Sunday, 2 August 2026
TheStatesTimes

ผอ.ศปพร. พบปะ เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ พี่น้องสมาชิกองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง (กลุ่มเสื้อเขียว) สืบสาน รักษา ต่อยอด แนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

(31 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(กลุ่มเสื้อเขียว) หมู่ที่ 10 บ้านคีรี ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร  ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลงพื้นที่พบปะ เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ แก่สมาชิกองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง (กลุ่มเสื้อเขียว) ของจังหวัดนราธิวาส พร้อมทั้งรับทราบปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินงาน รวมถึงแนวทางการปฏิบัติ ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวทางศาสตร์พระราชา ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเครือข่ายในการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านต่าง ๆ โดยมี พันเอกกำธร ศรีเกตุ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 /รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ,นาย อิสมาแอ แต รองประธาน องค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส พร้อมทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ 

ทั้งนี้ พลตรี เฉลิมพร  ขำเขียว ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า ตามที่ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ได้มอบหมายให้ คณะทํางานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ คณะที่ 3 ดําเนินการจัดกิจกรรมการขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างประชาชนในพื้นที่กับภาครัฐ และติดตามความก้าวหน้าในการดําเนินงาน ของศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ด้วยการบูรณาการดําเนินงาน ร่วมกับส่วนราชการ ทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายทหาร พลเรือน รวมทั้งองค์กร ภาคประชาชนเพื่อสันติ และเศรษฐกิจพอเพียง (กลุ่มเสื้อเขียว) พร้อมทั้งได้กําหนดเป้าหมายในการลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียน ติดตามความก้าวหน้า ของการดําเนินการ รับฟังปัญหาข้อเสนอแนะ และความต้องการของสมาชิก 

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านวิศวกรรม นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ณ.มหาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี ได้ให้การต้อนรับคุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และ คุณนพชัย ถิรทิตสกุล ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีโนวา อินทิเกรชั่น จำกัด และร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านวิศวกรรม นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เวลา 14.00 น. ณ ห้องพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พฤกษ์ อักกะรังสี, คุณพรทิพย์ ลาบุตร เลขานุการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และ คุณเกียรติวรากร กีรติชนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท อีโนวา อินทิเกรชั่น จำกัด ลงนามในฐานะพยาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดี, รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชาย รังสิยากูล ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ, คุณณัฐวิทย์ ครูบา ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่และสาธารณูปโภค และแขกผู้มีเกียรติจากบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด โดยมีบริษัท88แปซิฟิคจำกัดนายธวัชชัย กิตติรัตนวิวัฒน์ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว

1 เมษายน พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศเลิกทาสในประเทศไทย

วันนี้ เมื่อ 118 ปีก่อน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศใช้ ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ ถือเป็นการเลิกระบบทาสและระบบไพร่ในสยามประเทศ

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นยุคที่ประเทศไทยมีพัฒนาการในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการคมนาคม การศึกษา สังคม และวัฒนธรรม

หนึ่งในพระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งของพระองค์คือการเลิกทาสและการเลิกไพร่ อันเป็นการยกเลิกระบบที่คนชั้นสูงตั้งขึ้นเพื่อกดขี่ราษฎรให้ทำงานรับใช้หรือส่งทรัพย์สินให้ โดยไม่มีกำหนดว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

๒ เมษายน วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES

2 เมษายน – วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ พร้อมทั้งประทานคำแปลว่า นางแก้ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ และมีพระนามที่ข้าราชบริพารเรียกทั่วไปว่า ทูลกระหม่อมน้อย

พระองค์ทรงเริ่มเข้ารับการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อ พ.ศ. 2501 จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายใน พ.ศ. 2515 ทรงสอบไล่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในแผนกศิลปะด้วยคะแนนสูงสุดของประเทศ จากนั้น พระองค์ทรงสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกที่ทรงเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศ จนกระทั่ง พ.ศ. 2520 พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษา ได้รับปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง ด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.98 

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบำเพ็ญพระองค์ให้เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในภูมิภาคต่างๆ อยู่เสมอ และทรงช่วยเหลือกิจการโครงการตามพระราชดำริทุกโครงการ พร้อมทรงรับพระบรมราโชบายมาทรงดำเนินการสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านต่างๆ

นอกจากพระราชกรณียกิจหลากสาขา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์เป็นที่ประจักษ์ พระองค์ทรงประพันธ์และแปลหนังสือมากมาย รวมทั้งหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน โดยทรงใช้พระนามแฝงหลายชื่อ อาทิ แว่นแก้ว ที่ทรงใช้เมื่อ พ.ศ. 2521 ในหนังสือพระราชนิพนธ์สำหรับเด็ก ได้แก่ แก้วจอมซน แก้วจอมแก่น และขบวนการนกกางเขน

สานฝันก่อนสิ้นลม ‘Annie Wilkins’ หญิงผู้ทรหดแห่งยุค 50s เดินทางข้ามประเทศแรมปี ขณะป่วยโรคร้ายระยะสุดท้าย

สวัสดีนักอ่านทุกท่านครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวน่าสนใจมาเล่าให้อ่านอีกเช่นเคยครับ บทความในครั้งนี้จะพาทุกท่านย้อนกลับไปในช่วงยุค 50s นะครับ ต้องบอกก่อนว่าในยุคนั้นไม่ได้มีเทคโนโลยีล้ำ ๆ เหมือนกับสมัยนี้ ถนนหนทางไม่ได้มีมากมาย รถยนต์ที่ใช้สำหรับเดินทางก็ไม่ได้แพร่หลายเท่าทุกวันนี้ และดูจะเป็นของแพงที่จับต้องได้ยากเสียด้วยครับ

ทำไมวันนี้ผมถึงเกริ่นถึงเรื่องการเดินทาง...เพราะวันนี้ผมจะเล่าเรื่องการเดินทางของหญิงคนหนึ่ง ที่มีชีวิตอยู่ในยุค 50s กอปรกับเธอป่วยเป็นโรคร้าย ซ้ำยังไม่มีเงินทองมากพอที่จะนำมารักษาตัวเอง แต่สิ่งที่เธอตัดสินทำกลับเป็นสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิด เธอตัดสินใจออกเดินทางข้ามประเทศด้วยการขี่ม้าไปพร้อมกับสุนัขคู่ใจ 

บอกเลยว่า...การเดินทางครั้งนี้เป็นความฝันของเธอครับ

เกริ่นมามากขนาดนี้แล้ว เราไปทำความรู้จักผู้หญิงคนนี้กันดีกว่าครับ เธอมีชื่อว่า Annie Wilkins เดิมทีเป็นเกษตรกรจากมลรัฐ Maine เธอป่วยเป็นโรคร้ายที่ยากจะรักษา และเธอก็ไม่ได้แต่งงานมีครอบครัว Annie Wilkins นิยามตัวเองว่า เธอเป็นคนค่อนข้างนอกรีด ทำอะไรที่ผิดแปลกไปจากผู้หญิงในยุคเดียวกัน เช่น เธอสวมกางเกงเป็นประจำ ทั้งๆ ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่นิยมสวมกางเกง เธอเขียนคิ้ว เธอขี่ม้าไปทำงานที่โรงงานรองเท้าในเมืองลูอิสตัน ทุกอย่างที่เธอทำเป็นจุดสนใจของผู้คน แต่ในทางกลับกัน ผู้คนก็มองไปที่เธออย่างระแวดระวังด้วย

ในปี ค.ศ.1954 ขณะนั้น Annie Wilkins มีอายุ 63 ปี เธอได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเธอป่วยเป็นโรคร้ายในระยะสุดท้าย และแพทย์ก็ระบุว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 2 ปีเท่านั้น ความกลัวและความหดหู่ถาโถมเข้าหาเธอแบบไม่ยั้ง เธอไม่มีเงิน และลุงที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอก็เพิ่งเสียชีวิตไป หนำซ้ำเธอยังต้องสูญเสียฟาร์มของเธออีกด้วย

Annie Wilkins ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของเธอ และก็คิดไปถึงแม่ของเธอที่เคยบอกไว้ว่า อยากจะไปเที่ยวที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียนมาตลอด แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ทำ เนื่องจากความยุ่งเหยิงในชีวิตตลอดที่ผ่านมา 

Annie Wilkins ตัดสินใจจะใช้เวลาอีก 2 ปีที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องการเดินทางข้ามประเทศเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต อีกทั้งเธอต้องการเห็นมหาสมุทรแปซิฟิกก่อนที่เธอจะตาย (มลรัฐ Maine อยู่ทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก) เธอจึงไม่สนใจคำแนะนำของคุณหมอที่จะให้เธอย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านสงเคราะห์ของเทศมณฑลเพื่อใช้ชีวิตในวาระสุดท้าย

เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว Annie Wilkins จึงซื้อม้ารูปร่างดีสีน้ำตาลมาไว้สำหรับเป็นยานพานะ โดยเธอตั้งชื่อให้มันว่า ‘Tarzan’ นอกจากนี้เธอยังต้องจำนองบ้านหลังเล็กของเธอเพื่อเปลี่ยนมาเป็นเงินไว้ใช้สำหรับการเดินทางอีกด้วย

Annie Wilkins เริ่มต้นเดินทางในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1954 โดยเธอสวมชุดเอี๊ยมของผู้ชาย และเดินมุ่งหน้าไปทางใต้พร้อมกับ ม้า 2 ตัว ได้แก่ Tarzan และ Rex และสุนัขชื่อ Depeche Toi (แปลว่า ‘เร็วเข้า’ ในภาษาฝรั่งเศส) โดยหวังเพียงว่าจะผ่านทุ่งหิมะก่อนฤดูหนาวไปให้ได้

เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดแถลงข่าวพร้อมจัดงาน 'ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่' ประจำปี 2566 ย้อนรอย 'ประเพณีพื้นเมืองอันงดงาม'

(30 มี.ค.66) นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ จัดกิจกรรมแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การจัดงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ (ประเพณีสงกรานต์) ประจำปี 2566 โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.อ.พงศธร เตมีศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และ นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ และ สื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในปีนี้จังหวัดเชียงใหม่มีโอกาสจะได้กลับมาจัดงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง อีกครั้ง ขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ พี่น้องชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมทั้งขอเชิญชวนให้ร่วมกันแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าพื้นเมืองเชียงใหม่ หรือสวมใส่เสื้อลายดอก มาสรงน้ำพระ กราบไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล สัมผัสกับประเพณีวัฒนธรรมของชาวเชียงใหม่ และประเพณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่

นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง (ประเพณีสงกรานต์) ประจำปี 2566 นี้ เทศบาลนครเชียงใหม่จะกลับมาจัดงานอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งหลังจากต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมไปตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาหลายปี โดยจะเป็นการย้อนรอยประเพณีพื้นเมืองที่เก่าแก่สวยงามนำกลับมาจัดอีกครั้ง และยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมายทั้งกลางวัน และ กลางคืน เช่น การตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ไทย ขบวนแห่พระพุทธสิหิงส์และพระพุทธรูปสำคัญ การแสดงแสงสีเสียง การประกวดเทพี/เทพบุตรสงกรานต์ ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมล้านนาที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่

มทบ.25 จัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดและลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย.2566

(31 มี.ค. 66) พลตรี สาธิต เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดและลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 ณ สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยคณะนายทหาร นายสิบ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25, โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน องค์การทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ ร้อย 23 พัน.3 หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 25 และ พนักงานราชการ มณฑลทหารบกที่ 25 เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

มทบ.25 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาค่ายวัฒน์โยธิน ปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ 31 มีนาคม 2566 พันเอกชินวิช เจริญพิบูลย์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 นำกำลังจิตอาสา มณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาค่ายวัฒน์โยธิน ปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566

ณ บริเวณถนนหน้าค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ และพื้นที่ภายในค่ายวีรวัฒน์โยธิน เพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย

‘มาร์ค’ กลับถิ่นเก่า ควง ‘มาดามเดียร์’ ลุยบางคอแหลม อ้อนชาวบ้าน หนุน ‘อภิมุข’ เข้าสภาฯ รับใช้ประชาชน

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 66 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรค ปชป.ลงพื้นที่ชุมชนบ้านใหม่ ซอยเจริญกรุง 85 เขตบางคอแแหลม ช่วยหาเสียงสนับสนุนให้นายอภิมุข ฉันทวานิช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตยานนาวา-บางคอแหลม พรรค ปชป.

โดยทันที นายภิสิทธิ์เดินทางถึง นางสุไร แก้วทอง สข. คนแรกของประเทศไทยปี 2528 ที่เคย ช่วยอภิสิทธิ์หาเสียงสมัยลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก พร้อมกับชาวบ้านเก่าแก่ในชุมชน มารอต้อนรับ โดยมี มล.อภิมงคล โสณกุล อดีต ส.ส.เขตนี้ มาช่วยหาเสียงด้วย

ขณะเดียวกัน นายอภิมุข ได้นำโปสเตอร์ หาเสียง รูป นายอภิสิทธิ์ สมัยลงเลือกตั้งครั้งแรก ที่ นายสมเกียรติ ฉันทวานิช อดีต ส.ส.เขตนี้ ซึ่งเป็นพ่อ นายอภิมุข ฝากมาให้นายอภิสิทธิ์ด้วย

โดยในช่วงหนึ่งระหว่างการเดินพบปะประชาชน นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวว่า วันนี้ดีใจที่ทุกคนยังจำได้ว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตนเคยลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ที่เขตนี้ ได้ทำงานรับใช้ประชาชนในฐานะ ส.ส.แต่ตนก็ไม่เคยทิ้งพื้นที่ เพราะตลอดเวลาในการทำงานการเมืองได้กลับมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ รวมถึงยังได้เฟ้นหาบุคลากรที่มีคุณภาพมาเป็นผู้แทน รับใช้ดูแลประชาชนในเขตพื้นที่ยานนาวา-บางคอแหลมอยู่ตลอด

โดยในอดีต ตนเคยมาเดินหาเสียงหาเสียงกับนายสมเกียรติ ฉันทวานิช อดีต ส.ส.กทม. คุณพ่อของนายอภิมุข ดังนั้น นายอภิมุขจึงไม่ใช่คนอื่นไกล และได้ทำงานรับใช้พี่น้องในฐานะ ส.ก.มายาวนาน และวันนี้มีความพร้อมที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ตนก็ให้ความมั่นใจเพราะว่าเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก รู้ว่าใจเขาอยู่กับงานการเป็นผู้แทนฯ รับใช้ประชาชนและจะสามารถมาดูแลทุกข์สุขของทุกคนได้

‘จีน’ พบ ‘แหล่งน้ำมัน-ก๊าซ’ ขนาดใหญ่ในทะเลโป๋ไห่ คาด มีปริมาณกักเก็บสำรองมากกว่า 1 พันล้านตัน!!

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 66 สำนักข่าวซินหัว, เทียนจิน รายงานว่า บริษัทน้ำมันนอกชายฝั่งแห่งชาติจีน (CNOOC) ประกาศการค้นพบแหล่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ปริมาณสำรองประมาณ 300 ล้านตัน ในทะเลโป๋ไห่ของจีน ในปี 2022

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขดังกล่าว พุ่งแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ คือการค้นพบบ่อน้ำมัน 2 แห่งเมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ โป๋จง 19-2 (Bozhong 19-2) และโป๋จง 26-6 (Bozhong 26-6) ซึ่งโป๋จง 26-6 เป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติกว่า 100 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมัน

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการค้นพบบ่อน้ำมันรวม 5 แห่ง ที่มีปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซมากกว่า 100 ล้านตัน บริเวณทะเลโป๋ไห่ ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซที่ค้นพบใหม่ในพื้นที่ทะเลดังกล่าวสะสมมากกว่า 1 พันล้านตัน


ที่มา : https://www.xinhuathai.com/china/348797_20230331


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top