Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

‘บัญญัติ-กัลยา-ไชยยศ-จิตภัสร์’ ขนคาราวาน ปชป.สู่อีสาน  ยิงตรงนโยบายตอบโจทย์ชาวบ้าน ประชาธิปไตยท้องอิ่ม 

(17 เม.ย.66) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคอีสาน, น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรค และนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคอีสาน และผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 2 อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ของนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ผู้สมัคร ส.ส. อุบลราชธานี เขต 2 เบอร์ 4 และศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 3 อำเภอม่วงสามสิบของนายศุภชัย ศรีหล้า ผู้สมัคร ส.ส อุบลฯ เขต 3 เบอร์ 2 โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมงานคับคั่ง

โดย นายบัญญัติ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า จุดแข็งของ ปชป. คือ เราเป็นสถาบันพรรคการเมือง ข้อ 2 คือ มีอุดมการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงจังต่อการแก้ปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองและประชาชน และจุดแข็งข้อ 3 คือ ผลงานรัฐมนตรีของ ปชป. อาทิ นโยบายประกันรายได้ช่วยประคับประคองเกษตรกรให้ลืมตาอ้าปากได้ ในช่วงเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำจากวิกฤตโควิด-19 พิสูจน์ได้จากยอดส่งออก ตนจึงมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรค ปชป.จะไม่ผิดหวัง ขอย้ำว่าแม้จะมีคนออกไปจากพรรคไป แต่เราก็ยังมีคนไหลกลับเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก

‘หมอหนุ่ม’ ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย แจ้งข่าวดีหลังรักษา 6 เดือน เผย อาการดีขึ้นตามลำดับ เชื้อไม่มีการกระจายไปอวัยวะอื่นเพิ่ม

หมอหนุ่มป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย แจ้งข่าวดีหลังรักษา 6 เดือน ก้อนในปอดขวายุบลงครึ่งหนึ่ง ก้อนเล็กในปอดซ้ายหายเกือบหมด ไม่มีการกระจายไปที่กระดูก ตับ ไต หรือต่อมน้ำเหลือง ไม่ว่าชีวิตจะเลวร้ายแค่ไหน อย่าหมดหวังกับชีวิตเด็ดขาด

หมอหนุ่มป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย วานนี้ (15 เม.ย.66) นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล อายุ 28 ปี อัปเดตผลการรักษา 6 เดือน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘สู้ดิวะ’ โดยข้อความตอนหนึ่งระบุว่า ตัวเลข 6 เดือนนี้มีสำคัญมาก มันแปลว่าที่ 6 เดือนหลังจากวินิจฉัยจะมี 50% ของคนที่เป็นโรคมะเร็งปอดชนิดนี้ ที่มีการลุกลามของมะเร็งเพิ่มขึ้น และดื้อต่อการรักษาหลักที่กำลังให้อยู่

เดือน ต.ค.65 หมอกฤตไท ได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งปอดที่มีการลุกลามไปสมอง โดยหมอกฤตไทได้รับการผ่าตัด ตรวจร่างกาย รับยาเคมีบำบัด รับการฉายแสง ต่อมาในเดือน พ.ย.65 หมอกฤตไทได้รับผลข้างเคียงทุกอย่าง ขนร่วงหมดตัว

เดือน ธ.ค.65 ติดตามผลการรักษาครั้งแรกที่ 3 เดือน ผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บอกว่าก้อนที่ปอด มีขนาดเล็กลง และมะเร็งไม่มีการกระจายไปที่อวัยวะอื่นเพิ่มเติม ตัวโรคในภาพรวมยังคงสงบ แต่ก้อนในสมอง ไม่ใช่แบบนั้น เนื่องจากยาที่ได้ ผ่านเข้าสมองได้น้อยมาก เชื้อมะเร็งในเนื้อสมองจึงเริงร่า

เดือน ม.ค.66 อาการของหมอกฤตไทย ดีขึ้นมากๆ กลับไปออกกำลังกายได้แทบจะปกติ ได้กลับไปสอนนักศึกษา ได้กลับไปทำงาน เริ่มวางแผนที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป

เดือน ก.พ.66 การติดตามในสมอง 3 เดือนหลังจากฉายแสงครบ ถึงแม้ก้อนที่ฉายแสงไปจะยุบลง แต่มีก้อนใหม่เพิ่มขึ้นมา 3 ก้อน  ตอนนั้นหมอกฤตไทตัดสินใจที่จะสังเกตอาการไปก่อน หลังจากนั้นกลับมารับการตรวจสมองอีกครั้ง ก้อนที่เจอครั้งก่อน โตขึ้นเป็น 2 เท่า ร่วมกับมีก้อนใหม่เพิ่มขึ้นอีก ตอนนี้ในหัวของหมอมีทั้งหมด 13 ก้อน และมีอาการชักร่วมด้วย จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการฉายแสงทั้งศีรษะ เพื่อกำจัดเชื้อมะเร็งที่น่าจะกระจายไปทั่วสมอง ซึ่งก็แปลว่าเนื้อสมองส่วนปกติของผมก็จะโดนรังสีไปด้วย ส่งผลให้สมองผมเสื่อมแน่นอน แค่มากหรือน้อย เร็วหรือช้าเท่านั้น จะเรียนปริญญาเอกอีกใบก็คงจะเป็นไปได้ยากมาก ๆ ถึงผมจะไม่อยาก แต่มันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วจริง ๆ

เดือน มี.ค.66 หมอกฤตไท เริ่มรับการฉายแสงทั่วศีรษะ โชคไม่ดีเท่าไหร่ สมองบวมเยอะ ทำให้มีความดันในกะโหลกเพิ่มขึ้น หมอปวดหัวมากๆ ปวดแบบลูกตาจะกระเด็นออกมา อ้วกพุ่งออกมาทางจมูกด้วยความแรงเดียวกับที่พุ่งออกทางปาก ต้องนอนโรงพยาบาลสังเกตอาการ และรับยาสเตียรอยด์เพื่อกดการอักเสบของสมอง ยาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็ต้องแลกกับผลข้างเคียงของยา

หลังจากนั้น หมอกฤตไทมีอาการปวดหัวรุนแรงอีกครั้ง ผลเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองบอกว่า ก้อนในสมองผมมีเลือดออกและเลือดนั้นทำให้แรงดันในสมองเพิ่มขึ้น อาจต้องรับการผ่าตัดระบายเลือดออก โชคดีที่สุดท้ายปริมาณเลือดนั้นไม่ได้มากพอที่จะต้องผ่าตัดเปิดสมอง อาการปวดหัวน่าจะเป็นผลข้างเคียงจากการฉายแสงมากกว่า แต่ก็ต้องรอทำเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า กินยากดการอักเสบลดสมองบวมต่อไปก่อน ซึ่งพอกินยาตัวนี้ติดต่อกันนานๆ ทำให้ต้องกินยาป้องกันการติดเชื้อราในปอดควบคู่ไปด้วย ค่าผลเลือดต่าง ๆ พังไปหมด ทั้งที่ออกกำลังกายและคุมอาหารอย่างดีกินยาสม่ำเสมอในขนาดสูงสุด แต่ค่าไขมันเลวในเลือดก็สูงกว่าค่าปกติมากๆ นอกจากนี้ยังต้องกินยากันชักและยาชะลออาการสมองเสื่อมทุกวันเช้า-เย็น มีอาการปวดกระดูกซี่โครง ที่ไม่รู้ว่ามะเร็งลุกลามไปกระดูกหรือเปล่า

“ก่อนหน้านี้ผมจองตั๋วไปญี่ปุ่นเอาไว้ แต่จากอาการต่างๆ ทำให้ความหวังที่จะได้ไปเที่ยวดูเป็นเรื่องตลกมาก ๆ 2 วัน ก่อนบินไปญี่ปุ่น ผมยังแอดมิทอยู่ด้วยซ้ำ เหลือเชื่อมาก ๆ ที่ผมได้ไปเดินกับพีมในสวนที่เต็มไปด้วยดอกซากุระ ได้พาพีมไปดูภูเขาไฟฟูจิ ไปสูดอากาศสะอาด ไปกินอาหารอร่อย ได้ไปสวนสนุก ได้ใส่ชุดกิโมโนคู่กัน และผมได้กินเนื้อโกเบ ผมยังคงกินยามหาศาล นอนได้วันละ 2-3 ชั่วโมง ยังคงท้องผูกและต้องคอยสังเกตอาการตัวเองอย่างจริงจังตลอดเวลา แต่ผมก็ยังไปด้วยความหวัง ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”

เดือน เม.ย.66 ตอนนี้ คือ 6 เดือน หลังจากได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ผบเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ทรวงอกและช่องท้อง รวมถึงตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง พบว่า ก้อนที่ปอดขวายุบลงไปครึ่งหนึ่งจากของเดิม ก้อนเล็กๆ ที่ปอดซ้ายหายไปเกือบหมด ก้อนในสมองทุกก้อนยังอยู่ แต่ถือว่าสงบ ไม่มีก้อนขึ้นใหม่ที่อวัยวะอื่น ไม่มีการกระจายไปที่กระดูก ตับ ไต ปอด หรือต่อมน้ำเหลือง มีเพียงก้อนที่เยื่อหุ้มปอดที่โตขึ้นไปกดกระดูกซี่โครงทำให้มีอาการปวด ซึ่งสามารถทำการฉายแสงเฉพาะจุดที่ก้อนได้

‘สามกีบ’ แอบชื่นชม หลัง ‘ชัยวุฒิ’ โชว์ทักษะดีเบตเหนือชั้น แถมชี้ชวนให้กลุ่มอันแฟน ‘ตระหนักถึงรากเหง้า’ ได้อย่างแนบเนียน

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 66 ที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งใช้เวลา วันหยุดช่วงสงกรานต์ กลับบ้านเกิดหาเสียงที่จังหวัดสิงห์บุรี โดยในช่วงหนึ่งของการหาเสียงมีข้อความระบุว่า...

"อยากให้ทุกคนคิดถึงรากเหง้าของความเป็นคนไทย บรรพชนที่เสียสละชีวิต เสียสละ เลือดเนื้อเพื่อแผ่นดินไทย ให้มากๆ และไม่อยากให้มีคนมารณรงค์หาเสียงให้เกิดความชังชาติ ลืมรากเหง้าของความเป็นคนไทย รณรงค์ให้คนไม่ไปเกณฑ์ทหาร ไม่รู้จักเสียสละเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ วันนี้จึงต้องมาช่วยกัน ปลูกฝังค่านิยม รักชาติ รักแผ่นดิน ความเสียสละ ทําเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ให้ประเทศไทยมั่นคงเข้มแข็ง และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดไป ระหว่างนั้นก็มี กลุ่มผู้เเทน บ้านบางระจัน บอกว่าทุกวันนี้ ที่เเต่งชุด วีรบุรุษค่ายบางระจัน ก็เพื่อ อยากให้ คนรุ่นใหม่ รับรู้ถึงความเสียสละ ความรัก ความสามัคคี ของคนในชาติ ไม่อยากให้คนขัดเเย้งกันมี"

หลังจากนั้น ได้มีการแชร์ในโลกโซเชียลไปมากมาย และปรากฎว่า…

“ต้องยอมรับว่าเค้าดีเบตเก่ง อะไรที่ชัดหรือเขามองว่าเขาจะแก้ไม่ได้ เขาจะพูดแทรก แทรก แทรก แทรก จนเกิดการโต้แย้งและเปลี่ยนประเด็นและยังโยนข้อมูลใส่ร้าย โยนใส่ดื้อ ๆ เพื่อให้ฝั่งที่เชียร์ตัวเองเชียร์เฮ และ พร้อมเชื่อ หรือ คนที่ไม่รู้ข้อมูลอาจเชื่อ”

“ชัยวุฒิฉลาดกว่าในการแถ แบบเนียนๆ”

“ชัยวุฒิ ไพบูลย์ คือมีสกิลนักการเมือง เน้นหาทางวกเข้าเรื่องที่อยากพูด ไม่ได้กะว่าจะต้องตอบคำถามอะไรแบบตรงไปตรงมา คุยกันเรื่องทุนผูกขาด อยู่ดี ๆ พาเข้าทุนไทยซัมมิต ไพบูลย์ก็กฎหมายมันว่ามาอย่างนี้ มันจะไปผิดตรงไหนสุชาตินี้วอแตก ลุกขึ้นยืนเอานิ้วชี้หน้าเลย”

'ศิลัมพา' ถาม 'เศรษฐา' หมดมุกหรือถึงเหยียดลุงตู่เรื่องภาษาอังกฤษ ย้อนเจ็บ ยิ่งลักษณ์ 'แท้งกิ้วทรีไทม์' แบบนี้คือดีใช่ไหม?

(18 เม.ย.66) น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ผู้สมัครส.ส กทม. เขต 24 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวโจมตีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องเกี่ยวกับภาษาอังกฤษว่า ที่ไม่ได้หาตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ ตนเห็นข่าวนี้แล้วก็แทบไม่เชื่อ หูตัวเอง ว่าคนพูดจะเป็นถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย 

เพราะเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่สาระสำคัญของการที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ เพราะนายเศรษฐา ที่เป็นนักธุรกิจบริหารองค์กรใหญ่โต ย่อมจะต้องทราบดีว่า ผู้นำประเทศต่างๆ ที่มีภาษาเป็นของตนเอง เวลาไปเจรจากับประเทศอื่นๆ ก็จะใช้ภาษาของตนเอง ซึ่งแสดงถึงความภูมิใจในเอกลักษณ์ของชนชาติตนเอง โดยจะมีล่ามทำหน้าที่สื่อความหมาย กับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดามาก ไม่ได้เป็นปัญหาในการเจรจา การค้าหรือการสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นผู้นำจากจีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, รัสเซีย หรือประเทศในตะวันออกกลาง ผู้นำเขาก็ใช้ภาษาของตนเองทั้งสิ้นเวลาไปเจรจา กับมิตรประเทศต่างๆ

การที่นายเศรษฐาหยิบยกประเด็นเรื่องความสามารถ ในการใช้ภาษาอังกฤษของพลเอกประยุทธ์ มาเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถ ไปเปิดตลาดการค้าใหม่ๆ ได้ ซึ่งการเชื่อมโยงเรื่องภาษากับเรื่องการเปิดตลาดการค้า ก็ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลต่อกันแต่อย่างใด เพราะจากความเป็นจริงที่ปรากฏ ก็จะพบว่าในยุคของพลเอกประยุทธ์นั้น เดินทางไปเจริญสัมพันธ์ทำไมตรีและเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆ มากมาย

‘ชินวัตร’ ขายที่ดินย่านลาดหญ้า 22 แปลง ให้ ‘เอสซีฯ’ รองรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เพื่อต่อยอดอสังหาฯ

ครอบครัวชินวัตร ขายที่ดินย่านลาดหญ้า 22 แปลง ให้ SC มูลค่า 1,239 ล้าน พัฒนาคอนโด
เมื่อวันที่ (17 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้นำวาระบริษัท เอสซี แอสเสท โฟร์ จำกัด (SC FOUR ) เป็นบริษัทย่อยของเอสชีที่มีแผนจะเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจำนวน 22 แปลง พื้นที่รวม 4 ไร่ 3 งาน 36.3 ตารางวา หรือ 1,936.3 ตารางวา มูลค่ารวม 1,239.23 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนลาดหญ้า จากบริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (RENDE) ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกันกับบริษัท เพื่อนำที่ดินมาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ตามแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 พิจารณาอนุมัติในวันที่ 19 เมษายน 2566

อย่างไรก็ตามเนื่องจากบริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (RENDE) ผู้ขายเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกันกับบริษัท การเข้าทำรายการดังกล่าว จะต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเอสซี ซึ่งต้องได้รับคะแนนเสียงอนุมัติไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย และภายหลังได้รับอนุมัติจะเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายในเดือนพฤษภาคมนี้

โดยผู้ซื้อบริษัท เอสซี แอสเสท โฟร์ จำกัด กับผู้ขายบริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มีความสัมพันธ์ ดังนี้ 

1. SC FOUR เป็นบริษัทย่อยของบริษัทโดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทถือหุ้น SC FOUR ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 
2. ครอบครัวชินวัตร เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 60.29 ของทุนที่ชำระแล้ว และเป็นผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ
3. ครอบครัวชินวัตร เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน RENDE ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนที่ชำระแล้ว 
4. นายณัฐพรศ์ คุณากรวงศ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานกรรมการของบริษัทและดำรงตำแหน่งกรรมการของ SC FOUR และเป็นสามีของนางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งถือหุ้นในบริษัทจำนวน 1,176,915,495 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.80 และถือหุ้นใน RENDE จำนวน 138,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30

การเข้าทำรายการซื้อที่ดินในครั้งนี้ จะทำให้ SC FOUR ได้ที่ดินเปล่าในบริเวณถนนลาดหญ้าขนาดพื้นที่ 4-3-36.3 ไร่ รวมกับที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ SC FOUR ขนาดพื้นที่ 0-3-10.9 ไร่ รวมเป็น 5-247.2 ไร่ เพื่อนำมาพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อขายจำนวน 2 อาคาร พื้นที่ขายรวมประมาณ 33, 322 ตารางเมตร โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟส เฟสละ 1 อาคาร โดยทยอยก่อสร้างและเปิดขายที่ละเฟส ซึ่งจะทำให้ SC FOUR สามารถพัฒนาโครงการได้อย่างต่อเนื่อง

โดยทำเลที่ตั้งของที่ดินมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการ ที่ดินแปลงนี้ตั้งอยู่บนถนนลาดหญ้า เป็นทำเลที่ดี มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เป็นศูนย์กลางการขยายตัวและเติบโตของเมืองจากฝั่งพระนครมายังอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา มีการคมนาคมที่สะดวก ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีคลองสานเพียง 600 เมตร รวมถึงการเริ่มพัฒนาโครงการสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมอัญเชิญพระบรมรูปหล่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ทรงม้า) ประดิษฐานที่บริเวณวงเวียนแยกอุ้มผาง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

วันที่ 17 เมษายน 2566 เวลา 08.30 น. พลโท สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธาน พิธีอัญเชิญพระบรมรูปหล่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (ทรงม้า) ไปประดิษฐาน ณ เขตทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณวงเวียนแยกอุ้มผาง  ซึ่งอำเภอแม่สอด ร่วมกับ วัดป่าสุทธิธรรม สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงพระราชสมภพ 

ผบ.ทร. รับมอบเรือหลวงช้าง ณ อู่ต่อเรือ 'หูตงจงหัว' สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันนี้ 17 เมษายน 2566 พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย นางจตุพร ชมเชิงแพทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ และคณะเป็นประธานในพิธีรับมอบ เรือหลวงช้าง เรือยกพลขึ้นบก ลำใหม่ของกองทัพเรือ ณ อู่ต่อเรือหูตงจงหัว สาธารณรัฐประชาชนจีน   

กองทัพเรือ ได้จัดหาเรือยกพลขึ้นบกลำใหม่ เข้าประจำการในกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เพื่อทดแทนเรือยกพลขึ้นบกลำเก่า (เรือหลวงช้างลำที่ 2) ตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือระยะ 20 ปี พ.ศ.2560-2579 ซึ่งกำหนดความต้องการเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบก ขนาดใหญ่ไว้ จำนวน 4 ลำ เพื่อใช้ปฏิบัติงานร่วมกับเรือ อากาศนาวี หน่วยกำลังต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง หน่วยกำลังนาวิกโยธิน และหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ตั้งแต่ในภาวะปกติ

ศรชล./ทรภ.1 ส่งเรือ ต.269 รับลูกเรือเขมร สลิงขาดบาดเจ็บใกล้อวัยวะเพศ ส่ง รพ.ได้อย่างปลอดภัย

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล/ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดระยอง (ศรชล./ศคท.จว.ระยอง) ได้รับแจ้งผ่านทางด่านตรวจประมงระยอง จากเจ้าของเรือขุนพลสมุทร 44 เครื่องมืออวนครอบหมึก ว่ามีลูกเรือชาวกัมพูชา นาย DEN VIT สัญชาติกัมพูชา อายุ 22 ได้รับบาดเจ็บจากลวดสลิงขาดและได้รัยบาดเจ็บที่บริเวณต้นขาใกล้อวัยวะเพศ ในขณะที่แจ้ง เรือทำการประมงอยู่บริเวณทางด้านทิศใต้ของจังหวัดระยอง ห่างจากฝั่งประมาณ 40 ไมล์ และกำลังมุ่งหน้ากลับเข้าฝั่ง ณ ท่าเรือกลุ่มเกษตรกรบ้านเพ จ.ระยอง ต้องการให้นำเรือออกไปรับผู้ป่วยเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด

ศรชล./ศคท.จว.ระยอง ได้ประสานขอรับการสนับสนุนจาก ศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล.ภาค 1 จัดเรือ ต.269 จากทัพเรือภาคที่ 1 เข้าทำการช่วยเหลือ พร้อมประสานศูนย์รับแจ้งเหตุฯ ระยอง (1669) ในการจัดรถพยาบาลกู้ชีพ จากมูลนิธิสว่างพรมาบตาพุด เตรียมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดย เรือ ต.269 ได้นำผู้บาดเจ็บกลับถึงฝั่ง ขึ้นที่ท่าเรือมาบตาพุด TCT MTP (Thai Connectivity Terminal Co.,Ltd) ท่าหมายเลข 3 (TCT 3) 

'เสธ.หิ' ฟาด 'เศรษฐา' หลังบิดเบือนข้อมูล 'บิ๊กตู่' ไม่สนใจทุกข์ปชช. ลั่น!! วาทกรรมยุคเก่าใช้ไม่ได้ผล ยุคนี้ปชช. ค้นข้อมูลเป็น

'ดร.หิมาลัย' ฟาด 'เศรษฐา' ไม่ยั้ง บิดเบือนข้อมูล ไม่เอาความจริงมาพูด เหตุใส่ความบิ๊กตู่ไม่สนใจทุกข์ประชาชน ชี้!! วาทกรรมยุคเก่าใช้ไม่ได้ผล ยุคนี้ประชาชน ค้นข้อมูลเป็น

(18 เม.ย.66) จากกรณีที่สื่อมวลชนสอบถามนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับนโยบายให้เงินเดือนละ 1,000 บาท 12 เดือน กับของเพื่อไทยที่ให้เงินดิจิทัล 10,000 บาท นายเศรษฐา ได้ตอกกลับว่า “ท่านคิดว่าตลอดเวลาที่ท่านอยู่มา 8 ปี ประชาชนทุกกลุ่มไม่ได้เดือดร้อนไปหัวระแหงหรอ ก็ขอให้กลับไปดูหน่อย พยายามได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินบ้าง ท่านจะได้เข้าใจถ่องแท้ถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน” 

ล่าสุด ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาตอบโต้นายเศรษฐา ถึงประเด็นนี้ว่า "เวลาคุณเศรษฐาออกมาพูดโจมตีท่านพล.อ.ประยุทธ์ มักจะพูดในสิ่งที่ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ไม่มีแหล่งอ้างอิง พูดเกินเลยความเป็นจริงไปมาก ที่พูดว่าอยู่มา 8 ปี ประชาชนทุกกลุ่มเดือดร้อนไปหัวระแหง ตนต้องชี้แจงเรื่องนี้ว่าก็มีความจริงบางส่วน เช่น สถานการณ์โควิด19 แต่ไม่ได้มีเพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่เดือดร้อน ประเทศอื่นทั่วโลกก็พบเจอ

"ท่านพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยนิ่งนอนใจที่เห็นประชาชนทุกข์ยากในเวลานั้น ท่านได้รีบสั่งการทันที โดยจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยทยอยลดลง อีกทั้งท่านยังรีบระดมฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อค่อยๆ ลดลงเช่นกัน

"ส่งผลให้หลายฝ่ายต่างชื่นชมการทำงานของรัฐบาล ในการต่อสู้กับสถานการณ์โควิด19 ของประเทศไทย เช่น คุณอีริค เจฟฟรีย์ โทพอล แพทย์โรคหัวใจชาวอเมริกัน ก็ได้ยกย่องประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศ ที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 หรือ องค์การอนามัยโลก 

"หรือแม้แต่ WHO ก็ได้ยกย่องประเทศไทย ในฐานะ 'แชมป์เปี้ยน' ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณสุข ไปจนถึงการวางระบบดูแลสุขภาพประชาชนแบบถ้วนหน้า (Universal Health and Preparedness Review (UHPR)) ไว้อย่างยอดเยี่ยม นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยนิ่งนอนใจที่เห็นประชาชนทุกข์ยาก ตามที่คุณเศรษฐาออกมาพูดเลย ว่าท่านไม่เข้าใจถ่องแท้ถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน" 

‘ดรุณวรรณ’ เผย ‘จุรินทร์’ เตรียมนำ ผู้สมัครส.ส. ออนทัวร์ 19 เม.ย. นี้ ตระเวนพบปะปชช. วันเดียว 3 จังหวัด ‘ราชบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี’

‘จุรินทร์’ ออนทัวร์ 19 เม.ย. นี้ วันเดียวสามจังหวัด ราชบุรี-สมุทรสงคราม- เพชรบุรี ตระเวนเดินสายพบประชาชน 

(18 เม.ย. 66) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันพุธที่ 19 เมษายน 2566 นี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมนำ ‘จุรินทร์ออนทัวร์’  ลงพื้นที่ในจังหวัดราชบุรี -สมุทรสงคราม- เพชรบุรี เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนพร้อมเปิดเวทีปราศรัยย่อย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top