Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

เปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในศึกเลือกตั้ง 2566

เปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในศึกเลือกตั้ง 2566

 

พรรครวมไทยสร้างชาติ
1.พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
2.พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

พรรคพลังประชารัฐ
1.พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พรรคก้าวไกล
1.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

พรรคประชาธิปัตย์
1.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
.
พรรคภูมิใจไทย
1.อนุทิน ชาญวีรกูล

ทีเส็บ จัดโรดโชว์โครงการ ‘ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย’ เปิดประตูสู่ภาคตะวันออก เยือนพัทยาสร้างความมั่นใจ จัดกิจกรรมไมซ์ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย

‘ทีเส็บ’ เปิดตัวโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” ให้งบสนับสนุนองค์กร จัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลภายในประเทศจำนวน 1,000 กลุ่ม หวังสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท จัดโรดโชว์ปลายทางเมืองไมซ์ซิตี้ทั่วประเทศ กระตุ้นตลาดไมซ์ในประเทศ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย ณ โรงแรมอมารี พัทยา จังหวัดชลบุรี


ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “ทีเส็บได้ให้การสนับสนุนหน่วยงาน หรือองค์กรที่ดำเนินการจัดประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 โดยในปี 2566 นี้ ทีเส็บได้เดินหน้าให้การสนับสนุนต่อภายใต้ชื่อโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เพื่อเร่งกระตุ้นนักเดินทางไมซ์และสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยใช้กลไกการสนับสนุนเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการจัดงานไมซ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ทุกภูมิภาคอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์ ชุมชน รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ได้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ก่อเกิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ


สำหรับงานโรดโชว์ในครั้งนี้ที่พัทยา เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็น 1 ใน 10 “เมืองแห่งไมซ์” ด้วยความพร้อมของสถานที่จัดประชุมสัมมนา เหมาะสำหรับการจัดกิจกรรมไมซ์ และการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลให้กับพนักงาน รวมถึงการจัดงานไมซ์ในสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช พัทยา (PEACH) ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา (NICE) ที่ได้รับมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย TMVS (Thailand MICE Venue Standard) สามารถรองรับผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงานได้อย่างครบครัน พัทยาจึงมีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้านที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานไมซ์ได้อย่างยอดเยี่ยม


ภายในงานโรดโชว์ได้รับเกียรติจาก คุณนิติ วิวัฒน์วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน และคุณทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา ร่วมเปิดงาน โดยมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเสวนาในหัวข้อ “กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยกิจกรรมประชุมไมซ์ในประเทศ” โดย คุณสุวิมล ตวงวุฒิกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี  คุณสรรเพ็ชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก และ คุณบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา โดยมี คุณรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนการตลาดด้านอุตสาหกรรมไมซ์ ภาคตะวันออก มาให้ข้อมูลโครงการประชุมเมืองไทยฯ และ คุณนราศักดิ์ ม่วงแก้ว ผู้จัดการส่วนงาน MICE Innovation ร่วมให้ข้อมูลเรื่องแพลตฟอร์ม Thai MICE Connect

 
นอกจากนี้ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “จับตาชีพจรไมซ์ปี 2566” โดย คุณภูมินทร์ มีถาวรกุล ผู้ปฏิบัติการอาวุโส ฝ่าย MICE Intelligence และ นวัตกรรม และยังมี Thai MICE Connect: Exclusive Clinic คลินิกให้คำปรึกษาการใช้งาน Thai MICE Connect แบบตัวต่อตัวอีกด้วย


สำหรับโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เป็นโครงการสนับสนุนด้านงบประมาณการจัดงานไมซ์ให้แก่ผู้ประกอบการและนิติบุคคลตามกฎหมายที่มีแผนการจัดการประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ โดยต้องมีการจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งใน 7 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมการประชุม (Meetings) กิจกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) กิจกรรมสัมมนา (Seminars) กิจกรรมการอบรม (Training) กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) กิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ (Outing) และกิจกรรมศึกษาดูงาน (Field trip)

‘เศรษฐา’ แจงปม ‘เป๋าตังดิจิทัล 1 หมื่นบาท’ มั่นใจ!! เศรษฐกิจโต ปีละไม่ต่ำกว่า 5%

(7 เม.ย.66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบายพรรค พท. และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค พท. นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรค แถลงกรณีมีการตั้งข้อสงสัยกระเป๋าตังค์ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 

นายเศรษฐา กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากที่พรรค พท. แถลงนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลวอลเลตเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเอาเงินมาจากไหน ช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมาประเทศเราบอบซ้ำมาเยอะโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนมีรายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม จนกระทั่งอยู่ในภาวะที่เรียกว่าซึมลึก ซึมนาน ซึมยาว รัฐบาลปัจจุบันก็ค่อยๆ หยอดน้ำข้าวต้มมาเรื่อยๆ เป็นจำนวนเงินเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจที่เหมาะสม พรรค พท.เราคิดใหญ่ทำเป็น โดยจำนวนเงิน 10,000 บาทนั้น เราจะให้เป็นเงินดิจิทัล 10,000 บาทเลย ที่ต้องให้เป็นกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไม่ให้เป็นเงินสด เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่เราสามารถจำกัดวิธีการใช้ได้ หากให้เป็นเงินสดก็อาจจะใช้ไปในทางอื่นที่ไม่เหมาะสม เช่น เรื่องของการพนัน ยาเสพติด การใช้หนี้นอกระบบ เทคโนโลยีจะสามารถบอกได้ว่าไปใช้อะไรบ้าง ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าหากเป็นหนี้สถาบันการเงิน จะสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เราต้องลงพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการ หากเป็นความต้องการเราก็จะนำมาพิจารณาอีกครั้ง 

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ส่วนระยะเวลาที่เราให้ใช้ภายใน 6 เดือนนั้น เพราะเราต้องการกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องให้ความสำคัญ อีกเรื่องคือระยะรัศมีในการใช้ตามบัตรประชาชน 4 กิโลเมตรนั้น หากพื้นที่ไหนที่ไม่มีร้านค้า ก็สามารถขยายระยะทางออกไปได้ ส่วนคนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แต่บัตรประชาชนอยู่ต่างจังหวัดจะสามารถใช้ได้หรือไม่นั้น เราตอบชัดเจนว่าไม่ได้ เพราะเราอยากให้กลับไปใช้เงินที่บ้าน เพื่อที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ไม่ใช่มากระจุกตัวที่หัวเมืองอย่างเดียว หากภายใน 6 เดือนนั้นไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเลย เงินก็จะหายไป ฉะนั้นคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ให้พี่น้องได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ภูมิลำเนาและไปกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนด้วย 

เมื่อถามว่ามีนักวิชาการมองว่าเป็นนโยบายประชานิยมสุดขั้ว พร้อมตั้งคำถามว่าเงินมาจากไหน และจะกระทบหนี้สาธารณะของประเทศ นายเศรษฐา กล่าวว่า นโยบายนี้จะทำให้ภาครัฐเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น นี่จะตอบคำถามได้ว่าเงินมาจากไหน ยืนยันว่าเม็ดเงินมาจากการจัดสรรงบประมาณ การจัดเก็บภาษี VAT ที่ได้เพิ่มมากขึ้น และการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล รวมทั้งสวัสดิการรัฐที่ลดน้อยลง ตนไม่อยากให้ใช้คำว่าประชานิยมสุดโต่ง แต่เป็นความจำเป็นและความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ต้องการการช่วยเหลือเวลานี้

เมื่อถามว่างบประมาณปี 67 ที่ตั้งไว้ 3.35 ล้านล้านบาท ถ้าเป็นรัฐบาลและนำเสนอนโยบายนี้ จำเป็นต้องปรับลดงบประมาณกระทรวงอื่นๆ อย่างเช่นกระทรวงกลาโหม หรืองบประมาณลงทุนหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีจะได้เพิ่มมากขึ้นกว่า 2 แสนล้าน ส่วนงบประมาณอื่นๆ นั้น จะต้องดูงบประมาณในส่วนอื่นๆ ไม่ใช่งบประมาณกระทรวงกลาโหมเท่านั้น ว่าอะไรเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน 

เมื่อถามว่าจำนวนเงินที่ได้สามารถนำไปใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ได้ทั้งหมด ยกเว้นซื้อบุหรี่หรือใช้หนี้นอกระบบ 

เมื่อถามว่าร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไปร่วมโครงการได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทั้งหมด ไม่กีดกั้นใครคนใดคนหนึ่ง เราเสมอภาคเท่าเทียม 

เมื่อถามว่าคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปสามารถใช้ได้ แล้วจะใช้งบประมารณเท่าไร นายเศรษฐา กล่าวว่า จะมีประชาชนกว่า 50 ล้านคนที่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งจะใช้งบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ช่วงไตรมาส 3 หากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งจะเริ่มได้ประมาณวันที่ 1 ม.ค.67 

เมื่อถามว่าคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ภายใน 4 ปี การเติบโตของจีดีพีเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี 

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายนี้มองประชาชนเป็นยาจก นายเศรษฐา กล่าวว่า “ผมไม่เคยมองประชาชนเป็นยกจก เป้าหมายของของพรรค พท. คือช่วยประชาชนพ้นหลุมดำของความยากจน ถ้าเกิดว่าดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เป็นจุดสตาร์ทให้ประชาชนลุกขึ้นเดิน ลุกขึ้นทำมาหากินได้อีกครั้งหนึ่ง ผมถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน”

‘บิ๊กป้อม’ ย้ำลูกพรรค หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ สร้างความเข้าใจเยาวชน อย่าหลงกลคนจ้องดิสเครดิต

(7 เม.ย.66) รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ได้ย้ำแกนนำพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนว่า ต้องหาเสียงสร้างสรรค์ อย่าโจมตีสาดโคลน รักษากฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรงเด็ดขาด เพราะ พล.อ.ประวิตร ประเมินแล้วว่า ในช่วงนี้บางพรรคพยายามปั่นกระแส และดิสเครดิตพรรคพลังประชารัฐในเรื่องสนับสนุนการยึดอำนาจในช่วงที่ผ่านมา แต่ พล.อ.ประวิตร ให้แนวทางไปว่า ควรชี้แจงกับประชาชนว่าพรรคยึดกติกาและรักษาประชาธิปไตย รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร ช่วยประสานความขัดแย้งในช่วงที่ผ่านมาเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าและกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเร็วที่สุด วันข้างหน้าความขัดแย้งต้องลดลง และจางหายไปในที่สุด

รายงานข่าวกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร บอกกับแกนนำพรรคให้แจ้งผู้สมัคร ส.ส.เวลาลงพื้นที่ว่า ที่ผ่านมาเยาวชนกลุ่มสามนิ้วมาประท้วง พล.อ.ประวิตร เช่น น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่มายกสามนิ้วให้ พล.อ.ประวิตร ในการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.หลักสี่-จตุจักร แต่ พล.อ.ประวิตรได้ทักทาย และย้ำว่าเป็นลูกหลาน จนเหตุการณ์ไม่บานปลาย หรือกรณี น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่มาขอสัมภาษณ์ พล.อ.ประวิตร ซึ่ง น.ส.ภัสราวลี ก็บอกสื่อมวลชนไปว่า หลังจากพูดคุยกับพลเอกประวิตรก็พบสัญญาณที่ดี เป็นต้น ตรงนี้แปลว่าเยาวชนกลุ่มสามนิ้วที่ต่อต้านนั้นหากได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร แล้วก็จะเข้าใจและปรับท่าที่ในเชิงบวกขึ้น รวมทั้ง พล.อประวิตร ยังพร้อมพูดคุยกับทุกฝ่ายเสมอ เพื่อให้บรรยากาศบ้านเมืองดีขึ้น ซึ่งตรงกับแนวทางของ พล.อ.ประวิตร ที่ให้แคมเปญหาเสียงว่าก้าวข้ามความขัดแย้ง

รายงานข่าวกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ย้ำว่าหากเยาวชนต้องการมาพูดคุยกับตนหรือแกนนำพรรคนั้น ขอให้ยึดหลักเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมอันดีของประเทศ สิ่งใดที่มาพูดคุย หรือเรียกร้องหากอยู่ในครรลองและกฎหมายก็สามารถร่วมมือกันได้ และที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร พอใจกับการพูดคุยกับเยาวชน นักศึกษาหลายสถาบันที่กลุ่มเฟซบุ๊ก FC ลุงป้อม ได้วิดีโอคอลให้ พล.อ.ประวิตร ได้สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ เพราะคนรุ่นใหม่ได้สะท้อนปัญหาหลายเรื่องให้ พล.อ.ประวิตร และทีมงาน FC ลุงป้อม รับไว้พิจารณาแก้ไข โดยพบว่าท่าทีของคนรุ่นใหม่นั้นพร้อมที่จับมือฝ่ายต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้ง และไม่มีท่าทีต่อต้าน พล.อ.ประวิตร ตรงนี้ทำให้ พล.อ.ประวิตร มั่นใจว่า หากเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่สื่อสารกับแกนนำพรรคต่างๆ อย่างเต็มที่นั้น ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันเป็นบ่อเกิดของความเห็นที่รุนแรงทางการเมือง จะลดระดับลงไปได้

‘ผู้การแต้ม’ โวย!! ป้ายหาเสียงถูกปลด พบป้าย ‘ทสท.’ เสียบแทน เตรียมร้อง กกต.-แจ้งความเอาผิด วอน ทุกพรรคทำตามกติกา

(7 เม.ย. 66) ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัคร ส.ส. เขตหลักสี่  พรรคปชป.แถลงว่า พบว่าป้ายหาเสียงของตนและผู้สมัครของพรรค ปชป.หลายเขตใน กทม.รวมไปถึงป้ายหาเสียงของพรรคอื่น ๆ อาทิ พรรคก้าวไกล (กก.), พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ก็ถูกปลดออกเช่นกัน แล้วกองไว้ในตำแหน่งที่ป้ายดังกล่าวเคยถูกติดตั้ง ซึ่งป้ายที่ถูกนำมาติดตั้งแทนที่นั้น เป็นป้ายหาเสียงของพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)

“ผมมองว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ระบบประชาธิปไตย และผิดกฎหมายอาญาด้วย เพราะป้ายหาเสียงเป็นทรัพย์สินของผู้สมัคร การมาปลดป้ายหาเสียงไปทิ้งทำลาย ถือว่าเป็นการทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งทางพรรค ปชป.จะดำเนินการแจ้งความ และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำภาพจากวงจรปิดมาตรวจสอบหาผู้กระทำผิดต่อไป” พล.ต.ต.วิชัย กล่าว

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ขอวิงวอนให้ทุกพรรคการเมืองหาเสียงภายใต้กฎกติกา มารยาท และตามกฎหมาย เพราะผู้ที่จะอาสามาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เมื่อขณะเป็นผู้สมัครยังหาเสียงอย่างไม่สุจริต หากได้เข้าไปทำหน้าที่ ส.ส. แล้ว ตนก็ไม่สามารถเชื่อได้ว่า ผู้นั้นจะสามารถทำงานได้อย่างซื่อสัตย์สุจริต สำหรับกรณีนี้ตนได้เตรียมหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะนำไปยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

‘วัน อยู่บำรุง’ โต้ ‘ปิยบุตร’ ปมจัดการรัฐประหาร ลั่น!! ไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ ปชช.ตัดสินใจเองได้

(7 เม.ย.66) จากกรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า วิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทย  ในประเด็น ‘ผมไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยกล้าจัดการรัฐประหาร’
.
ล่าสุด นายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า "คุณไม่เชื่อ ‘เรื่องของคุณ’ ครับ นี่เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทยและผู้สนับสนุน พี่น้องประชาชนตัดสินใจเองได้"


ที่มา: https://www.naewna.com/politic/722839

‘ธิอาโก เทเซียรา’ โร่ฟ้องสื่อบราซิล ปมโปรโมท 'กุนขแมร์' หลังโดน ‘WMO’ ถอดตำแหน่งแชม์มวยไทยโลก

ธิอาโก เทเซียรา! ร้องสื่อบราซิลช่วย หลังโดนปลด แชมป์โลก มวยไทย

ธิอาโก เทเซียรา นักมวยชาวบราซิล ตัวแทนมวย 'กุนขแมร์' ถูกองค์กรมวยไทยโลก WMO (World Muaythai organization) ถอดจากตำแหน่งแชมป์โลกอย่างเป็นทางการ และถูกแบนจากกิจกรรมของ WMO ในอนาคตทั้งหมด โดยให้เหตุผล พฤติกรรมทำให้กีฬามวยไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่มีน้ำใจนักกีฬา เจตนาทำให้กีฬาประจำชาติไทยเสื่อมเสีย ยุยงให้เกิดความเกลียดชัง

ล่าสุด ธิอาโก เทเซียรา ได้โพสต์ไอจี ระบุว่า “หากใครสามารถติดต่อกับสถานีโทรทัศน์ใด ๆ ในบราซิลและช่วยให้ผมพูดเรื่องนี้ ผมถูกทำให้เสียชื่อเสียงและถูกโจมตี ผมไม่ต้องการอะไรตอบแทน ทุกคนเห็นและรู้ว่าใครคือแชมป์ตัวจริง ผมอยากให้คนบราซิลต้องรับรู้เรื่องนี้”

‘ธนาธร’ ปล่อยไก่ หาเสียงให้พรรคก้าวไกล แต่ดันพูดชื่อ ‘เพื่อไทย’ เต็มปากเด็มคำ

เรียกว่าโป๊ะ แบบโบ๊ะบ๊ะ ขำลั่นกันทั้งรถ เมื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นรถหาเสียง ส่งเสียงขายนโยบาย แต่พูดไปพูดมากลายเป็นขอคะแนนเสียงให้เพื่อไทยซะงั้น…
 

ร่วมใจอนุรักษ์ เกร็ดน่ารู้ ‘ก่อเจดีย์ทราย’ ประเพณีร่วม ‘ไทย-เมียนมา’ ร่องรอยมรดกจากอยุธยา ที่ผ่านไป 200 ปีก็ยังมิเลือน

ในช่วงสงกรานต์ หรือ ตะจ่าน ของทุกปี ชาวบ้านในหมู่บ้านสุขะ เมืองมัทดายามัน ภูมิภาคมัณฑะเลย์จะมีประเพณี ‘ก่อพระเจดีย์ทราย’ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การก่อเจดีย์ทรายนั้น ไม่มีกระทำกันสำหรับวัดในเมียนมา หากแต่การก่อเจดีย์ทรายของที่นี่ คือ มรดกทางวัฒนธรรมจากสมัยอยุธยาที่สืบมาจนถึงปัจจุบัน

ในประเทศไทยนั้น ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายถือว่าเป็นประเพณีหนึ่ง ที่มีที่มาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยตรง โดยคนไทยผูกโยงประเพณีนี้เข้ากับคติความเชื่อเรื่องเวรกรรมในพระพุทธศาสนา มีการก่อพระเจดีย์ทรายถวายวัดเพื่อนำเศษดินทรายที่ติดเท้าออกจากวัดไปมาคืนวัดในรูปพระเจดีย์ทราย และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้เป็นกุศลอานิสงส์

นอกจากประเพณีเพื่อเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังเป็นกุศโลบายของคนในอดีต ให้มีการรวมตัวของคนในชุมชนเพื่อร่วมกันจัดประเพณีรื่นเริงเป็นการสังสรรค์สร้างความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย

แต่สำหรับการก่อเจดีย์ทรายในเมียนมานั้น มีความเชื่อเรื่องพระเจดีย์ทราย ที่ต่างจากไทย โดยทางเมียนมามีความเชื่อว่าเม็ดทราย เสมือนตัวแทน ผู้สำเร็จพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนา จำนวน นับไม่อาจประมาณได้เมื่อก่อกองทรายเสร็จ ก็กราบไหว้บูชา เสมือน พระเจดีย์ ในวัด ทั่วไป จนกว่ากองทราย จะยุบและพังในที่สุดโดยกองทรายที่ยุบและพังไปนั้นทางชาวบ้าน ก็นำไปเทไว้ตามธรรมชาติ หรือเทไว้ที่ริมตลิ่งแม่น้ำเพื่อให้ทรายกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

การก่อพระเจดีย์ทรายฝั่งเมียนมาอาจจะใช้เวลาประมาณ 2-3วัน เพราะต้องมีพิธีสวดอัญเชิญ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระอรหันต์ มาสถิตย์อยู่ เสมือนเป็นเจดีย์ทั่วไป ซึ่งในบางชุมชนที่ไม่มีกำลังจะสร้างวัด หรือเจดีย์ เพื่อเฉลิมฉลองวันปีใหม่ ก็จะใช้ก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นมา เพื่อเป็นการเคารพบูชาแทน พระพุทธเจ้า ไว้กราบไหว้ ในชุมชนนั้นๆ ซึ่งจะแตกต่างจากประเพณีของฝั่งไทยที่เป็นการขนทรายเข้าวัด เพื่อไปก่อสร้างเจดีย์เท่านั้น

และนี่คือมรดกอีกชิ้นหนึ่งที่ยังคงดำรงไว้ให้ลูกหลานแม้เวลาจะผ่านไปนับ 200 กว่าปีแล้วก็ตาม

เรื่อง: AYA IRRAWADEE

‘รพ.เมดพาร์ค’ แจง กรณีงานมอบรางวัล The People Awards 2023 เผย ทาง รพ.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังพบโลโก้ของ รพ.ปรากฎในงาน

(7 เม.ย. 66)  จากกรณีการมอบรางวัล The People Awards 2023 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีชื่อ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ‘ตะวัน’ และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ ‘แบม’ ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 รวมอยู่ด้วย และภายในงานได้มีภาพโลโก้ของโรงพยาบาลเมดพาร์ดปรากฎอยู่นั่น ล่าสุดทางเฟซบุ๊กแฟนเพจของโรงพยาบาลเมดพาร์ค ได้ออกหนังสือชี้แจง โดยมีเนื้อหาระบุว่า…

“MedPark ชี้แจงเกี่ยวกับงานมอบรางวัล The People Awards 2023

ตามที่ปรากฎโลโก้ของโรงพยาบาลเมดพาร์ดในงานมอบรางวัล The People Awards 2023 ซึ่งจัดโดย The People สื่อออนไลน์ในเครือของเนชั่น นั้น รพ.เมดพาร์ค ขอชี้แจงว่าที่ผ่านมา โรงพยาบาลฯ ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ที่แจ้งถึงวัตถุประสงค์ที่ดี โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

ทั้งนี้ รพ.เมดพาร์ค ขอชี้แจงว่า โรงพยาบาลฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการตัดสินรางวัล The People Awards 2023 หรือบุคคลผู้ที่ได้รับรางวัลแต่อย่างใดรวมทั้งไม่ได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ได้รับรางวัลมาก่อน

โรงพยาบาลเมดพาร์ค เป็นองค์กรที่ประกอบกิจการ ให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยและป้องกันโรค ตามมาตรฐานสากล ภายใต้หลักธรรมาภิบาลในกรอบของกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เรายึดมั่นในชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ฝักใฝ่หรือเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น”

ในขณะเดียวกัน ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘Seiko Club by Seiko Thailand’ ก็ได้มีการออกมาโพสต์หนังสือชี้แจง ถึงกรณีงานมอบรางวัล The People Awards 2023 ว่า ทางบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินผู้ได้รับรางวัลทั้ง 10 ท่าน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับความขัดแย้งทางการเมือง และไม่ทราบรายละเอียดของผู้ที่จะเข้ารับรางวัลจากการตัดสินของคณะกรรมการล่วงหน้า

ทางบริษัทฯ จึงขอแจงรายละเอียดเพื่อป้องกันความเข้าใจอันคลาดเคลื่อน และเน้นย้ำ ถึงการเล็งเห็นความสำคัญของสังคม เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยทางบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่ ดำเนินงานอันเป็นประโยชน์แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป

ทว่าในเวลาต่อมา ทาง 'Seiko Club by Seiko Thailand’ ก็ได้ลบแถลงการณ์ดังกล่าวไปจากหน้าเพจ


ที่มา: https://www.facebook.com/medpark.thailand/posts/pfbid02HtrS4gX2a5wRSzpRX4pc92BmhLXGzd692B7rpuHzkmaHxitZptY7zDjD6QUUXeSBl


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top