Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘ทิพานัน’ บอกข่าวดี ‘ผู้ประกันตน ม.33’ ขยายเวลาสินเชื่อซื้อบ้านดอกเบี้ยถูก ผ่านแอปฯ เริ่ม 8-31 พ.ค. ชี้ ‘บิ๊กตู่’ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ-ยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.

(26 เม.ย.66) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเพิ่มมากขึ้น ผ่านโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกันตนมาตรา 33 ยื่นขอสินเชื่อ 18,815 ล้านบาทแล้ว จากกระแสความต้องการของผู้ประกันตน ล่าสุดมีข่าวดี โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตน ที่สนใจขอรับรหัส เข้าร่วมโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนเพิ่มเติมได้แล้ว ผ่านแอปพลิเคชัน GHB ALL GEN ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 นี้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 เวลา 16.00 น. 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถใช้สิทธิในการไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัย หรือรีไฟแนนซ์ รวมถึงลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในบัญชีเงินกู้ที่กู้อยู่กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีที่ 1-5 เท่ากับ 1.99% ต่อปี ด้วยวิธีการง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GHB ALL GEN และเพิ่มเพื่อน พร้อมสมัครไลน์ GHB Buddy เพื่อขอรหัสเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบกำหนดระยะเวลายื่นกู้ตามรหัสของท่านได้ที่ www.ghbank.co.th ทุกวันที่ 10, 20, 30 ของทุกเดือน

‘จุรินทร์’ ลั่น!! ‘ประชาธิปัตย์’ มีนโยบายรื้อสัญญาค่าไฟแพง เพื่อไม่ให้เป็นภาระ ปชช. จ่อเดินหน้ามาตรการลดค่าไฟผู้มีรายได้น้อย

(26 เม.ย.66) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองชูนโยบายแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ประชาธิปัตย์ยืนยันได้หรือไม่ว่าถ้าเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลหรือได้เข้าร่วมรัฐบาล จะมีวิธีการแก้ปัญหาค่าไฟแพงอย่างไร ว่า ถ้าได้จัดตั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์เรามีแนวทางที่จะเข้าไปแก้ปัญหาราคาพลังงานที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งหมดจะเดินหน้าอย่างมีวุฒิภาวะ อะไรที่ทำได้จริงเราจะบอกชาวบ้าน อะไรที่มันทำไม่ได้เพราะเป็นสัญญาผูกพันมาช้านานตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า เราก็จะบอกตรงๆ แต่อะไรที่แก้ได้เราก็จะเข้าไปแก้ เช่น สัญญาที่ผูกพันมาตั้งแต่ในอดีต ตนไม่อยากพูดว่าพรรคไหน เพราะรู้กันทั้งประเทศอยู่แล้วและจะเข้าไปดูว่าเป็นเงื่อนไขที่เราสามารถใช้ข้อกฎหมายเปลี่ยนแปลงสัญญาเพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าไฟกับพี่น้องประชาชนต่อไป ก็จะเร่งทำ รวมทั้งการเดินหน้ามาตรการที่เราทำอยู่ร่วมกับรัฐบาลชุดนี้ เช่น มาตรการลดค่าไฟให้กับผู้มีรายได้น้อยก็จะเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไป 

ย้อนคำพูด 'บิ๊กแดง' ถามปัญหาประเทศชาติ ไว้ใจใครแก้? เมื่อ 'อาจารย์-นักวิชาการ-เด็กนอก' ปลุกคนรุ่นใหม่ล้มล้างสถาบัน

ถูกหยิบยกกลับมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลอีกครั้ง สำหรับคำกล่าวของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ 'บิ๊กแดง' ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งได้บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง 'แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง' ณ หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก 11 เมื่อตุลาคม 2562 โดยระบุว่า...

“ทุกท่านไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อผมก็ได้ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ได้ แต่ขอถามทุกท่านว่า สุดท้ายแล้วปัญหาเรื่องความมั่นคง ควรจะให้ใครแก้...นักวิชาการ หรืออาจารย์บางคน ที่คบคิดกับพวกคอมมิวนิสต์เดิม เป็นคลังสมอง ร่วมกับนักเรียนนอก ซ้ายจัดดัดจริต ที่ไปเรียนจากประเทศที่เคยล่าอาณานิคม อบรมสั่งสอนแบบไร้จรรยาบรรณ ชอบอ้างเลข 2475 เป็นตัวชี้นำ ชอบอ้างว่าตนเป็นนักประชาธิปไตย แต่มีวาทกรรมจาบจ้วง ซึ่งบ้างก็เป็นนักธุรกิจ เจ้าของโรงงานที่เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง ชีวิตไม่เคยลำบากเหมือนพวกฮ่องเต้ซินโดรม เคยชุมนุมร่วมกับคนเผาบ้านเผาเมือง สมคบคิดกับชาวต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้าน เจาะพฤติกรรมล้างสมองคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นฐานให้แก่ตนเข้าสู่การเมือง มีพฤติกรรมล้มล้างชาติสถาบัน

คนไทยในสหรัฐฯ ส่งมอบโบราณวัตถุบ้านเชียง กลับคืนสู่ไทย เพื่อเป็นสมบัติของชาติ 13 รายการ

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย.66) ณ ห้องรับรอง 2 กระทรวงการต่างประเทศ นายณัฐพล ขันธหิรัญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และคณะ ประกอบด้วยนางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และนายณัฐพล ณ สงขลา ผู้อำนวยการกองทูตวัฒนธรรม เป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ทำพิธีมอบโบราณวัตถุบ้านเชียง จำนวน 13 รายการ ที่ชาวไทยในสหรัฐอเมริกาประสงค์ส่งมอบคืนให้กับประเทศไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ให้แก่กรมศิลปากรเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยนางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นผู้แทนกรมศิลปากรรับมอบ

การส่งคืนโบราณวัตถุในครั้งนี้เกิดจาก นายมะลิ นงเยาว์ ชาวไทยในสหรัฐอเมริกา ประสานมายังสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ว่ามีความประสงค์มอบโบราณวัตถุ กลับคืนสู่ประเทศไทยเพื่อเป็นสมบัติของชาติ ประกอบไปด้วย ภาชนะดินเผา จำนวน 5 รายการ และกำไลสำริด จำนวน 8 รายการ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เป็นผู้แทนรับมอบโบราณวัตถุดังกล่าว ณ วัดภูริทัตตวนาราม เมืองออนทาริโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้จัดส่งโบราณวัตถุดังกล่าวผ่านถุงเมล์การทูตพิเศษมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566

‘เพื่อไทย’ โชว์ 14 แนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง มั่นใจ!! หากได้เป็นรัฐบาล ปชช. มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี

(26 เม.ย.66) เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย โดยระบุว่า…

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน คือโลกแปรปรวน เกิดน้ำท่วม น้ำแล้งรุนแรงและถี่มากขึ้น สร้างความเสียหายให้ประเทศ การพัฒนาต้องหยุดชะงัก และต้องใช้งบประมาณมหาศาลเยียวยา ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มิติการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจะต้องเปลี่ยนไปด้วยวิธีคิดใหม่อย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะต้องไม่ท่วมไม่แล้ง ประชาชนต้องมีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี

พรรคเพื่อไทย มีมิติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด 14 ข้อ
1. จะมีประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อม จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม จะมีพ.ร.บ.อากาศสะอาด จะมี พ.ร.บ.น้ำเสีย และจะมีกฎหมายบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ให้อำนาจการเป็น Regulator ที่สมบูรณ์ โดยกฎหมายมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา และมีการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

2. ใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เช่น Incentive และ Sanctions เช่น Tax ทุน ดอกเบี้ยไปพร้อมๆ กัน

3. ปรากฏการหรือเป้าหมายใหม่ๆ เช่น Carbon Neutrality, Zero GHG Emissions, Good Agricultural Practices (GAP) และ Transboundary Haze Agreement (THA) จะมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน มีเจ้าของเรื่อง และมีการติดตามประมวลผลตลอด

4. Circular Economy จะต้องให้ความสำคัญทางด้านผลประโยชน์ควบคู่ไปกับผลผลิตสุดท้าย (ขยะ) อย่างเท่าเทียมกัน

5. การมองทรัพยากรป่าไม้ จะต้องปรับเปลี่ยนจากการมองแบบแยกส่วนทางด้านระบบนิเวศน์ (Ecological Approach) เป็นการมองแบบภูมิทัศน์ทางสังคม (Landscape Approach) แทน

6. ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศน์ทางทะเลมากขึ้น เพราะขณะนี้พบว่า บางจุดจะได้เข้าใกล้Planetary Limit and Tolerance แล้ว โดยใช้นโยบาย Blue Evolution 

7. ปัญหาคนทำลายป่าไม้ จะเปลี่ยนวิธีคิดจากเดิมคนอยู่กับป่า มาเป็นป่าอยู่กับคน เพื่อให้นโยบาย Green ประสบความสำเร็จทั้งในป่าและในเมือง

‘จุรินทร์’ ยกทัพออนทัวร์ ‘เชียงใหม่’ ขอคะแนน 27 เม.ย.นี้ โว!! หลายนโยบายครองใจเกษตรกร ไม่มีประวัติด่างพร้อย เห็นเป็นรูปธรรม

(26 เม.ย.66) พรรคประชาธิปัตย์ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2566 นี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะนำ ‘จุรินทร์ออนทัวร์’ พร้อมด้วยแกนนำพรรค เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนร่วมกับผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายจักรวาลธวัฒน์ วรรณาวงค์ เบอร์ 7 เขต 2 นายกัมปนาท ธิสา เบอร์ 7 เขต 3 นายวิชิต กลิ่นทอง เบอร์ 7 เขต 4 นางสาวจิตพลอย จิตจักรวาลทอง เบอร์ 7 และเขต 5 ว่าที่ ร.ท. วิศธร เถาตระกูล เบอร์ 9 พร้อมกับรณรงค์หาเสียงให้กับพรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 26 

สำหรับกิจกรรมในจังหวัดเชียงใหม่นั้น จะเริ่มด้วยการเดินหาเสียง บริเวณกาดแม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จากนั้นเดินทางไปหาเสียงที่ตลาดสามแยก อ.สันทราย ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 4 ต่อด้วยกาดสันป่าข่อย อ.เมือง ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 แล้วจะได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลเจ้าจีน ที่บริเวณกาดหลวง อ.เมือง ในเขตเลือกตั้งที่ 1 สำหรับในช่วงเย็นจะมีการปราศรัยที่บริเวณลานพลาซ่า สนามกีฬา 700 ปี อ.แม่ริม

‘เพื่อไทย’ ชู ยกระดับบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง จัดเก็บข้อมูลในระบบคลาวด์-เข้ารักษาได้ทุกพื้นที่ทั่วไทย

(26 เม.ย.66) เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความถึงระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ที่อธิบายโดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า…

พรรคเพื่อไทยจะยกระดับนโยบายโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่พรรคไทยรักไทยทำไว้เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ซึ่งหากได้กลับมาเป็นรัฐบาลในสมัยหน้า พรรคฯ จะดำเนินโครงการนี้ต่อ พร้อมกับการปฏิรูปงบประมาณทั้งระบบ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการบริหารจัดการโครงการฯ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะโอนมอบภารกิจในการเป็นหน่วยงานรับประกันด้านสุขภาพของประชาชนให้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แทนที่โรงพยาบาลเหมือนในอดีต 

พร้อมนี้ ยังจะเพิ่มงบประมาณในโครงการเป็น 1.6-1.7 แสนล้านบาทต่อปี เพื่อให้สปสช.ดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง สามารถเลือกแพทย์และโรงพยาบาลได้ตามที่ตัวเองต้องการ 

นอกจากนี้ ยังจะให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเก็บข้อมูลและประวัติการรักษาพยาบาลของคนไข้ไว้ในระบบคลาวด์ เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้การเรียกหาข้อมูลของคนไข้ทำได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหน

‘ดร.เอ้’ ควง ‘แนน ศิริภา’ ลุยทำคะแนนฝั่งธนฯ ชู ‘Wrap ตึกก่อสร้าง’ เล็งติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น 2,000 จุดทั่วกรุงฯ ดัน กม.ควบคุมมลพิษจริงจัง

(26 เม.ย. 66) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ตลาดสำเหร่ เขตธนบุรี ขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้กับ น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สัมคร ส.ส. กทม.เบอร์ 11 เขตธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ พรรคประชาธิปัตย์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการพบปะมีพี่น้องประชาชนที่มาจ่ายตลาดยามเช้า นำเสนอนโยบายของพรรค และรับฟังการสะท้อนปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อรวบรวมและผลักดันให้มีการแก้ไข โดยมีการสะท้อนถึงปัญหาค่าไฟฟ้าแพง ปัญหาค่าครองชีพปากท้อง และที่สำคัญคือ ปัญหาสุขภาพ จากฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานกระทบต่อวิถีชีวิตคนในชุมชน เนื่องจากคนในพื้นที่จำนวนไม่น้อยเป็นผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ นายสุชัชวีร์ ได้นำเครื่องตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ได้มาตรฐานไปตรวจวัด ในจุดที่ประชาชนร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบอย่างมาก ที่บริเวณถนนเจริญนคร 23 ด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัย ที่มีโรงเรียนอนุบาล และเป็นพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง กระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ทั้งนี้ จากการตรวจวัดในระดับพื้นที่พบ ค่าฝุ่น PM 2.5 ถึง 65 มคก./ลบ.ม. ถือว่าเกินค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดค่า PM 2.5 ไม่ควรเกิน 25 มคก./ลบ.ม.

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบาย ติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นคุณภาพสูงอย่างน้อย 2,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ และขอความร่วมมือป้าย LED แจ้งปริมาณฝุ่น พร้อมส่งสัญญาณเตือนเมื่อเกินค่ามาตรฐาน ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ จะกำหนดเงื่อนไขในกฎหมายอากาศสะอาด ให้ตึกที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างต้อง Wrap ตึก และสามารถเคลมเป็นภาษีได้ ถ้าไม่ Wrap ต้องมีมาตรการเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างหรือโดนภาษีหนัก และในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในที่มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาลมากมาย ควรเป็นเขต LEZ (Low Emission Zone) เช่น ถ้ารถสิบล้อเข้าเขตนี้ต้องเสียภาษีเพิ่ม รถควันดำห้ามเข้า เป็นต้น

“ตำรวจไซเบอร์ รวบเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นสรรพากร หลอกติดตั้งแอปดูดเงิน พบเชื่อมโยง 144 คดี เสียหายกว่า 10 ล้านบาท”

เมื่อวันที่ (25 เม.ย. 2566) ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีการจับกุมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหลอกลวงสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างจริงจัง

สืบเนื่องจากช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 คนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรโทรศัพท์หาผู้เสียหายขอตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษี แล้วจึงหลอกให้กดลิงค์ติดตั้งแอพพลิเคชั่นสรรพากรปลอม จากนั้นดูดเอาเงินจากบัญชีผู้เสียหายจนหมดบัญชี เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 กล่าวว่า มิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่สามารถเข้าถึงโทรศัพท์และเครือข่ายจากระยะทางไกลเข้าควบคุมโทรศัพท์เครื่องเป้าหมาย จากนั้นจึงโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก เชื่อมโยงมีผู้เสียหาย 144 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

สืบนครบาล รวบตัวตึงหลอกขายรถผ่านเฟซบุ๊กเสียหายกว่า 5 ล้านบาท หมายจับเพียบ

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. / ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) ให้ปราบปรามคนร้ายที่ก่อความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยเฉพาะอาชญากรรมทางออนไลน์  อีกทั้ง ทางเพจเฟสบุค "สืบสวนนครบาล" ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ให้ติดตามคนร้ายหลอกขายรถยนต์ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยมีบัญชีเฟซบุ๊กกว่า 10 บัญชี และมีบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงินจากลูกค้าอีกจำนวนมาก ก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ครั้งและมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท บางวันได้เงินหลายพันบาท บางเดือนได้เป็นแสนบาท มีหมายจับจำนวน  8  หมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ประกอบอาชีพ หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยออกไปข้างนอกหาเงินจากการหลอกลวงอย่างเดียว

วันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2566 เวลาประมาณ 08.30 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.  สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี, พ.ต.ท.ยิ่งยศ  ลีชัยอนันต์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น.  พ.ต.ต.ทศรัสมิ์ กิติธารา , พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ , ร.ต.อ.ธนพล มโนษร , ร.ต.อ.พีระเกียรติ ศิริฤทัยวัฒนา , ร.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ สนิทไทย รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ   ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT 5

ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพ รอง สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 , ร.ต.อ.หญิง ธิดารัตน์ ผดุงประเสริฐ รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.2  ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเชาวลิตร สว่างศรี อายุ 37 ปี  เลขที่ 160/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

โดยกล่าวหาว่า ฉ้อโกงประชาชน , ทุจริตโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน

ผู้ต้องหาตามหมายจับ 
1.ศาลอาญา ที่ 2217/2565 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน , ทุจริตโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน ” 
 

2.หมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 635/2565 ลงวันที่ 21  พฤศจิกายน  2565  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ”

3.หมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ 63/2565 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง และ โดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ”

4.หมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 370/2565 ลงวันที่  27  ธันวาคม  2565  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน , โดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน, เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จซึ่งอาจเกิดความเสียหายกับประชาชน ”

5.หมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ที่ 125/2564 ลงวันที่  27 ตุลาคม 2564  ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ”

6.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ 54/2564 ลงวันที่ 17  ธันวาคม 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกง , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ”

7.หมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 21/2563 ลงวันที่ 28  มกราคม  2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกง ” 

8.หมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 625/2558 ลงวันที่ 1 กันยายน 2558 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”รวม 8 หมายจับ สถานที่จับกุม บริเวณใต้ อาคารเอ เดอะแมทตริกซ์ คอนโดมิเนียม นครปฐม ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top