นางงามและคนทั่วไปยังติดตามกันอยู่ห่างๆ กรณี ‘เฌอเอม’ มิสแกรนด์ลำพูน 2023 ปฏิเสธการดูดวงพร้อมขอวางไมค์ จนทำให้ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล บอสใหญ่ต้องร่ายยาวสั่งสอน ว่า “ศาสนาเป็นเพียงรสนิยม ไม่ใช่ชีวิต ไม่ใช่จิตใจ” พร้อมทั้งยังบอกว่าทางเวทีต้องการนางงามที่มีความพร้อมใช้งาน ไร้เงื่อนไข จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาจากบรรดาแฟนนางงาม

ล่าสุด ได้มีผู้ใช้ ติ๊กต๊อก ชื่อ ‘papernonsaint’ ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงดรามาดังกล่าว โดยเฉพาะในประเด็นคำพูดของนายณวัฒน์ ที่กล่าวว่า “ศาสนาเป็นเพียงรสนิยม” โดยผู้ใช้ติ๊กต๊อกรายนี้ได้มองว่า…

“ศาสนาเป็นเพียงรสนิยมใช่หรือไม่? อันนี้ก็แล้วแต่ปัจเจกเลยครับ ผมมองว่า หากคนคนหนึ่งเลือกที่จะให้ศาสนาเป็นเพียงรสนิยม มันก็อยู่ในสิทธิอันชอบธรรมของเขา แต่ถ้าหากว่าคุณศึกษาศาสนาของคุณอย่างลึกซึ้งจริงๆ ไม่ว่าจะศาสนาใดก็ตาม ผมยังไม่เจอศาสนาไหนที่เคลมว่าตัวเองเป็นแค่รสนิยมเลย เพราะฉะนั้น ผมก็ไม่อาจทราบได้เหมือนกันว่า หลักคิดของคุณณวัฒน์ ที่กล่าวว่า “ศาสนาเป็นเพียงรสนิยม” นี้ ไปเจอมาจากที่ไหน"

อีกคำพูดถึงหนึ่งของคุณณวัฒน์ ที่กล่าวว่า “ศาสนาไม่ใช่ชีวิต ไม่ใช่จิตใจ” ผู้ใช้ติ๊กต๊อกได้กล่าวด้วยว่า…

“ในแต่ละศาสนาแทบจะสอนในเรื่องนี้หมดเลย คือ พยายามที่จะชี้ในผู้คนเห็นถึงชีวิตและจิตใจ ผ่านคุณค่าทางศาสนานั้นๆ และสุดท้ายแล้ว คนที่ยึดมั่นในศานาใดก็ตาม ศาสนานั้นก็จะกลายเป็นชีวิตและจิตใจส่วนหนึ่งของเขาไปเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาสนาคริสต์ ซึ่งสำหรับศาสนาอื่นผมไม่ทราบ แต่ผมก็เชื่อว่าพุทธศาสนาก็เป็นชีวิตและจิตใจของพระพุทธเจ้าเช่นกันครับ”


ที่มา : https://vt.tiktok.com/ZS8Td5ptL/

“กรมทะเลชายฝั่ง” จับมือ “กรมอุทยานฯ” ร่วมสนับสนุนโครงการ SEA YOU STRONG ทะเลคือหัวใจของไทย อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ว่ายน้ำข้ามทะเล 70 กม. กระตุ้นจิตสำนึกรักษ์ทะเล กระบี่- พังงา-ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ร่วมให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมภายใต้ “โครงการ SEA YOU STRONG ทะเลคือหัวใจของไทย อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล” ซึ่งเป็นโครงการที่นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ “ทราย สก๊อต” จัดขึ้นโดยนำทีมนักอนุรักษ์ 36 คน ว่ายน้ำข้ามทะเลอันดามันเป็นระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร ผ่าน 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ พังงา และภูเก็ต เริ่มจากหาดยาว จ.กระบี่ ไปสิ้นสุดที่อ่าวปอ จ.ภูเก็ต ในระหว่างทางก็จะแวะพักตามเกาะท่องเที่ยวชื่อดังของแต่และจังหวัด โครงการดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 – 29 เมษายน 2566 โดยทางกรม ทช. จัดเรือราชการ 2 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำเรือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในกิจกรรม รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทำกิจกรรม Big Cleaning Day ลด ละ เลิกใช้พลาสติก

 
นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นายอภิชัย รรท.อทช. กล่าวหลังจากพิธีเปิดโครงการ SEA YOU STRONG ทะเลคือหัวใจของไทย อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นภายใต้โครงการดังกล่าวนี้ เป็นการสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแล รักษา ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความหลากหลายทางชีวิภาพสำหรับแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ทั้งนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีภารกิจที่สอดรับกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เน้นย้ำเรื่อง “การส่งเสริมการมีส่วนร่วม” ของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ และประชาชน กรมพร้อมให้การสนับสนุนเครือข่ายอาสาสมัครที่ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพราะตนเชื่อมั่นว่าการรวมพลังในสังคมเป็นจุดเริ่มต้นของพลังที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะ “คนรุ่นใหม่” ที่มีแนวคิดสร้างสรรค์กลายเป็น “Soft Power” ที่กระตุกจิต กระชากใจ เปลี่ยนแปลงความคิด ทำให้ผู้คนมีส่วนร่วม หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อย่างกิจกรรมในครั้งนี้ที่คุณทราย สก๊อต นักอนุรักษ์รุ่นใหม่ได้นำทีมนักว่ายน้ำอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลว่ายน้ำข้ามทะเลอันดามัน นอกจากจะกระตุ้นให้คนหันมาเห็นมุมต่างๆ ของทะเลไทย ที่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหลายเรื่อง ทั้งที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ และธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในฝั่งอันดามันให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักมากขึ้นอีกด้วย โอกาสนี้ จึงอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนให้เห็นความสำคัญ และช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อให้คงความอุดมสมบูรณ์สืบต่อไป

‘ปชป.’ ยัน!! ดำเนินคดีเอาผิดคนทำลายป้ายหาเสียง ย้ำ!! ทุกพรรคโปรดแข่งขันการเมืองอย่างใสสะอาด

(29 เม.ย. 66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย พร้อมด้วยนายจิตกร บุษบา ทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าวว่า ขณะนี้ในภาพรวมยังพบการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคในเขตกรุงเทพฯ บางพื้นที่โดนเก็บและนำป้ายของผู้สมัครของพรรคอื่นมาติดตั้งแทน โดยเฉพาะพื้นที่ของผู้สมัครหน้าใหม่ ถือเป็นบรรยากาศการหาเสียงที่ไม่สร้างสรรค์ และที่สำคัญเป็นการทำผิดกฎหมายอาญา

นางดรุณวรรณ กล่าวว่า การจงใจทำลายป้ายถือเป็นการทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือประชาชนทั่วไปก็มีโทษในอัตราเดียวกัน เนื่องจากป้ายหาเสียงในการเลือกตั้งถือเป็นทรัพย์สินของผู้สมัคร การปลดป้ายหาเสียงไปทิ้งทำลายจึงเป็นการทำให้เสียทรัพย์ พรรคประชาธิปัตย์จึงยืนยันเอาผิดและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และต้องการเห็นการหาเสียงเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันกันด้วยนโยบาย และตัวผู้สมัคร ซึ่งท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

โดยนายธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางเขน จตุจักร หลักสี่ เบอร์ 5 กล่าวว่า ป้ายหาเสียงของตนที่ถูกเก็บ ถูกทำลาย ส่วนใหญ่ติดตั้งอยู่บริเวณซอยรัชดา 36 แยก 11 มีการนำปากกามาขีดเขียนเพื่อทำลายป้ายและระบุว่า จะเลือกพรรคการเมืองอื่น ล่าสุดยังพบว่า มีการตัดป้ายหาเสียงบางส่วนของตนเพื่อนำไปติดบังโคลนรถมอเตอร์ไซค์ ตนจึงได้แจ้งความดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งกรณีนี้พบตัวผู้กระทำผิดจึงได้พูดคุย ยอมถอนแจ้งความเนื่องจากผู้กระทำผิดได้ขอโทษ และระบุว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางกรณียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งตนได้ยื่นหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งภาพถ่ายและภาพจากกล้องวงจรปิด มั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้กระทำได้อย่างแน่นอน

“เมื่อเราเข้ามาทำงานการเมือง ก็ควรทำให้ใสสะอาด ไม่ควรมีการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคคู่แข่ง ซึ่งการลงสมัครรับเลือกตั้งนั้นก็เหมือนการแข่งขันอย่างหนึ่ง ผมเองก็เป็นนักกีฬาที่ร่วมแข่งขันในรายการระดับโลกมาแล้ว จึงยึดถือเรื่องความมีน้ำใจนักกีฬา และทุกคนต้องเคารพกติกาการแข่งขัน” นายธีรวิทย์ กล่าว

ขณะที่ นพ.พลวิทย์ เจริญพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตทวีวัฒนา ตลิ่งชัน เบอร์ 3 กล่าวว่า ป้ายหาเสียงของตน พบว่ามีการทำลายด้วยการนำแผ่นพับของผู้สมัครพรรคการเมืองอื่นมาติดที่ป้ายหาเสียงของตนหลายป้าย รวมทั้งขีดเขียน ทำลาย ให้เกิดความเสียหายในหลายพื้นที่เช่นกัน และหลังจากแถลงข่าวเสร็จตนจะได้นำหลักฐานที่ปรากฎไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อไป

“ผมในฐานะผู้สมัครหน้าใหม่ มาลงสมัครครั้งนี้ต้องการแข่งขันตามกฎกติกา แต่การกระทำเช่นนี้ เป็นการกระทำที่ไม่น่ารัก และไม่ให้เกียรติ การที่ผมทำตามกฎ ซึ่งมีการกำหนดจำนวนป้ายไว้ แต่การที่ป้ายของผมมาถูกทำลายแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้จำนวนป้ายหาเสียงของผมลดน้อยลง เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครไม่ว่าจะเกิดกับผมหรือผู้สมัครท่านอื่นๆ” นพ.พลวิทย์ กล่าว


ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_3950365

‘สกลธี’ จี้ กกต.เร่งสร้างความเข้าใจบัตรเลือกตั้ง เหตุ ปชช.ยังสับสน แนะ อย่าทำงานเน้นความสะดวกส่วนตน จนกระทบผู้ใช้สิทธิ์

(29 เม.ย. 66) นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ร่วมกับนางนฤมล รัตนาภิบาล ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 14 (บางกะปิ-วังทองหลาง) หมายเลข 5 เพื่อพบปะประชาชน

โดยนางนฤมล กล่าวว่า ตนเป็น ส.ก.มา 3 สมัย จึงรู้ปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ดี เขตบางกะปิเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่น จึงมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ขาดพื้นที่สีเขียว และปัญหาน้ำท่วมเพราะท่อตัน อีกทั้งยังมีการจราจรหนาแน่น ซึ่งแม้จะมีรถไฟฟ้าเข้ามา 2 เส้นทางคือสายสีส้มและสายสีเหลือง แต่ยังขาดการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกมากอย่างที่ควร

​“ปัญหาเหล่านี้จะหวังพึ่งท้องถิ่นอย่าง กทม.อย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีงบประมาณไม่พอ และบางปัญหาบางพื้นที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน หากดิฉันได้รับโอกาสให้เข้าไปทำงานในฐานะ ส.ส. จะสามารถประสานงานกับทุกหน่วยงานและแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ให้พี่น้องประชาชนได้มากกว่าเดิม จึงอยากขอโอกาสจากชาวบางกะปิ วังทองหลางด้วย” นางนฤมล กล่าว

สงขลา-“หาดใหญ่ปราศัยสร้างสรรค์”ประชาธิปัตย์ จัดทีมเศรษฐกิจ ขึ้นเวที ช่วย นิพัฒน์ เบอร์ 4 เป็น ส.ส.เขต 2 สงขลา ชู ศักยภาพเมืองหาดใหญ่มีความพร้อม

ด้านคมนาคม รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจ-แก้ปัญหาจราจร ด้านนิพนธ์ฯ ขอบคุณ ประชาชนที่สนับสนุนปชป. ย้ำ พรรคไม่ทอดทิ้งหาดใหญ่ 

นายนิพนธ์ บุญญามณี  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  นำขุนพลทีมเศรษฐกิจ  ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งฯ พร้อมด้วยนายเมธี อรุณ (เมธี ลาบานูน (รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์) ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 2 นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังกวัดสงขลา นายนิยม พรรณราย รองประธานสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ นายประสิทธิ์ ช่วยชูสกุล เลขานุการนายก อบจ.สงขลา ขึ้นเวทีปราศรัยในหัวข้อ "ทิศทางเศรษฐกิจหาดใหญ่จะเป็นอย่างไร" และ เปิดวิสัยทัศน์ของนายนิพัฒน์ อุดมอักษร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 4 โดยมีพี่น้องประชาชนในเขตเทศนครหาดใหญ่ และประชาชนผู้สัญจรไปมากว่าสองหมื่นคนให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น  ณ บริเวณลานหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ซึ่งในส่วนของ ดร.สามารถกล่าวช่วงหนึ่งว่า หาดใหญ่มีทำเลยุทธศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งภาคใต้ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องขับเคลื่อนหาดใหญ่ด้วยระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งพรรคมีนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ รถโมโนเรล ซึ่งหาดใหญ่จะประสบปัญหาในเรื่องการจราจรติดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งอบจ.สงขลาในสมัยท่านนิพนธ์เป็นนายกอบจ.ได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว มีระยะทางยาว 13 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 16,000 ล้านบาท โดยเริ่มตั้งแต่บ้านพรุ-รถตู้ตลาดเกษตรควนลังในระยะแรก ซึ่งขณะนี้ได้ทำประชาพิจารณ์ และทำในสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยหมดแล้ว ในส่วนระยะที่สองจะขยายเส้นทางจากสถานีน้ำพุ ถนนลพบุรีราเมศวร์ และจากสถานีคอหงส์ไปยังสวนสาธารณะหาดใหญ่ และระยะที่สาม จะเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างสถานีหาดใหญ่ในกับสถานีคลองเรียน จนถึงศูนย์การค้าไดอาน่า ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อรถตุ๊กตุ๊ก  รถสองแถว และวินมอเตอร์ไซด์  

ดร.สามารถ กล่าวต่ออีกว่า เวลานี้ผมมีผลการศึกษา และแบบเบื้องต้นอยู่ในมือแล้ว การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก็ผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะผลักดันให้โมโนเรลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งก็จะแก้ปัญหารถติดในเมืองหาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นก็มีรถไฟรางคู่หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์เชื่อมต่อไปสู่กรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้ย่นระยะเวลาเหลือเพียง 8 -10 ชั่วโมง ซึ่งเป็นรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เพื่อรองรับรถไฟจากประเทศมาเลเซียที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเช่นกัน ซึ่งจะทำให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น และจะทำให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในหาดใหญ่มากขึ้น รวมถึงจะช่วยกระตุ้นให้มูลค่าการค้าการขายชายแดนระหว่างไทย- มาเลเซียพุ่งสูงที่สุดของประเทศ ราว 660,000 ล้านบาท และในส่วนของถนนมอเตอร์เวย์ พรรคปชป.ทำสายแรกตั้งแต่กรุงเทพ - ชลบุรี โดยทำเป็นมอเตอร์เวย์ จตุรทิศ  หาดใหญ่จากสะเดาไปด่านนอก แบบเสร็จแล้วเหลือเพียงการเจราจากับทางมาเลย์เท่านั้น ซึ่งจะทำให้การค้าขายการส่งออกดีขึ้น อีกเรื่องคือเรื่องของสะพานเชื่อมเกาะสมุย ถ้ามีสะพานใช้เวลาเพียง 20 นาที ซึ่งผมเป็นคนริเริ่มคิดในเรื่องนี้มานานแล้ว โดยทำเป็นแบบสะพานขึง ถ้ามีโครงการเหล่านี้จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของชาวมาเลย์และสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเราต้องการทำหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางขนส่ง และศูนย์กลางการเงินให้ได้ เนื่องจากหาดใหญ่มีความพร้อมในทุกด้าน จึงต้องอาศัยแรงผลักดันจากพี่น้องประชาชนให้ความมั่นใจในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกนายนิพัฒน์ อุดมอักษร  ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 4 และเลือกพรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 26

‘ส.ว.สมชาย’ เชื่อ!! สังคมไม่ติดใจ ‘พิธาคิโอ’ พูดจริงหรือเท็จ แต่คาใจ ‘มีความซื่อสัตย์-จริยธรรม’ แค่ไหน? ถึงเสนอตัวนั่งนายกฯ

(29 เม.ย.66) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ…

#ขึ้นเครื่องบินฟรี
#ลูกหลานใครหว่า ว่า...

สงสัยอยู่หลายวันว่าทำไม เด็กหนุ่มนักเรียกนอกบ้านรวย เรียนและจบปริญญาโท การเมืองการปกครอง สาขาการบริหารภาครัฐ ที่ John F. Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปริญญาโท การบริหารธุรกิจ Sloan สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ 

...จึงหาทางกลับเมืองไทยแบบเร่งด่วน ในวันที่พ่อเสียชีวิต กลับจากบอสตันไม่ได้ ต้องซื้อตั๋วบินจากบอสตันไปนิวยอร์ก แทนที่จะซื้อตั๋วจากบอสตันบินกลับไทยแบบเร่งด่วนในทันที

นักเรียนไทยที่เรียนที่บอสตันทุกคนเวลานั้น จนถึงวันนี้ล้วนรู้ดีว่า...

ถ้าจะบินไปกลับบอสตัน-กรุงเทพ เวลานั้นต้องบินอย่างไร? เพราะไม่มีไฟลท์ตรง ‘กทม. -บอสตัน’

มีคำถามค้างคาใจว่า ทำไมเขาจึงตัดสินใจทำเช่นนั้น ทั้งที่มีทางเลือกมากมาย อาทิ...

1.) สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินได้หลายสายการบินเช่น KLM japanairline American Airline Lufthansa Singapore Airline ฯลฯ 
.
แม้ไม่ได้บินตรงถึง กทม.ทันที แต่ก็แวะพักแค่ 1 จุดเช่น โตเกียว, สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือดูไบ เวลาบินรวมจุดแวะพัก 22-24 ชั่วโมง ก็ถึงไทยแล้ว

2.) บินจากบอสตันไปนิวยอร์ก เพื่อซื้อตั๋วการบินไทย  ซึ่งตอนนั้นมีบินตรงนิวยอร์ก-กรุงเทพ (แอร์บัส A340-500 บินตรง 16-17 ชั่วโมง รวมเวลาบินก็ 22-24 ชั่วโมงเช่นกัน) 

ตอนหลังเส้นทางนี้ถูกยกเลิกเพราะขาดทุน 25,000 ล้าน และเป็นจุดเริ่มทำให้การบินไทยล้มละลาย และเรื่องนี้ ปปช.ชี้มูลทุจริต 

3.) ไปนิวยอร์กเพื่อใช้อภิสิทธิ์ขึ้นเครื่องบินพิเศษของราชการ 'ไทยคู่ฟ้า' ที่ใช้ภารกิจนายกรัฐมนตรีเท่านั้น (บุคคลภายนอกขึ้นบินด้วยไม่ได้ เพราะมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด) เพราะมีอาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวทักษิณ ชื่อ 'ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์' แต่เครื่องบินยังต้องเสียเวลาบินอ้อมไปส่งทักษิณที่ลี้ภัยการรัฐประหารไปอยู่ลอนดอนอีก ซึ่งจะต้องอนุญาตจากศูนย์การบินเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่ทั้งหมด เสียเวลาบินรวมเกินกว่า 24-30 ชั่วโมง

“ส.สื่ออาชญากรรม”เชิดชูคนทำดี มอบรางวัล“ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์-นักข่าว-คนดีศรีสังคม”ประจำปี 2566

วันที่ 29 เมษายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ นายสมชาย จรรยา อุปนายกฯ นายสุรชัย นิโคธานนท์ อุปนายกฯ นายธนากร ริตุ ประชาสัมพันธ์สมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ แถลงข่าวการประชุมคัดเลือก และพิจารณามอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาต่างๆ ให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลงานดีเด่น รวมทั้งมอบรางวัลให้กับ “นักข่าวภาคสนามดีเด่น” ผู้ประกาศข่าวดีเด่น และ“คนดีศรีสังคม” 

นายไพโรจน์ กล่าวว่า สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย จัดให้มีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาของผู้สื่อข่าวที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ซึ่งเป็นทุนต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนจบปริญญาตรี เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกสมาคมฯ 

นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารสมาคมฯยังพิจารณามอบรางวัลเชิดชูเกียรติ ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ให้กับข้าราชการตำรวจ รางวัลนักข่าวภาคสนามดีเด่น รางวัลผู้ประกาศข่าวดีเด่น และรางวัลคนดีศรีสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละท่าน และเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลที่ทำคุณงามความดีเพื่อสังคม

โดยมีรางวัลมีดังนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.รางวัลเชิดชูเกียรติต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ “สาขาบริหารพัฒนาองค์กรดีเด่น” ตลอดระยะเวลาที่ “บิ๊กเด่น” สวมบทผู้นำองค์กรได้เจอมรสุมเรื่อยมา และบ่อยครั้งที่เกิดเรื่องอื้อฉาวในแวดวงสีกากี แต่ด้วยความเป็นผู้นำที่กล้าตัดสินใจ ได้นำพาองค์กรตำรวจฝ่าฟันอุปสรรคกอบกู้ภาพลักษณ์และความศรัทธาขององค์กรตำรวจ และยังเน้นย้ำในเรื่องการให้ความสำคัญกับการพัฒนาองศ์กร การปราบปรามอาชญากรรม และการฝึกอบรมบุคลากรบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนด้วยดีตลอดมา

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. “สาขาสืบสวนยอดเยี่ยม” เป็นนายตำรวจที่มีประชาชนจำนวนมากติดตามการทำงานด้วยภาพลักษณ์ที่เด็ดขาด ฟันไม่เลี้ยง จนเป็นที่ยอมรับของสังคม อีกทั้งได้รับมอบหมายงานด้านสืบสวนสอบสวน มีผลงานปรากฏสู่สายตาประชาชนในการทำคดีต่างๆ โดยเฉพาะขบวนการกวาดล้างขบวนการกลุ่มทุนจีนสีเทา ในแต่ละครั้ง “บิ๊กโจ๊ก” จัดหนัก จัดเต็ม ทุกรูปแบบทุกมิติ 

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. “สาขาป้องกันและปราบปรามยอดเยี่ยม” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ให้ความสำคัญกับเรื่อง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หลายเหตุการณ์ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จะเร่งถอดบทเรียนให้ความรู้ “หนี-ซ่อน-สู้” รับมือภัยร้ายในพื้นที่สาธารณะ และสถาบันการศึกษา

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. “สาขาจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น” มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในด้านการบำบัดรักษา “ผู้เสพ” คือ “ผู้ป่วย” ที่จะต้องเข้ารับการบำบัดรักษา โดยนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ที่สำคัญ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ มีหัวใจเต็มเปี่ยมด้วยจิตอาสาในหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 “สาขาปราบปรามอาชญากรรมดีเด่น” ถือว่าเป็นนายตำรวจฝีมือดีทำงานเชิงรุก สามารถจับกุมคดียาเสพติด ยาบ้า ยาไอซ์ ยาเค เฮโรอีน ตลอดจนคดีอาชญากรรมต่างๆได้เป็นจำนวนมาก

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. “สาขานักพัฒนาองศ์กรดีเด่น” ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ได้พัฒนาหน่วยงานทุกด้านให้มุ่งสู่มาตรฐานสากล ทั้งการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาสถานที่ทำงาน การพัฒนาสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวผ่านการจัดโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด “มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน”

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. “สาขาปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ดีเด่น” หลังการก้าวเข้ามารับตำแหน่ง “แม่ทัพไซเบอร์” เร่งปรับโฉมภาพลักษณ์หน่วยงาน เดินหน้าเชิงรุกในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ เตือนภัยออนไลน์ต่างๆ และสามารถจับกุมคดีอาชญากรรมออนไลน์ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์มาเก๊า 888 เครือข่ายพนันออนไลน์ เมฆ รามา 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. “สาขาปราบปรามคอรัปชั่นดีเด่น การเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้ปรับโฉมภาพลักษณ์หน่วยงานที่แต่เดิมเปรียบเสมือน “กรุร้าง” พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จนปัจจุบัน บก.ปปป.กลายเป็นหน่วยงานที่สร้างชื่อเสียงของกองบัญชาการสอบสวนกลาง ที่ออกกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลและข้าราชการบางคนที่เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.“สาขาสืบสวนอาชญากรรมดีเด่น” ต้องยอมรับว่า ในรอบปีที่ผ่านมากองบังคับการสืบสวนตำรวจนครบาล มีผลการจับกุมคดีอาชญากรรมไม่เว้นทุกสัปดาห์จนเป็นที่ยอมรับ พล.ต.ต.ธีรเดช ยังเดินหน้าโครงการ “เติมฝันสู่บัณฑิต” เพื่อช่วยเหลือบุตรหลานของข้าราชการตำรวจ ในสังกัดกองสืบนครบาล IDMB อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ครอบครัวตำรวจ ให้มีการศึกษาที่ดี ตามปรัชญาการทำงานของหน่วย “รักองค์กร มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” 

พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. “สาขาปราบปรามยาเสพติดดีเด่น” ในรอบปีที่ผ่านมา ได้สร้างผลงานการจับกุมและทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ได้เป็นจำนวนมาก พร้อมยึดทรัพย์กว่า 100 ล้านบาท จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ 

(สุรินทร์) กกล.สุรนารี จัดกิจกรรม เยาวชนชายแดนสัมพันธ์ ตามโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา

วันที่ 28 เมษายน 2566 พันเอก ปิยวัฒน์ สุประการ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เป็นประธานเปิดจัดกิจกรรม เยาวชนชายแดนสัมพันธ์ ตามโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ณ ห้องล้านช้าง อาคารฝึกประสบการณ์วิชาชีพล้านช้าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์  มี พันเอก จิตรกร จันทร์สว่าง รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 2  พันเอก จิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ เสนาธิการกองกำลังสุรนารี   ผศ.ดร.ฉลอง สุขทอง อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์  

ผศ.ดร.สำเนาว์  เสาวกูล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์  คุณวลีรัตน์ วรรณฆษิตพงศ์ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  พันเอก พิทักชัย กิ่งเกษ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1  พันเอก กฤติพงศ์ สมุทรสาคร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3  พันโท ครุชน บุญเทศ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 และ Manny chiuith รองนายอำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร ราชอาณาจักรกัมพูชา เข้ารวมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งกองกำลังสุรนารี ได้จัดกิจกรรมเยาวชนชายแดนสัมพันธ์ ตามโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดนด้านไทย – กัมพูชา ในห้วงวันที่ 28 - 29 เมษายน 2566 จังหวัดสุรินทร์

โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนในพื้นที่ชายแดน ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งศึกษาเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ชายแดนได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนอย่างสร้างสรรค์ และได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อวางรากฐานที่ดีในอนาคต ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ดำเนินการคัดเลือกเยาวชนตามคุณสมบัติ เข้าร่วมกิจกรรมฯ รวมทั้งสิ้น 40 คน  

ประกอบด้วย เยาวชนไทยและเยาวชนกัมพูชาในหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน ด้านไทย-กัมพูชา ทั้ง 5 พื้นที่ จำนวน 30 คน  และเยาวชนบุตรหลานกำลังพล ในพื้นที่ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 10 คน โดยมีกิจกรรม ที่สำคัญประกอบไปด้วย กิจกรรมสันทนาการกลุ่ม ทำความรู้จักกัน  การศึกษาดูงานโครงการทหารพันธุ์ดี  การแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ งานเลี้ยงสัมพันธ์  กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดสุรินทร์ ชมการแสดงช้าง ณ ศูนย์คชศึกษาจังหวัดสุรินทร์ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และทัศนศึกษา ณ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาสุรินทร์ ทั้งนี้ในการจัดกิจกรรม กองกำลังสุรนารี ได้รับความอนุเคราะห์ และความร่วมมือจากจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ หาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ และส่วนราชการ หน่วยทหาร ในพื้นที่ชายแดน เป็นอย่างดี
ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

‘เสกสรร’ นักมวยไทยชื่อดัง โพสต์ขอบคุณ ‘พล.ต.อ.อัศวิน’ หลังเมตตาให้การสนับสนุน จนคว้าชัยในศึก ‘ONE ลุมพินี’

(29 เม.ย.66) นายวสันต์ อิสลาม หรือ ‘เสกสรร อ.ขวัญเมือง’ นักมวยไทยชื่อดังระดับแนวหน้า ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอบคุณ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่คอยให้การสนับสนุนตนมาตลอด หลังสามารถคว้าชัยในรายการ ONE Championship ศึก ‘กิ่งซางเล็ก’ งัดฟอร์มเด็ดพิชิต ‘ช่อฟ้า’ | ‘เสกสรร’ ประชัน ‘ฌอน แคลนซี’ นักมวยจากประเทศอิตาลี โดยระบุว่า…

เก็บชัยชนะอีกครั้ง🥇
ขอขอบคุณลูกพี่ ส.สมหมาย ที่สนับสนุนผม🙏🏻
ขอขอบคุณท่าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่สนับสนุนผม🙏🏻
ขอขอบคุณพี่ ชาตรี ศิษย์ยอดธง สำหรับเงินโบนัสที่มอบให้ผมเป็นครั้งที่ 3 🙏🏻
ผมขอขอบคุณรายการ ONE ลุมพินี ที่ทำให้ชีวิตและครอบครัวของผมดีขึ้นเป็นอย่างมากจริงๆ

ที่มา : https://www.facebook.com/wasan.islam/posts/pfbid0Yh9ZBFnoZrKMe9kADsSXMAm2ZYkSS8sELwaMmsiH5f6wjz4uWzCk8LAR6nmDt68bl

‘พงษ์ภาณุ’ ชี้สงครามการค้า ‘สหรัฐฯ - จีน’ พาอุตฯ หลัก แห่ย้ายฐานการผลิต ชี้!! ‘อินโดฯ - เวียดนาม’ ที่มั่นใหม่ แนะ!! ‘ไทย’ เร่งคว้าโอกาสก่อนตกขบวน

สงครามการค้า 'จีน-สหรัฐฯ' ระเบียบโลกสั่นคลอน โลกาภิวัฒน์ถดถอย อินโดนีเซียและเวียดนามได้ประโยชน์เต็มๆ จากนโยบายต่างประเทศที่ชาญฉลาด แล้วไทยจะยืนอยู่ตรงไหน???

(30 เม.ย.66) นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ได้ให้มุมมองต่อเศรษฐกิจของโลกและภูมิภาคอาเซียน ผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00- 08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 66 โดยระบุว่า...

จากสงครามการค้าที่เกิดขึ้นระหว่างมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก สหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งสหรัฐฯ มองว่า จีน จะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญทั้งในด้านเทคโนโลยีและการทหาร เพราะฉะนั้น ทางสหรัฐฯ จึงได้แบนสินค้าจากจีน ด้วยการอ้างเหตุผลสารพัด ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จนถึงปัจจุบัน แม้จะเปลี่ยนผู้นำคนใหม่แล้ว สถานการณ์ก็ยังคงเหมือนเดิม 

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ไม่เพียงแต่การแบนสินค้าจากจีนเท่านั้น แต่ในช่วงที่ผ่านมา แบรนด์สินค้าจากฝั่งสหรัฐฯ ที่เคยมีฐานการผลิตใหญ่อยู่ในประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิล ไนกี้ และอีกหลายแบรนด์ ก็ได้เริ่มทยอยย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะมองว่า ฐานการผลิตในจีนเริ่มไม่มีความมั่นคง ไม่มีความปลอดภัย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีระบบการปกครองที่เป็นเผด็จการ ธุรกิจในประเทศถูกควบคุมโดยรัฐบาลกลาง มีความสุ่มเสี่ยงมากขึ้น

แน่นอนว่า หากแบรน์ใหญ่ ๆ เหล่านี้ เลือกฐานการผลิตประเทศใด ย่อมสร้างรายได้ และสร้างงานให้กับประเทศนั้น ๆ ได้อย่างมหาศาล ซึ่งจะเห็นได้ว่า หลาย ๆ ประเทศในอาเซียนต่างพยายามนำเสนอจุดแข็งของประเทศเพื่อดึงดูเม็ดเงินการลงทุนจากแบรนด์สินค้าเหล่านั้น

นายพงษ์ภาณุ ระบุว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มองว่ามีอยู่ 2 ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่จะได้รับผลประโยชน์อย่างสูงมากกว่าชาติอื่น ๆ นั่นก็คือ อินโดนีเซีย และเวียดนาม 

เหตุที่มองเช่นนั้น เพราะว่า ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด หรือ โจโควี ของอินโดนีเซีย ที่เป็นผู้นำประเทศมา 10 ปี และกำลังจะครบเทอมในปีหน้า เป็นคนที่วางตำแหน่งประเทศอินโดนีเซียได้ยอดเยี่ยมมาก...

ข้อแรก วางตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เปิดเสรีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเต็มที่

ข้อสอง เป็นประเทศที่มีนโยบายการต่างประเทศที่เป็นอิสระ ที่สำคัญตัวผู้นำประเทศยังสามารถคุยได้กับทุกฝ่าย นับเป็นผู้นำประเทศเพียงไม่กี่คนที่ได้พบปะพูดคุยกับผู้นำถึง 4 ประเทศ ประกอบด้วย โจ ไบเดน, สีจิ้นผิง, วลาดีมีร์ ปูติน และ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ในปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นคนเดียวที่มีโอกาสพบผู้นำ 4 คนภายในปีเดียว สะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำประเทศอินโดนีเซียคนนี้ ได้รับการยอมรับมากเพียงใด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top