Tuesday, 30 June 2026
TheStatesTimes

'ไบเดน' คุย 'สี จิ้นผิง' ยันยังหนุนนโยบายจีนเดียว หลังพญามังกรกร้าว อย่าเสี่ยงหนุนแยกไต้หวัน

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ส่งสัญญาณเตือนประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ อาจต้อง "เล่นกับไฟ" หากสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน

การประชุมสุดยอดแบบเสมือนจริงผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำจีน เปิดฉากขึ้นเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ใช้เวลารวมทั้งสิ้นเกือบ 4 ชั่วโมง โดยการประชุมครั้งนี้ นับเป็นการหารือกันครั้งที่ 3 ของทั้งคู่ นับตั้งแต่ไบเดนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา แต่ถือเป็นการพูดคุยในระดับที่เป็นทางการที่สุด

ทั้งสองผู้นำกล่าวทักทายกันอย่างอบอุ่น โดยสี จิ้นผิง ระบุว่า แม้จะไม่ใช่การพบเจอกันจริง ๆ แต่ตนก็ยินดีที่ได้พบ "เพื่อนเก่า" อย่างไบเดนอีกครั้ง ฝั่งไบเดนก็หยอดคำหวานว่า ตนและผู้นำจีนพูดคุยกันอย่างซื่อตรงและจริงใจมาตลอด เช่นเดียวกับในวันนี้

สี จิ้นผิง ชี้ว่า ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องปรับปรุงการสื่อสารระหว่างกัน เพื่อลดความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งในประเด็นอ่อนไหวต่าง ๆ และเดินหน้าเผชิญความท้าทายร่วมกัน

‘กระทรวงแรงงาน’ ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2566 – 2570

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 เวลา 08.45 น. นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2566 – 2570 ณ ห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางขับเคลื่อนการดําเนินงานส่งเสริม คุ้มครอง และพัฒนาแรงงานนอกระบบ ซึ่งมีสาระสำคัญกำหนดทิศทาง การดำเนินงานไว้ 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : เสริมสร้างหลักประกันทางสังคมและขยายความคุ้มครองให้ทั่วถึง

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : เสริมสร้างสมรรถนะแรงงานนอกระบบเพื่อการทำงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 : เพิ่มสมรรถนะการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ

 

'รัฐบาล' วอนม็อบรถบรรทุกเห็นใจคนใช้ถนน หลังชุมนุมทำรถติด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อยากจะขอวิงวอนสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่จะจัดกิจกรรมม็อบรถบรรทุก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 25 บาทต่อลิตร ขอให้เห็นใจประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากหลายเส้นทางเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจรของพี่น้องประชาชน อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดได้ รวมทั้งอาจเกิดผลกระทบกับชาวบ้านในแถวบริเวณที่มีการชุมนุมด้วย

“วันส้วมโลก” จุดเริ่มต้น! การรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักถึงความสะอาดของการใช้ห้องน้ำ - ห้องส้วม ให้มีสุขอนามัยที่ดี

“วันส้วมโลก” (World Toilet Day) หรือวันสุขาโลก ได้ถูกตั้งขึ้นโดยองค์การส้วมโลก (World Toilet Organization หรือ WTO) เป็นองค์การไม่แสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 กับประเทศสมาชิก 15 ประเทศ เพื่อดำเนินการปรับปรุงส้วมและสุขอนามัยทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่ห้องส้วมมากกว่าด้านประปา ซึ่งต้องการให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาของสุขาภิบาล ความสำคัญของความสะอาดของห้องน้ำห้องส้วม และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของสาธารณสุขมากขึ้น เนื่องจากยังมีผู้คนทั่วโลกอีกมากมายที่ยังใช้ส้วมที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่ โดยใช้ความพยายามกว่า 12 ปี ในการดำเนินงาน

จนกระทั่งวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ในที่ประชุมของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ได้มีมติเห็นชอบให้บรรจุวันส้วมโลกอยู่ในวันของสหประชาชาติ และ กำหนดวันที่ 19 พฤศจิกายน ของทุก ๆ ปี เป็นวันสุขาโลก เพื่อเรียกร้องให้สมาชิกช่วยกันส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และออกนโยบายเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ที่สามารถเข้าถึงระบบสุขาภิบาล และหยุดการถ่ายอุจจาระในที่เปิดโล่ง และวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ได้มีมติอย่างเป็นทางการ เพื่อเน้นย้ำแสดงให้เห็นถึงชะตากรรมของผู้คนถึง 2.5 พันล้านคน ที่ยังไม่มีห้องน้ำขั้นพื้นฐาน ตามที่สหประชาชาติเคยกล่าวไว้ว่า ในบรรดาประชาชน 7 พันล้านคนของโลก มีเพียง 4.5 พันล้านคนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงห้องสุขาหรือส้วมได้ และมีอีก 1,100 ล้านคน ที่ยังขับถ่ายในที่สาธารณะ ซึ่งคุกคามต่อการสาธารณสุข

ครบรอบ 82 ปี กำเนิด ‘วงดนตรีสุนทราภรณ์’ ความยิ่งใหญ่ทางดนตรี และบทเพลงอมตะโดย ‘ครูเอื้อ สุนทรสนาน’

บุคคลสำคัญของโลก ที่ได้รับการยกย่อง โดยยูเนสโก และเป็นบุคคลที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นเวลายาวนานตราบจนวาระสุดท้ายของบุคคลผู้นี้ คือ ‘ครูเอื้อ สุนทรสนาน’ หรือที่รู้จักกันในนามของ “สุนทราภรณ์” ผู้ก่อตั้งวงดนตรี “สุนทราภรณ์” อันโด่งดัง ซึ่งทุกวันนี้แม้ตัวคุณครูเองจะจากไปหลายปีแล้ว แต่วงดนตรีของท่านก็ยังคงอยู่ รวมทั้งเพลงต่าง ๆ ที่คุณครูแต่งหรือร่วมแต่งไว้กว่า 2,000 เพลง ก็ยังคงความไพเราะและเป็นอมตะ ได้รับการบรรเลงขับร้องจากนักร้องรุ่นหลัง ๆ เรื่อยมา โดยไม่มีวี่แววว่าประชาชนจะหลงลืมเพลงเหล่านี้แต่อย่างใดเลย

ครูเอื้อเกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2453 ที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2524 และได้รับการยกย่องจากยูเนสโก ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในสาขาวัฒนธรรมดนตรีไทยสากล ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล เมื่อ พ.ศ. 2552

ท่านก่อตั้งวงดนตรี “สุนทราภรณ์” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าวงดนตรีกรมโฆษณาการ หรือกรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน ครูเอื้อไม่ประสงค์จะใช้วงดนตรีของทางราชการไปรับงานแสดงส่วนตัว จึงได้ดำริจัดตั้งวงดนตรี “สุนทราภรณ์” ขึ้น เพื่อรับบรรเลงตามสถานที่ต่าง ๆ ในเวลานอกราชการ 

คำว่า “สุนทราภรณ์” ได้มาจากการนำนามสกุลท่อนแรกของท่าน คือ “สุนทร” มาสนธิกับชื่อสุภาพสตรีอันเป็นที่รักของท่าน ได้แก่ “อาภรณ์” (กรรณสูต) กลายเป็น “สุนทราภรณ์” ซึ่งเป็นทั้งชื่อวงดนตรีและนามแฝงในการขับร้องเพลงของท่านควบคู่กันไป เพลงของสุนทราภรณ์มีทุกแนว นับตั้งแต่เพลงปลุกใจ, เพลงสดุดีเทิดพระเกียรติ, เพลงประจำสถาบันต่าง ๆ, เพลงรัก, เพลงคติธรรมชีวิต ไปจนถึงเพลงรำวงและลีลาศอันสนุกสนาน หลาย ๆ เพลงยังคงความอมตะ และได้รับความนิยมสืบเนื่องจนกลายเป็นสมบัติของชาติเคียงคู่สังคมไทยตราบเท่าทุกวันนี้ ได้แก่ เพลงเทศกาลต่าง ๆ เช่น เริงสงกรานต์, รำวงสงกรานต์, รำวงลอยกระทง, สวัสดีปีใหม่, รื่นเริงเถลิงศก, รำวงปีใหม่ ฯลฯ เป็นต้น

5 เทศบาล! ลงขันร่วมมือทำ ‘รถไฟฟ้ารางเบา เส้นทางนำร่องสายสีแดง’ จังหวัดขอนแก่น ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง งานโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น

จังหวัดขอนแก่นลงนามบันทึกข้อตกลง งานโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางเส้นทางสายเหนือ - ใต้ นำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) อันเกิดจากความร่วมมือรถไฟฟ้า LRT (KKTS - กลุ่มกิจการร่วมค้าขอนแก่น CKKM , CRRC จากประเทศจีน)เพื่อเมืองของเราเอง โดยการหาทุนเอง สร้างกันเอง สาระสำคัญ นั่นคือต้องการหาทุนเอง ผลิตเอง เพื่อให้ลูกหลานคนขอนแก่นคนอีสานได้มีงานดี ๆ ทำ มีรายได้สูง ๆ

เมื่อวันที่ 17  พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า ที่ห้องออคิด บอลรูม 1 โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ร่วมแถลงข่าวและกล่าวถึงความเป็นมา การลงนามบันทึกข้อตกลง งานโครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) ซึ่งมีผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นายสิทธิกุล ภูคำวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ,นายพิสุทธิ์ อนุตรอังกูร นายกเทศมนตรีตำบลท่าพระ, เทศบาลเมืองศิลา ,นางสาวรัมภามาศ ฑีฆธนานนท์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า ,นายทวี แสนอาจ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสำราญ  , พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ประธานกรรมการบริษัทขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (Khon Kaen Transit System CO.,Ltd.) , JV CKKM, Mr.Liu Tong ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ บริษัท CRRC , Mr. Wang Chi ผู้ช่วยฝ่ายการตลาด บริษัท CRRC, Mr.Kai Tai Francis Wu ที่ปรึกษาบริษัท CRRC , นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน), และที่ปรึกษาบริษัทขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติมากมาย ดังนี้ นางศิริพร จังตระกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น  , Mr.Sven Gaber กรรมการบริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน), คณะผู้บริหารจาก 5 เทศบาล ,คณะผู้บริหาร KKTS คณะผู้บริหารกลุ่มกิจการร่วมค้า CKKM , CRRC Consortium Executive Representator ,ผู้นำ 8 องค์กรเศรษฐกิจ ,พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,ดร.พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ คณบดีมหาวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น  มหาวิทยาลัยขอนแก่น , รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ ,ผู้บริหารจาก CEA ,หัวหน้าส่วนราชการจากภาคเอกชน , พี่น้องสื่อมวลชนขอนแก่น

ซึ่งในส่วนของเทศบาลนครขอนแก่นที่ร่วมงาน ประกอบด้วย รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น (นายธวัชชัย รื่นรมย์สิริ,พ.ต.ท.สมชาย โตเจริญ) , เลขานุการนายก(นายกฤษฏ์ สว่างไสว , นายสมภพ วงษ์ก่อ), สมาชิกสภาเทศบาล (นายวรินทร์  เอกบุรินทร์ ,น.ส.ณัชชา แสงสุรศักดิ์, นายรัชตะ รัชตะวินิจ ) , นายวิทยา ภูโยสาร ปลัดเทศบาล, รองปลัดเทศบาล (นางกฤษณา แสนสอาด , นายสุปัทม์ ทองรัตน์)  นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล ผอ.ส่วนควบคุมการก่อสร้างอาคารและผังเมือง , นางอินทิรา ฆารเจริญ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ , และผู้นำชุมชน 

นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ในนาม 5 เทศบาลจังหวัดขอนแก่นเป็นผู้บริหารจัดการ ได้กล่าวว่า ทุกภาคส่วนของชาวขอนแก่นไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม NGO ผู้นำชุมชน ร่วมมือกันเพื่อทำโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะระบบรางเบา (LRT) เส้นทางสายเหนือ-ใต้ (สำราญ – ท่าพระ) แต่เป้าหมาย “ไม่ใช่ทำรถไฟฟ้าเพื่อให้ได้รถไฟฟ้า” เมื่อ ณ เวลานึง ความชัดเจนมันเห็นเป็นภาพจิ๊กซอว์ต่อครบ การทำรถไฟฟ้ารางเบากลายเป็นเป้าหมายหลักกลายเป็น “รางเปลี่ยนเมือง” ซึ่งมีวิธีคิดที่แตกต่าง คือ เมืองขอนแก่นทำโครงการเพื่อเมืองเราเอง โดยการหาทุนเอง สร้างกันเอง สาระสำคัญ นั่นคือ เราต้องการหาทุนเอง ผลิตเอง เพื่อให้ลูกหลานคนขอนแก่นคนอีสานได้มีงานดี ๆ ทำ มีรายได้สูง ๆ วิธีการคือ การจัดทำหลักสูตรรองรับ ซึ่งเทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับระบบราง

สำหรับ โครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) มีความยาว 26 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 20 สถานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเดินทางในชีวิตประจำวันมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ให้พี่น้องประชาชนมีทางเลือกในการเดินทาง และยังทำให้การพัฒนาเมืองโดยมีระบบขนส่งมวลชนเป็นตัวนำ สำหรับการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว นับได้ว่าเป็นความคืบหน้าในการทำงานที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งนับตั้งแต่บริษัท KKTS ได้คัดเลือกให้กลุ่มกิจการร่วมค้า CKKM เป็นคู่เจรจางาน จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้ารางเบา

ถึงแม้ว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาที่ผ่านมาแต่ด้วยความตั้งใจอย่างจริงจังของทั้งสองฝ่าย สามารถบรรลุในหลักการของร่างสัญญาก่อสร้างแล้ว อย่างไรก็ตามก่อนที่จะลงนามในสัญญาก่อสร้าง ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติให้สัมฤทธิ์ผลและเกิดขึ้นให้เรียบร้อยก่อนภายในเวลาที่กำหนดจึงเป็นที่มาของการลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว โดยบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท CRRC Nanjing Puzhen Co.,Ltd. เป็นบริษัทผู้ประสานงานหลักด้านการเงิน ซึ่งจะประสานงานร่วมมือกันในการเจรจาและทำความตกลงกับสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อจัดหาเงินกู้ระยะยาวให้กับบริษัท KKTS  ซึ่งบริษัท KKTS จะทำหน้าที่ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการมอบพื้นที่ พื้นที่ศูนย์วิจัยข้าว พื้นที่กลางและริมถนนมิตรภาพ หลังจากลงนามใน MOA รวมทั้งการออกใบอนุญาต และอำนวยความสะดวกในการก่อสร้างต่อไป

ทั้งนี้ จังหวัดขอนแก่น เมืองแห่งศูนย์กลางการบริหารและบริการภาครัฐของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ศูนย์กลางการค้าการลงทุนและบริการ ศูนย์กลางคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ศูนย์กลางทางการแพทย์และสาธารณสุข ศูนย์กลางการประชุมและท่องเที่ยว ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียว ศูนย์กลางการศึกษา อีกทั้งจังหวัดขอนแก่นอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจ ASEAN-NSEC-EWEC และมีที่ตั้งสถานกงสุลใหญ่ประเทศจีน-เวียดนาม-ลาวอีกด้วย 

 

จุฬาฯ พัฒนาชุดตรวจโควิด RT-LAMP แบบ 3 ยีน ให้ผลตรวจแม่นยำ ราคาถูกกว่า RT-PCR 5 เท่า

รศ.ดร.นราพร สมบูรณ์นะ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการพัฒนาชุดตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-LAMP เผยถึงความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของชุดตรวจวินิจฉัยเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-LAMP ที่พัฒนาขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสามารถตรวจวินิจฉัยโควิด-19 เช่นเดียวกับวิธี Real Time PCR ที่เป็นที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยได้เพิ่มความพิเศษในการตรวจสารพันธุกรรมของไวรัสแบบ 3 ยีน ซึ่งครอบคลุมวงจรชีวิตของไวรัส ทำให้มีความไวในการตรวจสูง ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการตรวจที่ยุ่งยาก ไม่มีราคาแพงเหมือน Real Time PCR สามารถตรวจเชื้อโควิด-19 ได้ทั้งจากโพรงจมูก ลำคอ รวมถึงน้ำลายและวัตถุต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 จึงเหมาะสำหรับการลงพื้นที่ไปตรวจกลุ่มเสี่ยงในชุมชน โรงเรียน รวมถึงสถานประกอบการต่าง ๆ

รศ.ดร.นราพร เผยว่าจากการลงพื้นที่ตรวจโควิด-19 โดยตรวจจากน้ำลายของกลุ่มเสี่ยงในปริมาณ 5 มิลลิลิตร จะใช้น้ำลายจริงเพียง 1 มิลลิลิตรนำมาสกัดสารพันธุกรรม จากนั้นเป็นขั้นตอนการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมและเข้าสู่ขั้นตอนการวิเคราะห์ผล เครื่องมือในการตรวจราคาไม่แพง สูตรสำเร็จของชุดตรวจนี้อยู่ที่การทำปฏิกิริยาภายในชุดทดสอบ สามารถเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมทั้ง DNA และ RNA ที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส มีความไวในการตรวจวัดสูง สามารถรู้ผลการตรวจภายในเวลา 1 ชั่วโมง

จุดเริ่มต้นของชุดตรวจ RT-LAMP แบบ 3 ยีน
รศ.ดร.นราพร กล่าวว่า ก่อนที่โควิด-19 จะระบาดหนัก ห้องปฏิบัติการของภาควิชา จุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้พัฒนาชุดตรวจด้วยเทคโนโลยีการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมด้วยอุณหภูมิเดียวเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต่าง ๆ ที่หลากหลาย รวมถึงการตรวจการปนเปื้อนในอาหาร สำหรับชุดตรวจ RT-LAMP แบบ 3 ยีน เป็นความร่วมมือระหว่างภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ CU Innovation Hub เพื่อพัฒนาชุดตรวจโควิด-19 ที่ตอบโจทย์ความแม่นยำ ใช้ง่าย และราคาถูก เนื่องจากปัจจุบันชุดตรวจ RT-LAMP ที่มีการใช้กันนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุดคือการตรวจแบบ 2 ยีน แต่ RT-LAMP ที่จุฬาฯ พัฒนาขึ้นนั้นสามารถตรวจยีนที่หลากหลายได้ 3 ยีนพร้อมกัน ทำให้เพิ่มความไวในการตรวจพบเชื้อโควิด-19

RT-LAMP แบบ 3 ยีน มีศักยภาพทั้งในการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม และสามารถแสดงผลการตรวจโควิดจากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีได้ด้วยตาเปล่า ขั้นตอนการตรวจไม่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้ใช้งานสามารถตรวจเชื้อโควิดได้ด้วยตนเองโดยได้รับคำแนะนำการใช้งานจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยลดภาระของบุคลากรทางแพทย์ ที่สำคัญมีราคาถูกกว่าการตรวจแบบ RT-PCR ถึง 5 เท่า

“จากการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างทางคลินิกของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และการลงพื้นที่ตรวจในภาคสนามในกลุ่มตัวอย่างจริง โดยตรวจสารคัดหลั่งจากน้ำลายและวัตถุต่าง ๆ จากสภาพแวดล้อมในพื้นที่บริเวณนั้น เช่น ลูกบิดประตู ที่กดชักโครก รวมถึงธนบัตร เมื่อนำผลตัวอย่างมาเทียบเคียงกับการตรวจแบบ Real Time PCR ได้ผลการยืนยันประสิทธิภาพที่แม่นยำ ว่องไวและเที่ยงตรงเช่นเดียวกัน แผนงานที่วางไว้จะทำการเก็บสารคัดหลั่งจากกลุ่มตัวอย่างเพิ่มเติมอีก 2,000 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพเพิ่มเติม” รศ.ดร.นราพร กล่าว

วันนี้เมื่อ 37 ปีที่แล้ว ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ เจ้าของฉายาซ้ายทะลวงไส้ สร้างตำนานบทใหม่คว้าเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท WBA

เมื่อ วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 หรือ เมื่อ 37 ปีก่อน ‘สุระ แสนคำ’ หรือ ‘เขาทราย แกแล็คซี่' ได้คว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครอง ซึ่งได้สร้างความปลื้มปีติให้แก่ชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อ เขาทราย แกแล็คซี่ ยอดนักมวยขวัญใจชาวไทย ชนะน็อก ยูเซปิโอ เอสปินัล นักมวยชาวโดมินิกัน ซึ่งเป็นรองแชมป์โลก WBA อันดับ 2 ในรุ่นซูเปอร์ ฟลายเวท ในขณะนั้นได้สำเร็จ ทำให้ เขาทราย แกแล็คซี่ คว้าตำแหน่งแชมป์โลก รุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท WBA มาครอง โดยเป็นตำแหน่งแชมป์โลกครั้งแรกของเขาทราย และเป็นแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย

หากพูดถึงชื่อ ‘เขาทราย แกแล็คซี่’ ฉายาที่คุ้นหูคนไทยคงไม่พ้น ‘ซ้ายทะลวงไส้’ อันมีที่มาจากการเป็นนักมวยถนัดซ้าย ที่มาพร้อมกับหมัดซ้ายที่หนักหน่วง และการชกตัดลำตัวที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่ฉายาที่สื่อต่างประเทศมอบให้ คือ The Thai Tyson หรือ ไมค์ ไทสัน เมืองไทย

‘อนุทิน’ แจงไทยจัดหาแพกซ์โลวิด-โมลนูพิราเวียร์ ใช้เป็นยาเสริมรักษาโควิด มั่นใจ ทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่มีช้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเทศไทย ไม่อยู่ใน 95 ประเทศ ที่ได้รับการถ่ายทอดสูตรการผลิตยารักษาโรคโควิด-19 แพกซ์โลวิด (Paxlovid) จากบริษัท ไฟเซอร์ ว่า การที่จะจัดว่าประเทศไหนจะได้รับสิทธิบัตรการผลิตยา ทางบริษัทฯ มีเกณฑ์การตัดสินใจอยู่แล้ว เราทำอะไรไม่ได้ แต่ให้ความมั่นใจว่า สธ. มีแผนจัดเตรียมยา เวชภัณฑ์สำหรับการป้องกันดูแลรักษาโรคโควิด-19 มีการวางแผนสำรอง เช่น วัคซีนโควิด-19 ที่เราเตรียมไว้แล้ว ขณะที่ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่เรามีอยู่ก็มีสรรพคุณดูแลรักษาผู้ติดเชื้อได้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับยาตั้งแต่เริ่มติดเชื้อแรก ๆ จะใช้เวลาการรักษาที่สั้นลง

“การที่เรามีแผนจัดหายาแพกซ์โลวิด หรือยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ก็เป็นการอะเลิร์ท (Alert) ต่อสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเอามาเป็นยาหลัก แต่เอามาเสริมความมั่นทางยา เตรียมความพร้อมเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเป็นทางเลือก แต่ไม่ได้หมายความว่ายาที่เรามีอยู่ใช้ไม่ได้ เพียงแต่ยา 2 ตัวนี้เป็นอีกแนวหนึ่ง” นายอนุทิน กล่าวและว่า ขณะนี้ยาแพกซ์โลวิด ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งผู้ผลิตกำลังยื่นขอขึ้นทะเบียนกับทางสหรัฐอเมริกาอยู่เช่นกัน

เชียงใหม่ - “ลอยกระทงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมใจรักษาประเพณีล้านนา” สวนสัตว์เชียงใหม่ ต้อนรับนักท่องเที่ยว จัดกิจกรรมลอยกระทงวันที่ 19 - 21 พฤศจิกายน 2564

เนื่องในเทศกาลวันลอยกระทงปีนี้ เพื่อเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสวนสัตว์เชียงใหม่ จัดกิจกรรม ลอยกระทงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ร่วมใจรักษาประเพณีล้านนา”ในระหว่างวันที่ 19 - 21 พฤศจิกายน 2564

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับเทศกาลลอยกระทงภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ แบ่งเป็น 2 จุด ดังนี้จุดแรกบริเวณภายในส่วนจัดแสดงนกเพนกวิน พบกับกิจกรรมลอยกระทงปลาทูชมการแหวกว่ายน้ำของฝูงนกเพนกวินฮัมโบลด์ 20 กว่าตัวโฉบรับกระทงปลาทูที่ทำจากน้ำแข็งหลากสีสร้างสีสันความตื่นตาตื่นใจให้กับนกเพนกวินได้เล่นสนุกและเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์อีกมุมหนึ่งที่แปลกตา สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มาชื่นชม ตั้งแต่วันที่ 19 - 21 พฤศจิกายน 2564 วันละ 2 รอบ ช่วงเวลา 11.00 – 11.30 น. และช่วงเวลา 15.00 - 15.30 น. พร้อมตกแต่งภายในส่วนจัดแสดงด้วยโคมล้านนาให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาลยี่เป็ง

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top