Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

ประชุม APEC อิทธิพลที่ส่งผลต่อประชากรโลกร่วม 40% เรื่องอะไรที่ 21 เขตเศรษฐกิจ เขาจะคุยกัน?

การประชุม APEC ที่เกิดขึ้น และมีการประชุมในระดับรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1989 ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นการประชุม APEC Summit หรือการประชุมสุดยอดผู้นำ ที่หัวหน้ารัฐบาลของแต่ละเขตเศรษฐกิจ ทั้ง 21 เขต มาประชุมกันอย่างเป็นทางการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1993 และแน่นอนว่า เมื่อหัวหน้ารัฐบาลมาประชุมกัน นั่นหมายความว่า กระบวนการตัดสินใจร่วมกันของผู้นำ APEC ก็จะมีความคล่องตัว และมีผลผูกพันการดำเนินการของเขตเศรษฐกิจสมาชิกอย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น 

ดังนั้นเอกสารแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ APEC หรือ Joint Statement จึงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตา เพราะนี่คือ การตัดสินใจร่วมกันในการดำเนินการความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ 21 เขตเศรษฐกิจที่ครอบคลุมมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 2 ใน 3 ของมูลค่าเศรษฐกิจของทั้งโลก ที่จะส่งผลต่อประชากรราว 40% ของทั้งโลก

โดยความกว้างของมิติทางเศรษฐกิจที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุม APEC มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากที่แต่เดิมในการประชุมระดับรัฐมนตรีจะเน้นสารัตถะที่มีความสำคัญคือ การสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ การลงทุนระหว่างประเทศ และการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้าและการดำเนินธุรกิจ (Trade Facilitations) อาทิ การเร่งรัดและสร้างความสอดคล้องในการดำเนินพิธีการทางศุลกากร การเจรจาเพื่อลด ละ เลิก การใช้มาตรการทางการค้าที่มีลักษณะกีดกัน การสร้างความสอดคล้องพ้องกันของกฎระเบียบของแต่ละเขตเศรษฐกิจสมาชิก

จนเมื่อประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประธานการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ครั้งแรกในปี 2003 (ก่อนหน้านั้น ไทยเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมระดับรัฐมนตรีมาแล้วอีก 1 ครั้งในปี 1992) ในปีนั้น ประเทศไทยได้เสนอวาระสำคัญในการนำเอามิติการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่เป็นจุดเสริมเพิ่มเติมจากที่ทั่วโลกได้ร่วมกันยอมรับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ หรือ Millennium Development Goals (MDGs) ของที่ประชุมสหประชาชาติ มาต่อยอดในที่ประชุม APEC

ก่อนที่ขอบเขตของการประชุมสุดยอด APEC จะถูกขยายเพิ่มเติมขึ้นอีกครั้งในปี 2004 เมื่อประเทศชิลีเป็นประธานการประชุม และบรรจุวาระในเรื่องการบูรณาการเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค (Regional Economic Integration: REI) ความเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน (Connectivity) และการสร้างความสอดคล้องพ้องกันของการเจรจาการค้าในระดับพหุภาคีเข้ามาเป็นประเด็นเพิ่มเติมในการประชุม 

ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญของ APEC ได้นำเอามิติการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ (Climate Change) เข้ามาเจรจาในการประชุมในปี 2007 

ในขณะที่รัสเซีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน สร้างเวทีในการผลักดันความร่วมมือในมิติการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิตอล และนวัตกรรม ให้กลายเป็นความร่วมมือสำคัญในเวที 21 เขตเศรษฐกิจของโลก ในปี 2012 และ 2014 ตามลำดับ

จากอดีตจนถึงปัจจุบันทำให้เราสามารถกล่าวได้ว่า ในภาพรวมแล้ว การประชุมสุดยอดผู้นำ APEC มีขอบเขตสารัตถะของการประชุมครอบคลุมเกือบจะทุกมิติในทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยอาจจำแนกออกได้เป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 

ยุโรปจี๊ด!! ‘รัสเซีย’ เตรียมเปิดโครงการ Siberia 2 เส้นทางท่อส่งก๊าซใหม่ ‘จีน-มองโกเลีย’ แทนที่ยุโรป

อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีแห่งรัสเซีย ได้ยืนยันเสียงดัง ฟังชัด ผ่านสื่อช่อง Rossiya-1 ของรัสเซีย ว่ารัสเซียเตรียมเปิดโครงการท่อส่งก๊าซใหม่ Siberia 2 เชื่อมโยงระบบส่งก๊าซจากฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน และจะส่งก๊าซผ่านมองโกเลียตรงไปลงที่จีนเลย ซึ่งโครงการ Siberia 2 จะมาแทนที่โครงการ Nord Stream 2 ท่อส่งก๊าซสู่ยุโรปของรัสเซีย

สำหรับโครงการ Siberia 2 นั้น จะเหลือก็เพียงแค่การพูดคุยตกลงกันในขั้นตอนสุดท้ายระหว่าง ‘รัสเซีย - มองโกเลีย - จีน’ จากนั้นจะเริ่มต้นวางท่อก๊าซได้ในปี 2024 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2030 สามารถส่งก๊าซได้ถึง 2 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อปี

แน่นอนว่านี่คือผลลัพธ์ หลังจากชาติตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีสงครามในยูเครน จนทำให้รัสเซียต้องหาตลาดใหม่มาทดแทน ซึ่งจีนก็เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ที่สุดในโลก และนั่นก็ไม่มีอะไรที่รัสเซียต้องคิดนาน การเปลี่ยนเป้ามาจาก Nord Stream 2 มาโฟกัสที่ Siberia 2 เป็นหลักแทนจึงเป็นคำตอบที่ช่างลงตัว ในช่วงเวลาที่โครงการ Nord Stream 2 ซึ่งรัสเซียพัฒนาร่วมกับเยอรมัน เพื่อส่งก๊าซตรงเข้ายุโรป ถูกระงับอย่างไม่มีกำหนด ทั้ง ๆ ที่โครงการควรจะแล้วเสร็จตั้งแต่กันยายน 2021 

‘แบงก์ชาติ’ แจง!! สื่อปั่นเงินทุนสำรองลดลงมาก เพราะต้องใช้พยุงค่าเงินบาท ‘ไม่เป็นความจริง’

(16 ก.ย. 65) จากเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ของ ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อว่า... ‘แบงก์ชาติชี้แจงข่าวลือ จากการออกข่าวของสำนักข่าวบางสำนัก เกี่ยวกับกรณีเงินสำรองลดลง’

คำถาม: เงินทุนสำรองลดลงมาก เพราะต้องใช้พยุงค่าเงินบาท?
คำตอบ: “ไม่จริง”

>> ต้นเหตุคือ สหรัฐฯ เกิดเงินเฟ้อต่อเนื่อง จึงเลือกใช้นโยบายการเงินที่ทำให้ เงินดอลลาร์แข็งตัวขึ้น 14.6% กระทบการตีค่าสินทรัพย์ทั่วโลก และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย เป็นเหตุให้การตีค่า ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยลดลง จาก 2.78 แสนล้านดอลลาร์ เหลือ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินทุนสำรองของประเทศอื่นๆ ก็ปรับลดเช่นกัน จีน, สวิส, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, อินเดีย ลดลงมากกว่าไทยทั้งสิ้น

คำถาม: เงินทุนสำรองที่ลดลง จะกระทบเสถียรภาพการเงินไทย จนเกิดวิกฤตแบบปี 40?
คำตอบ: “ไม่จริง”

>> เงินทุนสำรองของไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (มูลค่าอันดับ 12 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP อันดับ 8 ของโลก) สถานะการเงินไทยยังแข็งแกร่ง และแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากจากปี 40

นักข่าวท่านใดสงสัย ธปท. มีสายด่วน 1213 นะครับ โทรไปสอบถามได้ก่อนลงข่าว จะได้ไม่ผิดพลาด และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็นครับ


ที่มา : https://www.facebook.com/warat.karuchit/posts/pfbid0PgLqib4yWquJeAuQR9UJNFbh3KKSyfweaFv9grqEbdnuPVQpsp2z5SMxahjuZKCQl

ผบ.ตร. ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านตำรวจ ทำพิธีเปิด “ร้านปันรักษ์ คาเฟ่” สาขา3 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันที่ 14 ก.ย.65 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย น.ส.รัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ทำพิธีเปิดร้าน “ปันรักษ์ คาเฟ่ สาขาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ  ซึ่งเป็นร้านปันรักษ์ คาเฟ่ สาขาที่ 3 พร้อมเปิดให้บริการ ที่อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.30 น. – 15.00 น. โดยมี 4 เมนูแนะนำ ต้องลิ้มลองรถหอมกรุ่น สดชื่น ทั้ง ปันรักษ์ไอซ์คอฟฟี่ ปันรักษ์ไอซ์ลาเต้ ไอซ์ยูซุอเมริกาโน่ และ ไอซ์ยูซุโซดา ทั้งนี้ ในพิธีเปิดร้านปันรักษ์ คาเฟ่ สาขาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นิมนต์พระเทพปริยัติมุนี หรือ เจ้าคุณมีชัย เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ประกอบพิธีเจิมป้าย เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้เรามีร้าน “ปันรักษ์ คาเฟ่” 3 สาขาแล้ว หลังจากเปิดสาขาแรก ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 ทั้งนี้จุดมุ่งหมายของการขยายสาขา เพื่อเป็นการขยายแบรนด์ปันรักษ์ สร้างรากฐานยั่งยืน สร้างอาชีพเสริมให้ครอบครัวตำรวจ โดยร้านปันรักษ์ คาเฟ่ มีเครื่องดื่ม กาแฟ ผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์สินค้า ของฝากฝีมือครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าร้านปันรักษ์ จะเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า สร้างผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ครอบครัวตำรวจมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นไปตามจุดประสงค์หลักที่เราต้องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพ เริ่มจากการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ตำรวจ และครอบครัวตำรวจต่อไป


เจนกิจ นัดไธสง  รายงาน 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตรวจเยี่ยมและอำลาหน่วย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ณ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

วันที่ 16 กันยายน 2565 เวลา 09.30 น.  พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  พลตำรวจเอก ปิยะ อุทาโย  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก ชยพล  ฉัตรชัยเดช ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.  พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.  พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร.  และผู้แทนกองบัญชาการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและอำลาหน่วย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ณ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจพลสวนสนาม มอบสิ่งของที่ระลึกให้กับผู้แทนหน่วยในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมเป็นประธานพิธี เปิดสนามฝึกยุทธวิธีแจ้งยอดสุข ณ บ้านพุมะคำ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 

พลตำรวจโท ณัฐ สิงห์อุดม ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชาย และกำลังพลในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้จัดพิธีเทิดเกียรติแก่พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวาระพ้นจากราชการเนื่องจากเกษียณอายุราชการ ในปี 2565 ด้วยความรำลึกถึงคุณงามความดีในฐานะผู้นำองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดระยะเวลา 2 ปี 

ผช.รมว.แรงงาน เปิดงานประชุมใหญ่สามัญประจําปีสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ “งานรวมพลคนท่องเที่ยว 2022” พร้อมปาฐกถาพิเศษ “เดินหน้าท่องเที่ยวไทย”

วันที่ 16 กันยายน 2565 เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานประชุมใหญ่สามัญประจําปีสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ “งานรวมพลคนท่องเที่ยว 2022” พร้อมปาฐกถาพิเศษ “เดินหน้าท่องเที่ยวไทย” โดยมี นายสุทธิ สุโกศล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมพิธีเปิดงานฯ ณ โรงแรมรามา กาณ์เด้น กรุงเทพฯ 

โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและหลากหลายรูปแบบที่สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และสามารถสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องชาวไทย แม้ว่าในห้วงที่ผ่านมาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยจะเผชิญวิกฤต โควิด-19 ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในการความช่วยเหลือเพื่อให้คนไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน โดยมีโครงการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งตลอดระยะ 2 ปี ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด–19 กระทรวงแรงงานได้ออกมาตรการต่างๆ มากมาย เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด–19 และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ผู้ประกอบการ แรงงานที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยวและบริการ เป็นภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 เป็นอย่างมาก และมีความจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูให้สามารถกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะภาคการท่องเที่ยวและบริการ คือ กลไกสำคัญของการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ 

ซึ่งช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ตั้งแต่ การเกิดคลัสเตอร์แรงงานต่างด้าว จังหวัดสมุทรสาคร กระทรวงแรงงาน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดทำแฟคทอรี ควอรันทีน แรงงานเดินทางกลับบ้านช่วงปีใหม่ และคลัสเตอร์สถานบันเทิง ดำเนินการเปิดจุดตรวจโควิดแบบประจำจุดและตรวจเชิงรุกในโรงงาน โรงงานปิดตัวลงจากการแพร่ระบาดในโรงงาน กระทรวงแรงงานจัดโครงการแฟคทอรี่ แซนบ๊อก บนฐานแนวคิดเศรษฐกิจศาสตร์และสาธารณสุข มุ่งเป้าภาคการผลิตส่งออกสำคัญ ยานยนต์ อาหาร ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ การให้ความช่วยเหลือ SMEs เพื่อรักษาการจ้างงานให้ยังคงอยู่ การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคสูงขึ้น การยกระดับฝีมือแรงงานด้านการท่องเที่ยวและบริการ

‘บิ๊กป้อม’ ชักธงรบลุยพื้นที่ภาคอีสาน เตรียมเยือน ‘หนองบัวลำภู’ 17 ก.ย.นี้

‘พลเอกประวิตร’ ชักธงรบ ‘หนองบัวลำภู’  ไปต่อไม่รอแล้วนะ  ชี้ชาวอีสานต้อง ‘อยู่ดีมีแฮง’  ย้ำ 17 กันยานี้พ่อกันเด้อ 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ในฐานะทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการที่พรรคพลังประชารัฐจัดกิจกรรมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดที่ผ่านมา มีเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างล้นหลาม ล่าสุดพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีกำหนดการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ จ.หนองบัวลำภู ในวันที่ 17 กันยายน 2565 ภายใต้ชื่องาน ‘พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน’ ที่ร้านดงตาลคาเฟ่ & นัวเว่อร์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พลังประชารัฐ มุ่งเดินหน้าไปต่อ โชว์ผลงาน โชว์ความพร้อม ที่จะดูแลทุกคนในประเทศไทย โดยภายในงานจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสาน  ทั้งมีการจัดแสดงผลงานของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ ‘บัตรแก้จน’ ที่มีประชาชนกว่า 20 ล้าน ได้รับ และสามารถช่วยให้มีกินมีใช้ของจำเป็น ทั้งใช้ง่าย สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ 

การลงโรดโชว์ครั้งนี้ จะแสดงถึงโครงการรักษาป่าต้นน้ำ ที่เพิ่มผืนป่ามากถึง 10 ล้านไร่ สร้างป่าเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 สร้างวิถีชุมชนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ และโครงการพัฒนาน้ำบาดาล ที่ทำให้ไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ที่สามารถกักเก็บน้ำ พัฒนาต่อยอดเกษตรกรไทย พลิกชีวิตเกษตรกรไทยให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวหนองบัวลำภูชื่นชอบ ที่สามารถทำมาหากินได้ ส่วนเวทีเสวนาจะจัดแบบใกล้ชิด แบบอบอุ่น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัคร ส.ส. กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อสรุปเป็นแนวนโยบายเสนอต่อท่าน พล.อ.ประวิตร เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนต่อไป 

“บรรยากาศในงานจะเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเองอย่างที่เคยจัดกิจกรรมในหลายพื้นที่ ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้ถึงผลงานของรัฐบาล ที่รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐได้ผลักดัน จนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนการพูดจริง ทำจริง และเกิดผลสำเร็จจริงแบบยั่งยืนให้พี่น้องประชาชนชาวอีสานอยู่ดี กินดี หรือ ภาษาอีสาน บอกว่า อยู่ดี มีแฮง จึงเชื่อมั่นว่าจะมัดใจพี่น้องประชาชนและให้สนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งหน้า” น.ส.ทิพานัน กล่าว

'ภณณัฏฐ์' อัดรัฐบาลทอดทิ้งประชาชนป้องกันน้ำท่วมเองไร้เหลียวแล ชาวนนท์ไม่ทน เร่งสร้างแนวป้องน้ำกันเอง หวังลดความเสียหายดีกว่ารอเงินชดเชยจากรัฐ

นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พบว่าประชาชนกังวลกับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้พบว่าปีนี้ น้ำมาเร็วและมาแรงอย่างมาก รวมทั้งปริมาณน้ำมากกว่าปี 2564 หวั่นพนังกั้นน้ำที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นทำไว้จะกันน้ำไม่อยู่

ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการหารือ เพื่อวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมอย่างเต็มที่ทั้งการพร่องน้ำ ขุดลอกคูคลอง และสร้างพนังกั้นน้ำตามริมน้ำ โดยทำกันเองไม่รอการช่วยเหลือจากรัฐ การดำเนินการทั้งหมดแม้อาจจะไม่สามารถป้องกันน้ำล้นตลิ่งน้ำท่วมได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสียหายที่จะกระทบกับพี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

มหัศจรรย์มะพร้าวทะเล สุกพร้อมกัน 7 ลูก ราคา 8 แสน สวนนงนุชพัทยา เตรียมนำไปขยายพันธุ์เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้หายาก

ที่สวนนงนุช พัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นำ นายอามาน อิซเซมอฟ เอกอัครราชทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ชม "มะพร้าวทะเล" และนำผลมะพร้าวทะเลหายากที่สุกพร้อมกันถึง7ลูก มาปอกเปลือกให้ชม และมี1ลูกที่มีความพิเศษสุดคือมีกะลา2ใบใน 1ลูกและมีแผนจะนำไปขยายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ต่อไป

โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้นำคณะท่านทูตคาซัคสถานร่วมกันปลูกต้นมะพร้าวทะเล ในสวนปาล์มโลกโดยต้นกล้าที่ปลูกมีมูลค่า 500,000 บาทเพื่อเป็นการร่วมกันอนุรักษ์และลดการสร้างก๊าซเรือนกระจกที่เป็นปัญหาใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในปัจจุบัน

สำหรับมะพร้าวทะเลจัดเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่เกาะซีเซลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย สวนนงนุชพัทยา มีมะพร้าวทะเล 36 ต้น เป็นตัวผู้ 4 ต้น ตัวเมีย 7 ต้น ส่วนอีก 25 ต้น ยังไม่ทราบเพศ สำหรับมูลค่าผลมะพร้าวทะเล หรือมะพร้าวแฝด อยู่ที่ประมาณผลละ 100,000 บาท ส่วนลูกที่มีกะลา2ใบมีมูลค่า200,000 บาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top