Sunday, 7 June 2026
PoliticsQUIZ

'โรม' ชี้!! งบฯ กอ.รมน. เกินความจำเป็น - ตัดออกได้ ยกเคส 'ส.ต.ท.หญิง' มีชื่อช่วยราชการ แต่ตัวอยู่ราชบุรี

รังสิมันต์ โรม มั่นใจงบฯ กอ.รมน. ตามแผนบูรณาการขับเคลื่อน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถตัดได้อีก ยกกรณี 'ส.ต.ท.หญิง' สังกัด บช.ส. มีชื่อช่วยราชการ กอ.รมน. แต่ตัวไปอยู่ราชบุรี สะท้อนไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่มากขนาดนั้นในการปฏิบัติภารกิจ

รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มาตรา 37 งบประมาณแผนบูรณาการ เสนอตัดงบประมาณในส่วนของ แผนงานบูรณาการขับเคลื่อน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในหน่วยงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งได้ยกกรณีของ ส.ต.ท.หญิง ที่ จ.ราชบุรี ที่ทำร้ายร่างกายลูกจ้างซึ่งเป็นทหารหญิงมาสนับสนุน ตอนหนึ่งว่า กอ.รมน.ได้รับงบฯ ตามแผนบูรณาการนี้ 1,448 ล้านบาท ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้ตัดงบการจัดทำชุดข้อมูลเผยแพร่และสร้างความเข้าใจทั้งหมด 43 ล้าน แต่ทว่าก็ยังมีงบประมาณที่สามารถจะตัดลดอีกได้ เพราะตลอด 10 กว่าปี ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าหน่วยงานนี้ไม่สามารถดับไฟใต้ได้ และดูเหมือนว่าบางครั้งไฟใต้จะยิ่งลุกโชนด้วยซ้ำ

รังสิมันต์ กล่าวว่า อย่างกรณีของ ส.ต.ท.หญิง ที่เป็นข่าวทำร้ายร่างกายลูกจ้างซึ่งเป็นทหารหญิงนั้น เราได้พบว่าเป็น 'ตำรวจผี' หรืออยู่ใน 'บัญชีผี' ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยต้นสังกัดนั้นคือกองบังคับการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) และได้มีชื่อไปช่วยราชการอยู่ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แต่ทว่าตัวนั้นไปอยู่ที่ จ.ราชบุรี จนกระทั่งเป็นข่าวสังคมถึงได้รู้กัน กรณีอย่างนี้ ถ้าสองหน่วยงานไม่สมคบกันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ และในการจัดทำงบประมาณของ กมธ. ได้เคยรับรู้เรื่องนี้หรือไม่ และบัญชีผีแบบนี้มีรายอื่นอีกหรือไม่ นี่คือสิ่งยืนยันว่างบประมาณของ กอ.รมน สามารถที่จะตัดลดได้มากกว่านี้อีก

'ชัชชาติ' เมินแคนดิเดตนายกฯ หลังศาลจ่อวินิจฉัย 8 ปี 'บิ๊กตู่'

'ชัชชาติ' เมินแคนดิเดตนายกฯ หลังศาลรธน.จ่อวินิจฉัยวาระ8 ปี 'บิ๊กตู่' ยันขอเป็นผู้ว่าฯ กทม. ให้ดีที่สุด เผย มีสิ่งที่ต้องทำเยอะ พร้อม ขอบคุณ ชุมนุมที่ลานคนเมืองสงบ

(24 ส.ค. 65) ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมพิจารณาการครบวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ซึ่งมีรายชื่อนายชัชชาติ เป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีด้วย

โดยนายชัชชาติ กล่าวว่า พร้อมเป็นผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด เพราะเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง และมีภารกิจที่สัญญากับประชาชนไว้เยอะ ขณะนี้สิ่งที่ทำอยู่ก็ดี แต่ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกเยอะ คงต้องปฏิเสธตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออกไป เพื่อทำหน้าที่ผู้ว่าราชการ กทม. ให้ดีที่สุด

ลุ้น!! ‘บิ๊กตู่’ ส่งเอกสารชี้แจงภายใน 15 วัน หลังศาล รธน. มีมติ 5 ต่อ 4 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

ด่วน!! ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องฝ่ายค้าน ตีความวาระ 8 ปี เสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 สั่ง ’บิ๊กตู่’ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ฟาก ‘บิ๊กป้อม’ ผงาดนั่งรักษาการณ์นายกฯ ส่วน ‘บิ๊กตู่’ ร่วมถกครม.ได้ในฐานะ รมว.กลาโหม

 (24 ส.ค.65) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่าสิ้นสุดลงของตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำสั่งวินิจฉัยออกมา เนื่องจากเห็นว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้ว เห็นว่ากรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7(9) จึงมีมติเอกฉันท์รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยให้ผู้ถูกร้องสามารถยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

ผงาด!! รักษาราชการแทน ‘ประยุทธ์’ แต่อำนาจ ‘แต่งตั้ง-อนุมัติงบ’ ยังอยู่ที่นายกฯ

(24 ส.ค. 65) ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี และมีมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีนั้น ส่งผลให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 237/2563 เรื่องมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในกรณีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้หรือไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง

โดยในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีตามลำดับ ดังนี้ 1.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2.) นายวิษณุ เครืองาม 3.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล 4.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 5.) นายดอน ปรมัตถ์วินัย 6.) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์

'พิธา' วอนศาล รธน. ชี้ขาดโดยเร็ว 'วาระ 8 ปีนายก' หวังลดสุญญากาศทางการบริหารในยุคปัญหารุม

'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำแถลง กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตีความวาระ 8 ปีนายกฯ พร้อมมีคำสั่งยุติปฏิบัติหน้าที่ - หวังเร่งชี้ขาดโดยเร็วเพื่อลดสุญญากาศทางการบริหาร ชี้ควรมุ่งสู่การเลือกนายกฯ ตามบัญชีรายชื่อหรือยุบสภา ตามครรลองประชาธิปไตยคือทางออก

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงจุดยืนและข้อเสนอแนะกรณี ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องตีความวาระ 8 ปี ของนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ โดยระบุว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกลกังวล คือ สุญญากาศทางการบริหาร เพราะในภาวะแบบนี้ที่มีทั้งปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงปัญหาทางเศรษฐกิจ เราต้องการผู้นำประเทศที่มีความกระชับกระเฉง ฉับไว และทันสมัยต่อเหตุการณ์ เพราะถ้าปล่อยไปเนิ่นนานแบบนี้ก็จะเหมือนภายเรือวนอยู่ในอ่าง ไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหา

'บิ๊กตู่' พร้อมหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

‘พล.อ.ประยุทธ์’ เคารพผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญทุกประการ โดยจะหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันนี้ (24 ส.ค.) เป็นต้นไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของนายกรัฐมนตรี และมีมติเสียงข้างมากให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันนี้ (24 ส.ค.) จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยนั้น 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคารพผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญทุกประการ โดยจะหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันนี้ (24 ส.ค.) เป็นต้นไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย โดยจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต่อไปตามปกติ โดยในระหว่างนี้ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ จะปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทน และปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับคณะรัฐมนตรี โดยมิได้มีผลกระทบต่อการบริหารประเทศ และการปฏิบัติงานของข้าราชการ หรือการดำเนินนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาล

'ดร.สมเกียรติ' โพสต์รำลึกคุณูปการของ 'ป๋าเปรม' ชวนลูกหลานจำไว้ 'ประเทศไทย' ไม่ได้สร้างด้วยน้ำลาย

ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ 'พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประเทศนี้ ไม่ได้สร้างด้วยน้ำลาย'

กองทัพฝ่ายปฏิวัติของเวียดนาม ลาว และกัมพูชา บุกยึดเมืองหลวงได้ทั้งสามประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2518 เกิดการอพยพออกนอกประเทศมากมาย ยิ่งกว่าซีเรียหรือประเทศใดๆ

ทั้งสามประเทศรวมกันจัดตั้งสหพันธรัฐอินโดจีน ประเทศไทยคือ เป้าหมายต่อไป 

วันนั้น อเมริกาถอนทัพ ประเทศไทยมีกระสุนพอสู้ได้สามวัน

ห้องส่งรหัสลับที่วังปารุสก์ ดังไม่หยุด ทั้งวันและคืนต่อเนื่องมาก่อนหน้าไซ่ง่อนแตกมา สิบปีก่อนหน้า

ยิ่งต้องทุ่มกำลังทั้งวันและคืน 

คนไทยจำนวนมาก หนีออกนอกประเทศ พร้อมทรัพย์สมบัติ

แต่เสียงเพลงเราสู้ก็ดังกระหึ่มหัวใจคนไทย พร้อมเพลงความฝันอันสูงสุด เราสู้ไม่ถอยแม้จนก้าวเดียว และเพลงจากยอดดอยของป๋าเปรม นายกรัฐมนตรี

ลูกหลานจำไว้นะครับ

เพราะวันนั้น วันนี้เราจึงยืนอยู่บนแผ่นดินนี้

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ วีรบุรุษจากภาคอีสาน อดีตแม่ทัพภาค 2 ขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี 2523 ห้าปีหลังจากอินโดจีนเปลี่ยนการปกครอง
---------------------------------------------------------------------
ป๋าเปรมสร้างความเคารพมายาวนานก่อนดำรงตำแหน่งนี้ 

ผมเข้าคารวะป๋าที่ค่ายทหารม้าสระบุรีราวปี 2512 หลังจากทำค่ายที่จังหวัดนั้น ทำถนน

พวกเราได้ยินว่าท่านเป็นทหารที่เก่ง น่านับถือ เป็นที่ปรึกษาให้ค่าย 

เน้นว่าเอาชนะความยากจนได้ ประเทศไทยจะสุขสงบ ไม่ต้องรบกัน

เป็นแนวคิดที่แปลกใหม่

เมื่อท่านเป็นนายกรัฐมนตรี

1. ประเทศไทยยันสหพันธรัฐอินโดจีน มีสงครามใหญ่ชายแดนทุกปี 

เส้นทางกัมพูชามาสุรินทร์ เสี่ยงสุด เพียงหกชั่วโมงถึงกรุงเทพ สามชั่วโมงถึงโคราช

การป้องกันประเทศตลอดแนวจึงสำคัญมาก ต้องการผู้นำที่รู้พื้นที่ ป้องกันประเทศได้ รวมหัวใจทหารและคนทั้งประเทศได้ แตกหนึ่งแนวรบ พังทั้งประเทศ

พลเอกเปรมรักษาชาติไว้ได้ ในยามคับขันที่สุด

2. ยุคของพลเอกเปรม คือ สงครามกลางเมืองครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศ  

Time ทำแผนที่แดงเถือกทั้งประเทศ ยุทธการทำการเมืองนำการทหารเกิดขึ้น จากวนาสู่นาคร รับนักศึกษากลับบ้าน รับชาวบ้านกลับบ้าน  

ความมั่นคงภายใน เกิด ความมั่นคงภายนอกก็เกิด เอาชนะไทยไม่ได้หรอก

เป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง

ไม่ด่ามัน ไม่ฆ่ามัน ไม่ส่งทหารไปล้อม ตามแนวประธานเหมา คือ การสร้างความปรองดองครั้งใหญ่ของชาติ

3. ยุคของพลเอกเปรม ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ ยุคที่ต้องฟันฝ่าวิกฤติโลกที่เกิดจากการรวมตัวของโอเปค ขึ้นราคาน้ำมัน ต้องซื้อสดล่วงหน้า

เกิดขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลการค้า ดุลงบประมาณ พังทั้งโลก 

แต่ไทยสามารถผ่านมาได้ ไม่เกิดวิกฤติ

4. พลเอกเปรม สามารถระดมคนดีทั้งแผ่นดินไปร่วมงาน ไม่มีคอรัปชั่น

ค้นพบแก๊สในอ่าวไทย เกิดโครงการอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เปโตรเคมี น้ำมัน เกิดอีสเทอร์นซีบอร์ด เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งสำคัญ อุตสาหกรรมขยายไปทั่วประเทศ เชื่อมโยงกันหมด เยี่ยมมาก

คือ การปฏิวัติอุตสากรรม

คนมาลงทุนกันมาก ยุคทองของการลงทุนจากต่างประเทศ

5. มีโครงการชนบทยากจนเกิดขึ้น ได้ผลมาก กระจายเงินไปต่างจังหวัด เริ่มยุคพุ่งความสนใจไปที่คนจน แม้เงินจะมีไม่มาก อยู่ระหว่างสงคราม

ผมออกไปทำงานอีสานยุคนี้แหละ (อุดมการณ์)

6. เป็นแปดปีของการรวมพลังคนทั้งโลก เข้าต่อสู้กับมหาอำนาจที่เข้ามาทางอินโดจีน

เป็นการต่อสู้ทางการทูตครั้งสำคัญที่สุดของไทย

เป็นปรากฎการณ์โลกตะลึง ทางการทูต เรียบร้อยอย่างที่เป็นปัจจุบัน

7.เป็นเวลาที่ระดมใจของคนไทยให้รักชาติบ้านเมือง ได้มากที่สุด 

คนเชื่อผู้นำครับ  

ราชการต่าง ๆ ก็เดินดี เดินกันด้วยหัวใจไทย กลัวเสียบ้านเสียเมือง

‘เต้ มงคลกิตติ์’ เตรียมหารือฝ่ายค้าน ยื่น ‘ชวน’ ส่งศาล สั่งพักงานครม.ยกชุด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี จนกว่าศาลรัฐธรรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น ในทางปฏิบัติของกฎหมาย ทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะไม่สามารถที่จะปฎิบัติหน้าที่ได้ หรือการลงนามในคำสั่งใดได้ จะต้องให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทนรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เตรียมที่จะเสนอพรรคฝ่ายค้านเข้าชื่อ ส.ส. 1 ใน 10 ของจำนวนสภาผู้แทนราษฎร หรือให้ได้ 49 คน เพื่อยื่นคำร้องถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นนี้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่จะมีการเซ็นแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงกลาโหมที่มีการประชุมวันนี้ (25 สิงหาคม) และขอย้ำว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ต้องมีผลผูกพันถึงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลในวันนี้ได้

คอนเฟิร์ม 'ประยุทธ์' หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังเป็นนายกฯ ส่วนรักษาการนายกฯ ยก 'บิ๊กป้อม' คุม เป็นไปตามลำดับ

>> เปิดไทม์ไลน์ วินิจฉัยวาระปม 8 ปี นายกฯ
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 65 เวลา 10.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมพิจารณาคดีต่างๆ ตามกำหนดการที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้บรรจุระเบียบวาระไว้ รวมทั้งพิจารณาคำร้องกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เพื่อขอส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่ หรือไม่ รวมทั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะมีคำสั่ง เนื่องจากเห็นว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน

>> มติศาลรธน. 9 ต่อ 0 รับคำร้อง ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านวินิจฉัยปม 8 ปี
หลังจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องจาก ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน แล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (9) จึงมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย ***โดยให้ผู้ถูกร้อง ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง***

>> มติศาลรธน. 5 ต่อ 4 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ของ 'พล.อ.ประยุทธ์'
สำหรับคำขอของผู้ร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัตินายกรัฐมนตรี จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสองนั้น ทางศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง จึงมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่  24 ส.ค. 2565 จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

>> บิ๊กป้อมรักษาการนายกฯ ตามมติ ครม./คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อ 13 ส.ค. 2563
ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องของประธานรัฐสภา ที่ขอให้วินิจฉัยเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าสิ้นสุดในวันที่ 24 ส.ค. 2565 หรือไม่ และมีมติ 5 ต่อ 4 เสียง สั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

'เพื่อไทย' เย้ย!! สังขาร 'บิ๊กป้อม' นั่งรักษาการนายกฯ คงต้องมีคนพยุง ไปรับแขกบ้านแขกเมือง

(25 ส.ค. 65) น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องฝ่ายค้านปมดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมมีมติให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาการนายกฯ แทน ว่าประเทศไทยเหมือนตกอยู่ในสภาวะหนีเสือปะจระเข้ ไม่หลุดพ้นจากการครอบงำของกลุ่มอำนาจ 3 ป. ได้เลย การมี พล.อ.ประวิตร รักษาการนายกฯ ไม่ต่างจากพาประเทศเดินถอยหลังเข้าคลองอีกครั้ง ภายใต้สถานการณ์และวิกฤตรอบด้านที่ท้าทาย ความเชื่อมั่นและความสามารถของผู้นำประเทศเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตที่รุมเร้าไปได้ โดยเฉพาะการประชุมเอเปกที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2565 พล.อ.ประวิตรไม่ได้อยู่ในสภาพหรือมีความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมได้ แต่เกรงว่าอาจกลายเป็นภาระให้กับประชาชนและคนรอบข้างแทนหรือไม่ ทั้งสภาพร่างกายภายนอกและความรู้ความสามารถในการบริหารงานราชการแผ่นดิน เชื่อว่าคนไทยคงไม่ต้องการเห็นผู้นำของตัวเองอยู่ในสภาพที่ต้องมีคนประคอง หรือพยุงมารับแขกบ้านแขกเมืองบนเวทีระดับโลกแน่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top