Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดโครงการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน หวังเพิ่มประสิทธิภาพงานสืบสวน

วันนี้ (15 ส.ค. 65) ที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน รุ่นที่ 6 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 

พล.ต.ท.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งหวังให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวน มีความห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนเห็นความสำคัญของการพัฒนางานสืบสวนในภาพรวม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลงของอาชญากรรมในปัจจุบัน จึงได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้จัดทำโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ของ บช.น. และ ภ.1 - 9 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 10 รุ่น รุ่นละ 60 นาย รวม 600 นาย ณ ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง จ.นครราชสีมา 

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า ในวันนี้ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวน ให้มาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งกำกับดูแล ให้คำแนะนำ ถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ ในโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน รุ่นที่ 6 ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวนในสังกัดตำรวจภูธรภาค 7 ได้แก่ ภ.จว.นครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และ บก.สส.ภ.7 รวมจำนวน 60 นาย เพื่อเพิ่มพูนทักษะและองค์ความรู้ในงานสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน พัฒนาศักยภาพการขยายผลและเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ และมุ่งหวังให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทุกพื้นที่ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ เทคนิคการสืบสวนตลอดจนประสานความร่วมมือบูรณาการการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น โดยในการฝึกอบรมครั้งนี้ จะมีการฝึกอบรมทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น หลักการตรวจที่เกิดเหตุ การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและการปฏิบัติในที่เกิดเหตุของนักสืบ เทคนิคงานสืบสวนสมัยใหม่ การตรวจพิสูจน์และเครื่องมือพิเศษ การสืบสวนขยายผลและยึดทรัพย์สินเครือข่ายการค้ายาเสพติดและการดำเนินคดีฟอกเงิน ศิลปะการซักถามและการบันทึกถ้อยคำพยาน การเขียนรายงานการสืบสวน การขอหมายขังและการควบคุมตัวไว้ในที่ปลอดภัย และการทดลองปฏิบัติการสืบสวนในกรณีศึกษา (Case Study) ที่น่าสนใจ เป็นต้น

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดอบรมเสริมความรู้คดีค้ามนุษย์กับพนักงานสอบสวนและทีมสหวิชาชีพ

วันนี้ (15 ส.ค. 65) เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 , พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท. พนักงานสอบสวนและทีมสหวิชาชีพ ร่วมพิธีเปิดการโครงการอบรมสัมมนา พนักงานสอบสวนและทีมงานสหวิชาชีพจากกระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการคุ้มครองแรงงานแก่คนต่างด้าวและป้องกันการละเมิดสิทธิตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์ รุ่นที่ 2 ระยะที่ 2  ณ โรงแรมเครปพันวา จ.ภูเก็ต

การอบรมสัมมนาในครั้งนี้เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย อยู่ในระดับมาตรฐานสากล หลังจากประเทศไทยได้รับการปรับระดับในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์  (TIP) ประจำปี 2022  เมื่อวันที่ 19 ก.ค.65 จากระดับ “เทียร์ 2 ที่ต้องถูกจับตามอง (Tier 2 Watch List) ขึ้นมาเป็น เทียร์ 2 (Tier 2) ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาคประมงและแรงงานของไทยเป็นไปอย่างยั่งยืน

‘บิ๊กป้อม’ รุดพื้นที่สระบุรี รับมือมวลน้ำตอนเหนือ หวั่น!! กระทบพื้นที่ท้ายน้ำ กทม.และปริมณฑล

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งคณะทำงาน ได้เดินทางลงพื้นที่ จังหวัดสระบุรี ตรวจสอบความพร้อมกลไกต่าง ๆ และแผนรับมือการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำและอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง ไม่ให้กระทบชุมชนท้ายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.และปริมณฑลริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก

โดยรับฟังการบรรยายสรุป ถึงสถานการณ์น้ำภาพรวม แผนด้านทรัพยากรน้ำสระบุรี ความก้าวหน้า 13 มาตรการรับมือน้ำฤดูฝน แผนบริหารจัดการน้ำเขื่อนป่าสัก และแนวทางระบายน้ำฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง จากผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี, เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), อธิบดีกรมชลประทาน และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ ศาลากลาง จังหวัดสระบุรี

ทั้งนี้ ‘พล.อ.ประวิตร’ ได้ย้ำสั่งการ สทนช. ร่วมกับ กรมชลประทาน รวมทั้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และฝ่ายปกครองระดับจังหวัด ให้ความสำคัญทำงานร่วมกับ ศูนย์อำนวยการส่วนหน้า สทนช.ที่จัดตั้งขึ้น ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนรับมือฤดูฝน 13 มาตรการ โดยให้ปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เนื่องจากมีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องจากมรสุมในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลพื้นที่หลายจังหวัดมีน้ำท่วมขังสูง โดยเฉพาะพื้นที่ริมลำน้ำสายหลักยังคงต้องเฝ้าระวัง และติดตามสภาพอากาศแจ้งเตือนประชาชนให้ทันกับสถานการณ์ รวมทั้งให้การช่วยเหลือประชาชนทันที เน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น

‘กรมทางหลวง’ เร่งเครื่องมอเตอร์เวย์ ‘นครปฐม-ชะอำ’ ดีเดย์ 19 ส.ค.นี้ เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน

'กรมทางหลวง' ใส่เกียร์เดินหน้าชวนเอกชนรวม Market Sounding ชวนลงทุนมอเตอร์เวย์ M8 ‘นครปฐม-ชะอำ’ ปูพรมเติมโครงข่ายลงสู่ภาคใต้ 19 ส.ค.นี้

(15 ส.ค. 65) รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่าในวันที่ 19 ส.ค. 2565 เวลา 09.00-12.00 น. ทล.เตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน (Market Sounding) สำหรับการศึกษาความเหมาะสมในการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 8 (M8) สายนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 109 กิโลเมตร (กม.)

ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการเดินหน้า กรมทางหลวงจึงได้เชิญชวนภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และผู้สนใจ เข้าร่วมประชุมในรูปแบบการประชุมทางไกล (Video Conference) ผ่าน Zoom Cloud Meetings เพื่อนำความคิดเห็นที่ได้รับ มาใช้ประโยชน์ในการศึกษาประกอบการกำหนดแนวทาง และรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับการลงทุนใหม่คาดว่าจะเป็นโมเดลเดียวกับ สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) และ สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว และ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) โดยรัฐลงทุนงานโยธา และ PPP ให้เอกชนลงทุนในส่วนของงานระบบ O&M ซึ่งเส้นทางนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการเพิ่มโครงข่ายลงสู่ภาคใต้ โดยสามารถเชื่อมกับมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี และสายเอกชัย-บ้านแพ้วได้ โดยในการลงทุนจะผลักดันในเฟสแรก ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ที่เป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโครงการมอเตอร์เวย์ทั้ง 2 สาย

โรงเรียนนาวิกเวชกิจ ประกาศเกียรติคุณ เชิดชูความดี นร.จ่าทหารเรือ ช่วยผู้ประสบเหตุร้ายแรงบนท้องถนน

(15 ส.ค. 65) นาวาเอก พรพิชิต สุวรรณศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนนาวิกเวชกิจ กรมแพทย์ทหารเรือ ทำพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ เชิดชูความดี แด่ นักเรียนจ่าทหารเรือ ธีรวีร์ เจริญศึกษา นักเรียนจ่าทหารเรือ พรรคพิเศษ เหล่าทหารแพทย์ ชั้นปีที่ 2 เนื่องจากเป็นผู้มีจิตอาสาสละแรงกาย เวลาและสติปัญญา ในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน ที่จังหวัดระยอง

นักเรียนจ่า ธีรวีร์ เจริญศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2565  ตนได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดระยอง เพื่อไปหาบิดา มารดา เนื่องจากเป็นวันหยุดพักประจำสัปดาห์  ต่อมาในเวลา 20.00 น. ระหว่างที่ตนกำลังนั่งรับประทานอาหารค่ำอยู่กับมารดา ก่อนเข้าบ้าน ตนได้ยินเสียงดัง "โครม" ที่บริเวณถนนใหญ่หน้าร้าน ตนได้ชะเง้อมองแต่ไม่เห็นอะไร และเพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วย 

จากการปลูกฝังความเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือมาอย่างดี จากคุณพ่อที่เป็น Navy SEAL ของกองทัพเรือ (นาวาตรี นพรัตน์ มีสุข) และคุณแม่นางสาว สรัลชนา เจริญศึกษา (หัวหน้าฝ่ายกองสวัสดิการ เทศบาลตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา) ตนจึงตัดสินใจลุกออกจากโต๊ะอาหารไปดู จึงเห็นรถจักรยานยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างบริเวณจุดกลับรถบนถนนใหญ่หน้าร้านที่ตนนั่งอยู่ และเห็นชายไทยวัยรุ่นอายุประมาณ 15 ปี นอนนิ่งอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ และไม่สนองตอบต่อการประเมินความรู้สึกตัว

'ไข่มุก เพื่อไทย' แลนด์สไลด์ชนะ 'เสี่ยโด่ง' คว้าเก้าอี้ 'นายกอบจ.กาฬสินธุ์'

ผลคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์อย่างไม่เป็นทางการแลนด์สไลด์ 'ไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล' ชนะ 'เสี่ยโด่ง ชานุวัฒน์ วรามิตร' อดีตนายกอบจ.กาฬสินธุ์อย่างถล่มทลายเกือบ 1 แสนคะแนน 

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์ หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยเลือกตั้งทั้ง 18 อำเภอนับคะแนนแล้วเสร็จในช่วงเวลา 21.00 น. โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการผลปรากฏว่า เบอร์ 1 นายชานุวัฒน์ วรามิตร ได้ 150,443 คะแนน, เบอร์ 2 นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ได้ 249,093 คะแนน และเบอร์ 3 นางเขมจิรา อนันทวรรณ ได้ 13,784 คะแนน

16 สิงหาคม พ.ศ.2520 ‘เอลวิส เพรสลีย์’ ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์ เสียชีวิตกะทันหันด้วยวัยเพียง 42 ปี

ครบรอบ 45 ปี การจากไปอย่างกะทันหันของ เอลวิส เพรสลีย์ นักร้องดังที่รู้จักกันดีในฉายา ‘ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์’ 

เอลวิส เกิดที่เมืองทูเพอโล รัฐมิสซิสซิปปี เมื่ออายุได้ 13 ปีครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี เริ่มต้นอาชีพนักร้องที่เมืองนี้ในวัย 19 ปีแซม ฟิลลิปส์ เจ้าของค่ายซันเรคคอร์ดส์เห็นหน่วยก้านและความสามารถ จึงปลุกปั้นให้ เอลวิส นำเพลงของคนผิวดำ(อเมริกันแอฟริกัน)มาขับร้องในลีลาใหม่ เพื่อขยายฐานคนฟังให้กว้างขวางมากขึ้น โดยได้นักดนตรีฝีมือดีมาร่วมงานเช่นมือกีตาร์ สก็อตตี้ มัวร์และมือเบส บิล แบล็ค

เพลงที่ เอลวิส เพรสลีย์ นำเสนอในช่วงแรก จะผสมผสานจังหวะแบบอัปเทมโป แบ็คบีตของคนผิวดำ คลุกเคล้าให้เข้ากับการร้องและเอื้อนเสียงแบบเพลงคันทรีและริธึ่มแอนด์บลูส์ ต่อมา เอลวิส เซ็นสัญญากับค่ายเพลงอาร์ซีเอ วิกเตอร์ โดยมีผู้จัดการส่วนตัวคือผู้พัน ทอม พาร์คเกอร์ มีซิงเกิลแรก ออกขายในเดือนมกราคม ปี 1956 “Heartbreak Hotel” ซึ่งสามารถขึ้นไปติดอันดับ 1 ของชาร์ตจัดอันดับเพลงดังของยุคนั้น

เอลวิส ออกโทรทัศน์รายการ Stage Show ของช่อง CBS เมื่อ 16 มกราคม 1956 ความโด่งดังของ เอลวิส ทำให้มีโอกาสออกโชว์ตัว ทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์หลายครั้ง มีเพลงฮิตติดอันดับ 1 มากมาย เพลงของ เอลวิสเต็มไปด้วยพลัง ความแปลกใหม่ ฟังแล้วเร้าใจ ใครที่ได้ฟังมักจะอดห้ามใจไม่ได้ ต้องโยกย้ายส่ายเอวตามจังหวะเพลงทุกที เป็นที่มาของการ “โยก และ คลึง” หรือ ร็อก แอนด์ โรล ซึ่งเป็นอิทธิพลจากเพลงของเอลวิส ในยุคนั้น ต่อมาจึงมีการเรียกขานแนวดนตรีแบบใหม่ ที่นำเสนอโดย เอลวิส ว่าดนตรีแบบ ร็อกแอนด์โรล ความโด่งดังของเอลวิส ทำให้มีโอกาสเข้าสู่วงการภาพยนตร์ โดยผลงานเรื่องแรก ที่ เอลวิสได้ร่วมแสดงคือภาพยนตร์เรื่อง Love Me Tender

'ผู้นำโสมขาว' ขอสานความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับญี่ปุ่น วอน!! ชาวเกาหลีก้าวข้ามทุกเรื่องบาดหมางในอดีต

วันนี้ 15 สิงหาคม ตรงกับวันปลดปล่อยแห่งชาติ (Liberation Day) ของเกาหลี โดยเป็นวันที่คาบสมุทรเกาหลีได้รับการปลดปล่อยจากการยึดครองของกองทัพญี่ปุ่นจากฝ่ายกองกำลังสัมพันธมิตร หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 

ฉะนั้นเกาหลีใต้ จะถือวันนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์สำคัญประจำปี โดยจะมีการเฉลิมฉลองที่ได้รับอิสรภาพ และรวมถึงมักมีการย้อนรำลึกถึงความโหดร้ายของสงคราม และการกระทำของกองทัพญี่ปุ่นที่ยังคงทิ้งแผลใจให้แก่ชาวเกาหลีจนถึงทุกวันนี้ 

แต่ทว่า ในปีนี้ 2022 'ยุน ซอก-ยอล' ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ออกมากล่าวสุนทรพจน์ในวันฉลองครบรอบ 77 ปี วันปลดปล่อยเกาหลีว่า ต้องการเริ่มต้นสานสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่นอีกครั้ง เพราะเสถียรภาพ และความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกนั้นสำคัญกว่า

โดยประธานาธิบดี 'ยุน ซอก-ยอล' กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ ญี่ปุ่นกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการต่อสู้กับภัยคุกคามเสรีภาพของโลก ดังนั้นก็ถึงแก่เวลาที่ชาวเกาหลีใต้ ควรก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีตไปได้แล้ว และเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลี-ญี่ปุ่น สามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันบนพื้นฐานของค่านิยมสากลในด้านการส่งเสริมเสรีภาพ ก็น่าจะช่วยคลี่คลายความบาดหมางในอดีตได้ 

แต่ทั้งนี้ ความบาดหมางฝังลึกระหว่างเกาหลี และ ญี่ปุ่น มิใช่เพียงแค่การที่กองทัพญี่ปุ่นเข้ามากดขี่ ยึดครองและสังหารทหาร และประชาชนชาวเกาหลีเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นของ 'Comfort Women' หญิงชาวเกาหลีที่ถูกทหารญี่ปุ่นใช้เป็นนางบำเรอในกองทัพด้วยความไม่สมัครใจเป็นจำนวนมาก

ซึ่งในปัจจุบัน สตรีชาวเกาหลีเหล่านั้นหลายคนยังมีชีวิตอยู่ และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นออกมาแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำโดยกองทัพญี่ปุ่น แล้วชาวเกาหลีใต้จะสามารถก้าวข้ามความบาดหมางที่ผ่านมาไปได้อย่างที่ผู้นำเกาหลีใต้ออกมากล่าวในวันปลดแอกปีนี้ได้จริงหรือ?

อย่างไรก็ตามนโยบายการขอคืนดีกับญี่ปุ่นนี้ ประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล ได้เกริ่นไว้ตั้งแต่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว โดยเรียกว่าเป็นการขยายความร่วมมือกันในหลายมิติ ตั้งแต่ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ที่ช่วยส่งเสริมสันติภาพ และความก้าวหน้าในระดับนานาชาติ 

โดย ยุน ซอก-ยอล ได้อ้างอิงถึง ข้อตกลงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลี-ญี่ปุ่น ที่เคยทำร่วมกันในปี 1998 ในสมัย คิม แท-จุง ผู้นำเกาหลีใต้ และ เคโซ โอบุจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่เรียกว่า Japan–South Korea Joint Declaration ซึ่งเป็นเหมือนพิมพ์เขียวในการสานสัมพันธ์เพื่ออนาคตระหว่าง 2 ชาติชั้นนำในเอเชียกลาง ที่ต่างก็เป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐอเมริกาทั้งคู่

‘อนุพงษ์’ เผย นายกฯ เป็นห่วงปชช.น้ำท่วม สั่งมหาดไทย ลงพื้นที่เยียวยาเร่งด่วน

วันนี้ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เเละนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงลงพื้นที่อำเภอแม่จัน และตลาดลมจอย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยจากพายุมู่หลาน รวมถึง ตรวจการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้ง ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

เบื้องต้นทางภาครัฐได้จัดเตรียม รถประกอบอาหาร2คัน รถผลิตน้ำดื่ม เครื่องสูบน้ำ เเละเตรียมแผน ฟื้นฟูหลังน้ำลด ในการทำความสะอาดบ้านเรือนให้กับประชาชน พร้อมกับ มอบถุงยังชีพ เป็นเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เเละมอบเงิน จำนวน  59,400 บาท ให้กับ มารดาของนายสมศักดิ์ มณีจันทร์สุข ผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเชียงรายด้วย 

พล.อ. อนุพงษ์ ยังกล่าวกับผู้ประสบภัยด้วยว่า ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ฝากกำลังใจเเละความห่วงใยมาให้ทุกคน ทุกคนเป็นคนไทย ไม่ต้องตกใจ เราไม่ทอดทิ้งกัน ทั้งนี้ ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สำรวจความเสียหายของพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อเตรียม เยียวยาให้กับผู้ประสบอุทกภัยด้วย ทั้งนี้ ได้น้อมนำพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตให้เป็นปกติสุขโดยเร็ววัน

เปิดไทม์ไลน์ คนละครึ่ง เฟส 5 เปิดลงทะเบียนรายใหม่ – รายเก่า ทั้งร้านค้า - ประชาชน เริ่มวันไหนเช็กได้ที่นี่

เปิดไทม์ไลน์ คนละครึ่ง เฟส 5 เปิดลงทะเบียนรายใหม่ – รายเก่า ทั้งร้านค้า - ประชาชน เริ่มวันไหนเช็กได้ที่นี่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top