Tuesday, 14 July 2026
TheStatesTimes

‘ก้าวไกล’ ท้วง!! งบโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตยของส.ว. ชี้!! ‘ที่มา-ทัศนคติ’ ขัดปชต.เอง จะไปสอนคนอื่นได้อย่างไร

พรรคก้าวไกล อภิปรายขอให้ทบทวนงบประมาณสร้างอาคารที่พักข้าราชการสภาใหม่เกือบ 1,000 ล้านบาท เหตุไม่เป็นไปตามระเบียบ - สร้างภาระผูกพันโดยไม่ผ่านมติ ครม. พร้อมขอตัดงบ ส.ว. โครงการ ‘เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย’ 28.8 ล้านบาท ชี้ที่มาและทัศนคติขัดประชาธิปไตยเอง แต่จะมาสอนคนอื่นเรื่องประชาธิปไตยได้อย่างไร

วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น และ ‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ ได้ร่วมกันอภิปรายขอตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ในส่วนของมาตรา 30 หน่วยงานของรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยงบประมาณการก่อสร้างอาคารที่พักข้าราชการรัฐสภาแห่งใหม่ และงบประมาณการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยของวุฒิสภา

วาโย ได้อภิปรายในส่วนของงบประมาณสร้างอาคารใหม่เกือบ 1 พันล้านบาท โดยสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการเสนอขอรับงบประมาณสำหรับปี 2566 มา 49.9 ล้านบาท หรือประมาณ 5% โดยระบุว่าเป็นการตั้งงบประมาณที่ผิดต่อ พ.ร.บ. ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่กำหนดให้การขอเสนอรับงบประมาณ ต้องไม่ต่ำกว่า 20% ของงบประมาณทั้งหมด

ซึ่งเมื่อได้สอบถามประเด็นนี้กับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ได้รับคำตอบมาว่า ด้วยกฎหมายมีช่องว่างอยู่ให้สามารถยกเว้นได้หากมีมติคณะรัฐมนตรีออกมา แต่ทว่าจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีการขอมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรระบุว่าจะไปขอให้คณะรัฐมนตรีออกมติภายหลัง

วาโย กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการตั้งงบประมาณควบคุมการสร้างเข้ามาด้วย 30 ล้านบาท และยังมีการตั้งงบประมาณสำหรับการสำรวจและออกแบบอีกราว 30 ล้านบาท ซึ่งหมายความว่าโครงการทั้งหมดนี้ ยังไม่มีการออกแบบ หรือแม้แต่การสำรวจและการทำ EIA ก็ยังไม่มีเกิดขึ้น แต่กลับมีการของบประมาณในการก่อสร้างไปแล้ว

“การมีอาคารให้ข้าราชการรัฐสภาได้ใช้เป็นเรื่องที่ดี แต่การตั้งงบประมาณเพื่อสร้างอาคารควรต้องเป็นไปตามระเบียบ ไม่ใช่ทุกอย่างแหย่กันมา 2-3% บ้าง 5% บ้าง ตั้งงบฯ กันมาดูเหมือนจะน้อยๆ แต่ว่าจริงๆ ผูกพันเยอะแยะมากมายมหาศาลเป็นร้อยเท่า แล้วมาสำแดงกันแบบนี้แล้วค่อยไปขออนุญาต ทำแบบนี้ไม่ต้องมีกฎหมายก็ได้” วาโย กล่าว

ขณะที่ พริษฐ์ ได้อภิปรายขอตัดลดงบประมาณในโครงการของสำนักเลขาธิการวุฒิสภา “เผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” 28.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เนื่องจาก ส.ว. ในรูปแบบปัจจุบันเป็นองค์กรที่มีความชอบธรรมน้อยที่สุดในทางประชาธิปไตย เพราะที่มาของ ส.ว.250 คน ในปัจจุบันมาจากการแต่งตั้งโดย คสช. อีกทั้งยังสามารถร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้ เท่ากับว่า ส.ว. คนหนึ่ง มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีเท่ากับประชาชน 7 หมื่นคน หรือ ส.ว. 250 คน มีอำนาจเท่ากับประชาชน 19 ล้านเสียงรวมกัน

เที่ยวไทยนอนมา คาดต่างชาติเข้าไทยสิ้นปีแตะ 10 ล้านคน ยอดคนพุ่งกว่า 1,800% ดันรายได้พุ่ง 1,100%

(23 ส.ค. 65) ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สมเกียรติ โอสถสภา ระบุว่า...

นอนมาเลย! มั่นใจต่างชาติเข้าไทยถึงสิ้นปีนี้แตะ 10 ล้านคน ยอดคนพุ่งกว่า 1,800% ดันรายได้พุ่งกว่า 1,100% 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เยี่ยมครับ

ข่าว B time ปีหน้า 20 ล้านคนไปเลย เอ๊ะหรือ 30 ล้านคน ยังไม่นับจีน ตั้งเป้าสามสิบล้านคนเลย พี่ช่วยเต็มที่

'ธนกร' รายงานตัวรับตำแหน่ง ส.ส.พปชร. พร้อมดันหลากโครงการเพื่อประโยชน์ชาวใต้

(23 ส.ค. 65) ที่รัฐสภา นายธนกร วังบุญคงชนะ กล่าวภายหลังการรายงานตัวรับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ตนมารัฐสภาวันนี้เพื่อมารายงานตัวเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้สภาจะมีช่วงเวลาเหลืออยู่ 6-7 เดือน ก็จะตั้งจะใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน 

ทั้งนี้ต้องขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรอง นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. ที่สนับสนุนตนมาโดยตลอด จึงจะขอตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ในฐานะที่ตนเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะนำปัญหาของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กลไกของสภา ทั้งนี้การทำงานในพรรค พปชร. ไม่มีการแบ่งกลุ่ม พร้อมกันนี้ตนจะทำหน้าที่ประสาน ส.ส. ในพื้นที่ภาคใต้ เพราะจากการเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และการลงพื้นที่ทราบดีว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ชื่นชมในตัวนายกฯ

เมื่อถามว่า หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการผลักดัน ส.ส.สัดส่วนภาคใต้ให้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ไม่ได้คิดถึงตรงนั้น แต่จะผลักดันหลายโครงการที่รัฐบาลได้ดำเนินการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนภาคใต้ให้สำเร็จ

'อ้ายมนต์แคน' ครองยอดวิวยูทูบมากที่สุด 2 ปีซ้อน สร้างสถิติใหม่ ยอดวิวเพลงทะลุร้อยล้าน 11 เพลง

มาแรงเกินต้าน ไม่มีแผ่วจริงๆ สำหรับ นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่เบอร์ต้นของวงการเพลงลูกทุ่งไทย อย่าง 'มนต์แคน แก่นคูน' ศิลปินจากค่าย 'แกรมมี่ โกลด์' ที่ตอนนี้มียอดรับชมผ่านช่องทาง YouTube สูงสุดในประเทศไทย 2 ปีซ้อน คือในปี 2020 และ 2021

ล่าสุด นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่เบอร์ต้นของวงการเพลงลูกทุ่งไทย อย่าง "มนต์แคน แก่นคูน" ก็มีรายชื่อติดโผ เข้าชิงรางวัลงานประกาศรางวัล 'คมชัดลึก ลูกทุ่ง อวอร์ด 2565' ในประเภท 'รางวัลมหาชน' หรือ 'Popular Vote' เข้าชิงสาขา KA6. ลูกทุ่งชาย ขวัญใจมหาชน ที่จะประกาศผลรางวัลในวันที่ 29 กันยายน 2565 นี้ ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วันด้วย

นอกจากนี้ยังได้สร้างสถิติใหม่อีกครั้ง กับจำนวนเพลงที่มียอดรับชมเกิน 100 ล้านวิว มากถึง 11 เพลง เรียกว่าน่าจะเป็นสถิติมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีการเรียงลำดับจำนวนยอดวิว (ข้อมูลวันที่ 20 สิงหาคม 2565) ที่ผ่านมาดังนี้

1. คำว่าฮักกัน มันเหี่ยถิ่มไส 445 ล้านวิว
2. วอนหลวงพ่อรวย 359 ล้านวิว
3. ยังฮักไผอีกได้บ่ 279 ล้านวิว
4. สัญญาน้ำตาแม่ 255 ล้านวิว
5. ให้เขารักเธอ เหมือนเธอรักเขา 217 ล้านวิว
6. คอยน้องที่ช่องเม็ก 204 ล้านวิว
7. งานแต่งคนจน 201 ล้านวิว
8. เจ้าตั๋วว่าฮักอ้าย 161 ล้านวิว
9. อ้ายฮักเขา ตอนเจ้าบ่ฮัก MV 160 ล้านวิว
10. อ้ายฮักเขา ตอนเจ้าบ่ฮัก Lyric 124 ล้านวิว
11. อ้ายมาส่งทาง 100 ล้านวิว

'วันนิวัต' ชี้ไม่มี 'ประยุทธ์' ก็จัดประชุมเอเปคได้ เชื่อว่าทำดีกว่าด้วย อัด ทำคนไทยลำบาก หมดเวลาแล้วประชาชนหมดศรัทธาผลโหวตสะท้อนไม่เอาแล้ว

นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส. ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประชาชนทั้งประเทศ ให้ความสนใจในวาระดำรงตำแหน่งของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นอกจากนี้จากการโหวตของประชาชนทั่วประเทศ พบว่าประชาชนโหวตให้ออกจากตำแหน่ง มากถึงร้อยละ 93.17 จากจำนวนผู้เข้าร่วมโหวตถึง 524,806 คน แสดงว่าคนไทยหมดศรัทธาในตัวพลเอกประยุทธ์แล้ว และไม่ต้องการให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ดังนั้นการอ้างข้อกฎหมายอธิบายวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นเวที ของคนหัวหมอที่จะช่วยกัน

กรณีที่เกิดขึ้นควรเอาความจริงมาอธิบายกันดีกว่ามาอ้างกฎหมาย เพื่อสร้างความชอบธรรม และตีกินทางการเมืองอย่างที่ทำอยู่ คำถามจากประชาชนอยากถามว่า พลเอกประยุทธ์ จำได้หรือไม่ว่าเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วกี่ปี คนเป็นนายกรัฐมนตรีแต่บวกเลขไม่ถูก ไม่อายตัวเอง ก็อาย ประชาชนบ้าง 8 ปีที่ผ่านมา คือความพังพินาศเสียหายทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศไทย ประชาชนจำนวนมากรายได้ไม่พอรายจ่าย หลายครอบครัวอดอยาก ข้าวยากหมากแพง สินค้าทุกชนิดพากันขึ้นราคา มีแต่ยาบ้าที่ราคาถูกลงจากหลัก 100 เหลือหลัก 10  รัฐบาลปล่อยให้ ยาเสพติด เกลื่อนไปทุกตรอกซอกซอย เหตุร้าย ข่าวการฆ่ากันตามท้องถนน ฆ่ากันเองของคนในครอบครัวมีให้เห็นเป็นกระแสรายวัน

‘เพื่อไทย’ ไล่ส่ง ‘ประยุทธ์นายกฯ 8 ปี’ ชี้ เสพติดอำนาจ ฝืนบทบัญญัติรธน.

‘ตรีชฎา’ นับถอยหลังไล่ส่ง ‘ประยุทธ์นายกฯ 8 ปี’ ฝืนบทบัญญัติรธน. เหตุเสพติดอำนาจไม่สนคนไล่ 

นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะอยู่ในตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปีในวันที่ 23สิงหาคม 2565 เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  พล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จากนั้นก็ตั้งพรรคพวกตัวเองมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 กำหนดให้มีแม่น้ำ 5 สาย หนึ่งในนั้นคือ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้ สนช.โหวตตัวเองเป็นนายกฯ เริ่มนับหนึ่งในวันที่ 24 สิงหาคม 2557 และเป็นนายกฯเรื่อยมา สืบทอดอำนาจจนมาถึงหลังเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562 จนถึงทุกวันนี้     

นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 264 ในบทเฉพาะกาล บัญญัติว่า “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ ..”  นั่นหมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาก่อนรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้ จึงเป็น “นายกรัฐมนตรี” ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แล้ว  ดังนั้น พลเอกประยุทธ์จึงเป็น นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

'สนธิ-จักรทิพย์' ซึ้งใจ!! มอบเงินแสนหนุนสุดยอดแท็กซี่ใจบุญ ช่วยพาครอบครัวทุกข์ยากกลับอุดรฯ โดยไม่คิดเงินสักบาท

(23 ส.ค. 65) 'คุณตุ้ม' อนุรักษ์ นาคแกมทอง คนขับแท็กซี่ใจบุญได้รับคำเชิญให้มาเยือนบ้านพระอาทิตย์ เนื่องจากคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้รับทราบข่าวที่คุณอนุรักษ์ ตัดสินใจขับรถข้ามจังหวัด ตีรถจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร เป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมง ไปส่ง พ่อ-แม่-ลูก ซึ่งถูกไล่ออกจากห้องเช่ากลับบ้านญาติที่ จ.อุดรธานี โดยไม่คิดค่าโดยสารแม้แต่บาทเดียว แม้ว่าตอนนั้นในกระเป๋าของคุณอนุรักษ์จะมีเงินอยู่เพียงพันกว่าบาท หรือ พอแค่เติมแก๊สไป-กลับได้เท่านั้น

คุณอนุรักษ์ เล่าว่า วันนั้นอยู่ในช่วงเทศกาลวันแม่รถก็ติดมาก หลังขับรถออกมารับผู้โดยสารตามปกติตั้งแต่เวลา 15.00 น. กระทั่งช่วงประมาณ 00.00 น. ขับมาถึงบริเวณ ถ.วิภาวดีรังสิต จึงตัดสินใจเข้าไปหาผู้โดยสารในสถานีรถไฟหลักสี่ และพบผู้ชายคนหนึ่งนั่งหน้าเศร้าอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่ในมือกำลังอุ้มลูกอยู่ มองออกไปเห็นผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นไปเรียกแท็กซี่คันข้างหน้าและพูดคุยกันอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่ได้ขึ้นรถคันนั้นไป เมื่อถึงจังหวะจึงได้เรียกทั้งครอบครัวขึ้นมาพูดคุยกันบนรถ

เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ เสียงร้องไห้ของผู้หญิงก็ดังขึ้น สลับกับเสียงงอแงของลูกน้อย พร้อมกับคำบอกเล่าของผู้เป็นพ่อที่น้ำตาซึม บอกว่า ถูกไล่ออกมาจากห้องเช่า ไม่มีเงิน ไม่มีงาน เพราะปกติรับจ้างรายวันมีรายได้แค่พอเลี้ยงชีพเท่านั้น ตอนนี้ต้องการกลับบ้านที่ จ.อุดรธานี เพราะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อไปไม่ไหว คุณอนุรักษ์ เห็นหน้าเด็กเล็กในอ้อมกอดของแม่ดูคล้ายกับไม่สบายจึงรู้สึกสงสาร และตัดสินใจว่าจะขับรถไปส่งทั้ง 3 คนให้ถึงบ้าน

"ตอนนั้นดึกแล้ว ตอนแรกผมก็ลังเลว่าจะหาใครช่วยอีกได้ไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจช่วยเอง เพราะถ้าปัดให้คนอื่นช่วยก็เหมือนไปรบกวนเขาอีก" คุณอนุรักษ์บอก

ตำรวจท่องเที่ยวร่วมมือกงสุลพร้อมรับนักท่องเที่ยว

วันนี้ (24 ส.ค.2565) เวลา 9.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท.สคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แจ้งต่อสื่อมวลชนถึงผลสรุปของการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมรับนักท่องเที่ยวในช่วง high season ระหว่างตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่กงสุลมากกว่า 40 คนจากสถานทูต 18 ประเทศอันได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐเชค เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบอร์กโมร็อกโก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สโลวาเกีย และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้จัดให้มีขึ้นในวันเดียวกันช่วงเวลา 9.00-13.00 น. ว่า ผลการประชุมบรรลุเป้าหมายและเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างดี กล่าวคือ

1. การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสร้างความเข้าใจการทำงานและแก้ไขอุปสรรคปัญหาของกันและกันเป็นอย่างดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่กงสุลมีความเข้าใจในการทำงานตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมากขึ้น โดยจะนำไปแจ้งให้รัฐบาลของตัวเองประชาสัมพันธ์ให้คนของประเทศตัวเองทราบต่อไป

2. เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานและเป็นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดียิ่ง อันจะส่งผลดีต่อนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่ดีการท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

3. เป็นการส่งสัญญาณให้นานาประเทศทราบว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะรับและดูแลนักท่องเที่ยวในช่วง high season (ต.ค.๖๕ - ก.พ.๖๖) ให้ดีที่สุด 

4. เป็นการส่งสัญญาณให้องค์การการท่องเที่ยวโลก และนานาประเทศทราบว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะปรับมาตรการที่มีอยู่ให้สอดคล้องต่อมาตรฐานสากลว่าการคุ้มครองนักท่องเที่ยว หรือ International Code for The Protection of Tourists (ICPT) ซึ่งได้รับการรับรองแล้วจากองค์การการท่องเที่ยวโลกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยสอดคล้องต่อมาตรฐานของโลกมากยิ่งขึ้น

พล.ต.ต. อภิชาติฯ ยังกล่าวอีกด้วยว่า การประสานกับหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในการประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวาน (๒๓ ส.ค. ๖๕) เป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้น การดูแลนักท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องต่อ ICPT ยังต้องทำอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยมีมาตรฐานสูงยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปกรอบนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวของไทยเป็น Top of Mind ของโลกอย่างต่อเนื่องต่อไป 

นอกจากนี้ โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่า ผู้แทนจากสถานทูตที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการทุกท่านชื่นชมแนวคิดและการประชุมของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่ได้สร้างความเข้าใจมากขึ้นสำหรับการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เป็นการหารือกันอย่างใกล้ชิดแบบตรงไปตรงมาระหว่างตำรวจสองหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่กงสุลจากสถานทูตของต่างประเทศ 

ในนามของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน จึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณผู้แทนจากสถานทูตทุกท่าน สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียนชี้แจงถึงความคืบหน้าเพิ่มเติม กรณีคดีตำรวจสันติบาลหญิงทำร้ายร่างกายทหารหญิงได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเปิดเผยถึงความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีตำรวจสันติบาลหญิงทำร้ายร่างกายทหารหญิงได้รับบาดเจ็บ 

โดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวผู้เสียหายเข้าพบแพทย์ศัลกรรมตรวจร่างกายเพิ่มเติมและสอบปากคำแพทย์ผู้ตรวจร่างกายผู้เสียหายที่โรงพยาบาลราชบุรี ส่งของกลางตรวจพิสูจน์ นำตัวผู้ต้องหาส่งตรวจสุขภาพจิตที่โรงพยาบาลราชบุรี และได้สอบสวนปากคำแพทย์ผู้รักษาสุขภาพจิตของผู้ต้องหาที่โรงพยาบาลยันฮี ประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

และในวันเดียวกัน (23 ส.ค. 65) ผู้เสียหายพร้อมทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ จว.เพชรบุรี ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาพร้อมพวก รวม 2 คน ในฐานความผิด “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” สถานที่เกิดเหตุเป็นคอนโดแห่งหนึ่งย่านอำเภอชะอำ จว.เพชรบุรี ในระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม 2565ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2565 และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว จากนั้นได้ทำการสอบสวนปากคำผู้เสียหาย พาผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุและนำตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลชะอำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของคอนโดที่เกิดเหตุ และจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top