Friday, 10 July 2026
TheStatesTimes

ว่าด้วย...กำลังทหารของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น

หลังจากการเยือนราชอาณาจักรไทยของนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 1-2 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา ก็มีคนไทยบางคนอ่านข่าวไม่ทันจบหรือไม่ทันได้ทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ได้ออกมาโวยว่า...

ครั้งนี้รัฐบาลไทยไปทำความตกลงกับญี่ปุ่นสารพัดเรื่อง ทั้งๆ ที่การทำความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน รัฐบาลไทยจึงจะไปทำความตกลงกับรัฐบาลต่างประเทศได้ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประเด็นหารือจึงใช้คำว่า ‘การเสริมสร้าง’

รัฐธรรมนูญ (ฉบับใหม่) ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490

โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคง ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็มีข้อจำกัดในเรื่องของการทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ตามหมวด 2 (ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับใหม่) ของประเทศญี่ปุ่น) ‘การสละสิทธิ์สงคราม’ มาตรา 9 ซึ่งได้ระบุเอาไว้ว่า...ความมุ่งประสงค์อย่างแท้จริงในสันติภาพระหว่างชาติ โดยมีความยุติธรรมและความสงบเรียบร้อยเป็นพื้นฐาน ชนชาวญี่ปุ่นยอมสละจากสงครามไปตลอดกาลนาน ซึ่งให้ถือเป็นสิทธิสูงสุดแห่งชาติ ทั้งสละจากการคุกคามหรือการใช้กำลังเพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างชาติ เพื่อบรรลุความมุ่งประสงค์ในวรรคก่อน...จะไม่มีการธำรงไว้ซึ่งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ กับทั้งศักยภาพอื่นๆ ในทางสงคราม รวมถึงไม่มีการรับรองสิทธิในการเป็นพันธมิตรในสงคราม

ชาวญี่ปุ่นเพียง 27% เห็นด้วยกับการแก้มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญ ยินยอมให้ญี่ปุ่นกลับมามีกองทัพอย่างเป็นทางการ และสามารถประกาศสงครามได้ โดยมีผู้ไม่เห็นด้วยถึง 67%

มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น เป็นบทในรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่นที่ห้ามพฤติการณ์แห่งสงครามโดยรัฐ รัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในข้อความนี้ รัฐสละสิทธิอธิปไตยในสงครามและห้ามการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศผ่านการใช้กำลัง มาตรานี้ยังแถลงว่า เพื่อบรรลุเป้าประสงค์เหล่านี้ จะไม่มีการธำรงกองทัพที่มีศักย์สงคราม แต่ญี่ปุ่นยังคงธำรงกองทัพอยู่โดยพฤตินัยนั้น คือ กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น

นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในขณะนั้นได้หลีกเลี่ยงกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 9 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยได้อนุมัติการตีความ มาตรา 9 ซึ่งรัฐธรรมนูญอันสละสิทธิ์สงครามขึ้นใหม่

รัฐธรรมนูญ (ฉบับใหม่) ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 ร่างขึ้นภายใต้การยึดครองของฝ่ายสัมพันธมิตรให้หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และตั้งใจแทนที่ ‘ระบบแสนยนิยม’ (Militarism: แนวคิดนิยมทหาร) และสมบูรณาญาสิทธิราชย์เดิมของประเทศญี่ปุ่นด้วยประชาธิปไตยเสรีนิยมรูปแบบหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขได้ยากมาก จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ นับแต่มีมติเห็นชอบ

แม้ว่าในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557 รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติการตีความ มาตรา 9 ซึ่งรัฐธรรมนูญอันสละสิทธิ์สงครามใหม่ ที่อาจสร้างความกังวลและความไม่เห็นด้วยจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอนุญาตให้ใช้กำลังทหารเพื่อโจมตีประเทศอื่นและเข้าสู่สงคราม รวมถึงการใช้กำลังทหารเพื่อการนี้ถูกพิจารณาว่ามิชอบด้วยกฎหมายและเป็นอันตรายร้ายแรงต่อประชาธิปไตยของญี่ปุ่น

แต่นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในขณะนั้น ได้หลีกเลี่ยงกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และทำให้มีการเปลี่ยนแปลงมูลวิวัฒต่อความหมายของหลักการมูลฐานในรัฐธรรมนูญโดยคำสั่งของคณะรัฐมนตรี โดยปราศจากการอภิปรายหรือลงมติของสภาไดเอต (สภาผู้แทนราษฎร) และยังไม่ได้ผ่านประชามติความเห็นชอบจากสาธารณะเลย

กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Japan Self Defend Force : JSDF หรือ JSF หรือ SDF) 

กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Japan Self Defense Force : JSDF หรือ JSF หรือ SDF) เป็นกำลังทหารของญี่ปุ่นซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงเพื่อแทนที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ถูกยุบเลิก และฝ่ายสัมพันธมิตรได้เข้ามาทำการยึดครองญี่ปุ่นในช่วงหลังสงคราม

โดยกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นถูกใช้งานในเฉพาะภายในประเทศมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศอธิปไตยชาติเพียงอย่างเดียวและไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ยกเว้นในสถานการณ์ที่ถือว่า เป็นการป้องกันตนเองภายในขอบเขตที่จำกัดเท่านั้น แม้อาจมีภารกิจในต่างประเทศอาทิ การปฏิบัติการรักษาสันติภาพ

กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่นขณะสวนสนาม

แต่ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ตามรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่นใหม่ และสรุปได้ว่า ญี่ปุ่นจะสามารถส่งทหารสังกัดกองกำลังป้องกันตนเองไปปฏิบัติภารกิจการป้องกันตนเองร่วมได้ (Collective Self Defense) ตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อปกป้องชาติหนึ่งชาติใดจากการถูกรุกรานได้ และญี่ปุ่นจะสามารถส่งกำลังทหารไปช่วยเหลือชาติพันธมิตรใกล้ชิดที่ถูกโจมตีได้ หากการโจมตีนั้นเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่นและไม่มีวิธีอื่นในการปกป้องชีวิตของชาวญี่ปุ่น

แม้จะผลิตเองจะต้องจ่ายแพงกว่าการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สำเร็จรูปจากต่างประเทศ แต่ญี่ปุ่นก็เต็มใจจ่าย

ในด้านการพัฒนาอาวุธ รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นได้กำหนดห้ามการพัฒนาอาวุธในเชิงรุก ขณะที่การห้ามส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์นั้น แม้ญี่ปุ่นจะเป็นผู้กำหนดขึ้นเองเมื่อปี พ.ศ. 2510 แต่ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 ญี่ปุ่นได้ผ่อนคลายกฎห้ามส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยสามารถส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ และสามารถมีส่วนร่วมในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ กับนานาชาติได้ แต่ญี่ปุ่นจะไม่ส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ประเทศที่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง หรืออาจเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของนานาชาติ

‘จีน’ แฉ!! ทุน NED ปั้นชาติ ปชต.จอมปลอม ก่อเหตุจลาจล เพื่อหนุนประโยชน์ให้มะกัน

เค้าลางการปะทะทางการทูตและเศรษฐกิจ ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ดูจะระอุมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสหรัฐฯ ปักหมุดรุกคืบในเอเชีย-แปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อพุ่งเป้าปิดล้อมจีน รวมถึงโดดเดี่ยวรัสเซียอย่างออกนอกหน้าไม่ปิดบัง 

อย่างไรก็ตามทางการจีนได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจการเมืองและการทหาร โดยไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว ผ่านท่าทีของเจ้าหน้าที่จีน และคำพูดของผู้นำที่ยกระดับเข้มข้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศจีนได้เผยแพร่รายงานเปิดโปงพฤติกรรมบ่อนเซาะ แทรกแซงของสหรัฐฯ ในโลกอย่างหมดเปลือกว่า แผนการร้ายทำลายประเทศอื่นๆ นั้นผ่านเข้ามาในฉากหน้าของประชาธิปไตยโดยหน่วยงานเอ็นจีโอหลักที่เรียกว่า NED 

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 65 สำนักข่าวโกลบอลไทมส์ รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยรายงาน การบริจาคเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ โดยองค์กร NED ของสหรัฐ หรือ The National Endowment for Democracy ซึ่งมีสถานะหนึ่งเหมือน ‘ทหารราบ’, ‘ถุงมือขาว’ และ ‘ครูเสดประชาธิปไตย’ ของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังการจลาจลแบ่งแยกดินแดน การปฏิวัติสี และวิกฤตทางการเมืองทั่วโลก โดยเอกสารข้อเท็จจริงที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า... 

รัฐบาลหุ่นเชิดในประเทศต่างๆ และการปลูกฝังกองกำลังหุ่นเชิดที่สนับสนุนสหรัฐฯ เกิดขึ้นภายใต้ข้ออ้างว่าส่งเสริมประชาธิปไตย

ประเทศจีนเป็นเป้าหมายหลักของกิจกรรมการแทรกซึมและการโค่นล้มของ NED มานานแล้ว NED ลงทุนมหาศาลในโครงการต่อต้านจีนที่มุ่งแบ่งเขตซินเจียง ทิเบต และฮ่องกงออกจากจีน 

อย่างไรก็ตาม จะสังเกตได้ว่าความพยายามใดๆ ที่จะเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นๆ ในนามของประชาธิปไตยนั้น ล้วนไม่เป็นที่นิยม และในที่สุดก็ประสบกับภาวะที่ล้มเหลว เฉกเช่นกรณีที่ฮ่องกง

ในรายงานดังกล่าว ยังระบุอีกว่า สหรัฐฯ ใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือและอาวุธมานานแล้ว เพื่อบ่อนทำลายประชาธิปไตยในนามของประชาธิปไตยจอมปลอม ยุยงให้เกิดความแตกแยกและการเผชิญหน้า และเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของประเทศอื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดผลร้ายตามมา คือ NED ได้ล้มล้างรัฐบาลที่ถูกกฎหมาย และปลูกฝังกองกำลังหุ่นเชิดของสหรัฐฯ ทั่วโลกภายใต้ข้ออ้างในการส่งเสริมประชาธิปไตย

“ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกับจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานต่างๆ บูรณาการฝึกซ้อมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล”

วันที่ 10 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.00 น. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกับจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานต่างๆ บูรณาการฝึกซ้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ณ บริเวณหน้าหาดอ่าวนาง (ลานประติมากรรมปลาใบ) ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมี พลเรือโท ก้องเกียรติ สัจวุฒิ รองเสนาธิการทหารเรือ / รองเสนาธิการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ และพลเรือโท ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ / หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ นายกิตติพนธ์ วุฒิวงศ์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ร่วมชมการสาธิตในครั้งนี้

กก.ชายแดนไทย - กัมพูชา ประชุม RBC ครั้งที่ 28 พัฒนาความร่วมมือ เพื่อความผาสุกประชาชนทั้งสองประเทศ

วันนี้ (10 พ.ค.) การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย - กัมพูชา ครั้งที่ 28 ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 กับภูมิภาคทหารที่ 5 หรือ RBC - 28 ณ สถานที่พักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก สวนสนประดิพัทธ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีพลโท สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 ฝ่ายไทย และพลเอก แอก ซอมโอน รองผู้บัญชาการทหารบกผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ฝ่ายกัมพูชา เป็นประธานร่วม มีนายปริญญาโพธิสัตย์ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วคณะกรรมการคณะทำงานทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม

ในการประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา ทบทวนถึงความก้าวหน้า และพัฒนาการในด้านต่างๆ ในพื้นที่ชายแดนส่งเสริมความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนเสริมสร้างความเจริญด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันได้แก่ ความร่วมมือทวิภาคี ความร่วมมือการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก การสกัดกั้นการลักลอบสร้างสิ่งก่อสร้างที่ผิดกฎหมาย และการทิ้งสิ่งปฏิกูลลงตามแนวลำคลองบริเวณชายแดน ไทย - กัมพูชา การประสานงานเรื่องปราบปรามการลักลอบตัดไม้ การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การกระทำผิดตามแนวชายแดน ปัญหายาเสพติด การลักลอบนำเข้าข้าวเปลือก การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ โครงการร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน การจัดกิจกรรม การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และกีฬา ระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การส่งเสริมความร่วมมือด้านการแพทย์ทหารระหว่างกองทัพ 

“ซินหัว” ตีข่าว ชาวจีนเฝ้ารอทุเรียนไทยอย่างใจจดใจจ่อ แม้ราคาจะสูงกว่าปีที่แล้วแต่ขายหมดอย่างรวดเร็วทั้งตลาดออฟไลน์และออนไลน์

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ. และประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เปิดเผยวันนี้ (10 พ.ค) ว่า มีรายงานจากสำนักข่าวซินหัวของจีนว่าปีนี้ทุเรียนไทยเข้าสู่ตลาดจีนช้ากว่าปกติและมีราคาสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคชาวจีนยังคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

บรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ทยอยวางจำหน่าย ‘ทุเรียนไทย’ กันแล้วและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ส่งสัญญาณว่า ‘ฤดูทุเรียน’ มาถึงแล้ว

ทุเรียนจากสวนในไทยจะถูกเก็บเกี่ยวและส่งออกด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ มุ่งสู่ปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติกว่างโจว ไป๋อวิ๋น มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของจีน จากนั้นจะกระจายไปยังทุกภูมิภาคของจีนอย่างรวดเร็ว

ร้านผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เมืองกว่างซี บอกว่า ทางร้านได้รับทุเรียน 100 กล่อง ถูกกระจายสู่ร้านสะดวกซื้อ ขายให้ลูกค้าขาจร ทั้ง 100 กล่องหมดอย่างรวดเร็ว แม้ราคาจะสูงขึ้นกว่าปีก่อนก็ตาม

พรรคคอมมิวนิสต์จีนพบ “สร้างอนาคตไทย” แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ

พรรคคอมมิวนิสต์จีนร่วมแสดงความยินดีกับการก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ “อุตตม” ชี้ ไทยควรกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ร่วมแสวงหาโอกาสด้านการค้าการลงทุนรองรับอนาคตหลังโควิด

วานนี้ (9 พ.ค. 65) ที่ทำการพรรคสร้างอนาคตไทย  นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคฯ และทีมผู้บริหารพรรค อาทิ นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคฯ นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรคฯ นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค และนายบุญส่ง ชเลธร รองเลขาธิการพรรคฯ ให้การต้อนรับคุณ Peng Fei ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ดูแลความสัมพันธ์ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับพรรคการเมืองไทย ที่เดินทางมาแสดงความยินดีในการก่อตั้งของพรรคสร้างอนาคตไทย

นายอุตตม กล่าวแสดงความขอบคุณต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน พร้อมเปิดเผยว่า พรรคสร้างอนาคตไทย มีเป้าหมายที่จะสร้างสรรค์เศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานราก เพื่อดูแลประชาชนให้มีความสุข ซึ่งก็เป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่พรรคสร้างอนาคตไทย จะได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งความร่วมมือด้านต่างๆ ในอนาคต

“ประเทศจีนถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศและการดูแลประชาชน อีกทั้งโครงสร้างทางเศรษฐกิจจีนก็มีความคล้ายคลึงกับไทย คือเป็นประเทศที่มีพื้นฐานทางเกษตรกรรม และขยายตัวขึ้นด้วยการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นประสบการณ์ของจีนจึงเป็นประโยชน์ต่อการที่ไทยจะนำมาเป็นต้นแบบในหลายๆ เรื่อง” นายอุตตม กล่าว

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตนเองและนายอุตตม มีความคุ้นเคยกับประเทศจีนตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงที่บริหารกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าจีนเป็นมหามิตร พรรคสร้างอนาคตไทยจึงมีความยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งความร่วมมืออื่นๆ ในอนาคต เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

“พรรคสร้างอนาคตไทยมีจุดยืนในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ดังนั้นในอนาคตหากมีโอกาสร่วมบริหารประเทศ เชื่อว่าจะมีความร่วมมือกับประเทศจีนเกิดขึ้นในหลายๆ กรณี ทั้งนี้เพื่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของทั้งสองประเทศ” นายสนธิรัตน์ กล่าว

‘อนุทิน’ ยัน ‘ภูมิใจไทย’ หนุนรัฐบาล - นายกฯ ไม่มีย้ายข้าง พร้อมขออย่าพูดลอยๆ ปมถูกกล่าวหาทุจริต 

10 พฤษภาคม 2565 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่ามีหลักฐานการทุจริต ของพรรคภูมิใจไทย ว่า จะกล่าวหากันว่าทุจริต ใครทุจริต ทำไม่ถูก ก็ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่มาพูดกันลอยๆ ถ้ามีข้อมูล ก็นำมาชี้แจงเลย ถ้าเห็นว่ารัฐมนตรีทุจริต ท่านก็มีช่องทางตรวจสอบ  

ผู้สื่อข่าวถามว่าพฤติกรรมเช่นนี้ของฝ่ายค้านเรียกว่าตีกินหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ท่านคงไม่ทำเช่นนั้น ท่านเป็นระดับผู้ใหญ่ เป็นผู้กล่าวสรุปในการอภิปรายที่ผ่านมา สำหรับรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เวลามีข้อสงสัย เราตอบได้ทุกเรื่อง ทำไมไม่มองว่ารัฐมนตรีของพรรคทำงานเพื่อประเทศชาติ เรื่องโฮปเวลล์ ที่ไม่ต้องจ่ายค่าโง่ เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ไม่เข้า ครม.ก็เพราะเราเห็นว่า ประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์สูงสุด ถามว่ารัฐมนตรีพรรคไหนทำ ‘จะกล่าวหาใครมันก็ต้องดูด้วยว่า พรรคที่ทุจริตคอรัปชันจนโดนอาญาบ้านเมือง คือพรรคไหน’

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ถามเรื่องที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ก.หาเสียง มีความสัมพันธ์กับที่สมาชิกบางคนของพรรคกล่าวโจมตีพรรคภูมิใจไทยเป็นระยะ 

ถ่ายยังไงให้น่ากลัว เทคนิคถ่ายภาพผีด้วย iPhone 13 Pro ใน ‘ผี ตาม คน’ หนังสั้นจากผู้กำกับไทย ‘ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ’ 

ที่ผ่านมาแอปเปิล (Apple) จะเข้าไปทำงานร่วมกับช่างภาพ และผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังในหลากหลายประเทศ เพื่อนำเสนอผลงานทั้งภาพนิ่ง และภาพยนตร์สั้นที่ถ่ายทำด้วย iPhone แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ถูกปรับปรุงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในคราวนี้ถึงเวลาที่ผลงานของผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทยอย่าง ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดังอย่าง ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ‘แฝด’ ‘สี่แพร่ง’ และ ‘ห้าแพร่ง’ ที่เลือกนำเรื่องราวของผีตาโขน กลับมาถ่ายทอดในอีกมุมมองผ่านเลนส์ของกล้อง iPhone 13 Pro

โดยผลงานเรื่อง ‘ผีตามคน’ นับเป็นภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับผีเรื่องแรกของ Apple และถือเป็นการกลับมากำกับภาพยนตร์อีกครั้งในรอบ 4 ปี เล่าถึงเรื่องราวของ 2 โจรวัยรุ่นที่หนีตำรวจมาพบกับร้านหน้ากากผีตาโขน และนำมาเป็นบทเรียนเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม

นอกจากนี้ ภาคภูมิ ยังยกให้ความสามารถของ iPhone 13 Pro ที่สามารถเก็บรายละเอียดในที่แสงน้อย และโหมดภาพยนตร์ (Cinematic) เป็นไฮไลต์เด่นของ iPhone 13 Pro ที่ทำให้ผลงานชิ้นนี้ออกมาได้อย่างประทับใจ แฝงกลิ่นอายความหลอน และน่ากลัวได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ใครที่ใช้งาน iPhone แล้วอยากตามไปถ่ายภาพแบบหลอนๆ ลองใช้งานเทคนิค และโหมดพิเศษที่มีอยู่แล้วใน iPhone ไปลองทำตามกันได้แบบง่ายๆ โดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของ iPhone 13 Pro

1.) ที่แสงน้อย ใช้มุมกว้างช่วย
ด้วยระบบการถ่ายภาพในที่แสงน้อยของ iPhone 13 Pro ซึ่งถูกออกแบบให้คำนวณสภาพแสงในเวลานั้น และปรับความเร็วชัตเตอร์ในการถ่ายภาพให้เหมาะสม ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยยังสามารถเก็บรายละเอียดได้อยู่ รวมถึงในโหมดถ่ายภาพบุคคลด้วย

ดังนั้น ถ้าใครอยากได้ฟีลบรรยากาศมืดๆ สลัวๆ ลองหยิบ iPhone 13 Pro ขึ้นมา แล้วเลือกปรับลดชดเชยแสงลงสักเล็กน้อย มองหามุมหลอนๆ อย่างการถ่ายภาพผู้หญิงผมยาว ใส่ชุดสีขาว ต้องได้ภาพที่น่าสนใจแน่นอน

ถ้ายังไม่น่ากลัว ลองปรับมุมมองเพิ่มเติมด้วยการใช้เลนส์ Ultra Wide หรือเลนส์มุมกว้าง แล้วถ่ายเสยขึ้น ที่จะทำให้ตัวแบบมีความยิ่งใหญ่ขึ้น ช่วยเปลี่ยนฟีลของภาพให้น่ากลัวขึ้นไปอีก

2.) ถ่ายให้เกิดเงาผีด้วย Long Exposure
อีกลูกเล่นน่าสนใจที่พลาดไม่ได้คือการถ่ายภาพติดวิญญาณ หรือบรรดาภาพถ่ายติดเงาผีทั้งหลาย ที่จะเล่นกับแบบที่มีการเคลื่อนไหว พร้อมนำโหมดอย่าง Long Exposure มาใช้งาน

วิธีการถ่ายก็ง่ายมากๆ แค่ปรับการชดเชยแสงลงให้ได้บรรยากาศสลัวๆ เลือกจับโฟกัสไปในจุดที่ต้องการบันทึกภาพ หลังจากนั้นนับคิวกับแบบให้ขยับในช่วงเวลาที่กดชัตเตอร์

หลังจากนั้น เปิดเข้าไปดูภาพในอัลบั้ม แล้วเปลี่ยนจาก Live view ที่มุมซ้ายบนให้กลายเป็น Long Exposure ก็จะได้ภาพถ่ายติดวิญญาณมาให้ได้เล่นกันแล้ว แน่นอนว่าโหมดนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ถ่ายเส้นสายไฟ หรือน้ำตก เพื่อให้ภาพได้ฟีลที่มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ด้วย

3.) Cinematic ปรับอารมณ์ให้หลอนขึ้น
ความสามารถใหม่ที่มาใน iPhone 13 Pro เกี่ยวกับการบันทึกวิดีโอ คงหนีไม่พ้นโหมด Cinematic ที่เปิดให้เราสามารถเลือกสลับโฟกัสระหว่างจุดได้อย่างง่ายดาย แม้ในเวลาถ่าย หรือหลังจากถ่ายแล้วก็สามารถปรับแต่งทีหลังได้

แน่นอนว่าเมื่อนำมาถ่ายวิดีโอผีๆ การเลือกปรับจุดโฟกัสที่แนบเนียนจะช่วยเพิ่มบรรยากาศของความหลอนเข้าไปอีก รวมถึงช่วยนำสายตาในการเล่าเรื่องให้น่าสนใจมากขึ้นด้วย ใครยังไม่ได้ลองเล่นโหมดนี้ห้ามพลาด

‘บัลแกเรีย’ เปิดฉาก!! ปลุกม็อบประท้วง หลังราคา ‘ก๊าซ-น้ำมัน-ไฟฟ้า-สินค้า’ พุ่ง!! เหตุเพราะรัฐบาลคว่ำบาตรรัสเซีย | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช EP.50

✨ แบน Twitter ซะ!! องค์กรเคลื่อนไหวทางการเมือง กดดันให้บริษัทใหญ่ๆ ถอนโฆษณา หาก Elon Musk เปิดเสรีในการทวิต

✨ ‘บัลแกเรีย’ เปิดฉาก!! ปลุกม็อบประท้วง หลังราคา ‘ก๊าซ-น้ำมัน-ไฟฟ้า-สินค้า’ พุ่ง!! เหตุเพราะรัฐบาลคว่ำบาตรรัสเซีย

✨ SoundCloud ซื้อ Musiio…เมื่อ AI เข้ามาสั่นสะเทือนวงการเพลง ทั้งช่วยเลือกเพลงฮิตและคัดเลือกศิลปินหน้าใหม่ขึ้นมาปั้น

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

.

.

‘เสธ.นิด’ แนะ ‘บิ๊กตู่’ เรียนรู้ก่อนพบ ‘ไบเดน’ ยก ‘พล.อ.อ.สิทธิ’ แบบอย่างผู้กล้าหักหน้ามะกัน 

พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Vachara Riddhagni กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ว่า เมื่อประเทศไทยโดย พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงต่างประเทศ ในช่วงปี 2529 ออกเสียงร่วม “ประณามสหรัฐฯ ในกรณีใช้กำลังทางอากาศโจมตีเพื่อสังหารประธานาธิบดีกัดดาฟีแห่งลิเบีย Decapitation Operation” ครั้งนั้น

ประธานาธิบดีกัดดาฟี รอดชีวิตจากการโจมตีนั้นแต่มีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิต ร่วมทั้งสถานทูตฝรั่งเศสเสียหาย (สหรัฐฯ ชดใช้อย่างเต็มที่จนประชาชนฝรั่งเศสพอใจ) 

หลังจากการโจมตีครั้งนั้น “สหประชาชาติได้รับการกดดันจากหลายประเทศ จึงมีการประชุมสมาชิก UN เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาว่า “การโจมตีทางอากาศเพียงแค่ต้องการสังหารประธานาธิบดีกัดดาฟีเป็นความชอบธรรมหรือไม่”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top