Sunday, 7 June 2026
PoliticsQUIZ

'เพนกวิน' เตือนสติ 'มิตรสหายนักเคลื่อนไหว' อย่าตีตราว่าคน 'เมินเฉย' มุ่งหาวิธีสู้ที่เหมาะสมดีกว่า

เพนกวิน โพสต์เปิดใจถึงมิตรสหายนักเคลื่อนไหว อย่าน้อยใจ ถ้าคนไม่สนใจการเมือง แต่ละคนมีความสนใจต่างกัน ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีอุดมการณ์ที่ดี บางครั้งมันเป็นเรื่องจังหวะ สถานการณ์ บางคนอาจเบื่อรูปแบบหรืออยากพักก็เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ เตือน การตีตราคนว่า 'อิกนอร์' ไม่ช่วยทำให้คนกลับมาสนใจการเมือง นักกิจกรรมการเมือง ต้องทำงานเข้าใจประชาชน หาวิธีสู้ที่เหมาะสมต่อ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักเคลื่อนไหวและนักกิจกรรมทางการเมือง และเป็นแกนนำคนหนึ่งของการประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563 ในนามของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เขียนข้อความทางเฟซบุ๊ก ส่งข้อความถึงนักกิจกรรมการเมืองว่า

"ถึง มิตรสหายนักเคลื่อนไหว"

"การเคลื่อนไหวเป็นเหมือนคลื่น มีจุดสูงจุดต่ำ ณ จุดสูงคนย่อมสนใจมาก ณ จุดต่ำคนก็ย่อมไม่ได้สนใจมาก เป็นปกติวิสัย อย่าไปน้อยอกน้อยใจ มันเป็นธรรมชาติ ซึ่งการที่คนเขาไม่สนใจ ไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีอุดมการณ์ เขาอาจจะเหนื่อยแล้วที่จะตามข่าว เขาอาจจะเบื่อแล้วกับกิจกรรมรูปแบบเดิม เขาอาจจะอยากพักอยู่"

"และเขาจะอย่างไรก็ตาม นั่นคือประชาชนที่นักกิจกรรมต้องทำงานด้วย ถ้าเขาไม่สนใจ แสดงว่ายังจุดกระแสไม่สำเร็จ ก็ต้องทบทวนและหาวิธีทำให้คนทั่วไปสนใจสิ่งที่เราทำ ผมมั่นใจว่าการตีตราเขาว่าเป็น “อิกนอร์” หรืออะไรก็ตามไม่ใช่หนึ่งในวิธีการทำให้คนกลับมาสนใจการเมืองแน่นอน"

‘ศิริกัญญา’ ร้อง กสทช. หยุดปัดความรับผิดชอบ ปล่อยให้เกิดการควบรวมค่ายมือถือ ‘ทรู-ดีแทค’

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้ กสทช. หยุดปัดความรับผิดชอบสั่งหยุดการควบรวมค่ายมือถือ ซึ่งการกระทำที่ผ่านมาของ กสทช. ทั้งการพยายาม ‘ยื่นตีความกฎหมายว่าตัวเองมีอำนาจหรือไม่’ ทั้งที่ศาลปกครองเคยมีคำสั่งแล้วว่าอำนาจการระงับควบรวมอยู่ในอำนาจ กสทช. และการที่ประธานบอร์ด กสทช. สั่งลบ Infographic ‘5 Facts กรณีการควบรวมทรู-ดีแทค’ ภายหลังค่ายมือถือใหญ่ออกจดหมายคัดค้าน ทำให้เราสงสัย ว่ากสทช. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาไม่เอื้อนายทุนหรือไม่

โดยระบุว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการกระทำที่น่าเคลือบแคลงอย่างยิ่งของ กสทช. คือบอร์ด กสทช. เพิ่งมีมติ 3:2 ยื่นคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ตีความอำนาจตัวเองเป็นรอบที่ 2 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองได้มีคำสั่งออกมาแล้วว่า กสทช. มีหน้าที่และอำนาจต้องดำเนินพิจารณากรณีการควบรวมค่ายมือถือ ทรู-ดีแทค

ไม่ชอบมาพากลในกรณีนี้ว่าการที่ กสทช. มีเจตนาส่งเรื่องให้องค์กรตีความกฎหมายหลายองค์กรวินิจฉัยอำนาจของตัว กสทช. เองนั้น เพื่อให้ปัดความรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ของตนในการระงับการควบรวมค่ายมือถือซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจสัญญาณค่ายมือถือในประเทศไทยถูกผูกขาดโดยรายใหญ่เพียง 2 เจ้า

นี่ไม่ใช่การยื่นคณะกรรมการกฤษฎีกาครั้งแรก เนื่องจากบอร์ด กสทช. ก็เคยตีความไปแล้วว่าไม่รับคำร้องวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของ กสทช. แต่กสทช. ยังดึงดันส่งเรื่องให้พิจารณาอีกรอบ พร้อมทั้งยื่นหนังสือถึงรักษาการนายกฯ ให้ออกคำสั่งให้กฤษฎีกาตีความอำนาจหน้าที่ของ กสทช. (รักษาการนายกฯ ก็คือ พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ที่มีข่าวว่าสนิทกับประธาน กสทช.)

ที่ต้องตีความกันใหม่เพราะบอร์ดอยากจะเห็นต่างจากศาลปกครองหรือไม่ เพราะศาลเห็นว่า ประกาศ กสทช.ว่าด้วยมาตรการควบรวมฯ ปี 2561 ประกอบประกาศ กสทช.ว่าด้วยมาตรการป้องกันการผูกขาดปี 2549 นั้น ได้ให้อำนาจกสทช.ที่จะพิจารณา ‘อนุมัติ’ หรือไม่อนุมัติการขอควบรวมธุรกิจได้อยู่แล้ว

สรุปคือ ศาลปกครองเห็นว่าบอร์ดกสทช.มีอำนาจอนุมัติ ไม่ใช่แค่รับทราบ ซึ่งตรงกับความเห็นตามที่รายงานอนุกรรมการของ กสทช. อยากให้เป็น

เท่านั้นยังไม่พอ กสทช. ยังตั้งอนุกรรมการพิเศษด้านกฎหมายขึ้นมาอีก 1 ชุด ประกอบไปด้วย ‘เนติบริกร’ ชั้นนำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, สมคิด เลิศไพฑูรย์, สุรพล นิติไกรพจน์, จรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งข้อเสนอแนะให้ กสทช. ยื่นตีความอำนาจตัวเองต่อกฤษฎีกาในครั้งนี้

'รองโฆษกภท.' ซัด!! 'วัชระ' ดีแต่เสี้ยมให้ภท.-ปชป. ตีกัน ย้ำ หาเสียงสงขลาเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ปชช.

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หยิบยกคำปราศรัยหาเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยประกาศตอกเสาเข็มที่จังหวัดสงขลา โดยกล่าวหาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เกรงใจพรรคประชาธิปัตย์ว่า หากเป็นนักการเมืองมืออาชีพจะมองออกว่า การปราศรัยในทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ ที่แต่ละพรรคจะงัดกลยุทธ์ออกมาเรียกคะแนนนิยมให้กับตัวเอง ที่สำคัญสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำมาปราศรัย ทั้งนโยบายและผลงานในโครงการที่ทำสำเร็จ ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่ประชาชนในพื้นที่จับต้องได้ อาทิ โครงการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาเชื่อมจังหวัดพัทลุง และการวางแผนพัฒนาการขนส่งทุกระบบของสงขลา ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ เหล่านี้ทำให้พรรคกล้าที่จะประกาศอาสาตัวเข้ามาทำงานพัฒนาพื้นที่ เพราะพรรคภูมิใจไทย 'พูดแล้วทำ' ไม่ใช่เพียงวาทกรรมที่สวยหรูดังที่นายวัชระกล่าวหา 

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยปราศรัย ไม่ใช่พฤติกรรมอหังกา แต่เพียงแค่อยากมีพื้นที่เข้าไปทำงานให้กับชาวปักษ์ใต้ จึงอาสาตัวเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เพื่อให้การพัฒนาภาคใต้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งการแข่งขันกันทำประโยชน์ให้กับประชาชนถือเป็นเรื่องดี เพราะชาวสงขลาพร้อมเปิดรับทุกพรรคการเมืองที่จะเข้ามาทำการเมืองอย่างสร้างสรร สู้ตามเกม กติกา และเป็นสิ่งที่นายวัชระควรนำไปดำเนินการในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับชาวบ้าน พร้อมขอให้นายวัชระเอาตัวเองให้รอดในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยไม่ต้องกังวลกับพื้นที่อื่นจนเกินไป เพราะท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

"ผมขอร้องนายวัชระอย่าทำตัว 'ชังกั้ง' หรือทำตัวไม่เข้าท่า ไม่ได้เรื่องได้ราว เสี้ยมให้คนสงขลาทะเลาะกัน วัน ๆ ไม่ทำงาน เอาแต่หาเรื่องให้พรรคต้นสังกัด และขอนายวัชระอย่าได้กังวลใจกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาระดับแกนนำพรรคและ ส.ส. สงขลา ได้พูดคุยกันมาตลอด ซึ่งทุกคนเข้าใจดีถึงบทบาททางการเมือง มีเพียงนายวัชระที่อาจจะยังไม่เข้าใจ และยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตัวเองออกมาพูดในสถานะอะไร อีกทั้งผมเชื่อว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นานวัชระพูด ในฐานะคนสงขลา ขอให้นายวัชระถอนคำพูดที่กล่าวหาหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย" นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

‘นายหัวไทร’ วิเคราะห์สมรภูมิเลือกตั้งสงขลาครั้งหน้า ชี้ ‘ภูมิใจไทย’ ปักธงไม่ง่าย แม้ได้ ‘ไพร พัฒโน’ นำทัพ

ผมเองคงไม่กล้าฟันธงว่า ‘ไพร พัฒโน’ อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จะได้รับการเลือกตั้ง หลังเปิดตัวลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย เพราะการเมืองมีหลายเหตุปัจจัย

แต่ ‘สุขุม นวลสกุล’ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง นักรัฐศาสตร์ ได้ฟันธงไปแล้วว่า ไพรจะปักธงให้พรรคภูมิใจไทยอีก 1 เขตในจังหวัดสงขลา เข้าใจได้ในเหตุผลว่า ไพร คือลูกของไสว พัฒโน อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 

เข้าใจได้ว่า ไพร คืออดีต ส.ส.ในเขตนี้ 4 สมัย ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจได้ว่า ไพรคืออดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ผู้ล้ม ‘เคร่ง สุวรรณวงศ์’ ที่อยู่ในตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่มา 20 กว่าปี เข้าใจว่าไพร มีญาติเยอะ มีเพื่อนฝูงมาก อันอาจจะทำให้ไพรชนะการเลือกตั้งได้

หรือแม้กระทั่งการกล่าวถึงภาคใต้ต้องขายการท่องเที่ยว และพรรคภูมิใจไทยมี ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ จะเป็นเหตุผลปัจจัยสนับสนุน หรือลมใต้ปีกให้ไพรได้ แต่เหตุปัจจัยแค่นี้ไม่ใช่ดัชนีบ่งชี้ให้ฟันธงได้ว่าไพรจะปักธงให้พรรคภูมิใจไทยได้อย่างง่าย โดยไม่คำนึงถึงเหตุปัจจัยอื่น หรือไม่กล่าวถึงพรรคคู่แข่งเลย

ถ้ากล่าวถึงเขตเลือกตั้งที่ 3 ของสงขลา คือโซนไข่แดงของเมืองหาดใหญ่ ที่ปัจจุบันมี ‘พยม พรหมเพชร’ จากพรรคพลังประชารัฐ เป็น ส.ส.อยู่ พยม พรหมเพชร ก็ไม่ใช่ว่าจะชนะมาด้วยกระแสพลังประชารัฐ กระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงด้านเดียว พยมเป็นโฆษกงานวัดที่ใคร ๆ ก็รู้จัก รักใคร่มานาน เพียงแต่มีปืนกระบอกเล็ก สู้ปืนใหญ่ลำบาก อาจจะต้องใช้กลยุทธ์แบบ ‘ซุ่มยิง’

ไม่ควรมองข้ามพรรคเจ้าถิ่นเดิมอย่างประชาธิปัตย์ ที่ในจังหวัดสงขลา มีรองหัวหน้าพรรคอยู่ถึงสองคน คือ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ หรือนายกชาย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าตัดสินใจส่ง ‘สมยศ พลายด้วง’ หรือในวงการผู้รับเหมาจะรู้จักเขาในนามเสี่ยถึก พูดได้ว่ากว้างขวางในวงการรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของหาดใหญ่ เสี่ยถึกหลังจากตัดสินใจลงเล่นการเมือง ก็เดินสายพบปะชาวหาดใหญ่ไม่เว้นวัน จัดกิจกรรมประชุม สัมมนาแกนนำมาตลอด โดยมีนิพนธ์ บุญญามณี ให้การสนับสนุนเต็มที่ แถมยังมีนายกฯชาย เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนอีกแรง ก็ไม่ง่ายนักกับการเปิดตัววันแรกแล้วจะฟันธงว่า ไพรจะชนะแบบง่าย ๆ

ทั้งนิพนธ์ และนายกฯชาย จะต้องออกแรงมาก เพราะนิพนธ์ ก็ยังมี ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ ลูกชายลงสมัครด้วย แม้ครั้งที่แล้วจะแพ้ให้กับ ‘วันชัย ปริญญาศิริ’ จากพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังคงเดินพบปะชาวบ้านย่านชุมชนอย่างต่อเนื่อง ช่วงโควิด 19 ระบาดหนัก ๆ ก็แจกข้าวกล่อง แจกปลากระป๋อง บรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านไปไม่น้อย ‘นิพนธ์’ก็คงจะหมายมั่นปั้นลูกชายให้แจ้งเกิดทางการเมือง เช่นเดียวกับนายกฯชาย นอกจากตัวเขาเองแล้วยังมีภรรยา และลูกชายลงสมัครด้วย และการที่นายกฯชายในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ประกาศว่า ภาคใต้จะต้องได้ 35 ที่นั่ง คงบวกรวมสงขลาได้ด้วยอย่างน้อย 5-6 คน

เข้าใจได้ว่าวันนี้กระแสพรรคภูมิใจไทยค่อนข้างดีในภาคใต้ในเวลานี้ แต่การเมืองไม่ได้ตัดสินกันในวันนี้ ยังมีเวลาอีก 6 เดือนถึงจะเลือกตั้ง (ถ้าสภาอยู่ครบวาระ) การเมืองอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ คงจำกันได้กับคำพูดคำเดียวของ พิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าประชาธิปัตย์ กับคำว่า ‘สินค้าแบกะดิน’ อันเป็นการกล่าวถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงชิงเก้าผู้ว่าฯ กทม.ครั้งแรก ซึ่ง ‘ชนะ รุ่งแสง’ ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ และเสียงตอบรับดีมาก แต่การปราศรัยเชิงเปรียบเทียบว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็แค่สินค้าแบกะดิน คะแนนนิยมพลิกจากชนะ รุ่งแสง ไปอยู่กับ พล.ต.จำลอง เพียงชั่วข้ามคืน และ พล.ต.จำลอง ก็คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ไปนั่ง

หรือแม้กระทั่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์พลาดกับวลีสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งของ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ที่ออกคลิปว่า ‘ไม่เอาประยุทธ์ เป็นนายกฯ กระแสพลิก ทำให้ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศได้มาแค่ 50 กว่าที่นั่ง เพราะคะแนนนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ในช่วงนั้นยังดีอยู่

ทั้งนี้ยังไม่นับรวมพรรคเล็ก พรรคน้อยที่จะมาแย่งคะแนนจากพรรคใหญ่ไปอีก โดยเฉพาะคะแนนจากคนรุ่นใหม่ ที่อาจจะตัดสินใจเลือกพรรคที่มีแนวคิดสอดคล้องกับความต้องการของพวกเขา เหมือนอย่างการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (62) ใครจะคิดว่าคะแนนของพรรคอนาคตใหม่จะมาเยอะขนาดนั้น เยอะขนาดทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.มากถึง 60 กว่าคน ทั้ง ๆ ที่เป็นพรรคการเมืองใหม่เอี่ยมอ่อง

'บิ๊กป้อม' ยิ้มแย้มถกครม.เรียบร้อยดี ยันไม่ปรับครม. สงบศึกพรรคร่วมรัฐบาล

(30 ส.ค. 2565) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงบรรยากาศการประชุมครม.ในวันเดียวกันนี้ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า ไม่มีอะไรเรียบร้อยดี เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเมืองที่วุ่นวายในขณะนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า ไม่มีอะไร

เมื่อถามว่าจะมีการปรับครม. ในช่วงเป็นที่เป็นรักษาการนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวยืนยัน ไม่มีการปรับครม.

เมื่อถามถึงกรณีส.ส.ประชาธิปัตย์ขู่ถอนตัว จากกระแสข่าวส.ส.ภาคใต้พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ปรับครม. โดยให้ริบโควตากระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า "ไปถาม ส.ส.ใต้ดู เพราะผมไม่ได้พูด"

เมื่อถามย้ำว่าจะปรับครม.หรือไม่ในช่วงนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ปรับทำไม ยังทำงานได้

'อนุสรณ์' เหน็บ 'บิ๊กตู่' เห็นเล็งปืนแล้วนึกถึงงานวัด แนะนำให้ลาออก เพราะตอนนี้หมดสภาพผู้นำประเทศ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หยุดปฏิบัติหน้าที่ ว่า ไม่รู้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะทนอยู่ให้ตัวเองลำบากใจไปเพื่ออะไร ถึงเวลาต้องทำใจ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ เมื่อวานนี้ (29 สิงหาคม) ไปเล็งปืน ดูนิทรรศการอาวุธได้ แต่วันถัดมากลับเข้าประชุมครม. ที่ทำเนียบไม่ได้ ต้องประชุมผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ เดือดร้อนไปถึงพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมครม. แต่ไม่กล้านั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ต้องปล่อยเว้นว่างไว้ ใครจะการันตีความสัมพันธ์ของ 3 ป.อย่างไร

“นาทีนี้น่าจะไม่เหมือนเดิม พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนจะพยายามทำตัวให้ดูดี มีสปิริต ทำหน้าที่แข็งขันไม่ว่าจะตำแหน่งไหน แต่คำถามคือ ตอนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการรกระทรวงกลาโหม ไม่เห็นจะใส่ใจการงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขนาดนี้ เห็นพล.อ.ประยุทธ์เล็งปืน นึกถึงบรรยากาศงานวัด หมดสภาพผู้นำจากการรัฐประหารยึดอำนาจ จับคนไปปรับทัศนคติ มีมาตรา 44 ตอนเล็งปืนพล.อ.ประยุทธ์ เล็งเห็นอนาคตตัวเองหรือไม่ ได้เล็งเห็นอนาคตประเทศในวันที่ไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ อย่างไร” นายอนุสรณ์ กล่าว

'ครูธัญ' มองความต่าง สมรสเท่าเทียม 'ไทย-ไต้หวัน' ชี้!! ไทยยัง 'อนุรักษ์นิยม-ไม่เข้าใจความหลากหลายทางเพศ'

ธัญวัจน์ กมลวงวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ร่วมเสวนา เสวนามองสมรสเท่าเทียมผ่านบทเรียนไต้หวัน โดยมี Joyce Teng – Deputy Executive Director of Taiwan Equality Campaign

ภายในงานพูดถึงการต่อสู้ของสมรสเท่าเทียมในไต้หวันและประเทศไทย และก้าวต่อไปของสมรสเท่าเทียมในอนาคต

ธัญวัจน์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า "การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเริ่มมีเสียงที่ดังขึ้นเพราะการเติบโตของสื่อโซเชียลมีเดียที่แพร่หลายและส่งผลต่อการรับรู้ในสังคมจึงทำให้การพูดเรื่องสมรสเท่าเทียมกลับมาอีกครั้งในช่วงหลังการเลือกตั้ง 2562

"ความแตกต่างระหว่างประเทศไต้หวันและประเทศไทย คือ คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในประเทศไทยสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์กับสังคมในวงกว้าง และสิ่งนี้ตนมีความเห็นว่าการศึกษาไทยยังเป็นความคิดอนุรักษ์นิยมและยังไม่มีความเข้าใจในความหลากหลายทางเพศ และตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญก็แต่งตั้งจากสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ครม. เห็นชอบแก้คำสั่งให้ ‘บิ๊กป้อม’ มีอำนาจเต็ม โยกย้าย - อนุมัติงบได้ ย้ำรัฐบาลไม่เกิดสุญญากาศ

วันนี้ (30 ส.ค. 65) เมื่อเวลา 12.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม. วันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งในส่วนนายกรัฐมนตรี ยังไม่มีการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญคาดว่าจัดน่าจะส่งได้ภายในสัปดาห์นี้ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดข้อมูลได้

ขณะนี้ทีมกฎหมายของนายกรัฐมนตรีกำลังดูเอกสาร ซึ่งคาดว่าน่าจะส่งเอกสารได้ภายในวันถึงสองวันนี้ ขั้นตอนหลังจากนี้หากส่งไปก็ถือว่าเสร็จสิ้นเพราะปกติศาลจะไม่เรียกไต่สวน

ซึ่งวันนี้พลเอกประยุทธ์ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษแต่มีการประชุมออนไลน์เข้ามา ส่วนสาเหตุที่ประชุมออนไลน์เข้ามาก็ถือเป็นธรรมดาที่มีทุกครั้งที่รัฐมนตรีจะใช้การประชุมออนไลน์เข้ามา ในทุกวันอังคาร

เมื่อถามว่าระยะเวลาช่วงนี้ถือเป็นสุญญากาศหรือไม่นายวิษณุระบุว่าไม่มีอะไรที่เป็นสุญญากาศเพราะวันนี้ได้ชี้แจงกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพราะคณะรัฐมนตรียังคงมีอำนาจเต็มไม่ใช่ครม.รักษาการ คนรักษาการ มีคนเดียวคือพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี

‘บิ๊กป้อม’ ลั่นไม่เหนื่อยนั่งรักษาการนายกฯ ย้ำ ใช้ใจบันดาลแรง ทำให้มีแรงทำหน้าที่

'พล.อ.ประวิตร' เผยทำหน้าที่รักษาการมา 7 วันไม่เหนื่อย เพราะใช้ใจบันดาลแรง ไม่ใช้แรงบันดาลใจ 

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังให้การต้อนรับ  ดาโต๊ะ ซรี ฮิชามมุดดิน บิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ง โดยกล่าวถึงการประชุมพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ว่ามีการประชุมอยู่ที่พรรค 

เมื่อสื่อถามว่าทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีมา 7 วันแล้วเหนื่อยหรือไม่ พลเอกประวิตรกล่าวว่าไม่เหนื่อยมาก ไม่เหนื่อย เมื่อถามย้ำท่านไหวใช่หรือไม่ เพราะดูเหมือนสุขภาพดีขึ้น เดินคล่องขึ้น พลเอกประวิตรกล่าวว่า “ให้ใจบันดาลแรง พร้อมพูดย้ำอีกว่าใช้ใจบันดาลแรง ไม่ใช่ใช้แรงบันดาลใจ ก่อนจะย้ำอีกรอบว่าใช้ใจบันดาลแรง”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย จะเดินทางกลับหลังพบกับพลเอกประวิตร ได้แวะทักทาย จ่าสิบตำรวจวันชัย ท้าวมา ตำรวจประจำตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุสั้นๆว่า ขอให้กำลังใจและขอให้ภูมิใจในเรื่องแบบตำรวจ

‘ทิพานัน’ การันตี ‘นายกฯตู่’ ทำทุกอย่างเพื่อปชช. ซัด ‘ทักษิณ’ บิดเบือนข่าวขึ้นค่าแรง แต่ไม่พูดถึงโกงจำนำข้าว

‘ทิพานัน’ ย้ำ ‘บิ๊กตู่’ บริหารประเทศเพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่ต้องหนีคุกลี้ภัย ซัด ‘ทักษิณ’ บิดเบือนข่าวค่าจ้างแรงงาน แต่ไม่เคยพูดถึงเรื่องโกงจำนำข้าว ชี้ คงอยู่ในจิตใต้สำนึก 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่เฟซบุ๊ก CARE คิด เคลื่อน ไทย เผยแพร่ข้อความที่นายทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม กล่าวพาดพิงด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนว่า ตนไม่ทราบว่านายทักษิณได้อ่านข่าวด้วยตนเองหรือไม่ ทำให้ออกมาวิจารณ์กันไปคนละเรื่องเช่นนี้ จนเกือบเข้าใจว่าเป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารดิสเครดิตของฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ที่มักนำข้อมูลหรือคำให้สัมภาษณ์ของตนไปบิดเบือน แต่เมื่อตรวจสอบดูปรากฏว่าเป็นนายทักษิณที่ออกมาให้ความเห็นจริง ๆ ก็ทำให้รู้สึกเห็นใจนายทักษิณที่หลบหนีโทษจำคุกอยู่ไกลในต่างแดน ต้องขออภัยที่ข่าวสารจริงไม่ถึงท่าน หรือมีผู้นำไปถ่ายทอดให้ฟังแบบผิด ๆ ถูก ๆ หรืออาจสะเทือนใจกับคำว่า ‘นายกฯเถื่อน’  ที่เป็นวาทกรรมของพรรคเพื่อไทยเอง ทำให้เข้าใจไขว้เขว แล้วรีบออกมาให้ความเห็น ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสน จึงอยากชี้แจงความจริงให้พี่น้องประชาชนทราบดังนี้

1. การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไม่ได้ขึ้นแค่บางจังหวัด ความจริงคือ ถ้าผ่าน ครม. ก็จะขึ้นทั้งหมด 77 จังหวัดทั่วประเทศ แต่แบ่งเป็น 9 อัตราตามกลุ่มจังหวัดที่แตกต่างกัน เพราะมีสภาพเศรษฐกิจ สังคม ขนาดอุตสาหกรรมและความจำเป็นที่ต่างกัน ตามข้อสรุปการประชุม 3 ฝ่าย

2. ไม่เคยชี้แจงว่า ที่ขึ้นค่าแรงไม่ได้เพราะต้องเอาเงินไปจ่ายหนี้จำนำข้าว ความจริงคือ ได้ชี้แจงประชาชนไปว่า รัฐบาลพยายามหาแนวทางดำเนินการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาตลอด แต่เมื่อเจอวิกฤติโควิดจนกระทบธุรกิจของสถานประกอบการในทุกภาคส่วน การขึ้นค่าจ้างในเวลาดังกล่าวจึงไม่เหมาะสม แต่ก็จะทำให้เร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยคำนึงผลกระทบทั้งของนายจ้าง-ลูกจ้าง ซึ่งแม้ไม่ใช่เงินของรัฐ เป็นเงินของเอกชนก็ตาม แต่การบริหารนโยบายที่มีหลายส่วนเกี่ยวข้องต้องรอบคอบระมัดระวัง กระทรวงแรงงานจึงมีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการค่าจ้าง 3 ฝ่าย คือ ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล โดยหาสมดุลระหว่าง ‘ค่าจ้าง-เงินเฟ้อ-ค่าครองชีพ’ ก่อนออกนโยบายเพื่อให้ทั้งนายจ้างอยู่ได้และลูกจ้างอยู่ดี จึงมีตัวเลขค่าจ้างขั้นต่ำออกมา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top