Wednesday, 29 July 2026
TheStatesTimes

หวังกวาดยกจังหวัด!! 'สันติ-ชัยวุฒิ' นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ปทุมฯ ขึ้นปราศรัย ชูก้าวข้ามความขัดแย้ง – จับมือเดินหน้าพัฒนาประเทศ

‘เลขาสันติ – รองชัยวุฒิ’ นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี 7 เขต ขอโอกาสชาวปทุมฯ เลือก พปชร.ยกจังหวัด สร้างปรากฎการณ์รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว ทิ้งอดีต จับมือเดินหน้าร่วมพัฒนาประเทศ 

(4 มี.ค.66) เมื่อเวลา 19.00 น.ที่เวทีปราศรัย ณ สวนบริษัท เคเอสเอส อินเตอร์เทคกรุ๊ป ย่านคลองสาม ต.คูคต อ.ลำลูกกา  จ.ปทุมธานี นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำว่าที่ผู้สมัครจังหวัดปทุมธานีทั้ง 7 เขต ได้แก่ เขต 1 นายเสวก ประเสริฐสุข, เขต 2 นายนพดล ลัดดาแย้ม,เขต 3 นายปรีชา ชื่นชนกพิบูล,เขต 4 นายยุทธวัฒน์ หาญเกียรติกล้า,เขต 5 นายวิรัช พยุงวงษ์,เขต 6 นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง,และ เขต 7 น.ส.กฤษณา วงศ์คำ ขึ้นเวทีปราศรัยพบประชาชน

นายสันติ กล่าวว่า ตนดีใจที่วันนี้ชาวปทุมธานีให้การต้อนรับผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐอย่างอบอุ่น ซึ่งทั้ง 7 คน มีความตั้งใจที่จะเข้ามาพัฒนา และแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานีอย่างแท้จริง   ถ้าปทุมธานีให้โอกาสกับตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐทั้งจังหวัด ก็จะเกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการทำงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน

นายสันติ กล่าวต่อว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่ชาวปทุมธานีเผชิญอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด หรือน้ำท่วม น้ำแล้งรวมไปถึงราคาพืชผลทางการเกษตร เช่น ปุ๋ยแพง หรือแม้กระทั่งการพัฒนาลูกหลานของเรา จะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรมผ่านว่าที่ ส.ส.ทั้ง 7 คนนี้ ที่จะเข้าไปเป็นกระบอกเสียงชั้นเยี่ยมให้กับท่าน และจะเป็นปรากฎการณ์ที่ชาวปทุมธานีสร้างพลังอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เสียงของท่านก็จะดังมากขึ้นอย่างแน่นอน

ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวว่า วันนี้ตนขอโอกาสมาพูดคุยกับทุกคน เพื่อเล่าถึงนโยบายดี ๆ ของพรรคพลังประชารัฐ เราต้องยอมรับว่า จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีความพร้อม และศักยภาพที่จะพัฒนาไปได้อีกไกล ตนดีใจแทนชาวปทุมทุกคน ที่มีทีมงานที่เข้มแข็งทั้ง 7 คน ตนคงไม่ต้องอธิบาย ว่าทุกคนเข้มแข็งอย่างไร เพราะชาวปทุมธานีน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ มาจากหลายหลายอาชีพที่จะมาช่วยกันคิดช่วยกันทำ เพื่อพี่น้องทุกคน แต่วันนี้ยังขาดอยู่อย่างเดียวก็คือ โอกาสจากทุกคน ผมจึงขอให้ชาวปทุมให้โอกาสกับทั้ง 7 คนได้เข้ามาทำงานเพื่อพี่น้องด้วย 

อารยธรรมโบราณ!! พบ ‘ภาพเขียนสี’ แห่งใหม่ ถ้ำหินเพิง จ.นครราชสีมา ชี้ เป็นภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์

ฮือฮา! ค้นพบภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์แห่งใหม่ ซึ่งเป็นแห่งที่ 4 ของจังหวัดนครราชสีมา บริเวณถ้ำหินเพิง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าเขาภูหลวง 

เฟซบุ๊ก "กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา" ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า "เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา นักโบราณคดี จากกลุ่มโบราณคดี นายช่างศิลปกรรม จากกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน เเละเจ้าหน้าที่จากฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า สังกัดเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าเขาภูหลวง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ร่วมเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เพื่อร่วมกันสำรวจ "ภาพเขียนสีพบใหม่" ณ ถ้ำหินเพิง เทือกเขาโซ่ โดยผลจากการสำรวจพบภาพเขียนสีรูปบุคคล สัตว์ เเละลายเส้นเรขาคณิตกระจายตัวอยู่หลายจุดทั่วเพิงหิน ซึ่งกลุ่มโบราณคดีของเรา จะนำเสนอองค์ความรู้ผลการสำรวจในโอกาสต่อไป"
.
นายชัยพร ทับทิมทอง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง จังหวัดนครราชสีมา ระบุผ่านทางเฟสบุ๊ก "ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" ว่า สืบเนื่องจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ในการตรวจสอบแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า บริเวณเพิงถ้ำ ชุดลาดตระเวนตรวจพบร่องรอยภาพเขียนสีบริเวณผนังถ้ำ และรายงานให้หน่วยงานทราบต่อมาเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง จึงได้ประสานสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมาเข้าตรวจสอบภาพเขียนสีดังกล่าว และเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา นักโบราณคดี จากกลุ่มโบราณคดี นายช่างศิลปกรรม จากกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน เเละเจ้าหน้าที่จากฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง ร่วมเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เพื่อร่วมกันสำรวจ "ภาพเขียนสีพบใหม่" ณ ถ้ำหินเพิง เทือกเขาโซ่ ผลจากการสำรวจพบภาพเขียนสีรูปบุคคล สัตว์ เเละลายเส้นเรขาคณิตกระจายตัวอยู่หลายจุดทั่วเพิงหิน
.

 

เทใจให้ลุง!! คนสงขลา หนุน 'บิ๊กตู่' นั่งนายกฯต่อ แต่เชียร์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์

5 มี.ค. 2566 -ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนสงขลาเลือกพรรคไหน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนจังหวัดสงขลาเลือกพรรคไหน การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนสงขลาจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.00 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ ซื่อสัตย์สุจริต มีความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง อันดับ 2 ร้อยละ 18.46 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ไขปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานของตระกูลชินวัตร อันดับ 3 ร้อยละ 11.36 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เป็นคนมีวิสัยทัศน์ ชื่นชอบนโยบายและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 10.36 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 7.18 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และชื่นชอบนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า
.
อันดับ 6 ร้อยละ 6.73 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นคนใต้เหมือนกัน อันดับ 7 ร้อยละ 4.64 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีผลงานชัดเจน มีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ และชื่นชอบนโยบายพรรคภูมิใจไทย อันดับ 8 ร้อยละ 4.18 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนพูดจริงทำจริง ตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน อันดับ 9 ร้อยละ 3.18 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 11 ร้อยละ 1.27 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะ มีประสบการณ์ในการทำงาน และช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อันดับ 12 ร้อยละ 1.09 ระบุว่าเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และตรงไปตรงมา และร้อยละ 3.64 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์(พรรคสร้างอนาคตไทย) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคพลังประชารัฐ) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) และดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
 

3 หมื่นคนต้อนรับจุรินทร์ นำประชาธิปัตย์บุกพัทลุงเปิดตัว 3 ผู้สมัครส.ส. ขอทวงเก้าอี้คืน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า 4 มี.ค.2566 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สนามหน้าโรงเรียนพัทลุง จ.พัทลุง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำขุนพลปักษ์ใต้ ตั้งแต่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมช.มหาดไทย นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย นายสาธิต วงค์หนองเตย ร่วมกันเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พัทลุง ทั้ง 3 เขต พร้อมกับปราศรัย ประชาธิปัตย์ ยุคใหม่ โอกาสใต้บ้านเรา ที่สนามโรงเรียนพัทลุงต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง โดยผู้สมัครเขต 1 น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง 2 สมัย  ผู้สมัครเขต 2 ดร.เดย์ ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี ผู้สมัครเขต 3 นายร่มธรรม ขำนุรักษ์


ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ได้ปราศรัยตอนหนึ่งว่า เลือกตั้งเที่ยวนี้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่สุดพรรคหนึ่งในประวัติศาสตร์จังหวัดพัทลุง เพราะอย่างน้อยที่สุดเลือกตั้งเที่ยวหน้าจะเป็นการผนึกกำลังกันของ 4 ตระกูลสำคัญในจังหวัดพัทลุง 1. ตระกูลธรรมเพชร 2. ตระกูลขำนุรักษ์ 3. ตระกูลสุพรรณชนะบุรี และ 4. ตระกูลพัทลุงสามัคคี ซึ่ง 4 ตระกูลนี้ จะทำให้การเลือกตั้งเที่ยวหน้า ประชาธิปัตย์ยกทีม


และขอบคุณทุกกำลังใจ และอยากบอกว่าเลือกตั้งเที่ยวหน้ามีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของคนพัทลุงคืนมา ผมอยากจับมือกับพี่น้องทุกคน สู้กับสิ่งที่เราจำเป็นต้องสู้ในการเลือกตั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าคนพัทลุงยังมีศักดิ์ศรี และคนพัทลุงจะไม่เลือกเงิน เพราะเชื่อว่า เงิน จะเป็นสิ่งที่เราต้องสู้ต่อไป และคนพัทลุงจะกินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด เพราะถ้าเราเลือกเงิน เราก็จะได้แต่เงิน ไม่มีวันได้ผู้แทนที่มีคุณภาพ และเราจะไม่มีทางกู้ศักดิ์ศรีของคนพัทลุงคืนมาได้ ถ้าเลือกเงิน เราก็จะได้การเมืองแบบถอนทุนคืน เราจะได้การเมืองคอร์รัปชั่นทำลายประเทศและทำลายพัทลุง ที่เป็นอนาคตของพวกเราทุกคน
 วันนี้ขอแรงคนพัทลุงทุกคนมาจับมือกับประชาธิปัตย์ช่วยสนับสนุนคนดี ช่วยสนับสนุนนักการเมืองคุณภาพทั้ง 3 คน ที่เสนอตัวรับใช้พี่น้อง และมาช่วยกันสนับสนุนการเมืองสะอาด ประชาธิปไตยสุจริต ด้วยการเลือกทั้งคนทั้งพรรคของประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

รองโฆษก ตร. เตือนประชาชนระวังโจรออกอุบาย “เวียนเทียนออนไลน์” หลอกติดตั้งแอปดูดเงิน ย้ำตรวจสอบบัญชี “ทำบุญ” ก่อนโอนเงิน

วันนี้ (5 มี.ค.66) เวลา 08.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.หญิง ดร.ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน ระวังมิจฉาชีพใช้โอกาสวัน “มาฆบูชา” หลอกลวงออนไลน์

รองโฆษกฯ เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนร้องเรียนผ่านแจ้งความออนไลน์ เว็บไซต์ thaipoliceonline.com ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 21,760 คดี ยอดความเสียหายรวมสูงกว่า 1,771 ล้านบาท โดย 5 ลำดับสูงสุด ได้แก่ 1) หลอกลวงซื้อขายสินค้า 2) หลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้จากการทำกิจกรรม 3) หลอกลวงทางโทรศัพท์เป็นขบวนการ (Call Center) 4) หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน และ 5) หลอกเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณฯ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกลุ่มโจรออนไลน์มักจะอาศัยจังหวะวันสำคัญทางศาสนา และเทศกาลต่างๆ ฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชน ในช่วงวันมาฆบูชานี้ จึงขอแจ้งเตือนถึงรูปแบบอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่โจรออนไลน์อาจใช้ในการหลอกลวงประชาชน ดังนี้ 
1. “เช่าวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลังออนไลน์” หลอกให้โอนเงินก่อน แต่ไม่จัดส่งสินค้า ส่งสินค้าปลอม ไม่ตรงปก 
2. “เวียนเทียนออนไลน์” หลอกติดตั้งแอปฯ รีโมท เพื่อทำการดูดเงิน 
3. “ทำบุญออนไลน์” หลอกให้โอนเงินทำบุญ ด้วยการให้หมายเลขบัญชีปลอม 
4. “ใบอนุโมทนาบัตรออนไลน์ ลดหย่อนภาษี” หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว 
5. “สะเดาะเคราะห์ แก้กรรม ดูดวงออนไลน์” หลอกเอาข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด รูปถ่าย 

 

หยุมหยิมไร้สาระ!! 'โบว์ ณัฏฐา' ซัด กกต. ออกระเบียบหยุมหยิม เปิดช่องฟ้องร้องคดีรกศาล – ชี้กฎบางข้ออาจขัด รธน.

โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวให้ความเห็นในรายการ Ringsideการเมือง ถึงกรณีการร้อง MV เช้าวันใหม่ ของพรรคประชาธิปัตย์อาจเข้าข่ายผิดระเบียบการหาเสียงเลือกตั้ง ว่า ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งนั้น ยาวมากเป็นร้อย ๆ หน้า และมีกฎจำนวนมากที่หยุมหยิมไร้สาระ อย่างเรื่องห้ามการแสดงต่างๆ ก็เป็นอย่างหนึ่งที่ไร้สาระ ตั้งต้นจากความคิดแบบดูถูกประชาชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎข้อที่ว่าห้ามไม่ให้ดารา-นักร้อง หาเสียง โดยการแสดงที่มีอุปกรณ์ประกอบ ซึ่งดูแล้วไม่สมเหตุสมผล เป็นกฎที่ดูถูกประชาชนที่เป็นผู้ใช้สิทธิ์ ขณะที่อาชีพหมอ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือในสังคมมากกว่าดารา-นักร้องด้วยซ้ำ กลับไม่ถูกห้าม 

อีกทั้ง มองว่า กฎระเบียบของกกต. ข้อดังกล่าว อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญอีกด้วย เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่า ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งการที่นักแสดง ดารา - นักร้อง ซึ่งเป็นอาชีพที่ติดตัวมาก่อนจะสมัครรับเลือกตั้ง เหตุใดจึงห้ามไม่ให้ใช้วิชาชีพที่ติดตัวมาในการร้องเพลงให้คนฟัง

กฎหลายข้อเปิดช่องให้คนจับผิดกันตลอดเส้นทางการหาเสียงเลือกตั้ง เกิดคดีรกโรงรกศาลในกระบวนการ สิ้นเปลืองทรัพยากรมากมาย สภาพการเมืองไทยดูไม่สร้างสรรค์ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากผู้ออกกฎตั้งต้นมาอย่างไม่สร้างสรรค์ด้วย

กกต.นอกจากจะออกกฎที่ไม่เข้าท่าแล้ว ก็ยังหลีกเลี่ยงการชี้แจงอธิบายความเมื่อสื่อขอสัมภาษณ์ คงหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นศาล ซึ่งไม่ใช่ การจัดการเลือกตั้งที่ดีต้องเริ่มจากที่ทุกคนเข้าใจกติกาตรงกัน ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุ เขาจับผิดกัน แล้วค่อยรอดำเนินคดีรกๆ มากมาย เริ่มต้นก็ไม่โปร่งใสแล้ว

 

โอกาสที่ไม่ควรมองข้าม!! ‘พงษ์ภาณุ’ มอง ศก.ไทยจะฟื้นตัวด้วยท่องเที่ยว แนะ รบ.ดันคาสิโนถูก กม. ดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศ

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์ฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น และอดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้มุมมองถึงเศรษฐกิจของประเทศไทย ผ่านรายการ ‘NAVY TIME เรื่องดี ๆ ประเทศไทยยามเช้า’ ออกอากาศช่วงเช้า เวลา 07.00- 08.00 น. ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 66 ว่า เศรษฐกิจของไทยและทั่วโลก กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว หลังจากเผชิญวิกฤตหลายด้านในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ภาวะสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ราคาน้ำมันและก๊าซแพงขึ้น ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางของหลายประเทศปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง แต่มาถึงปีนี้ มีข่าวดีเกิดขึ้นพอสมควร อัตราเงินเฟ้อที่เริ่มลดลง ยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ที่เคยสูงถึง 10% ปัจจุบันลดลงมาอยู่ประมาณ 6-7% ในขณะที่ดอกเบี้ย แม้จะยังปรับเพิ่ม แต่ก็ชะลอลง ขณะที่ประเทศจีน ประกาศเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศได้ 

แน่นอนว่า จากปัจจัยบวกเหล่านี้ ทำให้เกิดความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ ซึ่งเริ่มมีสัญญาณที่เกิดขึ้นมาบ้างแล้วในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม นายพงษ์ภาณุ ได้ย้ำเตือนว่า แม้จะมีสัญญาณที่ดี แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นภาคธุรกิจของไทย จะต้องระมัดระวังและเรียนรู้ในการบริหารความเสี่ยง เพราะเศรษฐกิจที่กลับมาดีขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีตลอดไป วันดีคืนดี โรคโควิดอาจจะกลับมาระบาดในจีน และจะทำให้ต้องปิดประเทศอีกก็ได้ การท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาฟื้นตัวก็อาจจะได้รับผลกระทบอีก ดังนั้นไม่ควรที่จะพึ่งพาต่างประเทศมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม นายพงษ์ภาณุ ยังเชื่อมั่นว่าหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ภาคท่องเที่ยวจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาฟื้นตัวได้อย่างก้าวกระโดด แม้กระทั่งนักลงทุนต่างชาติเอง ยังเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะเติบโตด้วยภาคธุรกิจท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งสัญญาณการกลับมาของธุรกิจท่องเที่ยวประเทศไทยเห็นชัดเจนมาก จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งจากตะวันตกและจีน

ไม่ขัดกฎหมาย!! ‘ดร.ณัฎฐ์’ ไขปม ‘ดร.ไตรรงค์’ ปราศรัยโคราช ชี้ เป็นลักษณะเชิงเปรียบเทียบ ไม่เข้าข่ายผิด กม.

‘ดร.ณัฎฐ์’ มือกฎหมายมหาชนคนดัง ชี้ ‘ดร.ไตรรงค์’ ปราศรัยโคราช เป็นลักษณะเชิงเปรียบเทียบ ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งและไม่เข้าหลักเกณฑ์ ล้มล้าง-ปฏิปักษ์การปกครองยุบพรรครวมไทยสร้างชาติ

วันที่ 5 มีนาคม 2566 จากกรณีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)กล่าวปราศรัยใหญ่ที่สนามหน้าศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2566 ตอนหนึ่ง ที่ว่า“พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า ความกตัญญูเวที เพราะเราเป็นคนดีไว้ไหมพี่น้อง เราต้องไม่ลืมบุญคุณบรรพบุรุษใช่ไหมพี่น้อง ต้องรักษาประเทศนี้ไว้ให้อยู่ดีที่สุดใช่ไหมครับพี่น้อง ร.9 ตรัสไว้ว่า จงเลือกคนดีปกครองประเทศเท่านั้น ผมเองไม่เล่นแล้วการเมือง แต่ผมมาช่วยบิ๊กตู่(พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา)เพราะเห็นเขาเป็นคนดี......ฯลฯ ต่อมานายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.และประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ไต่สวนและวินิจฉัยว่า คำปราศรัยหาเสียงของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรีในวันดังกล่าวได้นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่...” 

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฎฐ์ ปรมาจารย์กฎหมายมหาชนและผู้เชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญคนดัง ได้ได้อธิบายและให้ความรู้กฎหมายแก่ประชาชนว่า ขณะนี้ช่วงโค้งสุดท้ายและจะครบกำหนดอายุสภาและอยู่ในระหว่างระยะเวลาการหาเสียง180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2565 ก่อนวันครบอายุ จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้งตามความในมาตรา 68(1) แห่งพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 ต่อมา กกต.ได้ออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 โดยเพิ่มเติม ข้อ 3 ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 ข้อ 6(9)กรณีที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง....และเพิ่มเติมข้อ 18(5) รวมถึงข้อ 18/1 โดยระเบียบดังกล่าวใช้บังคับแก่ผู้ประสงค์จะสมัคร ส.ส.ด้วย ต่อมาแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บทข้อห้ามเพื่อให้ครอบคลุม ตามพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 ประกาศราชกิจจานุเบกษาวันที่ 28 มกราคม 2566
 
หากพิจารณาถึง ระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 หมวด 4 ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ข้อ 17 ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับหารหาเสียงเลือกตั้ง จากฟังเทปปราศรัยข้อความที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี หยิบเอาพระราชดำรัสของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 ที่ว่า “จงเลือกคนดีปกครองประเทศเท่านั้น” เป็นการกระตุ้นให้คนไทยที่มาฟังการปราศรัยหรือประชาชนชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีจิตสำนึกในระบอบประชาธิปไตยให้เลือกผู้นำที่ดี ลักษณะเชิงเปรียบเทียบ แม้จะอ้างอิงคำพูดบุคคลที่กล่าว เป็นพระราชดำรัสที่ปรากฎข้อความทั่วไป  ถือว่าไม่ได้นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียง แม้ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 จะสวรรคตไปแล้วก็ตาม ไม่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. 
 

ทำได้จริง!! ‘กรณ์’ โชว์ ‘กล้าปลดหนี้’ ใช้แค่ 1 ปี สร้างเถ้าแก่ใหม่ ย้ำชัด โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ช่วยหนุน ศก.ปากท้อง

‘กรณ์ เผยผลสำเร็จ ‘กล้าปลดหนี้’ ใช้เวลาเพียง 1 ปี สร้างเถ้าแก่ใหม่ ชี้ โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน สำคัญต่อเศรษฐกิจปากท้อง

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า เมื่อพูดถึงโอกาสสำคัญที่สุดไม่หนีเรื่องเงินทุน ใครเข้าถึงแหล่งเงินก็ไปได้ ใครเข้าไม่ถึงก็ไม่มีโอกาสทำมาหากิน คนรวยได้เปรียบ เพราะกู้ได้ถูก (หรือไม่ต้องกู้เลย) ส่วนคนจนต้องกู้แพง และยิ่งใครต้องกู้นอกระบบยิ่งไปกันใหญ่

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วพรรคเรา นำโดยนายนที ศิริธรรมวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.พญาไท ทำโครงการ ‘กล้าปลดหนี้’ เพื่อช่วยให้ผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบกลับมากู้ในสถาบันการเงินได้ คนเวลาได้ยินคำว่ากู้ มักคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะจะเป็นการสร้างหนี้ แต่จริง ๆ แล้ว แทบทุกธุรกิจต่างต้องการเงินทุนเพื่อเริ่มต้นด้วยกันทั้งนั้น และในบางครั้งประสบปัญหา เช่น ในสถานการณ์ช่วงโควิด ที่ขาดรายได้ ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก แต่ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตธุรกิจจะกลับมาไม่ได้

“โครงการ ‘กล้าปลดหนี้’ ที่เราทำ เป็นการประสานชาวบ้านกับสถาบันการเงิน เพื่อให้สามารถกู้เงินมาหมุนธุรกิจให้ไปต่อ อย่างคุณเปิ้ลเจ้าของร้านหมูกะทะ แต่เชื่อหรือไม่ ไม่เคยกู้จากแบงก์ได้ จึงต้องพึ่งนายทุนนอกระบบ ดอกเบี้ยเดือนละ 20% แต่รอดได้ด้วยเงินกู้ที่เราช่วยประสานให้ เงินกู้ดอกเบี้ยปีละ 33% หรือเดือนละ 2% กว่าเท่านั้น ทำให้วันนี้ธุรกิจอยู่รอด ลูกค้าเริ่มกลับมาเต็มร้าน สามารถฟื้นตัวได้ ล่าสุดซื้อรถกระบะและกำลังจะขยายสาขาสองอีกด้วย” นายกรณ์ กล่าว 

ความคิดสร้างสรรค์!! ‘เนวินธุ์’ ว่าที่ผู้สมัคร รทสช. ไอเดียเก๋ ออกแบบป้ายหาเสียง วัดส่วนสูงได้

เนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์’ ว่าที่ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ ไอเดียเก๋ ออกแบบป้ายแนะนำตัว สามารถวัดส่วนสูง น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย ได้ ชี้ป้ายต้องมีประโยชน์ต่อประชาชน มั่นใจ กระแส “ลุงตู่” มาแน่!!

(05 มีนาคม 2566) นายเนวินธุ์  ช่อชัยทิพฐ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตยานนาวา บางคอแหลม พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่ย่านถนนเจริญกรุง เดินพบปะประชาชน พร้อมติดป้ายแนะนำตัวแนวใหม่ มีรูปหน้าและชื่อของนายเนวินธุ์ ส่วนด้านล่างเป็นตารางวัดน้ำหนัก ส่วนสูงและมาตรฐานดัชนีมวลกาย ทั้งแบบผู้ชายและผู้หญิง 
 
โดยนายเนวินธุ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงป้ายนะนำตัวแนวใหม่แบบสร้างสรรค์ว่า ที่ตนเองทำป้ายในลักษณะนี้ เพราะเป็นมากกว่าการสื่อสารบอกชื่อเรา นโยบาย และพรรคอะไร แต่เป็นป้ายที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้ด้วย เนื่องจากลงพื้นที่มาพบผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมาก เนื่องจากการกินอาหารที่มีไขมันและไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเป็นสาเหตุให้คนเจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น  

“ผมจึงคิดว่าการรณรงค์เรื่องการดูแลสุขภาพให้ประชาชน เป็นหนึ่งในนโยบายของผม คือการพัฒนาคน พัฒนาเรื่องอาหารการกิน เรื่องที่อยู่อาศัย จึงออกแบบป้ายมาแบบมี ประโยชน์ต่อประชาชนตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ เพื่อให้ตระหนักรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ร่างกายแข็งแรง โดยจะเน้นติดป้ายบริเวณพื้นที่สาธารณะหน้าศูนย์สุขภาพ หน้าโรงเรียน ชุมชน ตามพื้นที่ลานกีฬาจุดต่างๆ ในเขตยานนาวาและบางคอแหลม ให้สามารถมีประโยชน์ต่อประชาชนได้จริง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top