Monday, 29 June 2026
TheStatesTimes

เพจไทยรักษา ยกสถาบันหลักเข้มแข็ง ช่วยไทยเป็นปึกแผ่น ไม่ต้องหนีตายเช่นคนเมียนมา

เพจไทยรักษา โพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์สู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกลุ่มกบฏในเมืองทานตะลางว่า ล่าสุดในเมียนมา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ในเมืองทานตะลาง อาคารบ้านเรือนอย่างน้อย 100 หลังถูกไฟเผาทำลาย

หลังจากกองทัพเมียนมาโจมตีกลุ่มกบฏด้วยกระสุนปืนใหญ่นับร้อยลูก ส่งผลให้เกิดไฟไหม้เผาวอดทั่วเมือง เพราะไม่มีหน่วยดับเพลิงเข้าช่วยเหลือควบคุมเพลิง

ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่จากประชากรกว่า 7,500 คน กลายเป็นผู้ไร้ที่พักอาศัยในทันที และอพยพหนีตายข้ามชายแดนไปยังประเทศอินเดียในช่วงการปะทะดุเดือดต่อเนื่อง ส่งผลให้เมือง "ทานตะลาง" มีสภาพเกือบเป็นเมืองร้าง 

กบฏในเมียนมาได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติ ไม่ต่างจากรัฐบาลทหารพม่าที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติเช่นกัน เมียนมากำลังเดินทางเข้าไปใกล้เคียงกับซีเรียเข้าไปทุกที 

#มองเมียนมาแล้วกลับมามองเรา

เหตุการณ์สงครามในเมียนมาในขณะนี้ ทำให้เราต้องมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ที่ยังคงความเป็นปึกแผ่นเอาไว้ ไม่มีสงครามถึงขั้นให้ต่างชาติสามารถเข้ามาแทรกแซงได้ เพราะอะไร ?

ผบ.หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ตรวจเยี่ยมการรับทหารกองประจำการ รุ่นปี ผลัดที่ 2

ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) พล.อ.ท.วิญญา  โพธิ์คานิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน พร้อมด้วย พล.อ.ท. ชัยนาท  ผลกิจ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ เดินทางไปตรวจเยี่ยมกรรมวิธีการรับทหารกองประจำการ รุ่นปี 2564 ผลัดที่ 2 

สำหรับการรับทหารกองประจำการ ณ ที่ตั้งดอนเมืองในวันนี้ มีทหารใหม่ ผลัดที่ 2 รายงานตัวเข้าประจำการ จำนวน 2,092 คน โดยกองทัพอากาศได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอนตามนโยบายของรัฐบาล โดยหลังจากที่ทหารใหม่รายงานตัวเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ ATK หากพบผู้ติดเชื้อในขั้นตอนนี้ จะได้รับการตรวจ RT-PCR อีกครั้งเพื่อยืนยันผล ก่อนจะส่งตัวเข้ารักษาในสถานพยาบาลในสังกัดกองทัพอากาศต่อไป 

ชาวเน็ตจวกยับ ‘เจี๊ยบ ก้าวไกล’ เล่นสไลเดอร์ ‘พาสาน’ ชี้! เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม หวั่นเด็ก ๆ เลียนแบบ

ชาวเน็ตจวกยับ ส.ส. ‘เจี๊ยบ ก้าวไกล’ หลังปล่อยแก่ เล่นสไลเดอร์ลงจาก ‘พาสาน’ แลนด์มาร์กแห่งเมืองปากน้ำโพ ระบุพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำแหล่งท่องเที่ยวเสื่อม พาสานไม่ใช่ที่เล่นสไลเดอร์ หวั่นเด็ก ๆ เลียนแบบ

ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่มีการพูดถึงและแชร์กันอย่างมากในโซเชียลมีเดีย กรณี ‘นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล’ หรือ ‘เจี๊ยบ ก้าวไกล’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่มีภาพปรากฏว่ากำลังเล่นสไลเดอร์ลงมาจาก ‘พาสาน’ อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กแห่งเมืองปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ที่เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่บริเวณนั้น

เรื่องนี้ทำให้ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นตำหนินางอมรัตน์อย่างหนัก พร้อมวิจารณ์ว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่มีวุฒิภาวะ ทำสถานที่ท่องเที่ยวเสื่อม เพราะพาสานไม่ได้สร้างมาให้เล่นสไลเดอร์ หวั่นเด็กเห็นภาพแล้วทำพฤติกรรมเลียนแบบ

โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ผู้ใช้บัญชีรายชื่อ ‘เตชะ ทับทอง’ แห่งกลุ่มหนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า

เรียน ‘เจี๊ยบ’ เพื่อทราบ
ที่พวกคุณกำลังเล่นสนุกกันอยู่นั้น เค้าไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการนั้น ดูบริบทสังคมด้วย รักษามารยาทด้วย อย่าเอาสันดานแบบที่เห็นมาทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมเสียครับ

ถ้าเด็กสักคนที่เห็นและจำไปเล่นตาม เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาใครรับผิดชอบ….โต ๆ กันแล้ว แถมมีวุฒิภาวะทั้งหัวหงอกหัวดำ...จะด่าว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนก็ไม่ได้ เพราะดูจากหน้าแล้วไม่ใช่เด็ก

หรือถือว่าตนเป็นกลุ่มการเมืองจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ….เกรงใจพี่น้องประชาชนนครสวรรค์หน่อยนะครับ….เตือนด้วยความเคารพว่าช่วยขอโทษคนนครสวรรค์ด้วย เพราะประเด็นนี้น่าจะมีผลกับคะแนนเสียงของการเลือกตั้ง อบจ.ไม่มากก็น้อยละ
#พฤติกรรมส่อสันดานคน

สำหรับพาสาน ตั้งอยู่บนเกาะยม ในตัวเมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญของไทย นั่นก็คือ แม่น้ำเจ้าพระยา ที่เกิดขึ้นมาจากการรวมตัวกันของแม่น้ำ 4 สาย คือ ปิง วัง ยม น่าน ที่ไหลมาผสานกันจาก 4 เป็น 2 และจาก 2 (ปิงและน่าน) มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการผสมผสานวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่แตกต่างกันตามริมแม่น้ำตลอดสาย

รูปแบบของอาคารแห่งนี้ ได้มีการออกแบบมาเป็นเส้นสายโค้งมาบรรจบกัน ดูคล้ายกับการรวมตัวกันของสายน้ำทั้ง 4 สายที่ไหลมารวมกันเป็นหนึ่ง

‘พรรคกล้า’ ค้านแก้ ม.112 ชี้ สถานการณ์ไม่เหมาะ เตือนอย่าสร้างคะแนนนิยม บนความเกลียดชัง

‘พรรคกล้า’ ค้านแก้ ม.112 สถานการณ์ไม่เหมาะ ยิ่งแก้ สังคมยิ่งแตกแยก พรรคการเมืองต้องไม่สร้างคะแนนนิยม บนความเกลียดชัง  

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า แสดงความไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ถ้าคิดแบบปฏิบัตินิยมในสถานการณ์ปัจจุบัน หากยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะเร่งความขัดแย้งในชาติให้รุนแรงขึ้นอีก เช่น 

1.) เกิดการดูหมิ่นต่อสถาบันมากขึ้น นำมาสู่ ข้อ 2
2.) เกิดความขัดแย้งสองฝ่าย และจะนำไปสู่การปะทะกันบนท้องถนน 
3.) เกิดวิกฤตการเมืองรอบใหม่ เป็นช่องว่างทำให้เกิดการแทรกแซงทางการเมือง เข้ายึดอำนาจหรือรัฐประหารอีก 

ก.อุตฯ รับเลื่อนคำชี้ขาดคดีเหมืองทองเป็น 31 ม.ค. 65 เหตุต้องเจรจาระงับข้อพิพาท ยันไทยยังไม่แพ้

กระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันอนุญาโตตุลาการในคดีข้อพิพาทเหมืองทอง เลื่อนการออกคำชี้ขาดจากกำหนดการเดิม 31 ตุลาคม 2564 ออกไปเป็นวันที่ 31 มกราคม 2565 เนื่องจากการเจรจาระงับข้อพิพาทของทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มและทิศทางที่ดี 

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า กรณีข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ถือประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำ จังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ และโดยที่ปรากฏเป็นข่าวว่า บริษัท คิงส์เกตฯ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพิจารณาข้อพิพาท และการขอเลื่อนการออกคำชี้ขาดจากกำหนดการเดิม 31 ตุลาคม 2564 ออกไปเป็นวันที่ 31 มกราคม 2565 นั้น

สวนนงนุชพัทยา เปิดเส้นทาง UNSEEN ต้อนรับโครงการ Pattaya Moves on วันแรก

สวนนงนุชพัทยา เปิดเส้นทาง UNSEEN ต้อนรับโครงการ Pattaya Moves on วันแรก

เมื่อ​ 1 พ.ย. 64​ นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เปิดรับโครงการ Pattaya Move On วันแรก ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยเส้นทาง UNSEEN ใหม่ของสวนนงนุชพัทยาที่สร้างขึ้นและปรับปรุงใหม่ อาทิเช่นสวนตะบองเพชร,​ สวนลอยฟ้า,​ สวนกระถาง,​ เนิร์สเซอร์รี่ตะบองเพชร,​ โซนไดโนเสาร์เอเวอร์นิว,​ หุบเขาไดโนเสาร์, เนิร์สเซอร์รี่ไม้ภายใน,ไม้ด่างและแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่พิพิธภัณฑ์หัวโขน

และในวันนี้ยังได้รับเกียรติจากสาวงามเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 เดินทางมาเยี่ยมชมเส้นทาง UNSEEN ของสวนนงนุชพัทยา พร้อมปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยตามมาตรฐาน SHA+ และ Safe travels ที่ได้รับการรับรองจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“บิ๊กตู่”กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมระดับผู้นำ COP26 ประกาศเจตนารมณ์ไทยพร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง ย้ำต้องหยุดทำร้ายธรรมชาติเพราะไม่มีโลกใบที่สองเหมือนโลกนี้อีกแล้ว 

ที่ศูนย์การประชุม The Scottish Event Campus พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมระดับผู้นำ (World Leaders Summit) ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) (COP26)

นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม โดยยืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ ทุกภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญของโลกเพื่ออนาคตของลูกหลานของพวกเราทุกคน“ผมมาร่วมประชุมวันนี้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ และทุกภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการแก้ปัญหาครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของโลก เพราะภารกิจนี้คือความเป็นความตายของโลกและอนาคตของลูกหลานของพวกเราทุกคน ปัจจุบันไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกในปริมาณเพียงประมาณร้อยละ 0.72 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วทั้งโลก แต่ประเทศไทยกลับเป็น 1ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ผมไปร่วมการประชุมสุดยอดเรื่องภูมิอากาศของสหประชาชาติที่กรุงปารีสเมื่อปี ๒๐๑๕ โดยไทยอยู่ในประเทศกลุ่มแรกที่ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีของความตกลงปารีส
 คำมั่นสัญญาของไทย มิใช่คำมั่นที่ว่างเปล่า ในช่วงที่ผ่านมา ไทยได้ปฏิบัติตามคำมั่นทุกประการที่ให้ไว้กับประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง และมีการดำเนินการอย่างแข็งขันภายในประเทศ” 
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไทยได้กำหนดเป้าหมาย NAMA (นา-มา) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในภาคพลังงานและขนส่งอย่างน้อยร้อยละ 7 ภายในปี 2020 แต่ทว่าในปี 2019 ไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้แล้วร้อยละ 17 ซึ่งเกินเป้าหมายที่เราตั้งไว้กว่า 2 เท่า และก่อนเวลาที่ได้กำหนดไว้มากกว่า 1 ปี นอกจากนี้ไทยยังเป็นประเทศแรก ๆ ที่จัดส่ง NDC (เอ็น ดี ซี) ฉบับปรับปรุงปี 2020 และจัดทำแผนงานต่าง ๆ ในระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น ล่าสุด ไทยได้ส่งยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับต่ำให้กับ UNFCCC โดยไทยเป็นประเทศแรก ๆ ที่จัดทำยุทธศาสตร์นี้
 
“วันนี้ผมจึงมาพร้อมกับเจตนารมย์ที่เป็นความท้าทายอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่และด้วยทุกวิถีทาง เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี 2065 และด้วยการสนับสนุนทางด้านการเงินและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่และเท่าเทียม รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถจากความร่วมมือระหว่างประเทศ และกลไกภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ผมมั่นใจว่าประเทศไทยก็จะสามารถยกระดับ NDC ของเราขึ้นเป็นร้อยละ 40 ได้ ซึ่งจะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ได้ภายในปี 2050 

“แรมโบ้” อัด “เพื่อไทย” หนุนม็อบสามกีบคิดล้มล้างสถาบัน กล้าเสนอแก้ ม.112และ116 ก็ต้องชัดเจนแล้ว จะได้ป่าวประกาศบอกประชาชนคนไทยทั่วประเทศว่า อย่าไปเลือกพรรคหนักแผ่นดินที่คิดล้มล้างสถาบันฯ

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพรรคเพื่อไทย ประกาศพร้อมนำข้อเสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา โดยระบุว่าการที่จะเสนอแก้กฎหมาย 2 มาตรานี้เข้าสภาฯ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพียงเพราะผลประโยชน์ และสำหรับปกป้องการกระทำความผิดของบางกลุ่มหรือพรรคการเมืองบางพรรคเท่านั้น การกระทำเช่นนี้จะทำให้คนไทยที่รักสถาบันหูตาสว่างขึ้นว่าพรรคเพื่อไทยที่แท้ก็คืออีแอบที่เกี่ยวข้องเรื่องการคิดจาบจ้วงก้าวล่วงของม็อบสามกีบและคณะราษฎรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างนั้นใช่ไหม

ขณะเดียวกัน ม.112 และ116 ตนเองพูดมาตลอดว่าไม่เคยไปใช้รังแกใคร มีแต่คนกลุ่มนี้วิ่งเข้าใส่เพื่อท้าทาย ม.112 และ116 ทำผิดกฎหมายฝ่าฝืนตั้งใจเย้ยฟ้าท้ากฎหมายบ้านเมืองเองจึงต้องมีความจำเป็นต้องคงไว้ ถ้ายกเลิกกฎหมายมาตราดังกล่าว รับรองได้เลยว่า คนชั่วๆคนเลวๆ คนหนักแผ่นดินพวกนี้จะเหิมเกริมก้าวร้าวจนเป็นบ้านเมืองเกิดกลียุค ลุกเป็นไฟ กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างแน่นอน 

นายเสกสกลยังตั้งข้อสังเกตว่าการที่พรรคเพื่อไทยออกมาสนับสนุน เสนอแก้กฎหมาย ม.112 และ116 นั้น อาจเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้อาจสนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวม็อบ 3 นิ้วอยู่เบื้องหลัง แต่พอรู้ว่าจะเคลื่อนไหวไม่สำเร็จจึงออกมาเปิดเผยตัวและใช้ความเป็นนักการเมือง ใช้สภาฯ เป็นช่องทางในการแก้ไขกฎหมายแทน

นอกจากนี้ตั้งแต่ได้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายใหญ่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของพรรคด้วย พรรคเพื่อไทย จึงทำให้พรรคเพื่อไทยรีบเสนอแก้กฎหมาย เพื่อเป็นการเอาใจนายใหญ่ด้วยหรือไม่ หรือนายใหญ่สั่งมา ต้องกล้าเอาความจริงออกมาพูด

'รมว.เฮ้ง' กำชับนายจ้างพาแรงงานข้ามชาติ ดำเนินการตามมติครม.ภายในกำหนด 

กระทรวงแรงงาน แนะแนวทางการดำเนินการตามมติครม. 29 ธ.ค. 63  มติครม. 13 ก.ค. 64 มติครม. 28 ก.ย. 64 และกลุ่มคนต่างด้าว 3 สัญชาติ ที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดโดยผลของกฎหมาย เพื่ออยู่ทำงานได้ถึง 13 ก.พ. 66

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน  ให้ความสำคัญกับเรื่องการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานข้ามชาติอย่างยิ่ง โดยมีมติครม.เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 63 มติครม.เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 64 และมติครม.เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 64 เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้าง/สถานประกอบการดำเนินการขออนุญาตทำงานให้แรงงานข้ามชาติสามารถทำงานได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ภาครัฐสามารถให้ความคุ้มครองและความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนแรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นการสนับสนุนการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งสำหรับคนต่างด้าว 3 สัญชาติ ที่อยู่ในประเทศไทย แรงงานไทยในสถานประกอบการ ตลอดจนชุมชนโดยรอบ

“ผมขอสรุปโดยง่าย สำหรับแรงงานข้ามชาติทั้ง 3 สัญชาติ ที่ประสงค์จะทำงานในประเทศไทย หากยังดำเนินการในขั้นตอนใดไม่สำเร็จก็ให้เร่งดำเนินการ โดยติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1- 10 ที่เป็นสถานที่ตั้งของสถานประกอบการ สำหรับกลุ่มมติครม. 29 ธ.ค. 63 ที่ถือ บต.48 มีการชำระค่าธรรมเนียมและยื่นขออนุญาตทำงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในวันที่ 13 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา ควรเร่งติดต่อขอรับใบอนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด 
สำหรับกลุ่มมติครม. 13 ก.ค. 64 ที่ถือบัตรชมพู ต้องยื่นเรื่องขอต่อใบอนุญาตทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานเดิมหมดอายุ ภายใน 31 มี.ค. 65 กลุ่มที่ถือ บต. 23 ต้องยื่นแจ้งขอเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานเดิมหมดอายุ ซึ่งหากยังไม่ได้ตรวจสุขภาพต้องดำเนินการให้ทัน ภายใน 31 มี.ค. 65 ในส่วนกลุ่ม MoU ต้องขอต่อใบอนุญาตทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานเดิมสิ้นสุด เพื่ออยู่และทำงานต่ออีก 2 ปี

และกลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 64 จนถึงวันที่ 3 ส.ค. 64 นายจ้างต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวและชำระค่าธรรมเนียม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป – 1 ธ.ค. 64 ตรวจและทำประกันสุขภาพ ตรวจลงตราวีซ่า รวมทั้งขอหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางฉบับใหม่กรณีเอกสารเดิมหมดอายุ ภายใน 1 ส.ค. 65  ซึ่งถ้าเอกสารประจำตัวหมดอายุ ต้องทำเล่มใหม่และตรวจลงตรากับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใน วันที่ 1 ส.ค. 65 เพื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานในประเทศไทย ไม่เกินวันที่ 13 ก.พ. 66

สำหรับการเข้าตรวจสถานประกอบการตามมติครม.วันที่ 28 ก.ย. 64 นั้น มีผลบังคับใช้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่ 1 พ.ย. 64  ซึ่งกระทรวงแรงงานจะลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้คำแนะนำนายจ้างและแรงงานข้ามชาติ ในการขออนุญาตทำงานให้แก่ลูกจ้าง เพื่อเข้าสู่ระบบการจ้างงานตามกฎหมายต่อไป ซึ่งกระทรวงแรงงานขอให้นายจ้าง/สถานประกอบการให้ความสำคัญและดำเนินการภายในกำหนดเพื่อประโยชน์ของท่านและลูกจ้างในความดูแล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top