Monday, 29 June 2026
TheStatesTimes

“บิ๊กตู่” ติดตามการเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ย. รับทราบปัญหารถรับส่งโรงแรมAQ และSHA+ ไม่เพียงพอ กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไข 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างการปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) ที่ประเทศสหราชอาณาจักร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ติดตามความเรียบร้อยเกี่ยวกับการดำเนินการของหน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้องในกับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ที่ตั้งแต่วันที่1 พ.ย. 2564 นักท่องเที่ยวจาก 63 ประเทศสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานจากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมซึ่งได้นำคณะลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.)

เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินการของส่วนงานต่างๆ และประชุมออนไลน์ร่วมกับผู้บริหารของท่าอากาศยานระหว่างประเทศอีก 6 แห่ง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองสำนักงานศุลกากร เพื่อรับฟังบรรยายการสรุปการดำเนินงานของแต่ละท่าอากาศยานและหน่วยงาน ซึ่งพบว่าการให้บริการของแต่ละหน่วยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และอยู่ภายใต้มาตรฐานการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“ก่อนเดินทางเข้าร่วมประชุม COP26 ที่สหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรมว.คมนาคม ได้ตรวจความพร้อมการให้บริการด้านคมนาคม โดยเฉพาะทางอากาศที่เป็นช่องทางหลักที่ประเทศไทยเปิดให้นักท่องเที่ยวจาก 63 ประเทศ เดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และกำชับทุกหน่วยงานให้ร่วมกันดูแลให้การเปิดประเทศครั้งนี้ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประชาชนกลับมามีรายได้ได้ต่อเนื่อง ซึ่งภาพรวมนายกรัฐมนตรีพอใจกับให้บริการคัดกรองอำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางผ่าน ท่าอากาศยานต่างๆที่เป็นไปอย่างราบรื่น” น.ส.ไตรศุลี กล่าว 

“โฆษกรัฐบาล” เผย รัฐบาลไฟเขียวเปิดเหมือง “คิงส์เกต” แลกเลื่อนแถลงคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ยัน คณะกรรมการฯระงับข้อพิพาทฯ ยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก อ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า กรณีที่บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด เจ้าของเหมืองอัครา เลื่อนการแถลงคำชี้ขาดของ อนุญาโตตุลาการ กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้กฎหมายมาตรา 44 ที่ 72/2559 ของคสช. ระงับการทำเหมืองแร่ทองคำชาตรี จากเดิมในวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันที่ 31 ม.ค. 2565 โดยระหว่างนี้กำลังเตรียมการเปิดเหมืองทองคำชาตรี บริเวณรอยต่อของ จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์

แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังมีการเจรจาแลกเปลี่ยนอะไรที่ไม่อยากให้ประชาชนรับทราบใช่หรือไม่ ว่า ขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ที่สำคัญ เป็นไปตามคำแนะนำของอนุญาโตตุลาการที่ต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจากัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะแพ้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการ เพราะหากคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด สามารถเจรจาจนได้ข้อยุติได้นั้น ย่อมจะเป็นผลดีมากกว่าการให้คณะอนุญาโตตุลาการออกคำชี้ขาด

นายธนกร กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้จะรักษาประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง จะไม่ให้เกิดความเสียหายเหมือนกรณีทุจริตจำนำข้าวอย่างแน่นอน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ กำชับหนักแน่นว่า จะไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตในรัฐบาลชุดนี้เด็ดขาด ทางที่ดี นพ.ชลน่านควรเรียกอดีตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยกลับมารับผิดชอบความผิดของตัวเองก่อนจะดีกว่า ถึงแม้จะอ้างว่าไม่ได้กระทำความผิดเอง แต่ก็ปล่อยให้รัฐมนตรีในรัฐบาลตัวเองทุจริต จนถูกศาลตัดสินจำคุกในที่สุด

“สุชาติ” รมว.แรงงาน ห่วงใยผู้ประกันตน มอบที่ปรึกษาแรงงาน “ธิวัลรัตน์” ลงพื้นที่ช่วยผู้ประกันตนทุพพลภาพ ที่จังหวัดชุมพร

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกันตนทุพพลภาพ ในการนี้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ นางวันทนา ณัฐพูลวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม นายพูลศักดิ์ ประมงค์ ประกันสังคมจังหวัดชุมพร ร่วมคณะลงพื้นที่ด้วย

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใย ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่ประสบอันตรายหรือมีความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้เป็นผู้ทุพพลภาพ รวมถึงให้ความสำคัญในการดูแลผู้ประกันตนอย่างใกล้ชิด ในทุก ๆ ด้าน แม้ลูกจ้าง/ผู้ประกันตนประสบอันตราย จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในวันนี้ ตนได้รับมอบหมายจากนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ในจังหวัดชุมพร เพื่อเยี่ยมสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ทุพพลภาพและครอบครัว ได้มีความรู้สึกอบอุ่น และมีความรู้สึกที่ดีต่อระบบประกันสังคม อีกทั้งรับทราบปัญหาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้ทุพพลภาพ รวมทั้งติดตามอาการเจ็บป่วย เพื่อนำสู่การรักษา และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ

ด้าน นางวันทนา ณัฐพูลวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ร่วมคณะลงพื้นที่จังหวัดชุมพรกับนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำของใช้จำเป็นมามอบให้กับผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพ ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชุมพร ที่บ้านพักของตนเองจำนวน 2 ราย ได้แก่

นายสมชาย โกสุมา ปัจจุบันอายุ 39 ปี เป็นผู้ประกันตาม มาตรา 33 อยู่บ้านเลขที่ 10/2 หมู่ 2 ตำบลบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานถูกรถบรรทุกถอยหลังมาชนเป็นผู้ทุพพลภาพตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ปัจจุบันได้รับเงินทดแทนรายเดือน เดือนละ 5,642 บาท ตลอดชีวิต (ได้รับเงินแล้วทั้งสิ้น ณ กันยายน 2564 เป็นเงินประมาณ 174,300.- บาท ) 

 

‘จักรทิพย์ ชัยจินดา’ ใส่เกียร์ถอย ไม่ลงเลือกตั้งชิงผู้ว่าฯ กทม. แล้ว คาดหลีกทางให้ผู้ว่าฯ อัศวิน ลงชิงต่อ

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ ‘บิ๊กแป๊ะ’ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตัดสินใจไม่ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว หลังจากที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปลายปี 2563 และลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก ขณะเดียวกันผลโพลหลายสำนักชี้ว่า ‘บิ๊กแป๊ะ’ ติดอันดับ 1 ใน 3 ผู้ว่าฯ กทม. ที่คนกรุงเทพฯ อยากเลือกมากที่สุด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ประกาศต่อหน้ากลุ่ม สมาชิกสภากทม. หรือ ส.ก. ที่ให้การสนับสนุนว่า ไม่ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แล้ว

โดยตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ อาจเกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่แต่แรกนั้นแม้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะประกาศว่าลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ในนามอิสระ แต่ก็มีแรงสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐ ทั้งการยอมรับว่าได้รับการชักชวนจาก บิ๊กป้อม - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 

‘บิ๊กตู่’ ชวน ‘โจ ไบเดน’ ร่วมประชุมเอเปคปีหน้า หลังโชว์วิชั่น แก้ปัญหาภูมิอากาศบนเวทีโลก

‘บิ๊กตู่’ เชิญ ปธน.โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เข้าร่วมประชุมเอเปคปีหน้า ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ด้านนายกฯ สหราชอาณาจักรชมเปาะ ไทยมุ่งมั่นแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลัง ‘บิ๊กตู่’ ประกาศเจตนารมณ์ไทยพร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 1 พ.ย. ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร (ตรงกับเวลา 04.00 น.ของประเทศไทย) ระหว่างงานเลี้ยงรับรองผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือสมัยที่ 26 (COP26)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พบปะพูดคุย พร้อมทั้งเชิญประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ระหว่างงานเลี้ยงรับรองผู้นำ COP 26 หลังจากได้พบกันในการประชุมสุดยอดอาเซียน สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมสอบถามถึงสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งเชิญประธานาธิบดีไบเดน เยือนไทยในโอกาสที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC (Asia-Pacific Economic Cooperation) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2565

นอกจากนี้ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้ทักทายพูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมกล่าวชื่นชมในความมุ่งมั่นพยายามของไทยในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไทยตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี 2065 พร้อมทั้ง ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีของไทยได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ กับบรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุม

โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงเวลา 16.00 น. วันที่ 1 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นที่เมืองกลาสโกว์) พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม โดยยืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ ทุกภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญของโลกเพื่ออนาคตของลูกหลานของพวกเราทุกคน

“ผมมาร่วมประชุมวันนี้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ และทุกภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการแก้ปัญหาครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของโลก เพราะภารกิจนี้คือความเป็นความตายของโลกและอนาคตของลูกหลานของพวกเราทุกคน 

ปัจจุบันไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกในปริมาณเพียงประมาณร้อยละ 0.72 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วทั้งโลก แต่ประเทศไทยกลับเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ผมไปร่วมการประชุมสุดยอดเรื่องภูมิอากาศของสหประชาชาติที่กรุงปารีสเมื่อปี 2015 โดยไทยอยู่ในประเทศกลุ่มแรกที่ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีของความตกลงปารีส คำมั่นสัญญาของไทย มิใช่คำมั่นที่ว่างเปล่า ในช่วงที่ผ่านมา ไทยได้ปฏิบัติตามคำมั่นทุกประการที่ให้ไว้กับประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง และมีการดำเนินการอย่างแข็งขันภายในประเทศ” 

รำลึกถึงน้องหมา “ไลก้า” ครบรอบ 64 ปี สุนัขอวกาศตัวแรก ที่ถูกส่งไปยังนอกโลก และไม่มีวันได้กลับมายังโลก...

ไลก้า (Laika) สุนัขอวกาศโซเวียต ชื่อที่มีความหมายว่า “ช่างเห่า” คือสุนัขและสัตว์ตัวแรกที่โคจรรอบโลก และก็เป็นตัวแรกที่ตายในวงโคจรด้วยเช่นกัน

ไลก้าเดิมเป็นสุนัขเร่ร่อน ชื่อ คุดร์ยัฟกา แปลว่า “เจ้าขนหยิกน้อย” เข้าสู่การฝึกกับสุนัขอื่นอีกสองตัว ในท้ายที่สุดไลก้าได้รับเลือกเป็นผู้โดยสารไปกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957)

เป็นที่รับทราบกันน้อยมากถึงผลกระทบของการบินในอวกาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิต ในภารกิจของไลก้านั้นเทคโนโลยีในการผละออกจากวงโคจรยังไม่ถูกพัฒนา จึงไม่มีการคาดว่าไลก้าจะรอดชีวิต นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามนุษย์จะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จากการปล่อยหรือสภาพของอวกาศ ดังนั้น วิศวกรจึงมองว่าเที่ยวบินที่ส่งสัตว์ขึ้นสู่อวกาศด้วยนั้นจำเป็นก่อนภารกิจของมนุษย์

กัมพูชา – น้ำท่วมในพนมเปญส่งผลกระทบต่อ 3000 ครอบครัว

ครอบครัวชาวกัมพูชาประมาณ 3,000 ครอบครัวทางตอนใต้ของกรุงพนมเปญได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดจากฝนตกหนักในกัมพูชา ซึ่งครอบครัวเหล่านั้นถูกบังคับให้อาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวและเต๊นท์ เพื่อรอให้ระดับน้ำลดลงตามถนนและบ้านเรือนของพวกเขา ผู้อยู่อาศัยยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้เห็นน้ำท่วมใหญ่เช่นนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว น้ำท่วมในประเทศตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเมือง

เสียงจาก (ชาวบ้าน) “เราอยู่ในเต็นท์ (หนึ่งสัปดาห์) เราไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านของเรา บ้านบางหลังถูกน้ำพัดพัดพาไป น้ำเกือบถึงหลังคาบ้านแล้ว ฉันอาศัยอยู่ที่นี่มากว่า 20 ปี และไม่เคยเห็นน้ำท่วมแบบนี้มาก่อน อยู่กับน้ำท่วมลำบาก เราไม่มีไฟฟ้าและไม่มีน้ำสะอาด ลูกๆ ของเรากำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น โรค แมลง และงู ดังนั้นเราจึงพยายามปกป้องเด็กๆ ของเรา เราไม่สามารถไปทำงานหรือทำธุรกิจใด ๆ ได้เพราะน้ำขึ้นสามครั้งต่อวัน อยากจะขอให้รัฐบาลจัดระบบการเบี่ยงน้ำให้ดีกว่านี้ จะได้ไม่โดนน้ำท่วมอีก เราเสียเวลาของเราเพราะเราไม่สามารถไปทำงานหรือทำธุรกิจได้”

เฮง โสภณ – คนขายอาหาร บอกว่า “เจ้าพนักงานท้องถิ่นเตือนเรื่องอุทกภัยครั้งนี้แล้ว แต่ไม่คิดว่าน้ำจะขึ้นเร็วขนาดนี้ เราคิดว่ามันจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเหมือนปีที่แล้ว มีมากกว่า 50 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเต็นท์ที่นี่”

ศรี มุจ– คนงานในโรงงาน บอกว่า “จู่ๆ น้ำก็ขึ้นมาเร็ว เราเลยไม่ได้เตรียมตัวไว้ อย่างแรก น้ำอยู่ในระดับต่ำแต่ก็มาถึงคอฉันอย่างรวดเร็ว”

อินโดฯ ไฟเขียวใช้วัคซีนโควิด 'โนวาแว็กซ์' ผลทดลองพบป้องกันติดเชื้ออาการรุนแรง 100%

อินโดนีเซีย ชาติที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างหนัก กลายเป็นประเทศแรกที่อนุมัติวัคซีนใหม่ต้านโควิด-19 ที่ผลิตโดยโนวาแวกซ์ (Novavax) บริษัทยาสัญชาติสหรัฐฯ จากคำแถลงของทางบริษัทเมื่อวันจันทร์ (1 พ.ย.)

ความเคลื่อนไหวอนุมัติครั้งนี้ จะเปิดทางให้ อินโดนีเซีย ซึ่งกำลังดิ้นรนอย่างหนักในการควานหาอุปทานวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้เพียงพอสำหรับประชากร 270 ล้านคน เป็นชาติแรกที่เข้าถึงวัคซีนตัวนี้ ที่ผลิตในอินเดีย ภายใต้แบรนด์ "โนวาแว็กซ์"

วัคซีนของโนวาแว็กซ์ใช้เทคโนโลยีที่ต่างจากบรรดาวัคซีนที่ได้รับความเห็นชอบและถูกกระจายไปทั่วโลกในปัจจุบัน ไม่เหมือนกับเทคโนโลยี mRNA ของไฟเซอร์/ไบออนเทค โมเดอร์นาและเคียวร์แวค ซึ่งวัคซีน 2 เข็มของโนวาแว็กซ์ พึ่งพิงเทคนิคดั้งเดิมกว่า โดยใช้โปรตีนจากส่วนของเชื้อไวรัสที่ไม่ก่อให้เกิดโรค ผสมกับตัวกระตุ้นภูมิ ฉีดเข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

'อภัยภูเบศร' เจ๋ง!! ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี หนุนหน่วยผู้ป่วยแยกโรค รองรับผู้ป่วยโควิด

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปรับกลยุทธ์รับมือโควิด กับ โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในหน่วยผู้ป่วยแยกโรคเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (SMART ISOLATION UNIT) ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พัฒนาการให้บริการรองรับผู้ป่วยในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในหน่วยผู้ป่วยแยกโรคเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (SMART ISOLATION UNIT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโควิด ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ และบุคลากรการแพทย์สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย

โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในหน่วยผู้ป่วยแยกโรคเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (SMART ISOLATION UNIT) ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด ระดับ A ขนาด 500 เตียง ดูแลรับผิดชอบประชากรกว่า 80,000 คน/ปี และเป็นศูนย์รับต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในเครือข่ายกว่า 7 แห่ง มีผู้ป่วยนอก (OPD) เฉลี่ยกว่า 1,000 รายต่อวัน และในสถานการณ์โควิดที่มียอดผู้ป่วยติดเชื้อในจังหวัดปราจีนบุรีที่เพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลจึงต้องเร่งพัฒนาและปฏิรูปการให้บริการและรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพและสามารถรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดระลอกใหม่ได้อย่างทันท่วงที 

จากงบประมาณสนับสนุนของกองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โรงพยาบาลได้นำมาพัฒนาปรับปรุงหน่วยผู้ป่วยแยกโรคเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยโรคติดเชื้อ (SMART ISOLATION UNIT) โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในการพัฒนาระบบ Smart Isolation Unit ขนาด 30 เตียง ที่จะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 9,000 คน/ปี ที่ประกอบไปด้วย 4 ระบบย่อย คือ…

‘ธรรมศาสตร์’ แจง!! ยุตินำเข้า ‘โมเดอร์นา’ ล็อตบริจาค 1.5 ล้านโดส จากโปแลนด์

เพจโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของความพยายามจัดหาวัคซีนทางเลือก ว่า…

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้ทำ MOU กับเอกชนหลายกลุ่มในการจัดหาวัคซีน ทั้งโมเดอร์นา ไฟเซอร์ และวัคซีนชนิด Protein Based ซึ่งค่าใช้จ่าย ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยเป็นของเอกชน โดย มธ.จะขอรับบริจาควัคซีนในสัดส่วนไม่เกิน 10% มาให้บริการฟรีแก่ประชาชนผู้มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ วัคซีนนอกเหนือจากนั้น ให้เอกชนสามารถนำไปให้บริการโดยคิดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ประสงค์จะรับวัคซีนได้

สำหรับการประสานขอรับบริจาค #วัคซีนโมเดอร์นา ซึ่งยังมีอายุใช้งานได้ถึงเดือน เม.ย. 65 จำนวน 1.5 ล้านโดส ผู้แทนที่ มธ. มอบหมายได้ติดต่อประสานกันกับสำนักงานสำรองทางยุทธศาสตร์ของโปแลนด์ ซึ่งได้แสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรในนามของหน่วยงานมายัง มธ. โดยตรง เพื่อที่จะบริจาควัคซีนดังกล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top