Tuesday, 28 July 2026
TheStatesTimes

'บิ๊กตู่' นำทัพ 'รทสช.' ปราศรัยใหญ่ที่โคราช 25 ก.พ.นี้ ชูนโยบาย 80 ข้อ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสาน

(23 ก.พ. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีกำหนดการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ประตูสู่ภาคอีสาน ที่จังหวัดนครราชสีมาในวันที่ 25 ก.พ.นี้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนด คณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง จะขึ้นเวทีปราศรัยด้วยนั้น

จากเดิมในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินไปศูนย์ผ้าไหม อ.ปักธงชัย เพื่อเป็นประธานทำพิธีปักธงชัยชนะ พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ผ้าไหมและพบปะประชาชน อ.ปักธงชัย และเดินทางต่อไปยังศูนย์การศึกษาดินเผาด่านเกวียน เพื่อเยี่ยมชมศูนย์เครื่องปั้นดินเผาและพบปะประชาชน ก่อนสักการะ ศาลเจ้าปู่ย่า ที่สมาคมจีนหลักเสียงเซียงตึ้ง จ.นครราชสีมา และเป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงท้าวสุรนารี (ย่าโม) ก่อนที่เวลา 18.30 น. จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่

‘เศรษฐีรัสเซีย’ ตีตั๋วเข้าไทย ‘หลบหนาว-ลี้ภัยสงคราม’ แลนด์ดิ้ง ‘ภูเก็ต-พัทยา-เกาะสมุย’ ดันราคาอสังหาฯ พุ่ง

เมื่อไม่นานมานี้ เพจ ‘หรรสาระ By Jeans Aroonrat’ ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่ำ 3 เดือน มากสุด 1 ปี โดยระบุว่า…

หลังจากที่ผู้นำชาติอภิมหาอำนาจอย่าง ‘โจ ไบเดน’ และ ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ต่างลั่นกลองรบ เปิดฤกษ์สงครามยูเครน ปี 2 กันไปแล้ว ในลักษณะ ‘ไม่เจ๊ง เราไม่เลิก’

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สงครามคือความสูญเสีย แต่ในอีกมิติที่โลกของเราขับเคลื่อนด้วยระบบเศรษฐกิจนั้น เมื่อมีคนเสีย มันก็ย่อมมีคนได้ เพราะทรัพยากร เงินทุน เป็นสิ่งที่ถ่ายเทกันได้ตลอดเวลา และหนึ่งในประเทศที่มีคนมาเทส้มหล่นให้เป็นสวน เป็นไร่ ก็คือ ประเทศไทยของเรานั่นเอง

เพราะตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานับปี ‘ประเทศไทย’ กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่เศรษฐีรัสเซียหลายหมื่นคนเลือกที่จะลี้ภัยสงคราม หนีหนาว มาปักหลักอยู่กันยาว ๆ ซึ่งเมืองยอดฮิตที่เศรษฐีรัสเซียเลือกอยู่มากที่สุดก็คือ ภูเก็ต พัทยา และเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี)

แต่ถ้าแค่พูดลอย ๆ อาจจะไม่เห็นภาพ จึงต้องหยิบหลักฐานมายันกันตรง ๆ จากข้อมูลตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเมือง เฉพาะที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2022 จนถึงมกราคมปีนี้ (2023) มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามามากกว่า 2.3 แสนคน กลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทยไปแล้ว ณ เวลานี้

Ikar Airline สายการบินเช่าเหมาลำจากรัสเซียสู่ ภูเก็ต กระบี่ และ อู่ตะเภา มีนักท่องเที่ยวรัสเซียใช้บริการเต็มแทบทุกเที่ยวตั้งแต่ไทยเริ่มเปิดประเทศ นอกจากนี้ยังมีสายการบิน Siberia Airlines ที่เปิดเที่ยวบินจากรัสเซียไปภูเก็ตอีกสัปดาห์ละ 3 เที่ยว เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี Aeroflot ที่เป็นสายการบินหลักของรัสเซีย ที่ได้เพิ่มเที่ยวบินจากหลายเมืองในรัสเซียมายังประเทศไทย ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมั่นใจว่า ภายในปีนี้  2023 จะมีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียเข้ามาบ้านเราไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน

และที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งคือ นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนไม่ได้มามือเปล่า เพราะพวกเขายังหอบเงินมาลงทุน จอง-เช่า-ซื้อ ที่พัก บ้าน คอนโด หรือ รีสอร์ท กันเป็นจำนวนมาก ทำราคาอสังหาริมทรัพย์ในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของไทยพุ่งเกือบ 3 เท่า จนบางเอเจนซี่ยอมลงทุนจ้างเซลส์ ที่ดูแลลูกค้าต่างชาติเป็นชาวรัสเซียเลยทีเดียว

โซเฟีย มาลีกราวาเรียล นายหน้าอสังหาริมทรัพย์จากรัสเซียคนหนึ่ง ให้ข้อมูลแก่สำนักข่าวต่างประเทศว่า ตอนนี้ลูกค้าของเธอที่เป็นชาวรัสเซียส่วนใหญ่ เป็นคนหนุ่ม-สาว วัยกำลังทำงานช่วงอายุประมาณ 30-35 ปี และทุกคนล้วนมีฐานะ กำเงินมาเพื่อเช่าที่พักอยู่ยาว ๆ กันตั้งแต่ 3 เดือน จนถึง 1 ปีขึ้นไป

เหตุผลที่มาอยู่ไทยยาว เพราะหนีช่วงฤดูหนาวในรัสเซียก็ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลัก ๆ เลยคือ หนีการเกณฑ์ทหารไปรบในสงครามยูเครน และหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ที่ทำให้พวกเขาต้องหนีมาพักผ่อน และมองหาแหล่งลงทุน ทำธุรกิจแห่งใหม่ ที่มั่นคงปลอดภัยกว่าในรัสเซียตอนนี้

ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เคยซบเซาในช่วงยุค Covid-19 กลับมาคึกคักอีกครั้ง จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์รายงานว่า ในปี 2022 ยอดขายคอนโดมิเนียมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูเก็ต เกือบ 40% เป็นของชาวรัสเซีย และเป็นชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมากที่สุด ซึ่งมากกว่าชาวจีน ที่ตามมาเป็นที่ 2 หลายเท่าตัว

เจ้าของกิจการโรงแรมในหาดป่าตอง เล่าว่าตอนนี้ ลูกค้าโรงแรมมากว่า 90% เป็นหนุ่มสาวรัสเซีย แม้แต่รีสอร์ทระดับหรูหลายแห่งถูกจองเต็มยาวข้ามปีโดยกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซีย หลายคนนำเงินมาจองซื้อบ้าน ในโครงการที่ยังเพิ่งก่อสร้าง โดยวางแผนล่วงหน้าว่าหากสถานการณ์ที่รัสเซียยังไม่ดีขึ้น อาจต้องมาปักหลักอยู่ยาวในไทย

ว่าแต่…ทำไมเศรษฐีมีเงินชาวรัสเซีย ถึงเลือกที่จะมาอยู่พักใจกันที่ประเทศไทย แทนที่จะไปประเทศอื่น ๆ??

'เพื่อไทย' เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. อีก 16 คน ลั่น!! เลือกตั้งหนนี้ต้องชนะ 'แลนด์สไลด์'

(23 ก.พ. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา และประธาน ส.ส.พรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. และน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค แถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ จำนวน 16 คน

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรค พท. ได้ประกาศกลยุทธ์และเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ที่ต้องชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ให้ได้จำนวน ส.ส.มากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 250 คนขึ้นไปของสภาฯ เพื่อให้ได้อาณัติจากพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ขอขอบคุณว่าที่ผู้สมัครที่อาสาเข้ามาทำงานร่วมกันกับเรา หลังจากนี้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่เปิดตัวไปแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการสรรหาและฟังความเห็นของประชาชนในพื้นที่ และเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกของพรรคต่อไป ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคน ซึ่งในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ได้เลือกตั้งแน่นอน พรรค พท. พร้อมทำหน้าที่ตรงนี้เพื่ออนาคตของพวกเราทุกคน

ด้านนายวิสุทธิ์ กล่าวว่า พรรค พท. ถือเป็นพรรคที่มีความพร้อมมากที่สุด เราเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เกือบครบทุกเขตแล้ว ยังเหลือบางเขตที่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีผู้สมัครเยอะมาก ประมาณ 8-10 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ทั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและส.ส.ระบบเขต โดยเฉพาะ ส.ส.ระบบเขตมีความสำคัญมาก ที่จะยกมือโหวตนายกฯ จากพรรค พท. เพื่อชี้ชะตาอนาคตของประเทศชาติบ้านเมือง

“เราลำบากมา 8 ปี จะลำบากต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน เราเคยทำได้ เราทำมาแล้ว และเราจะทำอีก เราจะทำให้พี่น้องประชาชนกลับมามีความสุขอีกครั้ง” นายวิสุทธิ์ กล่าว

24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310 วันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีพระนามเดิมว่า ฉิม ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาช และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310 ทรงได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร เมื่อมีพระชนมายุได้ 16 พรรษา

ต่อมาพระองค์ได้อภิเษกสมรสกับ เจ้าฟ้าหญิงบุญรอด พระธิดาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ซึ่งภายหลังเจ้าฟ้าหญิงบุญรอดได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ดำรงตำแหน่งพระอัครมเหสี หลังการขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรสร่วมกัน 3 พระองค์ พระองค์ใหญ่ซึ่งปรากฏพระนามภายหลังว่าเจ้าฟ้าราชกุมาร สิ้นพระชนม์เสียตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ รองลงมา คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์น้อย คือ  พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 40 พรรษา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงโปรดให้ตั้งพระราชพิธีอุปราชาภิเษก สถาปนาพระเกียรติยศขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล แต่ให้คงเสด็จประทับอยู่ที่พระราชวังเดิม มิให้ขึ้นไปประทับ ณ พระราชวังบวรฯ ด้วยสมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ได้กราบทูลไว้แต่เมื่อประชวรหนักว่าขอให้ลูกเธอได้อาศัยในพระราชวังบวรฯ ต่อไป ทั้งทรงพระราชดำริเห็นว่า พระองค์ก็ทรงพระชรามากอยู่แล้ว ไม่ช้านานเท่าใดพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยก็จะได้เสวยราชสมบัติ การย้ายวัง ควรไว้ย้ายเมื่อเสด็จเข้ามาประทับในพระบรมมหาราชวังทีเดียว

ถึงปี พ.ศ. 2352 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้เสด็จสวรรคต กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงมีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

วงเสวนา ย้ำ 15 ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยลดผลกระทบทางสังคม ยกงานวิจัยเปรียบเทียบก่อนและหลังบังคับใช้กฎหมาย นักดื่มลดลง 2% เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยให้แก้กฎหมายเรื่องตราเสมือน ห้ามใช้สัญลักษณ์เดียวกัน

ส่วนการให้โฆษณาได้ยังเห็นต่าง หวั่นส่งผลให้คนดื่มมากขึ้น สื่อมวลชนเสนอห้ามข้าราชการเกษียณที่ทำงานด้านกำกับและจัดเก็บภาษีเป็นเจ้าหน้าที่ธุรกิจแอลกอฮอล์ เท่าพิภพย้ำ พร้อมผลักดันการแก้กฎหมายในสภา

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงแรมเอเซีย พญาไท มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม ได้มีการจัดประชุมเสวนาระดมความเห็นเรื่อง “มองหลากมุม 15 ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง” เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยมีนักวิชาการ ภาคีภาคประชาสังคมและนักการเมืองรวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นักวิจัยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า ข้อมูลการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลกระทบเปรียบเทียบช่วงก่อนและหลัง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บังคับใช้ พบว่า สัดส่วนผู้บริโภคแอลกอฮอล์ในปี 2550 อยู่ที่ 30.0% ส่วนปี 2564 อยู่ที่ 28.0% ลดลง 2% โดยเพศชายลดจาก 52.3% เหลือ 46.4% หรือลดลง 5.9% ส่วนเพศหญิงกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1.7% เมื่อจำแนกตามกลุ่มอายุ พบว่ากลุ่มอายุ 15-19 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป มีการดื่มลดลง ส่วนกลุ่มอายุ 20-49 ปี มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนักคือน้อยกว่า 1% ในขณะที่ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์เช่นเมาแล้วขับช่วงเทศกาลปีใหม่ ลดลงจาก 37.8% ในปี 2551 เหลือ 25.6% ในปี 2565 หรือลดลง 12.2% ส่วนเมาแล้วขับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ลดลงจาก 35.5% ในปี 2551 เหลือ 26.0% ในปี 2565 หรือลดลง 9.5%

นักวิจัยจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรากล่าวต่อว่าการมีกฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงและยังช่วยลดผลกระทบจากปัญหาการเมาแล้วขับด้วย  ทั้งนี้ในการสำรวจความเห็นของประชาชนต่อมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายใต้ พ.ร.บ.ดังกล่าว เมื่อเดือนมกราคม 2566 ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยและสนับสนุนให้จำกัดสถานที่จำหน่ายถึง 94.5% จำกัดช่วงเวลาจำหน่าย 93.1% และจำกัดการโฆษณา 91% มีเพียง 5.5% ที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการจำกัดสถานที่จำหน่าย อีก 6.9% ไม่เห็นด้วยกับการจำกัดเวลาจำหน่าย และ 9% ไม่เห็นด้วยกับการจำกัดการโฆษณา อย่างไรก็ตามควรจะมีการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะปัจจุบันมีการเติบโตของโซเชียลมีเดียและการเกิดขึ้นของทุนขนาดเล็ก ซึ่งควรให้โอกาสได้เติมโต แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการในการควบคุมทุนแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่ให้มากขึ้น

ด้านนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานภาคีเครือข่ายป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า เมื่อ 15 ปีที่แล้ว แม้จะมีกลุ่มทุนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่เคลื่อนไหวคัดค้านการออกพ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ภาคประชาชน รวมถึงประชาชนกว่า 13 ล้านคน ได้ร่วมกันผลักดันจนกฎหมายออกมาบังคับใช้เมื่อปี 2551 เจตนารมณ์สำคัญคือการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ คุ้มครองสุขภาพประชาชน และลดผลกระทบทางสังคม สาระสำคัญนอกจากมีกลไกรับผิดชอบระดับนโยบายและปฏิบัติรวมทั้งมีสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วกฎหมายได้กำหนดสถานที่ห้ามขาย ห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีและคนเมาครองสติไม่ได้  การจำกัดวิธีการขายและห้ามส่งเสริมการขาย การควบคุมการโฆษณา รวมถึงการบำบัดฟื้นฟูผู้ที่ติดสุราด้วย ส่งผลให้ลดจำนวนนักดื่มและจำกัดการดื่มให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม รวมทั้งการจำกัดการเข้าถึงทำให้เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยต่อสังคมโดยรวม

อย่างไรก็ตามนายธีรภัทร์ ยอมรับว่า 15 ปีที่ผ่านมาแม้กฎหมายจะมีข้อดีหลายอย่างแต่ก็พบปัญหาในทางปฏิบัติที่ทุกฝ่ายต้องหาทางป้องกันแก้ไขต่อไป เช่น ธุรกิจแอลกอฮอล์ใช้ตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปโฆษณาสินค้าประเภทอื่นเช่นน้ำดื่ม โซดาหรือที่เรียกกันว่าตราเสมือน ทำให้คนนึกถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ดี  การขาดแนวปฏิบัติหรือเกณฑ์พิจารณาลักษณะผู้ซื้อที่เข้าข่ายเมาครองสติไม่ได้ การขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ยังพบได้ทั่วไปในร้านค้ารายย่อยและผับบาร์ รวมทั้งการเข้าถึงการบำบัดฟื้นฟูของผู้ติดสุรายังมีข้อจำกัดอยู่พอสมควร ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ทันกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ยังคงรักษาเจตนารมณ์เดิมไว้อย่างเคร่งครัดไม่ทำให้กฎหมายอ่อนแอลง ซึ่งจากการพูดคุยกับกลุ่มผลักดันพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ก็พบจุดร่วมในหลายประเด็น เช่น การลดทุนผูกขาด การจัดการเรื่องตราเสมือนซึ่งเป็นความฉ้อฉลที่ทุนสุรารายใหญ่ได้เปรียบ รวมทั้งการอบรมผู้ขายให้มีทักษะมากขึ้น
 

ม.อ. เปิดหลักสูตรผู้ดำเนินการสปาเพื่อสุขภาพ ที่แรกของภาคใต้ตอนล่าง มุ่งผลิตกำลังคนรองรับตลาดแรงงานด้านสปา

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมกับ ชมรมธุรกิจบริการสุขภาพภาคใต้ (ตอนล่าง) จัดงานแถลงข่าวเปิดหลักสูตรผู้ดำเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกของภาคใต้ตอนล่าง เพื่อผลิตบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบริการสปาและส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานด้านสปาของประเทศ โดยมี รศ. ดร.ศิริลักษณ์ บางโชคดี ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย ผศ. ดร.เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และ คุณภารรัฐ กรัณย์สุกสี รองประธานชมรมธุรกิจบริการสุขภาพภาคใต้ (ตอนล่าง) ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมใหญ่ 210 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับ ชมรมธุรกิจบริการสุขภาพภาคใต้ (ตอนล่าง) ได้จัดทำหลักสูตรผู้ดำเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง (Spa manager) และยื่นหลักสูตร ไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และได้รับการรับรองหลักสูตรดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบริการสปาและส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานด้านสปาของประเทศ โดยจะเปิดการอบรมหลักสูตร รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกของภาคใต้ตอนล่างในเดือนมีนาคม 2566 ณ อาคารศูนย์ศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ชั้น 8 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

หลักสูตรผู้ดำเนินการสปาเพื่อสุขภาพ 100 ชั่วโมง เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่บัดนี้ – 3 มีนาคม 2566 โดยจะอบรมตั้งแต่วันจันทร์ – เสาร์ (ระยะเวลา 15 วัน) ในรูปแบบ on-site ระหว่างวันที่ 13 – 18, 20 – 25 และ 27 – 29 มีนาคม 2566 ณ อาคารศูนย์ศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ชั้น 8 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

สำหรับคุณสมบัติของผู้เรียนต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือ สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งมีประสบการณ์ในการดำเนินงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ไม่น้อยกว่า 2 ปี และเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายและจิตใจไม่เป็นอุปสรรคต่อการอบรมและการปฏิบัติงาน

สภาอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา จัดพิธีมอบรถวีลแชร์ให้กับคนพิการและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน115คัน

วันนี้ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานพิธีมอบรถวีลแชร์ให้กับคนพิการและกลุ่มเปราะบางในจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายจีรทัศน์ แจ่มไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราและคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา

ผบ.ตร.ร่วมพิธีทำลายอาวุธปืนของกลาง กว่า 20,000 กระบอก หลังคดีถึงที่สุด สั่งกำชับตำรวจเข้มมาตรการอาวุธปืนต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประชาชน

วันที่ 23 ก.พ.66 เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาเป็นประธานในพิธีทำลายอาวุธปืนของกลาง โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์. ผบช.สกบ. พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงศ์มณีเทศ ผบก.ภ.ระยอง เข้าร่วมพิธีเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

การจัดพิธีในครั้งนี้ สืบเนื่องจากตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินมาตรการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมายทุกมิติ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายดังกล่าว ได้สั่งการหน่วยระดมกวาดล้างจับกุม ขยายผล ทลายเครือข่ายอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมทั้งการลักลอบค้าปืนออนไลน์ พร้อมกำชับการจำหน่าย ทำลายอาวุธปืนของกลาง เพื่อป้องกันมิให้มีการนำเอาอาวุธปืนดังกล่าวกลับมาใช้ก่อเหตุในคดีอาญา หรือลักลอบจำหน่ายไปยังบุคคลไม่หวังดี ตกอยู่ในมือของคนร้าย รวมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนด้วย 

ผบ.ตร.จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบการทำลายอาวุธปืนของกลางซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ สำนักงานส่งกำลังบำรุง โดยกรมสรรพาวุธ สำรวจอาวุธปืนของกลางที่เก็บรักษาไว้ตามคำสั่งศาลเพื่อรอทำลาย  และให้สถานีตำรวจทั่วประเทศสำรวจอาวุธปืนของกลางตามระเบียบที่หน่วยงานระดับสถานีสามารถทำลายได้เองเพิ่มเติมอีกด้วย

โดยพิธีทำลายอาวุธปืนของกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น เป็นการนำเอาอาวุธปืนของกลางซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้ริบเป็นของกลางและคดีถึงที่สุดแล้ว โดยถูกเก็บรักษาไว้ที่กองสรรพาวุธ แล้วขออนุมัติเพื่อจัดพิธีทำลายอาวุธปืนของกลาง โดยจะใช้วิธีการทำลายผ่านเครื่องจักรบดอัดให้เสียสภาพ แล้วนำไปหลอมในเตาหลอมอุณหภูมิสูง เพื่อให้อาวุธปืนของกลางทั้งหมดสิ้นสภาพที่จะนำมาใช้งานได้ โดยในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) สนับสนุนเครื่องจักรคุณภาพสูงในการหลอมโลหะด้วยอุณหภูมิสูง

เจ้ากรมแพทย์ทหารบก และคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยสายแพทย์ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 พลโท วุฒิไชย อิศระ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก พลตรี ชูสิทธิ์ ศรีอุทโยภาส รอง เจ้ากรมแพทย์ทหารบก และคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยสายแพทย์ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน โดยมี พันเอก ชินวิช เจริญพิบูลย์ รอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมให้การต้อนรับ มี พันเอก สุรังค์ วิทยาวงศรุจิ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน กล่าวรายงาน พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ให้การต้อนรับ พันเอก สุรังค์ วิทยาวงศรุจิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน กล่าวว่าที่ผ่านมา โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ได้รับการสนับสนุน ดูแล ให้คำแนะนำในทุกด้านอย่างดียิ่ง จากมณฑลทหารบกที่ 25 แพทย์ใหญ่ กองทัพภาคที่ 2 ทั้งนี้ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน มีความมุ่งมั่น ที่จะปฏิบัติตาม นโยบาย ของกองทัพบก และกรมแพทย์ทหารบก ซึ่งส่งผลให้ ผลการดำเนินการของหน่วย มีแนวโน้มดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ถึงแม้จะพบปัญหาอุปสักบ้าง 

ด้าน พลโท วุฒิไชย อิศระ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ในวันนี้ ถือว่าเป็นการมาทำความรู้จักพบปะกำลังพลของโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน และได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานในการให้บริการผู้ป่วยและญาติ ทั้งมารับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของกำลังพล ที่ผ่านมาโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน นับว่าเป็นหน่วยงานสายแพทย์ที่สำคัญ ที่ กองทัพบก และกรมแพทย์ทหารบก ได้ให้ความเชื่อมั่นตลอดมา ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ขอชื่นชมกำลังพล โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ทุกนายที่ช่วยกันพัฒนาโรงพยาบาล จนประสบผลสำเร็จ และได้รับรางวัลมากมาย ทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ผู้มารับบริการ รวมถึงประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ และขอให้ทุกคนจงร่วมแรงร่วมใจแสดงออก ถึงความรักความสามัคคี มีความตั้งใจในการที่จะพัฒนาโรงพยาบาลให้เจริญรุ่งเรือง มีผลการปฏิบัติงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชน สำเร็จสมความมุ่งหมายของทางราชการและตามที่หน่วยเหนือกำหนดต่อไป 

'ศิริโชค' แฉ!! จุดจบของนักการเมืองพุงหมา นักการเมืองขี้ฉ้อ ส่อติดคุก โกงกินจนพุงปลิ้น

นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

จุดจบนักการเมืองพุงหมา !!!

ฉากหน้าอ้างเป็นนักพัฒนา แต่เบื้องหลัง แตกเลือดโครงการต่างๆ จนพุงปลิ้น 
อีกไม่นานจะมีข่าวใหญ่ในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ คณะกรรมการป.ป.ช. อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับนักการเมือง ประเภท ‘พูดแล้วฉ้อ’ ใน ข้อหา ‘กินหิน กินทราย กินถนน’

ทั้งนี้คณะกรรมการป.ป.ช. ได้ทำการเรียกผู้รับเหมารายใหญ่ ทั้ง 5 ราย (ที่ได้ทำการโอนเงิน ค่าคอมมิสชั่น (แตกเลือด) เข้าบัญชีธนาคารของผู้เชี่ยวชาญ ประจำตัว ส.ส. พุงหมา เข้ามาให้การแล้ว 

ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช. มีหลักฐาน เส้นทางการเงิน (การโอนเงินเข้าบัญชี หรือออกจากบัญชี) มีรายละเอียดการใช้โทรศัพท์มือถือ แต่ละวัน และเวลาในการโทรหาผู้รับเหมา เอกสารการแบ่งโควตา เงินเข้าพุงหมา จาก กรมทางหลวงชนบท โดยผู้รับเหมาบางรายโอนเงินหลายครั้ง เข้าบัญชี ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส. พุงหมา เป็นเงินหลายล้านบาท 

อย่ามาโยนความผิดว่าผมเป็นผู้ร้องนะครับ ผมแค่เห็นหลักฐาน และมีพยานมาบอกเล่า ก็เลยต้องมาฟ้องพี่น้องประชาชน เพื่อให้รู้ทันนักการเมืองพุงหมา 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top