Wednesday, 1 July 2026
TheStatesTimes

จีน ยกระดับสกัดโควิดเข้า ‘ปักกิ่ง’ หลังระบาดรอบใหม่ กระจายครึ่งประเทศ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ทางการจีนตั้งป้อมป้องกันกรุงปักกิ่งจาก Covid-19 เต็มที่ หลังจากเชื้อแพร่กระจายไปใน 19 มณฑลจากทั้งหมด 31 มณฑล นับเป็นการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างที่สุดนับตั้งแต่การระบาดที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปี 2019 เพื่อป้องกันเมืองหลวงของประเทศที่กำลังเตรียมพร้อมจัดการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์และกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ถึง 100 วัน

ผู้ให้บริการรถไฟของรัฐเผยว่า ได้หยุดจำหน่ายตั๋วรถไฟที่ออกจาก 123 สถานีใน 23 พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อ และก่อนหน้านี้รัฐบาลท้องถิ่นในกรุงปักกิ่งสั่งห้ามไม่ให้ผู้ที่มาจากพื้นที่ที่พบ Covid-19 เดินทางเข้ากรุงปักกิ่ง

มาตรการสกัด Covid-19 ที่เข้มงวดขึ้นมีขึ้นหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อในกรุงปักกิ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเกือบแตะ 40 คน

กมธ.พัฒนาการเมือง รับเรื่องตรวจสอบ ‘วีระกร’ หลังปชช. ร้องเรียน ช่วยผู้สมัครนายกฯ อบต. หาเสียง

กมธ.พัฒนาการเมือง สรุปผลการประชุม เผย ปชช. ร้องเรียน ‘วีระกร คำประกอบ’ สส.นครสวรรค์ ช่วยอบต.หาเสียง เข้าข่ายผิด พรบ.การเลือกตั้งท้องถิ่น พร้อมตั้งคณะทำงานจับตาการเลือกตั้งนายกอบต. ทั่วประเทศ 

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม เขต 3 พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงต่อสื่อมวลชน ถึงสรุปผลการประชุมของคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยข้อเรียกร้องจากประชาชนต่อกรรมาธิการ ในประเด็นให้ตรวจสอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ช่วยหาเสียงผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 

สุทธวรรณ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมครั้งที่ 69 เมื่อวันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาศึกษาในการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเป็นอาสาพัฒนาการเมืองและส่งเสริมการเลือกตั้ง โดยมีผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนสถาบันพระปกเกล้า ผู้แทนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผู้แทนองค์กรภาคประชาชน ได้แก่ เครือข่าย We Watch ผู้แทนโครงการ ELECT เข้าร่วมประชุม โดย คณะกรรมาธิการได้คำนึงถึงบทบาทของภาคประชาชนในระบอบประชาธิปไตย 

จึงมีแผนจะดำเนินโครงการอาสาพัฒนาการเมืองและส่งเสริมการเลือกตั้ง เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม โดยสร้างเครือข่ายผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้มีการดำเนินการตรวจสอบการเลือกตั้งด้วยกระบวนการนับผลคะแนนการเลือกตั้งแบบคู่ขนาน (Paralle! Vote Tabulation: PVT) โดยจะนำมาใช้ในการเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ คณะกรรมาธิการ จึงต้องการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว

สุทธวรรณ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ข้อจำกัดในการเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งของประชาชน ตามกฎหมายจะไม่อนุญาตให้เข้าไปสังเกตการณ์เลือกตั้งภายในหน่วยเลือกตั้งได้อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขระเบียบในเรื่องดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะแก้ไขให้แล้วเสร็จได้ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานฯ มีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการดำเนินโครงการอาสาพัฒนาการเมืองและส่งเสริมการเลือกตั้ง

ในส่วนของ ผู้แทนเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สถาบันพระปกเกล้ามีพันธกิจในการส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา และส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ทั้งนี้ สถาบันพระปกเกล้ามีความยินดีที่จะร่วมให้ข้อมูลและร่วมกับคณะกรรมาธิการในการดำเนินโครงการอาสาพัฒนาการเมืองและส่งเสริมการเลือกตั้ง

จากการทำให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใส จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นจากสังคม ทำให้การเข้าสู่ตำแหน่งผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ถูกตั้งคำถามจากประชาชน และสถาบันพระปกเกล้า มีการดำเนินโครงการเลือกตั้งสมานฉันท์และไม่ซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งและการซื้อสิทธิขายเสียงได้ในระดับหนึ่ง

'จุฬาฯ' คิดค้นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิดใน 1 นาที ฉีดพ่นไม่ระคายเคืองผิว - จดสิทธิบัตรแล้ว

4 พ.ย. 64 - ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ ผู้อํานวยการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะ หัวหน้าหน่วยวิจัย Nanomedicine Research Unit จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ผศ.ดร.โรจน์ฤทธิ์ โรจนธเนศ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จับมือร่วมกันคิดค้น ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อจุลชีพก่อโรค Medical Antiseptic and Moisturizing Spray นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ผลการทดสอบการฆ่าเชื้อโควิด-19 พบว่า สามารถฆ่าเชื้อตายภายใน 1 นาทีพร้อมทั้งได้รับคัดเลือกให้เป็นนวัตกรรมเพื่อสุขภาพเป็นของที่ระลึก ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 หรือ Thailand Research Expo 2021 และได้รับการจดแจ้งสิทธิบัตรระดับชาติแล้ว

ผศ.ดร.โรจน์ฤทธิ์ กล่าวว่าการล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันโควิด-19 ที่ใช้อย่างแพร่หลาย ทดแทนการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ แต่แอลกอฮอล์ที่นิยมใช้เป็นองค์ประกอบหลักคือ เอทานอล (Ethanol หรือ Ethyl alcohol) มีคุณสมบัติ เป็นสารทำให้เกิดการคายน้ำ เมื่อใช้เป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวแห้งแตก และหยาบกระด้าง จึงเกิดแนวคิดพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยากำจัดเชื้อจุลชีพก่อโรคที่ปราศจากแอลกอฮอล์แต่ยังคงมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อจุลชีพก่อโรค จึงเป็นที่มาของการพัฒนาน้ำยาฆ่าเชื้อจุลชีพก่อโรค Medical Antiseptic and Moisturizing Spray ขึ้น

กรอ. ประกาศพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศใหม่ ระยะที่ 2 รวม 15 พื้นที่ หลังระยะแรกไร้สะดุด

กรมโรงงานอุตสาหกรรมเดินหน้าประกาศพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระยะที่ 2 : 15 พื้นที่ใหม่ หลังประสบความสำเร็จ ระยะที่ 1 : 18 พื้นที่มาแล้ว พร้อมดันนโยบาย BCG เต็มที่

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการตามแผนงานยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมอบหมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่เมืองสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย BCG ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การใช้การหมุนเวียนทรัพยากร และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการกับพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระยะที่ 1 : 15 จังหวัด 18 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, นครปฐม, ปทุมธานี, ปราจีนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, นครราชสีมา, ขอนแก่น, ราชบุรี, สุราษฎร์ธานี และสงขลา 

พร้อมกันนี้ ได้เตรียมผลักดันให้เกิดเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศใน ระยะที่ 2 เพิ่มอีก 15 พื้นที่ใหม่ ใน 11 จังหวัดเดิม (จังหวัดระยอง, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา, สมุทรสาคร, นครปฐม, ปทุมธานี, ปราจีนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, นครราชสีมา และราชบุรี) และ 4 จังหวัดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนหรือ SEZ (จังหวัดมุกดาหาร, สระแก้ว, ตาก และตราด) 

ระยะที่ 3 เพิ่มอีก 20 พื้นที่ใหม่ 20 จังหวัดใหม่ (จังหวัดกาญจนบุรี, เพชรบุรี, สุพรรณบุรี, เชียงราย, เชียงใหม่, กำแพงเพชร, นครสวรรค์, ชุมพร, ลำปาง, ลำพูน, ชัยภูมิ, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต, พิษณุโลก, บุรีรัมย์, อุดรธานี, อุบลราชธานี, ประจวบคีรีขันธ์, กระบี่ และลพบุรี) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภายในปี 2579 

‘ผบก.ตม.3’ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ‘ตม.จว.ชลบุรี’ กำชับเข้ม 7 ข้อปฏิบัติ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

วันนี้ 4 พ.ย.64 เวลา 9.30 น. พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา ผบก.ตม.3 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติราชการและพื้นที่การให้บริการการตรวจลงตราของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติและการตรวจลงตราทั่วไป ของ ตม.จว.ชลบุรี โดยมีพ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก  ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับและได้นำตรวจบริเวณพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมรายงานผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดย พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษาผบก.ตม.3  ได้มอบนโยบาย และกำชับการปฏิบัติราชการให้แก่หน่วย ดังนี้

1. ให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกนายถือปฏิบัติตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. 

2. ด้านกำลังพลกำชับความมีระเบียบวินัยความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความรู้ด้านการปฎิบัติหน้าที่

3. ด้านอาคารสถานที่ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยความสะอาดของหน่วยงานจัดเป็นสัดส่วนพร้อมให้บริการประชาชน

4.ด้านวัสดุครุภัณฑ์ดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานซ่อมแซมพัฒนาปรับปรุงให้มีความพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

5.การแต่งกายให้เป็นระเบียบทรงผมเครื่องแบบรองเท้าขัดเงา

6. กำชับข้าราชการตำรวจห้ามีพฤติกรรมข่มขู่รีดไถกรรโชกซับข่มเหงรังแกประชาชนห้ามเข้าไปเกี่ยวข้อง มีผลประโยชน์กับการกระทำผิดกฏหมาย

7.กำชับการปฏิบัติตามนโยบาย บก.ตม.3 ( 3's : Service  Smart Smile)

ทางด้าน พ.ต.อ.นเรนทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินทางมาตรวจเยี่ยมของ ผบก.ตม.3 ในครั้งนี้ได้มาชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่และกำชับให้ปฏิบัติตามนโยบายของ  พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.,พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. อย่างเคร่งครัด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานอย่างเข็มแข็งมีประสิทธิภาพ รวมถึงให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ พร้อมทั้งได้สอบถามปัญหาและอุปสรรค ข้อขัดข้องต่าง ๆ ตลอดจนให้ปฏิบัติตามาตรการสาธารณสุข พร้อมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน 

โฆษกรัฐบาล เผย “นายก” จี้ ฝ่ายความมั่นคง สางปม แรงงานเถื่อนข้ามชาติ ควบคู่ ป้องโควิด-19 รองรับ เปิดประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มงวด  เฝ้าระวัง สกัดกั้นขบวนการขนย้าย ค้าแรงงานต่างด้าว ที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนโดยผิดกฎหมาย หลังพบการรายงานการจับกุมการลักลอบขนย้ายแรงงานเถื่อนผ่านชายแดนมีความถี่มากขึ้น โดยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทุกประเภท

ทั้งการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การค้าอาวุธเถื่อนและยาเสพติด  ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรค Covid-19  บริเวณชายแดน รวมทั้งใช้กลไก ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการการทำงาน ร่วมกันและนำเทคโนโลยีมาใช้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และให้สถานที่กักกัน (OQ) ให้เพียงพอเพี่อรองรับการลักลอบข้ามแดนที่มากขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 อย่างมีประสิทธิภาพ 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการจับกุมการลักลอบขนย้ายแรงงานเถื่อนผ่านชายแดนหลายคดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นวันที่ 3 พ.ย. 64  เจ้าหน้าที่จับกุมกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 17 คน ที่บริเวณจุดตรวจ ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ วันเดียวกันในพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยงู บ.ห้วยหมากเลี่ยม ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พบผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สัญชาติเมียนมา 19 คน  และเมี่อวันที่  31 ตุลาคมที่ผ่านมา  ได้จับกุมชาวเมียนมา บริเวณช่องทางธรรมชาติช่องสิบศพ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้ 45 คน  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทำการตรวจคัดกรองโควิด -19 ตามมาตรการเฝ้าระวัง ก่อนนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ ตม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

เติมพลังสร้างกำลังใจ สู่พี่น้องชายแดนใต้ สู้วิกฤติโควิด-19

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย  และนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย นำทีมผู้สื่อข่าว 3 จังหวัดชายแดนภาตใต้  ลงพื้นที่กองบัญชาการกองทัพไทย ,หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดย นพค.42 สนภ.4 นทพ. จัดกำลังพลร่วมลงพื้นที่ มอบ ยา อาหาร ขนมเด็ก น้ำผลไม้ หน้ากากอนามัย แจล กระเป๋า หมวก 150 ชุด และ ถุงสู้ภัยโควิด จาก โครงการ We care network เครือข่ายเราดูแลกันและบริษัทบ้านปู จำกัด(มหาชน) อีก จำนวน 100 ชุด และ Covid care box ซึ่งประกอบด้วยยาและเวชภัณฑ์สำหรับดูแล Home isolation จำนวน  50 ชุด ให้ชาวบ้านที่ติดเชื้อโควิด-19 รักษาตัวที่บ้าน

และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ในพื้นที่ นิคมธรรมเจริญ ม.6  ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ บ้านประชานิมิต ม.4   ต.กาลง  อ.ศรีสาคร  บ้านบันนังกูแว บ้านมือเจาะ ต.บันนังสตา บ้านกาลอ อ.รามัน  LQ .พื้นที่ อ.กรงปินัง  จ.ยะลา  และ อ.ยะหริ่ง อ.หนองจิก อ.โคกโพธิ์ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี  โดยมี เจ้าหน้าที่ อส. ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต.กาลอ อ.รามัน  นายบัรฮำ  อาแว สารวัตรนิคมสร้างตนเองศรีสาคร  นายนาแว  แฮเลาะ กรรมการมัสยิดดารุลญับบาล ม.6 ต.โคกสะตอ นางอารีณี เจ๊ะซู ผอ.โรงเรียนบ้านธรรมเจริญ นางมณี แดงรักษ์ แกนนำสตรีนิคมโคกโพธิ์ เจ้าหน้าที่ LQ ในพื้นที่กรงปินัง ให้การต้อนรับ และต่างกล่าวขอคุณ ผู้ร่วมให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย  และนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้องขอบคุณกองบัญชาการกองทัพไทย ,หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดย นพค.42 สนภ.4 นทพ.,พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต.,นายแพทย์ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ  ร่วมกับ “We care network เครือข่ายเราดูแลกัน” และบริษัทบ้านปูจำกัด(มหาชน),การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, นพ.ชัยวัฒน์ เตชะไพทูรย์,บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี,สำนักข่าวอิศรา,ข่าวสดยะลา ร่วมสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือ ชาวบ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อน จากในสถานการณ์โควิด ในครั้งนี้ 

น.ส.รอกีเยาะ อาบู ประธานศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้  กล่าวว่า สิ่งที่เราเห็น หลังจากที่ชาวบ้านในพื้นที่ นิคมธรรมเจริญ ม.6  ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส  ชาวบ้าน บ้านประชานิมิต ม.4   ต.กาลง  อ.ศรีสาคร  จ.นราธิวาส  บ้านบันนังกูแว บ้านมือเจาะ ต.บันนังสตา อ.รามัน จ.ยะลา  อ.ยะหริง อ. หนองจิก อ.โคกโพธิ์  อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ได้รับยา อาหาร ขนมเด็ก น้ำหวานและ ถุงสู้ภัยโควิด จากโครงการ We care network เครือข่ายเราดูแลกัน” และบริษัทบ้านปู จำกัด(มหาชน) และ Covid care box ซึ่งประกอบด้วยยาและเวชภัณฑ์สำหรับดูแล Home isolation ทุกคนต่าง ดีใจและฝากคำขอบคุณ ทุกท่านที่ร่วมให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ ทำให้รู้สึกได้ว่า การเติมพลังร่วมสร้างกำลังใจ เพื่อ ช่วยเหลือพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบมีกำลังใจ ที่จะร่วมสู้วิกฤติครั้งนี้ ให้รอดปลอดภัยจากโควิด-19  โดยเร็ว  

สุรินทร์ - ผบ.มทบ.25 นำกำลังพล จัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกปอเทือง เนื่องใน ‘วันดินโลก 5 ธันวาคม 2564’

ณ บริเวณพื้นที่แปลงนา โครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 25 พลตรีสาธิต เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พันเอกสงคราม โชคชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน นายสุดเขต เขียวอุไร  ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม KI GROUP บริษัท น้ำตาลสุรินทร์ จำกัด และ บริษัท ไฟฟ้าสุรินทร์ จำกัด พร้อมด้วยกำลังพล นายทหาร นายสิบ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และประชาชนจิตอาสา ในพื้นที่ชุมชนรอบค่ายวีรวัฒน์โยธิน ได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกปอเทือง เนื่องในวันดินโลก 5 ธันวาคม ประจำปี 2564

นครนายก - รองรับแผนเปิดประเทศ! ประชุมผู้ประกอบการ ร้านค้า สถานบริการ โรงแรม รีสอร์ท ตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการระบาดของโควิด-19 เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว

ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก พลตำรวจตรี ดร.จักษ์ จิตตธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก พันตำรวจเอกกล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก พันตำรวจเอกทนงศักดิ์ คำมาตย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก พร้อมคณะ จัดการประชุมผู้ประกอบการ ร้านค้า สถานบริการ โรงแรม รีสอร์ท ตามมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รองรับแผนเปิดประเทศ เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว โดยเชิญผู้ประกอบการ ร้านค้า สถานบริการ โรงแรม รีสอร์ท ในจังหวัดนครนายกจำนวน 80 ราย ได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงและขอความร่วมมือเพื่อหาแนวทางในการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายก

ด้วยสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ได้เชิญผู้ประกอบการฯ เข้าร่วมประชุมรับฟังคำชี้แจงให้เข้าใจข้อกฎหมาย ประกาศคำสั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องขอความร่วมมือร่วมใจ ช่วยกันรักษากฎกติกา เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความจำเป็น และร่วมมือร่วมใจมิให้ฝ่าฝืน ลักลอบการกระทำผิดหรือสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

 

วันนี้เมื่อปี 2540 “พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ” ตัดสินใจประกาศลาออกจากการเป็น “นายกรัฐมนตรี” ของประเทศไทย จากแรงกดดันสืบเนื่องจาก ‘วิกฤติต้มยำกุ้ง’

วันนี้เมื่อ 20 ปีก่อน คือวันที่ ‘พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ’ ตัดสินใจประกาศลาออกจากการเป็น “นายกรัฐมนตรี” ของประเทศไทย ด้วยสาเหตุจากแรงกดดันจากผลสืบเนื่องของวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่สะท้อนการบริหารงานที่หลายคนใช้คำว่า “ล้มเหลว!”

ทั้งนี้ ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ได้เกิดเหตุประชาชนชาวไทย กว่า 5,000 คน ชุมนุมบริเวณถนนสีลมเพื่อเรียกร้องให้ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุ ว่าเป็นเพราะการบริหารผิดพลาด ประกาศลอยตัวเงินบาท ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตลาดหลักทรัพย์ สถาบันการเงิน ราคาสินทรัพย์อื่น ๆ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนบานปลายกลายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจกินวงกว้าง ส่งผลให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย จนหลายคนเรียกวิกฤติครั้งนี้ว่า “ฟองสบู่แตก” หรือ “ต้มยำกุ้งดีซีส” (Tomyamkung disease)

ย้อนรอยไปต้นเรื่อง หลังจากที่ “บิ๊กจิ๋ว” ที่เบนเส้นทางจากทหารมาสู่ถนนการเมือง และได้ชื่อว่า “รุ่งสุด ๆ” เพราะยังเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น สมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่ขณะดำรงตำแหน่งทางทหาร กระทั่งตัดสินใจก่อตั้ง และนั่งเป็นหัวหน้าพรรคความหวังใหม่คนแรก และยังมีคะแนนเสียงหนาแน่นใน จ.นครพนม พอมาปลายปี 2539 พล.อ.ชวลิต นำพาพรรคความหวังใหม่ชนะเลือกตั้ง และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้สมใจ โดยมีพรรคชาติไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ รวมตัวกันในซีกฝ่ายค้าน

วันนั้นบิ๊กจิ๋วบอกว่าจะมาแก้วิกฤติ กับคำขวัญ “ถึงเวลาอยู่ดีกินดี” โดยมี อำนวย วีรวรรณ เป็นหัวหน้าดรีมทีมเศรษฐกิจ และ ดร.ทนง พิทยะ แต่แล้วใครจะคาดคิด เมื่อ ดร.ทนง พิทนะ รัฐมนตรีคลังขณะนั้น ยื่นเอกสารลอยตัวค่าเงินบาทให้บิ๊กจิ๋วเซ็นแกร๊ก! ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 จนสร้างความเสียหายกลายเป็นวิกฤติการณ์ทางการเงินตามที่เกริ่นไว้ข้างต้น จริงอยู่ที่หลายคน หลายฝ่าย พยายามหาต้นเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ เพราะว่ากันว่า วิกฤติครั้งนี้ ใครนั่งนายกฯ เวลานั้นก็ต้องเซ็นแบบนั้น

โดยหากย้อนไปก่อนหน้านั้น ราวปี พ.ศ. 2536 รัฐบาลไทยประกาศนโยบาย BIBF (Bangkok International Banking Facilities) มีเป้าหมายเพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการเงินในภูมิภาค สิ่งที่เกิดขึ้น พูดง่าย ๆ คือ จากที่เคยควบคุมเงินที่ไหลเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวด กลายเป็นเสรี ที่ใครจะย้ายจะโอนเงินเข้าหรือออกจากประเทศไทยได้เต็มที่ ซึ่ง ณ ขณะนั้น ดอกเบี้ยเงินกู้ในสถาบันการเงิน หรือธนาคารพาณิชย์ในไทย อยู่ในอัตราที่สูง ประมาณ 14-17% ต่อปี แต่อีกฟากหนึ่ง ดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันการเงินของต่างชาติ เวลานั้นถูกมากแค่ 5%


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top