Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

ว่ายข้ามโขงจบ แต่ดราม่ายังไม่จบ หลังชาวเน็ตแห่โยง ‘หมอก้อง’ ฟาด ‘หมอริท’ พูดเพื่อ??? ใช่เวลาไหม ? หลังบอก ‘โตโน่’ ว่ายน้ำ 10 รอบ ได้เงินบริจาค 1,000 ล้าน หมอ-พยาบาล ก็เหนื่อยเท่าเดิม

ก่อนหน้านี้ ‘หมอริท’ เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช หรือ ‘หมอริท เดอะสตาร์’ ได้แสดงความเห็น ถึง ‘โตโน่’ หลังภารกิจ ‘One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้’ ว่ายน้ำข้ามโขง ระยะทางไปกลับ 15 กิโลเมตร เพื่อระดมทุนจัดหาเครื่องมือแพทย์ให้ โรงพยาบาล ไทย-ลาว ว่า ‘ยินดีด้วยกับการ #ว่ายน้ำข้ามโขง ของพี่ #โตโน่ภาคิน ในวันนี้นะครับ ที่ปลอดภัย และได้รับเงินบริจาคจำนวนมาก อย่างแรกต้องขอขอบคุณในน้ำใจ และความเสียสละของพี่ที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์ คนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นแบบพี่ ไม่ได้หาได้ง่ายเลย นับถือใจจริงๆ

ในบทสัมภาษณ์มีหลายครั้งที่พี่พูดว่า ที่พี่มาว่ายน้ำครั้งนี้ เพราะหมอและพยาบาลเขาเหนื่อยกว่า เสี่ยงกว่า เลยอยากขออนุญาตฝากมุมมองไว้ซักนิดครับ เผื่อพี่อาจจะลืมมองเหตุผลพวกนี้นะครับ (ไหน ๆ คนก็สนใจโครงการพี่เยอะแล้ว) 

1.ต่อให้พี่ว่ายน้ำข้ามโขงเป็น 10 รอบ ได้เงินบริจาคมากว่า 1,000 ล้าน หมอ พยาบาล เขาก็เหนื่อยเท่าเดิมครับ ขอยกตัวอย่างในฝั่งของหมอนะครับ ระบบสุขภาพของประเทศไทยคือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า แปลว่า คนไทยจะป่วยยังไง ก็มีการรักษารองรับ 
 
(ซึ่งจริงๆดีกับคนไทยในบางมุมนะ เช่น คนจนมีสิทธิ์เข้าถึงการรักษา แต่ข้อเสียก็คือ คนไทยไม่ใส่ใจสุขภาพ เกิดปัญหา เช่น ติดเหล้า ติดบุหรี่ และเกิดปัญหาสุขภาพตามมา ทำให้คนต้องมาโรงพยาบาลกันเยอะ) ซึ่งทำให้หมอต้องทำงานหนัก แต่ยังได้ค่าตอบแทนเท่าเดิม 

ซึ่งทุกวันนี้หมอไทยยังต้องทำงานเกินเวลาตามระเบียบกำหนด ทำให้เกิดภาวะสมองไหล หมอๆก็ออกนอกระบบโรงพยาบาลรัฐกันหมด หมอก็น้อยลง งานก็ยังหนัก ผลิตหมอเท่าไหร่ก็ไม่พอ ก็วนลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ ถึงบอกว่าเงินบริจาคเยอะแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้หมอหายเหนื่อยครับ 

2.พี่บอกว่าหมอพยาบาลเสี่ยง คำถามคือ แล้วใครปล่อยให้หมอพยาบาลทำงานภายใต้ความเสี่ยง? ถ้ารู้ว่าเขาทำงานแบบเสี่ยงอยู่ ทำไมผู้มีอำนาจโดยตรงถึงมองไม่เห็นและไม่สามารถจัดการปัญหานั้นโดยเร่งด่วนได้ หรืองบประมาณไม่เพียงพอ แล้วถ้างบไม่พอจริงๆ ทำไมไม่รายงานขึ้นไป ทำไมต้องรอเงินบริจาค? 

ส่วนตัวมองว่า การบริจาคไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีนะครับ แต่ที่มาหลักการ จุดประสงค์ของโครงการและการนำเงินไปใช้ต้องชัดเจน รวมถึงควรสนับสนุนการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไปในตัวด้วยครับ ถ้าพี่สื่อสารจุดนี้ได้ด้วย คิดว่าคนไม่เห็นด้วยน่าจะน้อยลงนะครับ และทำให้โครงการของพี่ดูมีเหตุสมควรมากขึ้น

เต้ มงคลกิตติ์ โพสต์เฟซบุ๊กเตรียม ว่ายข้ามเจ้าพระยา ช่วยน้ำท่วม ด้วยหัวใจ ด้วยตัวเปล่า กางเกงในว่ายน้ำตัวเดียว ไป-กลับ ในวันที่ 8 พ.ย.65 วันลอยกระทง

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ 007 ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ช่วยน้ำท่วม ส.ส.เต้007 ONE MAN ON CHAOPHRAYA RIVER ผมฐานะ ส.ส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทนเห็นพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดเดือดร้อนกว่าหลายล้านคน อดข้าว-อดน้ำ-เดือดร้อนทุกอย่าง เขาจะไม่ไหวกันแล้ว

ผมจึงตัดสินใจจะว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา กทม. ด้วยหัวใจ ด้วยตัวเปล่า กางเกงในว่ายน้ำตัวเดียว ไป-กลับ ในวันที่ 8 พ.ย.65 วันลอยกระทง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม 

เนื่องจากเงินรัฐบาลมีงบประมาณจำกัด ไม่เพียงพอดูแลประชาชน เงินรายได้ทั้งหมดมอบให้รัฐบาล-ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปซื้อข้าว-น้ำ-สิ่งของจำเป็นให้ประชาชนน้ำท่วมขังนาน-ขังไม่นาน 

วัดดวงศึกชิง ส.ส.เขต 2 สงขลา ล้วนเลือดใหม่ ‘ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย’ ท้าชิง ‘ศาสตรา พปชร.’

วันก่อนได้กล่าวถึงเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลาไปแล้ว ซึ่งโดยสรุปในเวลานี้จะเป็นการช่วงชิงกัน 3 คน ระหว่าง “น้องเพชญ บุญญามณี” ลูกชายของ “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กับประสงค์ บุรีรักษ์ นายกฯแบน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง และเจือ ราชสีห์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีตัดสินใจลงเขต และย้ายพรรค

 ขอกล่าวถึงเขต 2 สงขลา ซึ่งเป็นเขตชานเมืองของนครหาดใหญ่ เขตนี้เจ้าของเก้าอี้เดิมคือ “ศาสตรา ศรีปาน” จากพรรคพลังประชารัฐ เป็นเด็กปั้นของผู้การฯชาติ เป็นลูกชายของเจ้าของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในหาดใหญ่

“ปั้นได้ก็ทุบทิ้งได้” การเลือกตั้งครั้งหน้า พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินออกจากพรรคพลังประชารัฐ ไปสังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย ของ “อุตตม สาวนายน” แล้ว และจะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 2 ของสงขลา ซึ่งหมายถึงลงชนกับเด็กปั้นของตัวเองต้องเข้าใจว่า ผู้การฯชาติเป็นคนเกิดพัทลุง แต่มาเติบโตทางราชในจังหวัดสงขลา อยู่กับค่ายคอหงส์มานาน กว้างขวาง รู้จักคนมาก เคยได้รับเลือกเป็น ส.ส.สงขลาในย่านนี้มาหนึ่งสมัยในสังกัดค่ายทานตะวัน “ความหวังใหม่” เฉียดๆจะได้เป็นรัฐมนตรีมาหลายครั้ง มีชื่อติดโผมาตลอด น้อยเนื้อต่ำใจกับลุงป้อม ที่มองไม่เห็นหัวเลยย้ายพรรคหนี

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าถิ่นเก่า ประกาศขอคืนพื้นที่ยึดเขตนี้คืนด้วยการส่ง “นิพัฒน์ อุดมอักษร” ลงสมัครรับเลือกตั้งเขตนี้ ถามว่าแล้วนิพัฒน์คือใคร จากการสืบค้นพบข้อมูลในการแนะนะตัวกับสมาชิกพรรคในวันประชุมสาขาพรรคที่หาดใหญ่

“ผมเองเป็นชาวหาดใหญ่โดยกำเนิด เกิดที่นี่ เรียนที่นี่ ทำงานที่นี่ เห็นการเปลี่ยนแปลงของเมืองหาดใหญ่มาโดยตลอด ที่ผ่านมานอกเหนือจากการทำธุรกิจในนามบริษัท เอนกการช่าง จำกัด ผู้นำการผลิตเครื่องจักรกลเกษตรแล้ว ก็ยังทำงานส่วนรวมมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันยังทำหน้าที่นายกสมาคมเอสเอ็มอีจังหวัดสงขลา นายกสโมสรไลออนส์หาดใหญ่ เป็นที่ปรึกษา กรรมการชมรม สมาคม มูลนิธิฯ อีกหลายตำแหน่ง ซึ่งเป็นงานที่ทำด้วยใจเหมือนดั่งคำสอนป๋าเปรม ที่ชาวสงขลาได้ยินเป็นประจำว่า "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"

ในทางการเมือง “นิพัฒน์” เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มานานแล้ว และได้เข้ามาทำงานกับพรรคครั้งแรกในการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา เมื่อปลายปี 62 ร่วมทีมฝ่ายบริหารในตำแหน่งเลขานุการฯ กับไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้สมัครนายกอบจ.สงขลา ทีมพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังชนะการเลือกตั้งก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่อำเภอหาดใหญ่โดยเฉพาะ และเป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นคือ โครงการก่อสร้างสกายวอล์คและหอชมเมืองหาดใหญ่

โครงการดังกล่าว อบจ.ได้ผู้ชนะการประมูลที่ 10.5 ล้านบาท ขณะนี้เริ่มศึกษาออกแบบแล้ว โครงการนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คิดจะทำก็ทำได้ทันที พื้นที่บนเขาคอหงส์ ครอบคลุมหลายหน่วยงาน มีทั้งเขตป่าไม้ เขตทหาร ส่วนราชการ ท้องถิ่น การศึกษาออกแบบต้องทำอย่างรัดกุม 

“ผมได้เข้าไปดูพื้นที่ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งหลายคนอาจไม่ทราบว่าการขอใช้พื้นที่เขตทหารนั้นทำได้ยาก ที่ผ่านมาได้เข้าไปพูดคุยเพื่อขอใช้พื้นที่กับแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการ มทบ.42 ค่ายเสนาณรงค์”

อีกหนึ่งโครงการใหญ่คือการจัดทำห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ณ อาคารมูลนิธิหอสมุดประชาชนหาดใหญ่ (หอสมุดซุนยัดเซน) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยอบจ.สงขลา ได้เช่าที่ดินเพื่อที่จะทำการก่อสร้างศูนย์เรียนรู้สำหรับเด็กๆ เยาวชน ตลอดจนถึงประชาชนทั่วไป ได้ค้นคว้าหาความรู้ การอบรมคอมพิวเตอร์ การสอนการขายสินค้าผ่านออนไลน์ เป็นศูนย์เรียนรู้ในรูปแบบใหม่ทันสมัยใช้ได้ทุกคน โดยโครงการนี้ก็กำลังจะเริ่มแล้วเช่นกัน

โครงการอื่นๆ ยังมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการของบจากการยางแห่งประเทศไทย มาสร้างสนามฟุตซอลแก่โรงเรียนศรีนครมูลนิธิ จำนวน 8 แสนบาท และซื้อรองเท้าบู๊ทยางพาราแจกจ่ายแก่เกษตรกรอีก 8 แสนบาท การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้ขอบเขตและอำนานหน้าที่ของอบจ.ที่สามารถทำได้ ที่ผ่านมาเน้นการลงมือทำ เน้นการลงพื้นที่ มากกว่าการสร้างภาพสร้างกระแส

นิพัฒน์ถือเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ เลือดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเข้ามารับช่วงภารกิจเพื่อชาติต่อจากคนรุ่นก่อน เพื่อให้พรรคได้สืบทอดเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง และเป็นสถานบันทางการเมือง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในห้วงที่ผ่านมาประเทศไทยมีประเด็นสาธารณะเกิดขึ้นกับปรากฏการณ์ เดี่ยวไมโครโฟน โน้ส อุดม ถึง นักร้อง ศรีสุวรรณ จรรยา ที่กลายเป็นกระแสดรามาและสะท้อนถึงปัญหาในสังคมยุคปัจจุบัน  

ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดเสวนาพิเศษ “ถอดบทเรียน…ปรากฏการณ์ โน้ส อุดม ถึง ศรีสุวรรณ” ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เพื่อถอดบทเรียนในครั้งนี้ ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้ร่วมฟังโดยมีความคิดเห็นในหลายมุมมองที่น่าสนใจดังนี้

องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. ได้แสดงความคิดเห็นในกรณีของคุณโน้ส อุดม ว่าเป็นการแสดง Talk Show จุดมุ่งหมายก็คือทำให้คนดูรู้สึกสนุกสนานไปกับสิ่งที่เค้าพูด แต่อยู่ที่คนดูว่ารู้สึกอย่างไร บางคนก็สนุกสนาน ขำไปด้วย บางคนก็อาจไม่ขำ ไม่พอใจ มีมากมายหลายความรู้สึก หรือจนถึงกรณีของคุณศรีสุวรรณ สมมุติถ้าเราไม่เอ่ยชื่อสองคนนี้เลยเอาเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมมองเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่หลายประเด็น ประเด็นแรก ประเทศของเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพระดับหนึ่งภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย เราต้องมองในกรณีของคุณโน้สอุดม หรือคุณศรีสุวรรณ ทั้งคู่ได้แสดงออกภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในการดำเนินการในการกระทำ ส่วนใครจะชอบไม่ชอบก็อีกเรื่องหนึ่ง 

ประการที่สอง การแสดงออกของใครก็ตามภายใต้สิทธิเสรีภาพที่มีอยู่ ในกรณีที่ท่านไม่ชอบและเห็นว่าการแสดงออกของเค้าไม่ถูกต้องท่านก็มีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้เช่นเดียวกัน ถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของท่าน หรือถ้าท่านเห็นว่าสิ่งที่เค้าแสดงออกมันผิดกฎหมายท่านก็มีสิทธิใช้กระบวนการทางกฎหมายได้เช่นกัน ประการที่สาม ผมเห็นมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นปรากฏว่ามีคนในสังคมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการใช้ความรุนแรง จริงๆ แล้วความรุนแรงไม่ได้มีเฉพาะการกระทำต่อร่างกายแต่มีการกระทำต่อจิตใจอีกด้วย เราจึงไม่ควรใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา 

ส่วนปู จิตกร บุษบา นักสื่อสารมวลชนชื่อดัง  แสดงความเห็นว่า สังคมไทยกำลังมีปัญหา ต้นเหตุของมันจริงๆ เริ่มจากหลายสิบปีมานี้การเมืองไทยได้สุมไฟให้คน และปีนี้เป็นช่วงที่คนมีจุดเดือดต่ำ เพราะถูกสะสมมายาวนาน การต่อสู้ทางการเมืองได้ติดตั้งอาวุธนี้ให้กับสังคม  ปรากฏการณ์ โน้ส อุดม ถึงศรีสุวรรณ เป็นหลักฐานสำคัญมีสาเหตุหลายประการ ประการแรก ผู้คนขาดความมั่นคงทางอารมณ์ หรือวุฒิภาวะทางอารมณ์ ไม่สามารถเผชิญในสิ่งที่ไม่ถูกใจได้ อารมณ์จะขึ้นทันทีและไม่สามารถควบคุมระดับอารมณ์ของตัวเองได้ ขาดความสามารถในการจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง 

ประการที่สอง ความสามารถในการจำแนกแยกแยะ เช่น เดี่ยวไมโครโฟน เป็นการแสดงโชว์ด้วยการพูด ประเภทล้อเลียน เสียดสี เพื่อให้ตลกขบขัน ไม่ได้มีเจตนาแสดงโชว์เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ แสดงการปาฐกถา ผู้คนจำนวนไม่น้อยสูญเสียกระบวนแยกแยะ สิ่งนี้คือโชว์ชนิดหนึ่งเราก็จะวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะที่เป็นการแสดงโชว์ว่าเป็นโชว์ที่เป็นประโยชน์สาธารณะหรือไม่ เรา สามารถนำโชว์นี้เป็นสารตั้งต้นเป็นรากฐานที่เป็นประโยชน์ยิ่งกว่า เช่น ถ้าเรามองว่าโน้ส อุดม ยังแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีไม่สมบูรณ์ ทำไมเราไม่ทำให้สมบูรณ์ล่ะ 

และประการที่สาม ความสามารถในการเลือกเครื่องมือเผชิญกับสถานการณ์ กลับกลายเป็นความรุนแรงที่เป็นเครื่องมือหยิบมาใช้และกลายเป็นสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งสนับสนุนเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด 

ส่วนณัฐชัย มาไชยนาม นักกฎหมายคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นว่า ต้องหาสาเหตุของเรื่องทั้งหมดทั้งสองกรณีก่อน เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากการพูด ถามว่าประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้หรือไม่ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสุจริตได้ตามกรอบของกฎหมาย  

รมว.สุชาติ ร่วมคณะ นายกฯ ลุยน้ำท่วมสิงห์บุรี ย้ำ ผู้ประกันตนประสบภัย เบิกเยียวยาประกันสังคมได้ 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง 

วันที่ 24 ตุลาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมคณะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านผู้ประสบอุทกภัย ณ วัดพิกุลทอง ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี 

นายสุชาติ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมได้ดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ น้ำท่วม และ ที่ทำงาน/โรงงาน หรือ บ้านพักอยู่ในพื้นที่ที่ราชการประกาศกำหนดจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีว่างงานด้วยเหตุฉุกเฉินเป็นเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ซึ่งไม่เกิน 15,000 บาท เป็นเวลาสูงสุดถึง 180 วัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จึงได้กำชับให้ทุกส่วนราชการเร่งให้การช่วยเหลือเพื่อลดผลกระทบประชาชนให้ได้มากที่สุด 

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงาน/สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานในแต่ละจังหวัด ยังสนับสนุนยานพาหนะขนส่งประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ส่งเจ้าหน้าที่ทีมช่างเข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งเต็นท์ให้บริการซ่อมรถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องยนต์เล็กการเกษตร เพื่อลดรายจ่ายของประชาชนที่อุปกรณ์ไฟฟ้าได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วม สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการจัดทำอาหารเพื่อนำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงและตามบ้านเรือนที่ประสบภัย และการสนับสนุนความช่วยเหลือกับหน่วยงานในพื้นที่ในการจัดทำสุขาลอยน้ำ สำนักงานจัดหางานจังหวัดจัดเตรียมถุงยังชีพนำไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังนายจ้างให้ลูกจ้างที่บ้านน้ำท่วมและไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ให้หยุดโดยไม่ถือเป็นวันลาหรือเป็นความผิดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสิงห์บุรีนั้นได้ประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัย 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี เมืองฯ ท่าช้าง พรหมบุรี บางระจัน และค่ายบางระจัน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 24 ตำบล 145 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 18,575 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นผู้ประกันตน 3 ราย ไม่เป็นผู้ประกันตน 3 ราย การดำเนินการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสิงห์บุรี จ่ายสิทธิประโยชน์ช่วยเหลือแก่ทายาทผู้ประกันตนที่เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 1,091,419.42 บาท 

‘แอ๊ด คาราบาว’ ยกมือท่วมหัว พร้อมเอ่ยปากขอโทษผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีกลางเวทีคอนเสิร์ต ยอมรับผิดเพราะเมา หวังท่านผู้ว่าฯ ให้อภัย 

จากกรณี ‘แอ๊ด คาราบาว’ หรือ ‘ยืนยง โอภากุล’ ด่ากราดผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ในงานวันคล้ายวันเกิดอายุ 59 ปี กำนันพุก หรือนายปิยพจน์ เกียรติชูสกุล ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสองพี่น้อง กำนันตำบลบางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ในคืนวันที่ 12 ต.ค. กรณีที่วงคาราบาวไม่ได้ไปเล่นงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์และงานกาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี เรียกมาเคลียร์กันกลางเวทีคอนเสิร์ต (หลังผู้ว่าฯ มาร่วมงาน และได้กลับไปแล้ว) จวกแรงเด็กเมื่อวานซืน รู้ไหมกูเป็นใคร จนกลายเป็นประเด็นฮือฮา ซึ่งต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีได้มอบหมายให้หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี และนิติกรชำนาญการ เข้าแจ้งความต่อ ‘แอ๊ด คาราบาว’ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

‘เพื่อไทย’ นำโดย ‘ชลน่าน-แพทองธาร’ ลงพื้นที่ให้กำลังใจคนอุบลฯ ที่ประสบภัยน้ำท่วม  ‘แพทองธาร’ บ่นเสียดายช่วยพี่น้องไม่ได้ เหตุติดกฎเหล็ก กกต.  ขณะที่ ‘ชลน่าน’ ยันดันญัตติด่วนด้วยวาจาแก้ปัญหาน้ำท่วมหนักเข้าสภาฯ ต้น พ.ย.นี้

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 24 ต.ค. 2565 ที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุทกภัย ใน อ.เมือง อ.วารินชำราบ 

ทันทีที่คณะของพรรคเพื่อไทยมาถึงท่าอากาศยานฯ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และทิศทางการเมือง นำ ส.ส.อุบลราชธานี ส.ส.ยโสธร ส.ส.อำนาจเจริญ  อาทิ นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี  นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นายสมคิด เชื้อคง นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ  นายบุญแก้ว สมวงศ์ น.ส.สมหญิง บัวบุตร นายธนกร ไชวกุล ร่วมต้อนรับคณะของ น.ส.แพทองธาร และพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางประชาชนร่วมต้อนรับและให้กำลังใจกับคณะของพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ประชาชนยังส่งเสียงให้กำลังใจพร้อมตะโกน สู้ๆ เสียงดังสนั่นกึกก้องอาคารท่าอากาศยานอุบลราชธานี

จากนั้นเวลา 09.30 น. คณะของพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน น.ส.แพทองธาร พร้อมคณะได้เดินทางมาถึง ศูนย์บรรเทาทุกข์น้ำท่วม เทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร ยารักษาโรค ประชาชนที่ประสบอุทกภัย ซึ่งเปิดบริการ 24 ชั่วโมง โดยมี น.ส.พิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี พร้อมคณะรอต้อนรับและพาคณะของพรรคเพื่อไทยเดินชมศูนย์ฯ เพื่อให้กำลังใจ อาสาสมัคร ที่ทำอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากนั้นคณะของพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.วารินชำราบ พร้อมสอบถามถึงความเดือดร้อน พร้อมพบปะประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทุกภัย ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยนำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ส.ส.อุบล ราชธานี นำโดย น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นายสมคิด เชื้อคง นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ ให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุทกภัย และต้องอพยพอยู่ที่ศูนย์อพยพมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน โดยมีประชาชนจาก จากหลายชุมชนมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 600 คนปักหลักพักค้างคืน โดยประชาชนบางคนบอกว่า ปัญหาน้ำท่วมในปีนี้หนักกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2562 

ทันทีที่ น.ส.แพทองธาร นพ.ชลน่าน และ คณะมาถึงมีประชาชนรอต้อนรับพร้อมมอบดอกไม้ ผูกผ้าขาวให้กับคณะของพรรคเพื่อไทยที่มาถึง จากนั้น คณะของ น.ส.แพทองธาร ได้ให้กำลังใจกับประชาชนและผู้สูงอายุที่อยู่บริเวณเต้นท์ภายในศูนย์อพยพ และ น.ส.กิตติ์ธัญญา ได้นำคณะของ พรรคเพื่อไทยเดินไปดูสถานการณ์น้ำท่วมภายในบ้านเรือนของ ชุมชนวัดวาริน ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ ซึ่งบ้านเรือนหลายหลังคาต้องประสบน้ำท่วมสูงจมถึง 1 ชั้นของบ้าน

บิ๊กโจ๊ก” ลั่นฟันไม่เลี้ยง เจ้าหน้าที่รัฐเอื้อ รับเงิน คลับวัน พัทยา สั่งการตม.ตรวจวีซ่า เจ้าของตัวจริง

    จากกรณีเมื่อกลางดึก 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดชลบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบภาคสอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา บุกเข้าจับกุมผับ คลับ วัน พัทยา แต่เกิดมีผู้ชายโวยวายอ้างได้เคลียจ่ายเงินกับหน่วยงาน รวมถึงผู้ใหญ่ ไปแล้ว ก่อนที่กลุ่มนักเที่ยว จะกรูผลักเจ้าหน้าที่เพื่อเลี่ยงการตรวจปัสสาวะออกจากตัวผับไป ในภายหลังทางผู้บริหารได้ออกมาขอโทษ กับเหตุการที่เกิดขึ้นเพราะความเมา

     ล่าสุดวันที่ 24 ตุลาคม 2565 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการติดตามตรวจสอบคลับวัน พัทยา ว่าสำหรับสถานบริการที่ได้มีการจับกุมไปแล้วและเป็นกระแสโด่งดัง ในขณะได้มีการหารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขยายผลไปถึงเจ้าของและนอมีนี ทั้งนี้คาดว่าเจ้าของน่าจะเป็นคนจีน โดยได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายเร่งตรวจสอบทั้งหมด หากพบว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างสูงสุด ทั้งนี้ได้ให้ผกก.ตม. นำข้อมูลเรื่องของการอนุญาติให้คนลักษณะเช่นนี้เข้ามาอยู่ในประเทศได้อย่างไร และเข้ามาประเทศด้วยวีซ่าอะไร หากเข้ามาโดยวีซ่าท่องเที่ยวและเข้ามาประกอบอาชีพดังกล่าวได้อย่างไร จากนี้ตัวจะเร่งติดตามต่อไป
   

‘แพทองธาร’ ร่วมเทศกาลดิวาลี ชี้ช่วยกระชับความสัมพันธ์ไทย-อินเดียแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย  นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นางสาวชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย นางสาวขัตติยา สวัสดิผล โฆษกกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี ประธานสภา กทม. นายวิพุธ สิวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย นายนิกร สัจเดว อดีตผู้สมัคร ส.ก. พรรคเพื่อไทย รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อดีตผู้สมัคร ส.ก.ร่วมงานเทศกาลดิวาลี   เทศกาลแห่งแสงสว่างของชาวอินเดีย   บริเวณถนนพาหุรัด คลองโอ่งอ่าง สะพานเหล็กกรุงเทพมหานคร   

โดยมี Mr.Susheel Kumar Saraff ประธานVHP เจ้าของกลุ่ม Saraff ผู้ประกอบการธุรกิจอัญมณี เครื่องประดับ และโรงไฟฟ้า  Mr. Ravi Sehgal ประธานหอการค้าไทยอินเดีย ITCC   นายนิกร สัจเทพ  กรรมการสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย  นายปินเดอร์ ปาลซิงห์ มาดาน (Mr.Pinder Madan) นายกสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา สถาบันศาสนาซิกข์แห่งประเทศไทย  นายชวน ฐกูร นายกสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย  ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์   นายสุขเทพ จันศรีชวาลา ประธานกรรมการมิตรแท้ประกันภัย  และพี่น้องประชาชนชาวอินเดียให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง  

'เพื่อไทย' ไม่ปิดกั้นตั้งรัฐบาลกับ ‘พลังประชารัฐ’ บนเงื่อนไขต้องไม่หนุน 'บิ๊กตู่' เป็นนายกฯ แต่ยังเชื่อฝ่ายประชาธิปไตยมีเสียงเพียงพอ

24 ต.ค.2565 - นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)กล่าวถึงกรณีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงท่าที ไม่ปิดกั้นการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ หากมีจุดยืนไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะวางแผนล่วงหน้าไม่ได้ แต่ฝ่ายประชาธิปไตย ก็อยากตั้งรัฐบาลกับฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่อยากตั้งกับฝ่ายอื่น ต้องรอดูสถานการณ์จริงๆหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร การรวมเสียงเฉพาะฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาลจะพอหรือไม่ ถ้าเสียงไม่พอจริงๆต้องหาจากอีกฝั่งมาสมทบ ต้องดูพรรคที่เป็นไปได้มากที่สุด และดูนโยบายพรรคประกอบด้วยว่าใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ว่า จะเป็นพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า เงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ จะต้องสนับสนุนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐ มนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพียงคนเดียว ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ นายสุทินตอบว่า พร้อมทำงานกับทุกพรรคที่มีจุดยืนใกล้เคียงกัน ถ้าจำเป็นจริงๆ ไม่มีทางเลือก พร้อมจับมือกับฝ่ายรัฐบาลทุกพรรค เป็นไปได้ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ต้องดูสถานการณ์ข้างหน้าประกอบด้วย ถ้าจะเอาฝ่ายรัฐบาลมารวมด้วยก็ต้องดูพรรคที่จะมาร่วมทำงานด้วย ต้องมีขนาดพอมีความเหมาะสม ถ้ารวมกันแล้วมีเสียงมากเกินไป คงไม่เอา ต้องมีเสียงมั่นคงในปริมาณที่พอเหมาะ อย่างไรก็ตามยังเชื่อมั่นว่าเสียงฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกันรวมกันแล้วยังเพียงพอตั้งรัฐบาลได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top