Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

'เพื่อไทย' กังวล!! หวั่นเงินทุนสำรองไทยลดฮวบ แนะ 'ธปท.' จับตา หลังสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ (18 ต.ค. 65) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่มีกระจายคลิปของโน้ส อุดม แต้พานิช ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่ล้มเหลวของพล.อ.ประยุทธ์ จนเป็นกระแสฮือฮาทั่วโซเซียล และเป็นแนวทางเดียวกับที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้วิพากษ์วิจารณ์ และเคยแถลงความล้มเหลว 10 ข้อไว้แล้ว ทั้งการเป็นรัฐบาลที่พึ่งไม่ได้ การกู้หนี้จากหลายชาติ ชาตินี้ใช้หนี้ไม่หมด แกล้งโกรธเพื่อกลบปัญหา โปร่งใสแต่ห้ามตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่องสร้างปัญหาต่อ ก่อปัญหาใหม่ ทั้งเรื่องเงินเฟ้อของไทยที่ยังสูงอยู่ที่ 6.41 % ในเดือนก.ย. การขาดดุลการค้าและขาดดุลบัญชีเดินสะพัด การขาดดุลการคลังจำนวนมากที่จะมีแผนกู้ใหม่ถึง 1.05 ล้านล้านบาทในปี 2566 ปัญหาดอกเบี้ยขาขึ้น เป็นปัญหาใหม่ที่พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่รู้เลยว่าจะรับมืออย่างไร หรือพึ่งไม่ได้จริงตามที่โน้สบอก

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ล่าสุดอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในเดือนก.ย. อยู่ที่ 8.2% ซึ่งยังสูงมาก ทั้งที่ธนาคารกลางสหรัฐได้ขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 3 ครั้ง แต่เงินเฟ้อของสหรัฐก็ยังไม่ลดลง จึงเป็นไปได้สูงที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในครั้งหน้า น่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% และอาจจะขึ้นถึง 2 ครั้งก่อนสิ้นปี และอาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีหน้า ซึ่งจะกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องขึ้นดอกเบี้ยตาม ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อให้มากขึ้น อีกทั้งป้องกันไม่ให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศไหลออก โดยในเดือนก.ย. ลดลงถึง 14,017 ล้านเหรียญ ทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศไทยลดลงมาเหลือ 199,444 ล้านเหรียญ หลุดจาก 2 แสนล้านเหรียญแล้ว ซึ่งนับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลและธปท. ระมัดระวัง เพราะอาจจะเป็นปัญหาหนักได้ในอนาคต

“ผู้นำที่ดีต้องเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกด้าน เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานของตนเอง แม้กระทั่งเสียงจากคุณโน้ส ที่นำเรื่องจริงมาทำเป็นเรื่องตลก สะท้อนผู้นำที่ในต่างประเทศก็ทำกันเสมอ เพราะนั่นเป็นการสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคนส่วนใหญ่ ถ้ายังปิดหูปิดตาส่งลิ่วล้อมาโต้แบบมั่ว ๆ ก็ควรจะต้องดีดตัวออกจากเครื่องบิน ที่บรรทุกคนไทยทั้งประเทศกันได้แล้ว มิเช่นนั้นก็คงไม่พ้นที่จะสร้างปัญหาต่อ ก่อปัญหาใหม่ให้คนไทยลำบากกันต่อไป” นายพิชัย กล่าว

ครม. เคาะงบกว่า 6 พันล้าน สร้าง 2 สะพานใต้ ข้ามทะเลสาบสงขลา + สะพานเชื่อมเกาะลันตา

ครม.ไฟเขียว สร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และ สะพานเชื่อมเกาะลันตา รวมวงเงิน 2 โครงการ 6,695 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจ พร้อมช่วยประชาชนเดินทางสะดวก

18 ตุลาคม 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. อนุมัติดำเนินงานก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา – อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ของกรมทางหลวงชนบท ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566 - 2568 วงเงินรวมทั้งสิ้น 4,841 ล้านบาท 

โดย ครม. กำชับ การดำเนินโครงการ จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่โครงการ อยู่ใกล้ เขตพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง เพียง 6 กม. เป็นบริเวณที่มีการกำหนดเป็นเขตคุ้มครอง โลมาอิรวดี ซึ่งในประเด็นนี้ธนาคารโลก ซึ่งจะเป็นผู้ให้กู้ตามโครงการ ได้แสดงความห่วงใยมา 

โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จะช่วยลดระยะทางในการเดินทาง ระหว่างอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา – อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง จาก 80 กิโลเมตร เป็น 7 กิโลเมตร และลดระยะเวลาในการเดินทางจาก 2 ชั่วโมง เป็น 15 นาที ช่วยพัฒนาเส้นทางการขนส่งโลจิสติกส์ และเส้นทางท่องเที่ยวสายใหม่ เชื่อมโยงทะเลอันดามัน – อ่าวไทย เชื่อม 3 จังหวัด คือตรัง – พัทลุง – สงขลา

ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ให้กับพื้นที่โดยรอบทะเลสาบสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ช่วยบรรเทาปริมาณจราจร ของถนนทางหลวง และแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทาง และในกรณีเกิดภัยพิบัติ สามารถอพยพประชาชนในพื้นที่ ได้รวดเร็วทันการณ์ และยังช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ด้านพาณิชยกรรม อุตสาหกรรมการบริการ และการท่องเที่ยว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และการบริการโลจิสติกส์ในพื้นที่

19 ตุลาคม ‘วันเทคโนโลยีของไทย’ เทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย หลังทรงพระกรุณาบัญชาการปฏิบัติการทำฝนสาธิตด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515

นอกจากจะทรงเป็นนักปกครองแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงมีอัจฉริยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และได้กำหนดให้ วันที่ 19 ตุลาคม เป็นวันเทคโนโลยีของไทย 

สาเหตุที่กำหนดให้วันที่ 19 ตุลาคม เป็นวันเทคโนโลยีของไทย เนื่องจาก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2515 หรือเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ด้วยพระปรีชาสามารถในการค้นคว้าทดลองและปฏิบัติการทำฝนหวังผล ให้ตกในพื้นที่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประเทศสิงคโปร์ที่กำลังประสบภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับสภาวะแห้งแล้งในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ในขณะนั้น ขอส่งนักวิทยาศาสตร์มาสังเกตการณ์และขอรับถ่ายทอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญใน การปฏิบัติการทำฝนหวังผลในประเทศไทย 

ในการนี้ทรงพระกรุณารับบัญชาการปฏิบัติการสาธิตด้วยพระองค์เอง ทรงกำหนดให้อ่างเก็บน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีพื้นที่ผิวน้ำเพียง 46.5 ตารางกิโลเมตรหรือ 1,162.5 ไร่ เป็นพื้นที่เป้าหมายหวังผลในการปฏิบัติการทำฝนสาธิตครั้งนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยปฏิบัติการค้นคว้าทดลองและปฏิบัติการทำฝนหวังผลที่ผ่านมา ทรงปฏิบัติการฯสาธิต ในวันที่ 19ตุลาคม 2515 ณ ศูนย์บัญชาการฯ สันเขื่อนแก่งกระจาน ทรงสามารถบังคับหรือชักนำฝนให้ตกลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานอย่างแม่นยำภายในเวลาประมาณ 5 ชั่วโมงนับจากเริ่มปฏิบัติการ เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาและเป็นที่น่าอัศจรรย์แก่นักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ และข้าราชบริพารที่เป็นข้าราชการและข้าราชบริพารระดับสูงที่เฝ้าฯ สังเกตการณ์อยู่ ณ ที่นั้น ต่างประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถ  

การสาธิตฝนครั้งนั้น ถือเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีฝนหลวงที่พัฒนาเป็นการทำฝนมาถึงปัจจุบัน และเพื่อจารึกไว้เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2543  คณะรัฐบาลจึงมีมติให้เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็น 'พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย' และกำหนดให้วันที่ 19 ตุลาคมของทุกปีเป็น 'วันเทคโนโลยีของไทย' เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด โดยได้ทรงศึกษาค้นคว้าวิจัย และทรงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนเป็นการแสดงเทคโนโลยีที่คิดค้นประดิษฐ์ และพัฒนาโดยคนไทย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สาธารณชนเกิดความเชื่อมั่นและเข้าร่วมพัฒนาเทคโนโลยีของไทย

‘ก้าวไกล’ ไม่เอาด้วย ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ‘โรม’ ชี้ ยุบพรรคไม่ช่วยแก้ปัญหาการเมือง

โฆษก ก้าวไกล ไม่เห็นด้วยปมพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ยืนยัน การยุบพรรคการเมืองไม่นำไปสู่แก้ปัญหาการเมือง แถมเป็นบ่อนทำลายประชาธิปไตย

รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจุดยืนของพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว เพราะการยื่นยุบพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือฝ่ายอำนาจนิยมที่ใช้สกัดกั้นพรรคการเมืองและบ่อนทำลายประชาธิปไตยมาโดยตลอด ซึ่งตนไม่คิดว่าการยุบพรรคการเมืองจะสามารถแก้การเมืองได้ 

แม้ว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่ประกาศออกไปเรื่องกัญชาเสรีจะเป็นนโยบายที่ไม่รอบคอบ ส่งผลให้ประชาชนและเยาวชนเข้าถึงง่ายอาจไม่ปลอดภัยต่อเด็กหรือคนบางกลุ่มที่ใช้โดยขาดความรู้ความเข้าใจและเป็นสิ่งที่สังคมกังวลกับความเสรีดังกล่าว

อย่างไรก็ดีตนเห็นว่าคำพิพากษาที่ดีที่สุดจะต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่มาจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 

“ผมในฐานะตัวแทนของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยเชื่อเสมอว่าพรรคการเมืองสามารถดำรงอยู่หรือดับไปโดยประชาชนจะเป็นคนตัดสินเท่านั้น” รังสิมันต์ โรม กล่าว

'ชลน่าน' แจงยังไม่ยื่นยุบภูมิใจไทย กรณีกัญชาลวงนิยม ชี้!! ไม่อยากให้ยุบพรรคง่าย เว้นเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

‘ชลน่าน’ แจง ฝ่ายค้านยังไม่ยื่นยุบภูมิใจไทย โยน ฝ่ายกฎหมายดู หลักฐานพอยุบได้หรือไม่ โชว์หล่อ ไม่อยากให้ยุบพรรคง่าย เว้นกรณีเดียว ล้มล้างการปกครอง

(18 ต.ค. 65) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ฝ่ายค้าน ยืนยัน ยังไม่ยื่นยุบพรรคการเมืองใด ตามที่มีข่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นยุบ พรรคภูมิใจไทย กรณีเสนอนโยบายกัญชานั้น ข้อเท็จจริงที่ได้มีการแถลงข่าวในเรื่องนี้ ยังไม่มีการยื่นยุบพรรคการเมืองใด ๆ เป็นเพียงขั้นตอนการทำงานเบื้องต้นจากคณะทำงานของผู้อภิปรายในเรื่องนั้น ๆ ได้ยกร่างขึ้นมา เพื่อนำมาเสนอต่อ คณะกรรมการกฎหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อพิจารณากลั่นกรองว่ามีข้อมูลหลักฐานเพียงพอที่ยื่นฟ้องร้องได้หรือไม่

กรณีประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องกัญชา คณะทำงานของผู้อภิปรายเบื้องต้นได้เสนอให้ดำเนินการตามกฎหมาย 2 เรื่อง คือ...

1. ยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว กรณีประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกำหนดประเภทยาเสพติดประเภทที่ 5 ทำให้กัญชาถูกปลดล็อกจากยาเสพติด ทำให้เข้าใจว่าเป็นกัญชาเสรี มีการนำไปใช้เพื่อสันทนาการอย่างแพร่หลาย

2. เสนอยื่นคำร้อง เพื่อยุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง ในการออกนโยบาย เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองที่ไม่เป็นไปตามวิถีแห่งรัฐธรรมนูญ

ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นว่า ให้ส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการฝ่ายกฎหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาว่า มีความเหมาะสมมีหลักฐานเพียงพอถึงขั้นร้องยุบพรรคได้หรือไม่ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนยื่นให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณายังไม่มีการยื่นยุบพรรคแต่ประการใด ในเรื่องนี้เชื่อว่าในการพิจารณาของคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คงพิจารณาด้วยความรอบคอบ รอบด้าน ถ้าพบว่าพยายานหลักฐานไม่เพียงพอ ไม่สมเหตุผล คงมีมติให้ยุติเรื่องและไม่ส่งฟ้องยุบพรรค

'ศิริกัญญา' ยกเคส 'ฟิลิปปินส์-เม็กซิโก' ควบรวมมือถือเหลือ 2 ไม่มีการแข่งขัน-ค่าบริการสูง-ขาดแคลนเทคโนโลยีใหม่

'ศิริกัญญา-ก้าวไกล' เรียกร้อง กสทช. หยุดฟ้องปิดปากภาคประชาชน ขอเรียกร้องให้เปิดเผยรายงานผลการศึกษาต่างประเทศ 10 ล้าน และรายงานการศึกษาอื่นกรณีการควบรวมทรู-ดีแทคต่อสาธารณะ

จากกรณีที่มีทนายความภาคประชาชนขู่ฟ้อง นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์ผู้บริโภค ที่ได้เผยแพร่รายงานผลการศึกษาเรื่องการควบรวมทรู-ดีแทค ของบริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศ อ้างว่าเป็นความลับของทางราชการ 

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ให้ความเห็นว่า นี่นับว่าเป็นการใช้กฎหมายเพื่อฟ้องเพื่อปิดปากภาคประชาชน เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด อีกทั้งเป็นข้อมูลที่กสทช.ต้องเผยแพร่ตามกฎหมายอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นทนายความภาคประชาชนก็ไม่ควรฟ้องปิดปากภาคประชาชนด้วยกันเอง 

"ตามพรบ.กสทช. มาตรา 59 ได้กำหนดให้ กสทช.ต้องเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ต่อสาธารณะ ซึ่งรวมถึงผลการศึกษา และวิจัย และผลงานอื่น ๆ ที่ว่าจ้างให้หน่วยงานภายนอกดำเนินการ (วงเล็บ 5)" ศิริกัญญา กล่าว

รายงานฉบับนี้ นับเป็นข้อมูลที่สำคัญที่ทำให้บอร์ด กสทช. ต้องเลื่อนการพิจารณาลงมติการควบรวมทรู-ดีแทคอีกครั้งหนึ่ง จึงทำให้ประชาชนเกิดความสนใจว่าเนื้อหาที่แท้จริงเป็นอย่างไร การที่มีผู้นำมาเผยแพร่จึงเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด กสทช. จึงไม่เป็นผู้เผยแพร่เอง 

ส่วนหนึ่งจากรายงานฉบับนี้ที่มาการเผยแพร่โดยสำนักข่าวอิศรา ระบุว่า "ผลจากสภาพตลาดที่ไม่แข่งขันภายหลังการรวมธุรกิจนั้น การทำให้สภาพตลาดกลับคืนมาด้วยวิธีการเพิ่มการแข่งขันผ่านมาตรการต่างๆ ทำได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม MNO (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีโครงข่ายของตัวเอง) รายใหม่, การเพิ่มผู้เล่น MVNO (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มีโครงข่ายของตัวเอง) รวมถึงการใช้มาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางแข่งขันหรือทางราคา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจไทยในภาพรวมได้ผลกระทบรุนแรงได้ ซึ่งจะมีการศึกษาในรายงานงวดต่อไป

"ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย หากไม่มีการแข่งขันที่ดึงดูดการลงทุนจากทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยผลักดันอุตสาหกรรมในด้านอื่น ๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบในภาพกว้างได้ เช่น การลดลงของเงินลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment-FDI)

"ในทางตรงข้าม ตลาดในประเทศไทยอาจจะเป็นเหมือนเหตุการณ์ในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อหลายปีก่อนที่มีจำนวนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายหลักเหลือเพียง 2 ราย หรือในประเทศเม็กซิโกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งทั้ง 2 ประเทศได้รับผลกระทบจากการไม่มีการแข่งขัน ทำให้อัตราค่าบริการอยู่ในราคาที่สูง และการใช้งานอยู่ในระดับต่ำ และขาดแคลนเทคโนโลยีใหม่"

เชียงใหม่-มันนี่เอ็กซ์โป เชียงใหม่ 2022 ทุ่มโปรโมชั่นกระตุ้นเศรษฐกิจภาคเหนือ

วารสารการเงินธนาคาร ผู้จัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo ประกาศจัดงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 17 Money Expo Chiangmai 2022 ยกทัพบริการทางการเงินการลงทุนครบวงจร จัดเต็มแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี สู่ประชาชนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีชาวเชียงใหม่และชาวภาคเหนือ พร้อมฟังสัมมนาฟรี! จากกูรูหุ้นและการลงทุน วันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2565 ณ เชียงใหม่ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่

นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม งานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า วารสารการเงินธนาคาร จะจัดงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 17 Money Expo Chiangmai 2022 ในวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2565 ณ เชียงใหม่ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “Wealth to Wellness” ความสมดุลแห่งชีวิต” ครอบคลุมทุกมิติของชีวิตตั้งแต่ สุขภาพกายดี  สุขภาพจิตดี สุขภาพอารมณ์ดี สุขภาพสังคมดี สุขภาพการศึกษาดี สุขภาพการงานดี สุขภาพสิ่งแวดล้อมดี และสุขภาพการเงินดี ซึ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้เกิดความมั่นคั่งอย่างสมดุล

งานมหกรรมการเงิน Money Expo ถือเป็น “มหกรรมการเงินการลงทุนครบวงจร” ที่เชื่อมระหว่าง ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทประกันชีวิต ประกันภัย บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน มานำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนกับประชาชน ธุรกิจ ผู้ลงทุน ให้ได้เข้าถึงแหล่งเงิน และแหล่งทุน ได้อย่างเท่าเทียมกัน

ธนาคารและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมงานได้นำบริการทางการเงินและการลงทุนมานำเสนอให้กับประชาชนชาวเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงให้สามารถเลือกใช้บริการอย่างครบวงจร ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME สินเชื่อบัตรเครดิต บัตรเงินสด เงินฝาก Digital Banking Online Banking สลากออมทรัพย์ ประกันชีวิต ประกันภัย พร้อมแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษในรอบปี เพื่อช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเหนือ และฟื้นฟูการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่จากมาตรการที่ผ่อนคลายของโควิด-19 รวมถึงธนาคารและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมงานยังได้เตรียมแพ็กเกจพิเศษส่งท้ายปี สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการที่ต้องการหาสภาพคล่องทางการเงินเพื่อฟื้นฟูกิจการมาให้บริการในงาน ส่วนเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ ก็มีแคมเปญสินเชื่อเริ่มต้นธุรกิจอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้กับผู้ที่ต้องการหาเงินทุนก้อนแรกเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเองอีกด้วย

'กรมทะเลและชายฝั่ง' ดึงเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล มีส่วนร่วมปกป้องและคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

(18 ตุลาคม 2565) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวภายหลังมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ว่าได้ประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองจัดการชุมชายฝั่งและเครือข่าย (กจช.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้สอดรับกับนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน มีช่องทางการติดต่อสื่อสารที่เข้าถึงง่าย ตลอดจนมีฐานข้อมูลเครือข่ายฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานฯ ในแต่ละพื้นที่ จะต้องใกล้ชิดกับผู้นำชุมชนชายฝั่ง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงการดำเนินงานผ่านกลไกการมีส่วนร่วมภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 โดยหัวใจหลักของการทำงานด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมคือ “ความจริงใจ รับฟังความคิดเห็น เอื้อเฟื้อ พร้อมช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหา” อันจะนำไปสู่ความไว้วางใจ และทัศนคติที่ดีของเครือข่ายฯ ซึ่งปัจจุบัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ส่งเสริมให้เครือข่ายชุมชนชายฝั่งทั้ง 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลทั่วประเทศเข้ามามีบทบาทในการปกป้อง คุ้มครอง ดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยการมีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างถูกต้องเหมาะสมแก่สาธารณะ โดยเครือข่ายชุมชนชายฝั่งและเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล นับเป็นกำลังสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเล เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและได้รับผลกระทบโดยตรงจากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในท้องถิ่น

ทั้งนี้ กรมทะเลและชายฝั่งได้พัฒนาศักยภาพเครือข่ายชุมชนชายฝั่งและอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลมาอย่างต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพและเกิดความเข้มแข็ง อีกทั้งร่วมกันสอดส่องดูแลระบบนิเวศทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ทั้งด้านการบุกรุกตัดไม้ป่าชายเลน การทำลายปะการัง หญ้าทะเล สัตว์ทะเลหายากเกยตื้น ขยะทะเล การทำประมงผิดกฎหมาย การล่าและค้าสัตว์ทะเลหายาก การครอบครองซากสัตว์ป่า และการกัดเซาะเซาะชายฝั่ง หากพบเห็นกรณีดังกล่าวแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญถุงพระราชทานไปมอบผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายวลฺลภ ยุติธรรมดำรง รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญถุงพระราชทานมามอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยจากพายุโนรู ในพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอศรีเทพ และอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 2,939  ชุด โดยมี นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัย พร้อมด้วย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นายอำเภอศรีเทพ นายอำเภอวิเชียรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมพิธี 

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงห่วงใยและเมตตาต่อพสกนิกร ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พระราชทานถุงยังชีพ มามอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอศรีเทพ และอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 2,939 ชุด โดยภายหลังจากมอบถุงพระราชทาน นายวลฺลภ ยุติธรรมดำรง รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้แก่ผู้พิการ ผู้ป่วย ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในพื้นที่ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จำนวน 3 ราย ประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ รู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้น อย่างหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงห่วงใยและเมตตา ต่อพสกนิกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ในครั้งนี้

นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 65 เยี่ยมชม ดูกิจการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 เยี่ยมชมและดูกิจการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามหลักสูตรในการศึกษาภูมิประเทศภาคการปฐมนิเทศ (กรุงเทพมหานคร)

วันอังคาร ที่ 18 ต.ค. 65 ตั้งแต่เวลา 09.30-11.30 น. ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับ พล.ท.ชาติชาย  ชัยเกษม  ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พร้อมด้วยคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 จำนวนทั้งสิ้น 357 คน เนื่องในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและดูกิจการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ห้องแจ้งยอดสุขชั้น 2 อาคาร 32 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดกำหนดการ ดังนี้

• เวลา 09.30 น. พล.ท.ชาติชาย ชัยเกษม ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พร้อมด้วยคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 วางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 ด้านหน้าอาคาร 1 ตร.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top