Saturday, 25 July 2026
TheStatesTimes

23 ธันวาคม พ.ศ. 2491 ‘นายพลโตโจ’ อดีตนายกฯ ญี่ปุ่นถูกแขวนคอ ในความผิดฐานเป็นอาชญากรสงคราม

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2491 อดีตนายกรัฐมนตรี ญี่ปุ่น ‘โตโจ ฮิเดกิ’ ถูกประหารชีวิต ด้วยการแขวนคอ ในฐานะอาชญากรสงคราม

โตโจ ฮิเดกิ (Tojo Hideki) คือนักการทหารและนักบริหารที่มีความสามารถเป็นที่ยอมรับ เขาได้รับการแต่งตั้งให้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 1 ในปี 1928 (พ.ศ. 2471) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปราบกลุ่มกบฏ 'ยังเติร์ก' ในปี 1936 (พ.ศ. 2479) ก่อนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับบัญชาใหญ่กองทัพญี่ปุ่นในแมนจูเรียในปีต่อมา

ตำแหน่งหน้าที่ของ โตโจ ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วนับแต่นั้นมา ในปี 1938 (พ.ศ. 2481) เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสงคราม และเขาก็ได้เป็นหัวแรงสำคัญที่ผลักดันให้ญี่ปุ่นเข้าเป็นภาคีของกลุ่มอักษะสำเร็จในปี 1940 (พ.ศ. 2483) ปีเดียวกันกับที่เข้าได้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสงครามเต็มตัว จากนั้นอีกเพียงหนึ่งปี เขาก็ได้ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจาก ฟูมิมาโระ โคโนเอะ โดยยังยึดเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสงครามต่อไป

โตโจ นอกจากจะเป็นข้าราชการที่ได้ชื่อเรื่องการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เขายังเป็นนักการทหารที่มีนโยบายก้าวร้าวที่สุดในบรรดาผู้นำญี่ปุ่น เขาคือผู้นำประเทศเข้าสู่สงครามกับสหรัฐฯ ด้วยการบุกโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในวันที่ 7 ธันวาคม 1941 (พ.ศ. 2484) ซึ่งเบื้องต้นได้ทำให้ญี่ปุ่นขยายอิทธิพลไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิกตะวันตก

ททท.จัด 'มหกรรมเที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม' สัญจร ที่จังหวัดเชียงใหม่

ททท. ปลื้มมหกรรมเที่ยวเมืองไทยAmazing ยิ่งกว่าเดิมคึกคัก เดินหน้าจัดงานมหกรรม เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม@เชียงใหม่ พบกับ กิจกรรมเจรจาธุรกิจใน Business Matching ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายกว่า 130 บริษัททั่วประเทศ ได้แก่ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภาคเหนือองค์กรภาครัฐและเอกชน บริษัทนำเที่ยว โรงเรียนนานาชาติ และกลุ่มผู้จัดงานทั่วประเทศ หวังสร้างโอกาสทางธุรกิจ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

ในวันพุธ ที่ 21 ธันวาคม 2565 เวลา 08.30 - 13.00 น. ททท. จัดกิจกรรมการเจรจาทางธุรกิจ (B2B) ในโครงการ มหกรรมเที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม สัญจร ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยนางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการสำนักงานททท.สำนักงานเชียงใหม่  นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ นายพัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ทและสปาเชียงใหม่ และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. กำหนดจัดงานมหกรรมเที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม @เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 20 – 21 ธันวาคมนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวในประเทศ สร้างโอกาสทางธุรกิจ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เตรียมพร้อมรองรับการท่องเที่ยวที่จะกลับสู่สภาวะปกติในปี 2566 ตามแนวคิดโครงการ Save Partner

โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดงาน 'มหกรรมเที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม' ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 – 18 ธันวาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ซึ่ง ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยการจัดงานตลอดทั้ง 4 วัน พบว่า มีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดกว่า 50,000 คน เกิดการซื้อขายภายในงานกว่า 70 ล้านบาท  

สำหรับการจัดงานมหกรรมเที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม@เชียงใหม่ เป็นการจัดกิจกรรม การเจรจาธุรกิจ B2B (Business to Business) ในรูปแบบของ 'Business Matching' ระหว่าง กลุ่มผู้ซื้อ (Buyer) และผู้ขาย (Seller) จำนวนกว่า 130 รายจากทั่วประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มผู้ซื้อ (Buyer) จากองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน บริษัทนำเที่ยว กลุ่มการศึกษา โรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ กลุ่มผู้จัดงาน เป็นต้น และ ผู้ขาย (Seller) ประกอบด้วย ผู้ประกอบการโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคภาคเหนือ ร่วมนำเสนอแพ็คเกจพิเศษการท่องเที่ยวสำหรับองค์กรและการจัดรายการนำเที่ยว

ศึกเลือกตั้ง ‘เมืองคอน’ ครั้งหน้าส่อแววระอุ หลัง ‘นายหัวสิทธิ์’ ซบ ‘รทสช.’ ชิงเก้าอี้ ส.ส.โซนชะอวด

นายหัวสิทธิ์ ประกาศแล้วเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.โซนชะอวด-จุฬาภรณ์ ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยประกาศเจตนารมณ์ออกมาแล้ว

พี่น้องครับเรามาร่วมกันตามหาโอกาสที่สูญเสียไป กันนะครับ

ผมขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกบนถนนสายการเมือง ที่อาสาเข้ามาทำงาน เพื่อการรับใช้ประชาชน ด้วยเจตนาและอุดมการณ์ สำนึกรักบ้านเกิด เกิดมาต้องแทนคุณแผ่นดิน

นายสิทธิรัก ทิพย์อักษร (นายหัวสิทธิ์) ผู้เสนอตัว ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร(ส.ส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ เขตอำเภอชะอวด อำเภอจุฬาภรณ์ และอำเภอไกล้เคียง (เนื่องจากการแบ่งเขตเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ) จังหวัดนครศรีธรรมราช

‘พิธา’ โชว์ภูมิพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ชี้ ควรเพิ่มงบท้องถิ่น - ใช้เทคโนโลยีลดเหลื่อมล้ำ

‘พิธา’ โชว์วิสัยทัศน์เศรษฐกิจดิจิทัล ชี้จีดีพีไทยโตขึ้นแต่ยังรั้งกลางตารางอาเซียน ชูหลักคิด ‘ก้าวไกล’ ตั้งเป้าหมายไประดับโลก ต้องเริ่มต้นจากท้องถิ่น

(22 ธ.ค. 65) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมแสดงวิสัยทัศน์นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลในหัวข้อ ‘เทรนด์ใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัลและยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน’ ร่วมกับแกนนำพรรคการเมืองใหญ่ 5 พรรค ในงานเสวนา “Next Step Thailand 2023 ทิศทางแห่งอนาคต” ความตอนหนึ่งว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท คาดการณ์การเติบโตอยู่ที่ 15% ต่อปี โดยมีการลงทุนจากภาคเอกชนอยู่ที่ราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งระบบ ที่จีดีพีคาดการณ์การเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3% แต่กระนั้นหากเทียบกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียนด้วยกัน จะพบว่าประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 6 ของอาเซียน ทั้งในด้านคาดการณ์การเติบโตและปริมาณการลงทุน และเมื่อหันมาดูด้านงบประมาณที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล จะพบว่ารัฐบาลได้ให้งบประมาณด้านแผนงานยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลเพียง 980 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.03% ของงบประมาณทั้งหมด ส่วนงบประมาณด้านการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7.36 พันล้านบาท ส่วนใหญ่กลับไปอยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองของกระทรวงมหาดไทย ถึง 7.16 พันล้านบาท ซึ่งไม่ตอบโจทย์ในการสร้างยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลโดยตรง

หัวเมืองใหญ่อย่าประมาท เมื่อ PM2.5 มาตามคาด วอนคนไทยอย่าเที่ยวปีใหม่เพลิน จนลืมป้องกันตัว

ช่วงปลายปีแบบนี้ แถมอากาศหนาวเป็นใจ คนไทยเลยแห่เที่ยวแห่ฉลองกันอย่างสนุกสนาน โดยลืมว่าฤดูหนาวแบบนี้แหละที่มักเกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เราหลงลืมไปว่ามักมาเยือนตามเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ 

แต่หนักสุดเห็นจะเป็นกรุงเทพฯ นี่แหละ เพราะมีรายงานข่าวจากสำนักสิ่งแวดล้อมว่า พบฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นั่นคือพบฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินมาตรฐาน จำนวน 4 พื้นที่ ได้แก่ เขตทวีวัฒนา, เขตหนองแขม, เขตหนองจอก และเขตปทุมวัน โดยตรวจวัดได้ระหว่าง 30-53 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดย PM2.5 ค่ามาตรฐาน เฉลี่ย 24 ชม. ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. แต่ 4 พื้นที่นี้มีค่ามาตรฐานเกินคือ 53 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จึงต้องเตือนประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าวให้ระวังสุขภาพและสวมหน้ากากป้องกัน  

ทั้งนี้ในวันที่ 24 ธ.ค. 65 เป็นช่วงเวลาที่ควรเฝ้าระวังทั้งพื้นที่ กทม. เนื่องจากสภาพเพดานการลอยตัวอากาศที่ต่ำ ประกอบสภาวะอากาศที่นิ่ง ลมสงบ  เพื่อความไม่ประมาท จึงควรเริ่มเฝ้าระวังตั้งแต่เย็นวันที่ 23 ธ.ค. 65

'บิ๊กป้อม' ตั้ง 'ไพบูลย์' นั่ง ปธ.คณะทำงานธุรการฯ จัดการเอกสารเกี่ยวเนื่องเลือกตั้ง เพื่อยื่นต่อสู่ กกต.

(22 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.ได้ลงนามคำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่ 149/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานธุรการเพื่อการเลือกตั้งทั่วไป พรรคพลังประชารัฐ 

เพื่อให้การดำเนินงานธุรการของพรรคพลังประชารัฐ ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2566 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งในกระบวนการรับสมัคร กระบวนการสรรหา การจัดประชุมสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค และการยื่นเอกสารสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง โดยอาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 17(1)(ซ) 

จึงแต่งตั้งคณะทำงานธุรการเพื่อการเลือกตั้งทั่วไป พรรคพลังประชารัฐ ดังนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธานคณะทำงาน และมี พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียร คณะทำงาน, นายวีระวัฒน์ ภู่พงษ์ คณะทำงาน, นายกันติพจน์ สิริภักดิสกุล คณะทำงาน และนายธีรยุทธ สุวรรณเกสร คณะทำงาน

'ดร.เสรี' ชี้!! ชาวกทม.เทคะแนนเลือกผู้แก้ปัญหา แต่สุดท้ายได้คนมาออก Event เล่น Cosplay

(22 ธ.ค. 65) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า...

วิ่งๆๆๆๆ เต้นๆๆๆๆ ออก Event เล่น Cosplay มาแล้ว 6 เดือน

มีอะไรที่เรียกว่าเป็นการแก้ปัญหา

มีอะไรที่เรียกว่าเป็นการพัฒนา

มีอะไรที่ทำได้ตามคำสัญญา

แบบนี้ยังมีคนมอบรางวัลว่าเป็นขวัญใจ

‘ตำรวจ’ รวบ ‘แก๊งโดราเอม่อน’ พร้อมของกลาง หลังตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ทั่วกรุงเทพฯ

(22 ธ.ค. 65) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระรองออย รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.โอภาส หาญณรงค์ รอง.ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รอง.ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ กื้อมะโน สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.อำนวย เงินนา สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) บก.สส.บก.น.9, สน.หลักสอง, สน.เพชรเกษม, สน.ธรรมศาลา และสภ.กระทุ่มแบนจับกุมนายสุเทพ สงวนนามสกุล อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 851/2565 ลงวันที่ 13 ธ.ค. 2565  จับกุมตัวได้ที่ บ้านพักซอยวิภาวดี 16/26 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 

นายอนุสรณ์ หรือเบิร์ด สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 737/2565 ลง 24 พ.ย. 2565 จับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าหอพักบ้านทองอยู่ ซอยเพชรเกษม 126 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 

และนายอมร หรือบอล สงวนนามสกุล อายุ 24 ปี ข้อหา ‘ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือร่วมกันรับของโจร’ จับกุมได้บริเวณบ้านพัก ม.6 ต.อ้อมน้อย อกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลางประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า WAVE 110 I สี ดำ, ส้ม เลขตัวถัง : MLHJA1408J5737742 เลขเครื่อง : JA140E-0737742 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน ได้จากลักทรัพย์มา และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเอ็นแม็กซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1ขช 7572 กทม. คันที่ใช้ก่อเหตุ จับกุมได้เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. เวลาประมาณ 07.00 น. ที่ผ่านมา

ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล IDMB รับแจ้งความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ดำเนินการช่วยเหลือทันทีตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สืบทราบว่าแก๊งโดราเอม่อนได้ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 10 ครั้งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก หลังเมื่อประมาณเดือนต.ค. 2565 ที่ผ่านมา ชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล IDMB ได้ตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มคนร้ายกลุ่มหนึ่งตระเวนก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ทั่วกรุงเทพ โดยกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้จะมีเอกลักษณ์พิเศษคือทุกครั้งที่ก่อเหตุจะสวมใส่เสื้อลาย ‘โดราเอม่อน’ ซึ่งสืบทราบพบว่าเป็นความเชื่อของกลุ่มคนร้ายว่าเหมือนชุดนำโชค โดยก่อเหตุเป็นจำนวนรวมมากกว่า 10 ครั้ง และยังคงหลบหนีการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่มาจนถึงปัจจุบัน 

พล.ต.ต.ธีรเดช จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วิชิต นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ลงพื้นที่สืบสวนแกะรอยกว่า 2 เดือนจนกระทั่งสามารถยืนยันตัวผู้กระทำผิด ซึ่งได้ส่งพยานหลักฐานให้ส่งพนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ นายสุเทพและขออนุมัติศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับ นายอนุสรณ์ 

ต่อมาวันที่ 21 ธ.ค. 65 เวลาประมาณ 09.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. ปฏิบัติการปิดล้อมจับกุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนบก.สส.บก.น.9, สน.หลักสอง, สน.เพชรเกษม, สน.ธรรมศาลา และสภ.กระทุ่มแบน นำมาสู่การจับกุม ‘แก๊งโดราเอมอน’ ได้ 3 รายดังกล่าว เหลืออีก 1 รายคือ น.ส.พิมลรัตน์ แก้วเทพ อยู่ระหว่างหลบหนี ทำหน้าที่ย้ายรถไปซุกซ่อนเตรียมหลบหนี

สภาอุตสาหกรรมฯและผู้ประกอบการ 17 บริษัท ศึกษาดูงาน ต้นแบบการ จัดการทรัพยากรน้ำเพื่อ อุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)

คุณปิยะ พิริยะโภคานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สายงานสมาชิกสัมพันธ์ (สช.) หน่วยงานจับคู่ธุรกิจ สายงานสมาชิกสัมพันธ์ นำคณะสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการเข้าศึกษาดูงาน บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM.) ณ.สถานีผลิตน้ำประปามรกตสยาม ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี สถานีผลิตน้ำประปาด้วยพลังงานทางเลือก และต้นแบบการบริหารจัดการน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสียสำหรับภาคอุตสาหกรรม 

โดยมี คุณธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการผู้จัดการ บจก. อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ (IWRM.) ให้การต้อนรับและนำคณะเยี่ยมชม บ่อน้ำดิบและสถานีผลิตน้ำประปา เพื่ออุตสาหกรรม จากต้นทางน้ำในบ่อดินลูกรัง เพื่อส่งต่อน้ำสู่ผู้ใช้น้ำ ในนิคมอุตสาหกรรม ต่างๆ ทั้งในจ.ชลบุรีและจ.ฉะเชิงเทรา กว่า18 ปี ที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นคง มั่นใจ ในคุณภาพน้ำ ตลอด24ชม. ทั้ง 365 วัน สู่ขบวนการผลิต ทุกๆ นิคมฯที่รับน้ำจาก บ.IWRM

'เทศกาลคริสต์มาส' ห้วงความสุขของอเมริกันชน ความอบอุ่นที่เทียบเท่าได้ดั่ง 'สงกรานต์' บ้านเรา

คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเทศกาลแสนสุขและเป็นวันรวมญาติในรอบปีของคนไทยคือ เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นช่วงที่คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามอยากกลับไปเจอหน้าญาติพี่น้องที่บ้านเกิดทั้งนั้น ส่วนใครที่ไม่มีโอกาสกลับบ้านก็ได้แต่นั่งเศร้าเหงาหงอย ช่วงสงกรานต์นี้จึงถือว่าเป็นวันครอบครัวแห่งชาติกันเลยทีเดียว 

ส่วนเทศกาลในอเมริกาที่สามารถเทียบเคียงกับช่วงสงกรานต์ได้ ก็เห็นจะเป็นวันขอบคุณพระเจ้าในเดือนพฤศจิกายนกับคริสต์มาสในช่วงธันวาคมนี่แหละ เพราะใครๆ ต่างทยอยกันกลับบ้านเพื่อร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษกับครอบครัว การอยู่คนเดียวในช่วงขอบคุณพระเจ้าและคริสต์มาสในความคิดฝรั่งจึงถือเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างเหลือแสน เพราะอเมริกันให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างยิ่งในสองวันนี้

ก่อนหน้าคริสต์มาสคือ เทศกาลขอบคุณพระเจ้า ซึ่งตรงกับเดือนพฤศจิกายน ทุกครอบครัวจะล้อมวงกินไก่งวงร่วมกัน ช่วงเวลาแห่งความสุขในรอบปีของอเมริกันคือช่วงเวลาก่อนคริสต์มาส อิ่มอวลไปด้วยความสุขอันหอมหวาน ผู้คนเดินไปมาในห้างด้วยสีหน้ายิ้มย่องผ่องใส ถือเป็นช่วงดีๆ ที่ผู้คนไม่ขึ้งโกรธหรือขุ่นข้องหมองใจระหว่างกัน แถมบางครั้งก็ได้รับน้ำใจแบบไม่คาดฝันจากคนแปลกหน้าด้วย 

ช่วงนี้แหละที่ผู้คนในอเมริกาดูอบอุ่นอ่อนโยนและใส่ใจกันเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขในรอบปี ห้างสรรพสินค้าโดยเฉพาะซุปเปอร์มาเก็ตมักมีซานตาครอสลึกลับแอบจ่ายเงินให้คนที่ต่อแถวข้างหลัง ถือเป็นของขวัญที่ผู้คนมอบให้กันอย่างไม่เฉพาะเจาะจง ส่วนมากแล้วคนที่ได้รับน้ำใจมักร้องไห้ออกมากลางห้างอย่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ เพราะน้ำใจส่งท้ายปีจากคนแปลกหน้าถือเป็นความงดงามที่คนตัวเล็กอย่างเราสามารถมอบให้กันในเทศกาลอันเปี่ยมสุขแห่งปี

ผู้คนเฉลิมฉลองด้วยการประดับประดาหน้าบ้านด้วยไฟหลอดเล็กๆ สีเขียวสลับแดงพรืดไปทั้งหน้าบ้าน การตกแต่งบ้านเรือนยึดโทนสีหลักของเทศกาลคริสต์มาสแต่โบราณคือเขียวและแดง ซึ่งเป็นการใช้สีในเชิงสัญลักษณ์และเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา สีแดงถือเป็นสัญลักษณ์ของพระโลหิตของพระเยซู ส่วนสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตนิรันดร์ เพราะเป็นสีของต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบและเขียวสดชั่วกาลนาน

ภายในบ้านมีต้นคริสต์มาสทั้งแบบพลาสติกและแบบสดแขวนสิ่งละอันพันละน้อยจนเต็มต้น บนยอดมีดวงดาวสีทองสุกใส ใต้ต้นมีกล่องของขวัญหลายกล่องวางเรียงราย มองเลยต้นคริสต์มาสไปอีกนิดจะเห็นถุงเท้ายาวหลายข้างแขวนไว้ตรงเตาผิงที่ตบแต่งไว้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ทั่วบ้านยังประดับพวงมาลัยที่ทำมาจากใบสนและและฮอลลีสีแดงสด บางบ้านก็มีการแขวนช่อมิสเซิลโทไว้ในบ้าน เชื่อกันว่าใครก็ตามที่มายืนใต้ช่อมิสเซิลโทแล้วจะต้องจูบกันโดยถือเป็นคำมั่นสัญญาว่ารักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย       

นอกจากชาวคริสต์แล้ว ชาวยิวก็ฉลองเทศกาลในช่วงนี้เช่นกัน โดยประดับไฟหน้าบ้านด้วยสีฟ้าและสีเงิน ข้างหน้าต่างมีเชิงเทียนรูปทรงแปลกตางดงามที่เรียก 'มะโนรา' แยกออกเป็น 8 กิ่งเพื่อปักเทียนทั้งหมด 8 เล่ม เทศกาลนี้เรียกว่า 'ฮานุกก้า' เพื่อระลึกถึงปาฏิหาริย์แห่งแสงสว่างที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานถึง 8 วัน และเสมือนเป็นสัญญลักษณ์แห่งชัยชนะของผู้ศรัทธาที่ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติจักรวรรดินิยมกรีก  

มีเรื่องเล่ากันขำๆ ว่า ร้านอาหารฝรั่งทุกร้านปิดหมดในช่วงคริสต์มาส ร้านอาหารที่เปิดขายวันนี้เลยมีแต่ร้านอาหารจีน ชาวยิวในอเมริกาจึงมักออกไปรับประทานอาหารจีนกันทั้งครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ล้อกันเล่นสนุกๆ บางคนไม่มีโอกาสกลับไปหาครอบครัวก็ถือโอกาสออกไปร้านอาหารจีนกินดื่มร่วมกันเพื่อนอย่างสนุกสนานไปด้วย

ในช่วงเทศกาลของทั้งสองศาสนาในวาระเดียวกันเช่นนี้ เวลาไปจับจ่ายซื้อของที่ไหน พนักงานในร้านมักอวยพรรวมกันว่า 'สุขสันต์วันเทศกาล' หรือ Happy Holidays เนื่องจากชาวอเมริกันไม่ได้เป็นชาวคริสต์ทุกคนและคาบเกี่ยวกับเทศกาลฉลองของชาวยิวด้วยจึงเลือกที่จะใช้คำกลางๆ มาเรียกเทศกาลปลายเดือนธันวาคม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top