Sunday, 26 July 2026
TheStatesTimes

‘เพื่อไทย’ ให้การต้อนรับคณะทำงาน พรรคคอมมิวนิสต์จีน เผย พร้อมร่วมมือผลักดันทุกนโยบาย เพื่อปชช. ทั้ง 2 ประเทศ

(13 ม.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้แทนพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนางนลินี ทวีสิน ประธานคณะกรรมการต่างประเทศ และวิเทศสัมพันธ์ ให้การต้อนรับการมาเยือนของคณะจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน นำโดยนายเฉิน โจว รัฐมนตรีช่วยกระทรวงวิเทศสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนและคณะ 

นายเฉิน โจว กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ เพื่อนำคณะมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์จีน-ไทย พร้อมชี้แจงแนวทางการนำพาจีนของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ที่ประกาศไว้ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติครั้งที่ 20 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 16 ต.ค.65 ซึ่งถือว่าเป็นวาระสำคัญที่ท่านสี จิ้น ผิง ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของจีนต่อเนื่องเป็นวาระที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจีนอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 วาระ ระยะเวลา 10 ปี ซึ่งต้องการเน้นย้ำการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างเศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกแห่งสยาม

วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปีคือ ‘วันเด็ก’ แห่งชาติ ซึ่งเป็นวันสุขของเด็กๆ ที่จะได้สัมผัส รถถัง เครื่องบิน อาวุธยุทโธปกรณ์ เก้าอี้นายกฯ เก้าอี้ผู้ว่า ฯลฯ คือเรียกว่าได้ฝันเป็นอาชีพนั้นๆ อย่างมีความสุข พอนึกถึงมุมนี้ ก็มีอีกมุมหนึ่งที่ผมได้รำลึกถึงคือ เจ้านายที่เป็นยุวชน ซึ่งวัยเด็กของพระองค์คือการเรียนรู้เพื่อปกครองบ้านเมือง เป็นยุวชนที่มีมุมมองของขัตติยะ แม้ในท้ายที่สุดพระองค์จะมิได้ขึ้นครองราชย์เนื่องจากทรงสวรรคตไปเสียก่อน

‘สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร’ สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกแห่งสยาม คือเจ้านายพระองค์นั้น พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชสมภพแต่สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2421 โดยพระนาม ‘มหาวชิรุณหิศ’ แปลว่า ‘มงกุฎเพชรใหญ่’ ซึ่งเรียกในภาษาอังกฤษได้ว่า ‘Crown Prince’ คือ ‘พระราชสมภพมาเพื่อสวมมงกุฎ’ 

ภายหลังการเสด็จทิวงคตของ ‘กรมพระราชวังบวรวิเศษไชยชาญ’ เมื่อ พ.ศ. 2428 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดขึ้นดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลอีก ต่อมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล และทรงสถาปนาตำแหน่ง ‘สยามมกุฎราชกุมาร’ เพื่อเป็นองค์รัชทายาทแทน โดยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริว่า ตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและอาจทำให้ชาวต่างประเทศเข้าใจสับสน ส่วนพระราชอิสริยยศ ‘สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช’ ซึ่งเรียกว่า ‘สมเด็จหน่อพระพุทธเจ้า’ ที่ได้ตั้งขึ้นไว้ตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เป็นตำแหน่งที่สอดคล้องตามแบบอย่างการสืบสันตติวงศ์ของพระมหากษัตริย์ในนานาอารยประเทศที่มีราชประเพณีแต่งตั้งพระราชโอรสพระองค์ใหญ่เป็นมกุฎราชกุมารดำรงตำแหน่งรัชทายาท

ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2430 พระชนมายุ 9 พรรษา 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการ ให้ ‘สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงษ์ กรมพระภาณุพันธุวงษ์วรเดช’ เป็นอธิบดีอำนวยการพระราชพิธีมหาพิชัยมงคลสรงสนาน เฉลิมพระปรมาภิไธย ในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าราชกุมารพระองค์ใหญ่ การพระราชพิธีครั้งนี้ เป็นการพิธีพิเศษใหญ่ยิ่ง สมควรจะมีการเฉลิมพระเกียรติยศต่อการพระราชพิธีให้สมควรแก่กาลสมัยด้วย 

สมเด็จฯ กรมพระภาณุพันธุวรเดชได้ทรงคิดให้มีการเลียบพระนคร เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ออกประทับพลับพลาหน้าท้องสนามไชย พระราชทานเหรียญที่ระลึกในการพระราชพิธี การแห่เรือกระบวนพยุหยาตราในท้องน้ำ แล้วแข่งเรือคล้ายกับพระราชพิธีกาศวยุช

พระพุทธเจ้าหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ทำแพลงสรง เครื่องประดับพระมณฑปและเครื่องพิธีต่างๆ ทั้งยังให้ซ่อมแซมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทสำหรับตั้งการพระราชพิธี รวมทั้งตกแต่งซ่อมแซมเรือกระบวน เครื่องต้นสำหรับทรงแห่สมโภช และให้มีศุภอักษร ท้องตราถึงหัวเมืองประเทศราช เมือง เอก โท ตรี จัตวา ให้ทราบการกำหนดพระราชพิธีลงสรงเฉลิมพระให้ทราบการกำหนดพระราชพิธีลงสรงเฉลิมพระปรมาภิไธยครั้งนี้ โดยมีพระราชพิธีรวมทั้งสิ้นถึง 9 วัน

เมื่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระชนมายุครบ 13 พรรษา ในปี พ.ศ. 2433ได้มีพระราชพิธีโสกันต์อย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 8 วัน ก่อนที่ในปีเดียวกัน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงผนวชเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2434 โดยมี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศ วริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ผนวชแล้วประทับ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร จนถึงวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2434 จึงลาผนวช

พระองค์เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เช่น เสด็จฯ ออกรับฎีกาที่ราษฎรทูลเกล้าฯ ถวาย / เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีและพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีเผด็จศกมหาสงกรานต์ / การบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก / การบำเพ็ญพระราชกุศลในวันคล้ายวันประสูติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว / การเชิญพระอัฐิกรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ (สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี) / ทำบุญสดับปกรณ์ / การบำเพ็ญพระราชกุศลในวันวิสาขบูชา

ต่อมาเมื่อได้สถาปนาพระอิสริยยศเป็น ‘สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร’ นอกจากจะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งเป็นสมเด็จพระลูกยาเธอแล้ว ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินติดตามพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เสด็จฯ ประพาสหัวเมืองเยี่ยมเยือนทุกข์สุขราษฎร รวมถึงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เช่น เสด็จฯ ออกรับอาร์ชดยุกลิโวโปลด์แห่งออสเตรียและคณะ พร้อมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชเทวี / ทรงเป็นสภานายกกรรมสัมปาทิกหอพระสมุดวชิรญาณ / เสด็จ ฯ พระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลแก่นักเรียนโรงเรียนสุนันทาลัย (เพียบเลย) 

และเมื่อ พระพุทธเจ้าหลวง ได้ทรงมีพระราชดำริที่จะจัดการทหารบก ทหารเรือ ให้เรียบร้อยเป็นระเบียบแบบแผน จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งตำแหน่ง ผู้บัญชาการทั่วไป ซึ่งตรงกับตำแหน่งภาษาอังกฤษว่า ‘คอมมานเดออินชิฟ’ โดยให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับตำแหน่ง แต่โดยที่ทรงเห็นว่ายังทรงพระเยาว์ จึงให้ตราพระราชบัญญัติตั้งกรมทหารควบคู่ไว้ด้วยเพื่อช่วยการจัดระเบียบให้เป็นแบบแผนเดียวกัน

16 มกราคม ของทุกปี เป็น ‘วันครูแห่งชาติ’ น้อมรำลึกพระคุณ ‘แม่พิมพ์ของชาติ’

วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี กำหนดให้เป็น ‘วันครูแห่งชาติ’ รำลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ ผู้ที่ได้ชื่อว่า แม่พิมพ์ของชาติ

'วันครู' ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2500 หลังจากพระราชบัญญัติครูประกาศใช้ 12 ปี โดยสถานที่จัดงานวันครั้งแรกเกิดขึ้นในจังหวัดพระนคร และธนบุรี ที่กรีฑาสถานแห่งชาติ

จุดเริ่มต้นของการมีวันครู มาจากการเรียกร้องของครูจำนวนมาก ซึ่งความเห็นของครูที่แสดงออกมาทั้งพยายามที่จะชี้ให้เห็นความสำคัญของครูและอาชีพครู ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละประกอบคุณงามความดี เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก จึงควรที่จะมีวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครู เปิดโอกาสให้ครูทั้งหลายได้พักผ่อนบำเพ็ญกุศลและตลอดจนดำรงกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ของครูและการศึกษาของชาติตามสมควร

จากความต้องการและการเรียกร้องของครูดังกล่าว จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้นำเสนอในที่ประชุมผู้แทนคณะครูทั่วประเทศในคราวประชุมวิสามัญของคุรุสภา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2499 ที่ประชุมสามัญของคุรุสภามีมติเห็นชอบและให้เสนอคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาพิจารณา เพื่อกำหนดให้มีวันครูขึ้น

นักวิจัยไทยสุดเจ๋ง!! รู้จัก ‘ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ อภิวัฒน์ มุทิรางกูร’ หัวหน้าคณะวิจัยและพัฒนาโมเลกุล ‘มณีแดง’

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ อภิวัฒน์ มุทิรางกูร หัวหน้าคณะผู้วิจัยและพัฒนา โครงการ ‘มณีแดง’

สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน ใครที่ติดตามเรื่องเล่าของผมเป็นประจำก็จะรู้ว่าหลายครั้งหลายคราผมได้หยิบยกเหตุการณ์ในอดีต หรือแม้แต่บุคคลที่สร้างวีรกรรมต่าง ๆ ในอดีตมาเขียนเล่าเรื่องให้ทุกท่านได้อ่านกัน และส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องหรือบุคคลในต่างประเทศ

พอมานั่งตรึกตรองดูแล้ว ผมอยากจะเล่าเรื่องของคนไทยบ้าง และอยากเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันให้มากขึ้น หันซ้ายหันขวาผมก็เจอเรื่องและบุคคลที่น่าสนใจ นั่นก็คือ ‘ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ อภิวัฒน์ มุทิรางกูร’ หัวหน้าคณะผู้วิจัยและพัฒนา โครงการ ‘มณีแดง’ 

สำหรับใครที่ตามข่าวแนว ๆ วิทยาศาสตร์ก็อาจจะเคยได้ยินชื่อ ‘มณีแดง’ กันมาบ้าง และคงตาลุกวาวเมื่อรู้ว่า ‘มณีแดง’ เปรียบดังยาอายุวัฒนะ

ก่อนจะอธิบายว่าทำไม ‘มณีแดง’ เปรียบดังยาอายุวัฒนะ นั้น ผมขอแนะนำประวัติคร่าว ๆ ของ ‘ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ อภิวัฒน์ มุทิรางกูร’ ผู้ค้นพบและวิจัยมณีแดงก่อนนะครับ

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ อภิวัฒน์ มุทิรางกูร นักวิทยาศาสตร์ชาวไทย อาจารย์ประจำ และอดีตหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของไทย ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๑ และเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ผู้เชี่ยวชาญด้านอณูพันธุศาสตร์ มีผลงานวิจัยดีเด่นทางด้านการศึกษาการอณูพันธุศาสตร์โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก และสภาวะเหนือพันธุกรรม (Epigenetic) ที่เป็นกลไกสำคัญในการเกิดโรคในมนุษย์ ได้แก่ มะเร็ง โรค autoimmune และโรคชรา

ที่สำคัญ ‘ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ อภิวัฒน์ มุทิรางกูร’ เป็นหัวหน้าคณะผู้วิจัยและพัฒนาโมเลกุล ‘มณีแดง’ หรือ RED-GEMs (REjuvenating DNA by GEnomic Stability Molecules) และนอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยจำนวนมากที่สำคัญ เช่น

๑. การค้นพบ DNA ของไวรัสเอพสไตน์บาร์ (Epstein Barr virus, EBV) ในน้ำเหลืองของผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก ในปัจจุบันใช้การวัดปริมาณ EBV ของ DNA ในน้ำเหลืองเพื่อติดตามผลการรักษาผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก

๒. ศึกษาสภาวะเหนือพันธุกรรมของสาย DNA เบสซ้ำเพื่อควบคุมการทำงานของยีนและปกป้องจีโนมของเซลล์ (2-8) ทำให้เกิดแนวทางใหม่ในการป้องกัน ตรวจกรองวินิจฉัยและรักษา มะเร็งและความชราในอนาคต

๓. ศึกษาสภาวะเหนือพันธุกรรมของยีนที่จำเพราะกับชนิดเนื้อเยื่อหรือชนิดการติดเชื้อไวรัส (9-13) ทำให้เกิดแนวทางใหม่ในการตรวจกรองและวินิจฉัยมะเร็งในอนาคต

๔. ค้นพบรอยฉีกขาดของ DNA ที่ดี (14-17) ที่อาจมีประโยชน์ป้องกันความไม่เสถียรของจีโนม ความชราและมะเร็ง น่าจะทำให้เกิดแนวทางใหม่ในการป้องกันการเกิดมะเร็งและความชราในอนาคต

อ่านเพียงเท่านี้ ก็ต้องยกนิ้วโป้งให้ ‘ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ อภิวัฒน์ มุทิรางกูร’ เลยทีเดียว เพราะผลงานที่ศึกษานั้นเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก นอกจากผลงานที่ยกมาบอกเล่าข้างต้นแล้ว ผลงานที่เด่นและเป็นที่สนใจของคนในสังคมมากก็คือ การวิจัย ‘มณีแดง’ ที่คนเปรียบเปรยว่าเป็นเหมือนยาชะลอวัย นั่นเอง

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า การวิจัยและพัฒนาโมเลกุล ‘มณีแดง’ ได้รับทุนวิจัยจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สกว. สวทช. และ วช. สำหรับทีมวิจัยฯ นอกจากบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว มีรายนามคณะนักวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยสังเขปดังต่อไปนี้ :

๑. ผศ.ดร. จิรพรรณ  ทองสร้อย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้ศึกษาการตรวจวัด รอยแยกของ DNA
๒. ศาสตราจารย์ ดร. นพ. นิพนธ์ ฉัตรธิพากร และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สถานที่และคำแนะนำในเรื่องการย้อนวัยของหนูชรา
๓. บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) และคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการเลี้ยงและวิเคราะห์หมู
๔. อาจารย์ ดร. สรวงสุดา สุภาสัย ภาควิชาชีวโมเลกุลและพันธุศาสตร์โรคเขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาหนูพาร์กินสัน และหนู อัลไซเมอร์
๕. ผศ.ดร.สุกัญญา เจริญพร และคณะ ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาลิงแสม

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะผู้วิจัยได้รายงานการค้นพบ DNA ของเชื้อไวรัสเอพสไตน์บาร์ (Epstein Barr virus, EBV) หรือ EBVDNA ในน้ำเหลืองของผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก การค้นพบนี้ทำให้เกิดการพัฒนาการตรวจติดตามผลการรักษา โดยที่ EBVDNA จะหายหมดไปหากไม่มีเนื้อมะเร็งโพรงหลังจมูกหลงเหลือ และหากพบมี EBVDNA ในน้ำเหลืองแสดงว่ามีการกลับเป็นซ้ำเกิดขึ้น ในปัจจุบัน แต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูกประมาณ ๖ แสนคนทั่วโลก ได้ประโยชน์จากการตรวจหา EBVDNA ในน้ำเหลือง

ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ คณะผู้วิจัยเริ่มรายงานค้นพบการเปลี่ยนแปลงสภาวะเหนือพันธุกรรมของสาย DNA เบสซ้ำในเซลล์มะเร็ง ในผู้ชรา และในโรคอื่น ๆ เช่น กระดูกผุ โรค SLE หรือรู้จักกันในชื่อโรคพุ่มพวง การศึกษาต่อเนื่องทำให้รู้กลไกและบทบาทที่ส่งผลต่อการเกิดพยาธิสภาพของโรค ทั้งจาก ความไม่เสถียรของจีโนมและการแสดงออกของยีนที่เปลี่ยนไป ในปัจจุบันคณะผู้วิจัย กำลังศึกษาวิธีการที่จะนำความรู้เกี่ยวกับ สภาวะเหนือพันธุกรรมของสาย DNA เบสซ้ำ มาพัฒนาเป็นยารักษามะเร็ง ป้องกันความพิการจากความชรา และการตรวจกรองมะเร็งที่พบบ่อย นอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังเป็นผู้ค้นพบสภาวะเหนือพันธุกรรมของยีนที่จำเพราะกับชนิดเนื้อเยื่อหรือชนิดการติดเชื้อไวรัส และกำลังกำลังศึกษาวิธีการที่จะนำความรู้นี้ไปใช้วินิจฉัยและการตรวจกรองมะเร็งในอนาคต

ส่วนผลงานวิจัยที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ คณะผู้วิจัยรายงานการค้นพบรอยฉีกขาดของ DNA ที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน รอยฉีกขาดของ DNA ที่รู้จักกันจะทำให้เซลล์ตายหรือกลายพันธุ์ แต่รอยฉีกขาดที่ค้นพบกลับน่าจะมีประโยชน์ต่อเซลล์ทำให้จีโนมเสถียร ไม่แก่และไม่เป็นมะเร็ง เป็นการค้นพบกลไกต้นน้ำของความชราบริเวณรอยแยก (youth-DNA-gap) ตรงจุดที่มี DNA แมดทิเลชัน (DNA methylation) ดังนั้นการเข้าใจกลไกการเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุลที่รอยฉีกขาดนี้อาจนำไปสู่การป้องกันการแก่และมะเร็งในอนาคต 

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2566 : หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร

การเป็นคนดี...
ไม่ใช่อยู่ที่ความหล่อ หรือ สวย
มิใช่อยู่ที่ความร่ำรวย หรือ ยากจน
แต่อยู่ที่การฝึกตนให้เป็นคนมีศีลธรรม

แถลงความสำเร็จ มอบรางวัลผู้ชนะประกวดภาพถ่าย-คลิปประทับใจที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี กระตุ้นท่องเที่ยวหลังโควิด-19

เมื่อวานนี้ (12 ม.ค. 66) สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยสำนักงานพัฒนาพิงนคร (องค์การมหาชน) มอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศในกิจกรรมภายใต้แคมเปญ ความสนุกไม่สิ้นสุด ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยมี นายกฤษดา ลาพิมล ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย สำนักบริหารงานกลาง รักษาการในตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงนคร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง เป็นประธานในพิธี และนายธีวินท์ เทเพนทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเข้าร่วมพิธีแถลงข่าว ณ ห้องวารีกุญชร เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  

นายกฤษดา ลาพิมล ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย สำนักบริหารงานกลาง รักษาการในตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงนคร และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง กล่าวว่า สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยสำนักงานพัฒนาพิงนคร (องค์การมหาชน) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีส่วนช่วยพลิกฟื้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ผ่านการดำเนินกิจกรรมในแคมเปญ ความสนุกไม่สิ้นสุด ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี พร้อมทั้งมอบรางวัลเพื่อเป็นเกียรติแก่แก่ผู้ชนะเลิศการประกวด และเป็นกำลังใจในการสร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ อันนำไปสู่ความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ และยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่จะทำให้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นที่รู้จักในวงกว้าง นำไปสู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับแคมเปญ ความสนุกไม่สิ้นสุด ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นการดำเนินการผลิตและเผยแพร่สื่อโฆษณา เพื่อการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ผ่านสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์จอดิจิตอล รวมถึงสื่อออนไลน์ โดยได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกับสายการบิน Air asia และเครื่องดื่ม ตราช้าง จำนวน 2 กิจกรรม ดังนี้

'ประเสริฐ' หนุน ! นวัตกรรมคนไทย หม้อแปลง Low Carbon ลดคาร์บอน ลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน ลดค่าไฟ ประหยัดพลังงาน

'ประเสริฐ' เชียร์ !  นวัตกรรมคนไทย ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน ลดก๊าซเรือนกระจก “หม้อแปลง Submersible Transformer Low Carbon” นอกจากสร้างทัศนีย์ภาพเมืองให้สวยงาม น่าอยู่ ลดพลังงาน ลดคาร์บอน ลดก๊าซเรือนกระจก ลดค่าไฟ 

'ดร.ประเสริฐ' สินสุขประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าว หม้อแปลง Submersible Transformer Low Carbon นี้ นอกจากจะทำให้ทัศนียภาพสวยงาม ทำให้เมืองหน้าอยู่ ยังช่วยประหยัดพลังงาน และยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดคาร์บอน ผมว่าถ้าประหยัดพลังงานตอนนี้ทุกคนคงอยู่ในใจตลอดแล้วเพราะว่าราคาพลังงานสูงเหลือเกิน เดือนมกราก็มีการปรับขึ้นอีก ฉะนั้นเรื่องของนวัตกรรมที่ช่วยการประหยัดพลังงานก็จะทำให้เราสะดวกสบายขึ้น เรื่องลดโลกร้อนลดคาร์บอนก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะในช่วงปีที่ผ่านมาเราคงเห็นสภาพอากาศรุนแรงในบ้านเราก็มีฝนตกค่อนข้างเยอะ แต่ว่าจริง ๆ ถ้าเรามองไปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น ปากีสถาน เกาหลีใต้ หรือในยุโรป ตอนช่วงหน้าร้อนก็จะ Heat wave ตอนนี้ที่อเมริกา หนาวมาก เรียกว่าติดลบ 40 องศา และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีความรุนแรงถ้าเราดูสถิติในช่วงอย่างน้อย 5ปี 10ปี ที่ผ่านมา ก็ความรุนแรงพวกนี้รุนแรงมากขึ้นและเกิดถี่ขึ้นและนานขึ้น ฉะนั้นสภาพอากาศบ้านเรา โลกของเราเริ่มไม่ปกติแล้ว เหมือนคนป่วยที่อุณหภูมิสูงขึ้น มีอาการอาเจียน ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ฉะนั้นเราต้องช่วยทำให้โลกนี้เย็นลง ด้วยการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือ Low Carbon  ลดอุณหภูมิโลก

ตัวหม้อแปลง Low Carbon ดังกล่าว ก็ได้รับรางวัลมากมายในส่วนของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานก็ได้ ในส่วนของกระทรวงพลังงานก็ได้รับรางวัล Energy Award ได้รับรางวัลนวัตกรรมสินค้าสนับสนุนส่งเสริมสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA, สินค้า มอก. 384  และใบประกาศเกียรติคุณ โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) TGO รางวัลดังกล่าวเป็นการส่งเสริมสนับสนุนสินค้าไทย ของต่างประเทศก็ได้หลายอันเห็นตามข่าวที่ไปรับรางวัล IEEE, กัมพูชา ก็เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะว่าเรื่องของหม้อแปลงประหยัดพลังงานหรือหม้อแปลง Low Carbon ก็เป็นการคิดค้นของคนไทย เป็นการผลิตของคนไทยก็มีความยินดีและชื่นชม ในวันนี้ได้มาทดสอบติดตั้งนำร่องในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ดีใจมากเพราะเป็นศิษย์เก่า ผมตั้งแต่สมัยก่อน 30 ปี 40 ปี ที่แล้ว มาเดินไม่เหมือนตอนนี้เลย เมื่อ 40 ปี ที่แล้วกับตอนนี้มันคนละเรื่อง สภาพห้องแถว สภาพตึก สภาพสายไฟ อะไรต่าง ๆ ถนนหนทางก็ดีขึ้นเยอะ ก็สำนักงานทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ได้ดีมาโดยตลอด ทำให้บ้านเมืองสวยงาม พูดไปแล้วสยามสแควร์กับจุฬา ก็เหมือนของคู่กัน แล้วก็ทำให้ทัศนียภาพสวยงามก็ดีใจ และก็อีกครั้งหนึ่งของชื่นชมทางบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด, ทางบริษัท อีโนวา  อินทิเกรชั่น จำกัด และทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ร่วมมือกันทำผลงานตัวนี้ เพราะว่าเรื่องใหม่ๆ เรียนสื่อมวลชนว่า เรื่องใหม่ๆ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ดีก็ตาม ได้รับรางวัลมากมายก็ตาม แต่ไม่กล้า คนไม่กล้าจะมีอีกเยอะ ก็อยากให้ตรงนี้เป็นตัวอย่าง เป็นเจ้าแรกที่จะทำให้บ้านเรามีทัศนียภาพที่สวยงาม มีการใช้พลังงานอย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ และก็ช่วยลดเรื่องค่าใช้จ่าย ช่วยลดคาร์บอน ลดโลกร้อน ลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อโลกของเราจะได้กลับมาเป็นปกติ

รองโฆษก ตร. ออกโรงเตือน พ่อแม่ผู้ปกครอง พึ่งระวังเด็กพลัดหลง ช่วงงานวันเด็ก แนะ 5 ข้อป้องกัน และพฤติกรรม Sharenting ของพ่อแม่ยุคใหม่

เมื่อวานนี้ (13 ม.ค. 66) เวลา 13.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ปกครองที่จะพาบุตรหลานไปเที่ยวช่วงเทศกาลงานวันเด็กแห่งชาติ ให้ระมัดระวัง พร้อมแนะนำวิธีป้องกันเด็กพลัดหลง

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณฯ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีการงดจัดงานวันเด็กแห่งชาติไปถึง 2 ปี ซึ่งในปีนี้ วันเด็กแห่งชาติจะตรงกับวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ปกครองพาบุตรหลานไปเที่ยวงานวันเด็กที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานต่างๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกัน บุตรหลานพลัดหลงในงานวันเด็ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีข้อแนะนำดังนี้

1. ก่อนออกจากบ้าน ควรเขียน ชื่อ-เบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครอง ติดตัวไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงของเด็ก โดยควรมีเบอร์โทรศัพท์สำรองมากกว่า 1 หมายเลข
2. ถ่ายรูปล่าสุดของเด็กก่อนออกจากบ้าน เพื่อสามารถจดจำชุดที่เด็กสวมใส่ได้ เวลาเกิดเหตุพลัดหลงจะได้สามารถให้ข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ติดตามหาตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
3. สำหรับเด็กเล็ก ขอความร่วมมือผู้ปกครองควรต้องจูงมือไว้ตลอดเวลา หรืออาจใช้อุปกรณ์ในการช่วยจูง เช่น เป้จูง เป็นต้น
4. ผู้ปกครองควรบอกกล่าว สถานที่นัดพบ เส้นทาง จุดสังเกต หากเกิดกรณีพลัดหลง จะนัดเจอกันจุดไหน การแจ้งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของสถานที่นั้นๆ โดยอาจแนะนำเด็ก ให้มองหาตำรวจ หรืออาสาสมัครกู้ภัย หน่วยปฐมพยาบาลที่สวมชุดเครื่องแบบ เพื่อที่จะจดจำได้ง่าย
5. หากเกิดเหตุพลัดหลงในพื้นที่ ให้ผู้ปกครองรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทันที เพื่อช่วยออกค้นหาเบื้องต้น หากการค้นหาในพื้นที่ไม่พบตัวเด็กที่พลัดหลง ให้รีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่นั้น โดยไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชม.

'ชาติพัฒนากล้า' ชู '1 จิตแพทย์ ต่อ 1 สถาบันฯ' 'กรณ์' ย้ำ เด็กจะเติบโตได้ดี ต้องมีคำชี้แนะที่ถูกต้อง

(14 ม.ค. 66) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเด็กแห่งชาติอีกปีหนึ่ง 20 กว่าปีที่ผ่านมาตนได้มาทักทายในฐานะคุณพ่อ แต่ปีนี้มีบทบาทเพิ่มเติมคือมีหลานปู่แล้ว ยิ่งทำให้เห็นว่าพัฒนาการของเด็ก ๆ แต่ละยุคแต่ละสมัยก็มีความเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันไป ส่วนวิธีคิด และเรื่องที่เขาสนใจ ก็จะมีความแตกต่างในทุก ๆ ปีด้วย แต่เรื่องเดียวที่เหมือนกัน และนับวันจะตระหนักในภาระหน้าที่มากขึ้น คือ เรื่องของการสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ให้กับเด็ก ๆ เพราะว่าหน้าที่ของพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ก็คือ คอยช่วยให้คำแนะนำในกรณีที่เขาอยากที่จะได้รับคำแนะนำจากเรา ที่สำคัญคือช่วยกันสร้างโอกาส ให้กับคนรุ่นใหม่

“ผมในฐานะสวมหมวกนักการเมือง ก็มีหน้าที่สร้างโอกาสด้วยนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนริเริ่มกิจการ เรื่องของการพัฒนาช่องทางและแนวทางการศึกษาที่เหมาะต่อยุคสมัยและอื่น ๆ แต่วันนี้ อยากสื่อไปถึงผู้หลัก ผู้ใหญ่ คุณพ่อ คุณแม่ ทุก ๆ คน ก็คือเรามาช่วยกันครับ เราอยากที่จะเห็นเด็กโตขึ้นอย่างไร ก็ขอทำตัวเราเองให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขา ให้เขามองเราแล้วรู้สึกว่านี่คือแนวทางในการวางตัว ในการประพฤติตนที่จะทำให้เขามีโอกาสที่ดีในชีวิตด้วย ขอให้ทุกคนมีความสุขด้วยกัน ร่วมกันในฐานะครอบครัว ในวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ด้วยครับ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว 

'รมว.สุชาติ' กล่าวเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 66 จ.ชลบุรี ชี้ เด็กเหมือนต้นไม้ ต้องดูแล-เอาใจใส่ให้เติบโตงดงาม

(14 ม.ค 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานกล่าวให้โอวาทแก่เด็กเนื่องในการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2566 โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดชลบุรี ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี และเด็ก ๆ ที่มาร่วมงานหลายพันคน ร่วมให้การต้อนรับ ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จังหวัดชลบุรี 

นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ไว้ว่า 'รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี' เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพราะเด็กในวันนี้จะเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่ายิ่งต่อการพัฒนาประเทศ จึงต้องได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพในอนาคต หากได้รับการอบรมสั่งสอนปลูกฝังแต่สิ่งดี ๆ พวกเขาก็จะเติบโตเป็นสมาชิกที่ดีมีคุณภาพของสังคม สิ่งสำคัญสำหรับทุกคนคือ การรู้หน้าที่ เด็ก ๆ มีหน้าที่ต้องตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อเรารู้หน้าที่ของตนเองก็จะทำให้เสริมสร้างการมีวินัย 

รวมทั้งการเป็นเด็กดีของสังคม เด็กเปรียบเสมือนต้นไม้หากได้รับการดูแลเป็นอย่างดีก็จะเจริญงอกงาม ผลิดอกออกผลให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ดูแลในทางตรงกันข้าม หากไม่ดูแล ไม่หมั่นรดน้ำพรวนดิน ต้นไม้ก็จะไม่เจริญงอกงาม หรืออาจตายได้ในที่สุด 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top