Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

ไทยเกือบเหมือน 'ยูเครน' หากไร้ 'ปราชญ์แห่งสยาม' พลิกเกม!! หลังพลาดตามก้นเมกา ปล่อยตั้งฐานทัพบินถลาถล่มเพื่อนบ้าน

เป็นที่รู้กันว่า เหตุที่ยูเครนถูกรัสเซียถล่มในตอนนี้ ก็เพราะหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายในสมัยประธานาธิบดี มิคาอิล กอร์บาชอฟ แตกเป็นรัฐเล็กๆ ถึง ๑๕ รัฐ หลายรัฐได้หันเข้าไปหาชาติตะวันตก หวังจะให้ช่วยคุ้มกัน ยอมร่วมสนธิสัญญานาโต้ จึงค่อยๆ ขยายตัวโอบล้อมรัสเซียเข้ามา จนกระทั่งยูเครนที่รัสเซียหวังให้เป็นกันชน เมื่อประธานาธิบดีคนปัจจุบันที่มาจากคนดังแต่ยังอ่อนประสบการณ์ทางด้านการเมือง ก็จะเข้าเป็นสมาชิกนาโต้ด้วย รัสเซียจึงยอมไม่ได้ที่จะให้นาโต้ที่ตั้งขึ้นมาก็เพื่อจะเล่นงานรัสเซียโดยเฉพาะ เอาอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาตั้งจ่อคอ

ไทยเราก็เกือบเหมือนยูเครน เมื่อรัฐบาลยุคหนึ่งใช้นโยบาย “ตามก้นอเมริกา” ส่งทหารไปร่วมรบในเวียดนามแล้ว ยังยอมให้สหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพที่อู่ตะเภา, อุดรธานี, นครพนม, อุบล, โคราช, ตาคลี รวมทั้งดอนเมือง ส่งเครื่องบินรบทรงอานุภาพที่สุดเท่าที่มี ขนระเบิดไปถล่มเวียดนามเหนือและลาว สัปดาห์ละ ๘๗๕-๑,๕๐๐ เที่ยว เครื่องบินทิ้งระเบิด B-๕๒ เที่ยวหนึ่งขนได้ ๓๒ ตัน รบกันถึง ๑๙ ปี ๖ เดือน ไม่รู้ว่าถล่มระเบิดไปกี่ล้านตัน แต่ก็แพ้ ต้องถอนทหารกลับไป

แต่เมื่อสหรัฐต้องถอนทหารออกจากเวียดนามใต้ในเดือนเมษายน ๒๕๑๘ ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ประเทศไทยก็ได้นายกรัฐมนตรีคนที่ ๑๓ คือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ผู้เป็นปราชญ์ที่ลึกซึ้งทั้งประวัติศาสตร์และการเมือง ไม่ใช่มือใหม่หัดขับ อ่านสถานการณ์ได้ทะลุว่า ขืนล่มหัวจมท้ายกับอเมริกันต่อไปต้องถูกเวียดนามคิดบัญชีแน่

ในการแถลงนโยบายต่อสภาในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๑๘ นายกรัฐมนตรีจึงประกาศว่าปรารถนาจะสถาปนาการทูตระหว่างไทยจีนขึ้นใหม่ เป็นการส่งสัญญาณไปถึงจีนก่อน

ต่อจากนั้นในวันที่ ๓๐ มิถุนายน นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วย พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีต่างประเทศ ก็บินเงียบฝ่ากฎหมายป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ไปพบผู้นำจีน ซึ่งทำให้โลกเสรีต้องตกตะลึง

การต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรีไทยนั้น เป็นการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์อย่างที่จีนไม่เคยต้อนรับใครมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจหรือมุขบุรุษของประเทศใด นอกจากได้เข้าพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีโจวเอนไล และรองนายกรัฐมนตรีเติ้งเสี่ยวผิงแล้ว ประธานเหมาเจ๋อตุงในวัยชรา ยังเพิ่มรายการพิเศษแหวกคิวกะทันหันให้ไปพบขณะพักผ่อนอยู่ที่บ้าน และคุยกันอย่างเป็นกันเองเป็นเวลายาวนาน ซึ่ง สละ ลิขิตกุล นักหนังสือพิมพ์อาวุโส ผู้ติดตามคึกฤทธิ์บันทึกไว้ว่า

"ถึงใจพระเดชพระคุณ" อย่างผู้ใหญ่พูดกับลูกกับหลาน ถาม พล.ต.ชาติชายว่า “ไอ้หนูนี่เคยมาเมืองจีนแล้วไม่ใช่หรือ” ส่วน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ก็เรียก “ไอ้หนู” เหมือนกัน เข้ามากอดและตบบ่า เป็นการทูตแบบตะวันออกที่ตะวันตกไม่มีทางเข้าใจ
ก่อนหน้าที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์จะพาทีมไปจีนนั้น ได้เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญขึ้นอย่างหนึ่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้ไทยได้ประกาศเปลี่ยนนโยบาย

ในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๘ หลังจากที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์แถลงนโยบายต่อสภาในวันที่ ๑๙ มีนาคม ก็เกิด “กรณีมายาเกซ” ขึ้น เมื่อเรือสินค้าของสหรัฐอเมริกาชื่อ มายาเกซ บรรทุกเวชภัณฑ์และเสบียงจะมาท่าเรือสัตหีบ ขณะแล่นผ่านเข้าไปใกล้ชายฝั่งกัมพูชา ได้ถูกเรือปืนเขมรแดงยึดและจับลูกเรือเป็นประกัน สหรัฐจึงส่งนาวิกโยธินจำนวน ๑,๐๐๐ นายจากโอกินาวามายังฐานทัพอู่ตะเภา และเข้าไปชิงลูกเรือที่ถูกควบคุมอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งโดยมีเครื่องบินจากฐานทัพอุดรธานีและนครราชสีมาเข้าร่วม หลังจากรบกัน ๓ วันก็สามารถช่วยลูกเรือกลับมาได้ แต่ทหารสหรัฐเสียชีวิตไป ๔๐ คนและสูญหายไปอีกจำนวนหนึ่ง

เรื่องนี้เป็นข่าวดังไปทั่วโลก รัฐบาลไทยเห็นว่าสหรัฐใช้ดินแดนไทยไปปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ จึงได้เชิญอุปทูตสหรัฐมาพบ ประท้วงอย่างเป็นทางการต่อการกระทำของสหรัฐ และเรียกร้องให้สหรัฐถอนกำลังกลุ่มนี้ออกไปทันที

ต่อมาในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีต่างประเทศ ยังได้เชิญอุปทูตสหรัฐมาพบ เพื่อแจ้งอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลไทยจะทบทวนความร่วมมือและข้อผูกพันระหว่างไทยกับสหรัฐทั้งหมด และในวันเดียวกันก็มีคำสั่งให้เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันเดินทางกลับกรุงเทพฯ แสดงความไม่พอใจในการกระทำในครั้งนี้

'เทพไท'​ ปวดใจ!! ส.ส.ยุคกินกล้วย ไม่ต่างจาก ส.ส.โสเภณีในอดีต ชี้!! ทำการเมืองถอยหลังลงคลองไป 50 ปี

18 มี.ค. 65​ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า... 

ตนเห็นบรรยากาศการจัดเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับกลุ่มส.ส.พรรคเล็ก ที่สโมสรราชพฤกษ์แล้ว สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กลายเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว ทำให้ย้อนถึงบรรยากาศการเมืองในยุคการเลือกตั้งปี 2512 ของจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งส.ส.ในยุคนั้นรัฐธรรมนูญ ปี 2511 บัญญัติให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค ซึ่งไม่ต่างอะไรกับรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่มีส.ส.ปัดเศษ ทำให้เกิดสภาพ ส.ส.พรรคเล็กจำนวนมาก ที่มีอำนาจการต่อรองทางการเมืองกับรัฐบาลสูงมาก จนทำให้คนระดับนายกรัฐมนตรี จะต้องแคร์ความรู้สึก และเอาใจกลุ่มพรรคเล็กกลุ่มนี้ และมีการตั้งเงื่อนไขต่อรอง เรียกร้องการดูแลเป็นพิเศษ ทำให้การเมืองไทยถอยหลังเข้าคลองไปอีก 50 ปี

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าในพ.ศ. นี้ เรายังได้เห็นบรรยากาศการแจกล้วยให้กับส.ส. หรือส.ส.กินกล้วย ไม่ต่างอะไรกับ ส.ส.โสเภณีในยุคปี 2512 เพียงแต่มีการเปลี่ยนถ้อยคำเป็น ลิงกินกล้วย ให้ฟังแล้วดูดีกว่า ส.ส.โสเภณีขายตัวในอดีต” นายเทพไท ระบุ

‘ธรรมนัส’ นำทีมจัดทัพ "พรรคเศรษฐกิจไทย" ชู สโลแกน  “มั่นคง มั่งคั่งทั้ง แผ่นดิน”

สุดคึก!! ‘ธรรมนัส’ นำทีมจัดทัพ ‘เศรษฐกิจไทย’ เปิดตัวพรรค อดีตส.ส.-ดาราร่วมงาน จ่อไหลเข้าอีก ชู สโลแกน “มั่นคง มั่งคั่ง ทั้งแผ่นดิน” ด้านพล.อ.วิชญ์ ยันยังรัก ‘พี่ป้อม’ เหมือนเดิม

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ที่อาคารประชุมยูทาวเวอร์ ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเศรษฐกิจไทย (ศ.ท.) ได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2565 โดยมีพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา สมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย และว่าที่หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น พร้อมส.ส.พรรค และสมาชิกพรรคจากทุกภาคทั่วประเทศ เข้าร่วม 

ต่อมาเวลา 09.58 น. พล.อ.วิชญ์ และร.อ.ธรรมนัส ได้นำส.ส.พรรคทำพิธีบวงสรวงเจ้าที่ เนื่องในโอกาสเปิดที่ทำการพรรค เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นสิริมงคล ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกพรรคจากทุกภาคทั่วประเทศ รวมถึงอดีตส.ส.และบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักในสังคมร่วมประชุมในฐานะสมาชิกพรรค อาทิ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย และอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 นายไพร พัฒโน อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายปีเตอร์ ไมอ๊อกชิ นักแสดง 

นอกจากนั้นนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักธรรม เดินทางมาแสดงความยินดีในนามส่วนตัว ทั้งนี้สมาชิกของพรรคที่เดินทางมาประชุม จะได้รับการแจกเสื้อยืด สกรีนชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย “มั่นคง มั่งคั่ง ทั้งแผ่นดิน” โดยมีโลโก้เป็นลูกศรสามเส้นชี้ขึ้น ใช้สีธงชาติ

จากนั้นสมาชิกทั้งหมดได้เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระปรับแก้ข้อบังคับพรรค และตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหญ่ ทั้งนี้ในช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ จะมีการประชุมใหญ่พรรคอีกครั้ง และจะเปิดตัวบุคลากรที่จะมาร่วมงานอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งก่อนการเริ่มประชุมได้เปิดวีดิทัศน์ที่มาของพรรคร่วมถึง วิสัยทัศน์ “สร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่งคั่ง สร้างชีวิตคนไทยให้มั่นคง ก้าวสู่แนวหน้าทางเศรษฐกิจในเวทีโลก” 

สำหรับโลโก้พรรคเศรษฐกิจไทยลูกศรสีธงชาติทะยานขึ้น หมายถึงพรรคเศรษฐกิจไทย พร้อมจะนำพาพัฒนาประเทศไทย พุ่งทะยานสู่ความเจริญรุ่งเรือง แถบเงาสีเทาหมายถึงปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องของประชาชนทุกสาขาอาชีพ ที่บอบช้ำมานานจะต้องได้รับการแก้ปัญหา และนำพาประชาชนไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ทั้งแผ่นดิน

“บิ๊กตู่” มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ อสม.สาธารณสุข ดีเด่น “ชู” เป็นกลไกสำคัญแบ่งเบาภาระ ก่อนพบหมอประจำบ้าน “วอน” ช่วยสร้างการรับรู้ประชาชน หวั่นตกเป็นทาสตลาดอาหารเสริมออนไลน์ พร้อมฝากประชาสัมพันธ์งานรัฐบาลไปพร้อมกัน 

ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดีเด่น เนื่องในวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2565 สำหรับรางวัลที่ได้รับไปในครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะตัวเองแต่เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว บุตรหลาน ในการทำงานที่เสียสละและมีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในปัจจุบัน ทุกคนทราบดีว่าประเทศไทยได้มีการวางรากฐานทางด้านระบบสาธารณสุขมาอย่างยาวนานและเข้มแข็ง เห็นได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมโลกในปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถบริหารจัดการ ในการบริหารจัดการโรคระบาดในครั้งนี้ ซึ่งกลไกที่สำคัญที่สุดของเราคือ อสม. ที่ทำงานด้วยใจด้วยความรักโดยเฉพาะการรักคนไทยด้วยกันมีการเสียสละช่วยกันทำงาน สร้างความทึ่งให้กับต่างชาติ  ซึ่งประเทศไทยยินดีที่จะให้คำแนะนำกับประเทศต่างๆ เพราะประเทศที่มีรายได้น้อยซึ่งในอาเซียนก็ยังมีอยู่ก็อยากมี อสม. เหมือนกับไทย เพราะบางประเทศการสัญจรไปมาไม่เหมือนกับบ้านเราการเดินทางมีความยากลำบาก จึงต้องการที่จะมีบุคลากรดำเนินการในชั้นประฐมภูมิ เพื่อแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลหลักให้ได้มากที่สุดหรือบรรเทาความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้นเพราะถ้าปล่อยประละเลยไปก็จะเกิดความเจ็บปวดมากขึ้นจนกระทั่งถึงการเสียชีวิต

“อสม. ถือเป็นนักรบในด่านหน้าของเรา ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง อะไรที่จะสามารถดูแลได้รัฐบาลก็จะดูแลให้อย่างเต็มที่ โดยขอให้เข้าใจว่าหากสถานการณ์ดีขึ้นก็อาจจะดูแลได้มากยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า วันนี้ขอให้ทำงานไปด้วยใจให้ผ่านสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปก่อน ผมยืนยันว่า จะดูแลให้ดีที่สุด”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการที่เรามี อสม. ที่เข้มแข็งและทุ่มเท  องค์การอนามัยโลกเห็นพ้องและกล่าวชื่นชม ว่า อสม.ถือเป็นพลังสำคัญในการจัดการกับปัญหาทางด้านสุขภาพ ปัจจุบันแม้จะมีการแพร่ระบาดของโรคไวรัส โควิด-19 มาเป็นเวลายาวนานเป็นปีๆ ที่ผ่านมา ก็ยังสร้างความเชื่อมั่นในระบบบริการสาธารณสุขของไทย บุคลากรด้านการแพทย์ และ อสม.ทุกคน ที่มีความพร้อมรับมือวิกฤติที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องยึดถือ คือความปลอดภัยของคนในชาติ ส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพดีวิถีใหม่ รองรับการเปิดและพัฒนาประเทศในอนาคต รัฐบาลและตนได้วางนโยบายไว้หลายอย่างในการปฏิรูปประเทศเพื่อให้มีการเจริญเติบโตอย่างทัดเทียมและเข้มแข็งกับนานาประเทศ การเพิ่มรายได้จีดีพีของประเทศทั้งด้านการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนในเศรษฐกิจใหม่ อุตสาหกรรมใหม่ ในหลายพื้นที่ซึ่งทำให้เราเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจ เป็นประเทศที่เป็นเป้าหมายหลัก ในการลงทุน เพราะประเทศไทยมีความสงบสุขร่มเย็น มีการดูแลอย่างดียิ่งจากบุคลากรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เรามีคนที่มีจิตใจที่เปิดกว้าง เป็นเจ้าภาพที่ดีกริยามารยาทเรียบร้อย อาหารอร่อย มีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก เป็นทรัพยากรที่เรามีอยู่นอกเหนือจากทรัพยากรธรรมชาติเรายังมีทรัพยากรบุคคล ที่มีอัตลักษณ์และความงดงาม 

“ วันนี้ถ้าพูดถึงสัดส่วนการดูแลของแพทย์พยาบาลเมื่อเทียบกับสัดส่วนของประชาชนก็ยังอยู่ในจำนวนที่ไม่มากนัก แต่เรามี อสม.เข้ามาช่วย ลดภาระการไปโรงพยาบาล ขอฝากคำขอบคุณไปถึง อสม.ทั่วประเทศ รัฐบาลตระหนักถึงคุณค่าและความดีของทุกคน ที่เข้ามาทำงานด้วยจิตอาสา ทำให้เกิดความแข็งแกร่งในระบบปฐมภูมิของเรา วันนี้ต้องยอมรับว่าประชาชนเราเข้าไม่ถึงภาคบริการประชาชนเพราะเกิดความไม่เข้าใจไม่รู้ว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง จึงขอฝากหน้าที่นี้ไว้ด้วย ไหนๆ ก็ไปดูแลในเรื่องของโรค คนเจ็บป่วยอยู่แล้ว ก็ขอให้ทำหน้าที่เล่าและชี้แจงให้ประชาชนฟังว่า การเข้าถึงการบริการนั้นทำอย่างไร การใช้ระบบออนไลน์ของการบริการภาครัฐที่ไม่ต้องเดินทางหรือเป็นภาระ ขอให้ทำงานเพื่อสังคม

'ณัฐชา’ จ่อเชิญ ผบช.น แจงข้อเท็จจริงกรณีออกหมายจับ ‘โรม’ ชี้!! มีพฤติกรรมทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง

18 มี.ค. 65​ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.เขต 25 บางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง กรณีที่ รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถูกออกหมายจับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลบางขุนนนท์ ในข้อหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกจากสภา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการใช้มูลนิธิป่ารอยต่อเพื่อเป็นศูนย์กลางเครือข่ายอำนาจเพื่อต่อรองผลประโยชน์ต่าง ทั้งต่อมายังพบว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายตั๋วช้างและการค้ามนุษย์โรฮิงญา 

ทั้งนี้ ณัฐชา กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า กระบวนการยุติธรรมกำลังถูกทำลายโดยสิ้นเชิง เพียงเพื่อสนองความต้องการของผู้มีอำนาจบางคน ทำให้กระบวนการทางยุติธรรมทั้งระบบรวมถึงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายถูกมองอย่างหมดศรัทธาในสายตาพี่น้องประชาชน ไม่เหลือความน่าเชื่อถือหรือเชื่อว่าสามารถเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้อย่างที่สิ้นเชิง 

'นายกฯ' กำชับ อนุกรรมการแก้ปัญหาลอตเตอรี่แพง เร่ง บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน มั่นใจเห็นผล พค.นี้

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลัง เป็นประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว. กลาโหม กำชับให้คณะทำงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ตรงจุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ประชุมอนุกรรมการจึงเห็นควรให้มีการปรับปรุงแก้ไขสัญญาการรับสลากไปจำหน่ายของตัวแทนจำหน่ายทุกประเภท ให้มีสภาพบังคับทางแพ่งด้วยการกำหนดเบี้ยปรับสำหรับตัวแทนที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ให้วางแนวทางพิจารณาโทษทางอาญารวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในกรณี ผู้กระทำผิดซ้ำหรือกรณีนำสลากไปรวมชุด หรือมีพฤติกรรมเป็นนายทุนกว้านซื้อสลากแล้วจำหน่ายในราคาสูงกว่าที่กำหนด 

พบว่าปัญหาอย่างหนึ่งคือสลากเป็นสินค้าที่เปลี่ยนมือได้ ใครต้องการขายสลากก็สามารถไปซื้อมาขายต่อได้ ทำให้มีผู้ขายสลากหน้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา ฉะนั้นนอกจากมาตรการและแนวทางต่างๆของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เร่งดำเนินการในระยะสั้น ได้แก่ โครงการสลาก 80 โครงการลงทะเบียนผู้ซื้อ-จองล่วงหน้า โครงการจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

สำหรับแผนระยะยาว คือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้การออกใบอนุญาตให้กับผู้จำหน่ายสลาก สามารถตรวจสอบได้อย่างสม่ำเสมอนั้น น่าจะเป็นแนวทางที่นำมาประกอบการแก้ไขปัญหาได้

ซึ่งข้อเสนอแนะเหล่านี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการ จะเสนอเข้าสู่คณะกรรมการชุดใหญ่ ที่มีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ได้พิจารณา

พาณิชย์เกาะติดราคาสินค้ากันฉวยขึ้นช่วงสงกรานต์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะติดตามและตรวจสอบราคาสินค้าทั้งตลาดสดและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจตลาดทุกระดับในทุกจังหวัด และรายงานตนทุกวัน โดยเฉพาะในราคาสินค้าแต่ละหมวดแต่ละรายการ

สำหรับสินค้าหมวดสำคัญ 18 หมวด ถือเป็นสินค้าสำคัญต่อการครองชีพของประชาชน ดังนั้น จึงให้นโยบายติดตามทุกวัน ซึ่งราคายังไม่มีการปรับขึ้น โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เข้าใจว่าจะปรับขึ้นราคา ขณะนี้ยังไม่มีการขึ้นราคายังขาย

ทั้งนี้ ต้องยอมว่ารับขณะนี้ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้นไปบ้าง แต่ราคาสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ เช่น หมูเนื้อแดง ก็ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นไปมาก ตอนนี้หมูเนื้อแดง ราคาเฉลี่ย 150 บาท/กก. ทั่วประเทศ ถือว่าอยู่ในราคาที่กำกับ ขณะที่ขายในห้างอยู่ทีกิโลกรัมละ 135 บาท 

บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม!! 'เพื่อไทย' โหมแคมเปญกิจกรรมใหญ่ พร้อมใจเปลี่ยนภาพโปรไฟล์ พรึ่บ

18 มี.ค. 65 นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยที่กำลังจะจัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ มณฑาทิพย์ ฮอลล์ อ.เมือง จ.อุดรธานี ในวันที่ 20 มี.ค.นี้ว่า ขณะนี้กรรมการบริหาร แกนนำพรรคสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และว่าที่ผู้สมัครส.ก.ของพรรค รวมทั้งแฟนคลับพรรค พร้อมใจกันเปลี่ยนกรอบรูปโปรไฟล์งานครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม’ ในโซเชียลมีเดียกันอย่างคึกคัก

นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความอบอุ่นใกล้ชิดและผูกพัน ผ่านกระบวนการทำงานเชิงพื้นที่ของ ส.ส. และสมาชิกพรรค ที่ลงมือแก้ไขปัญหา นำเสนอแนวคิดและนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ผ่านร้อน ผ่านหนาว ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดระยะเวลา 23 ปี นับตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย เสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

โฆษกรัฐบาลเผย 'นายกฯ' พอใจมาตรการจัดเก็บภาษี e – Service จากแพลตฟอร์มต่างชาติ 5 เดือน สร้างรายได้เข้าประเทศ  กว่า 3,000 ล้านบาท คาดทั้งปีอาจสูงถึง 8,000-10,000 ล้านบาท  ขณะที่ยอดใช้จ่ายมาตรการของรัฐพุ่งกว่า 6.1 หมื่นล้านบาทแล้ว 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจนโยบายการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริการอิเล็กทรอนิกส์จากแพลตฟอร์มผู้ให้บริการต่างประเทศ (VAT for Electronic Service : VES) เช่น บริการโฆษณาออนไลน์  บริการขายสินค้าออนไลน์ บริการสมาชิก เพลง หนัง เกม บริการแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลาง บริการแพลตฟอร์มจองที่พัก ตั๋วเดินทาง เป็นต้น ที่ให้บริการกับผู้ใช้บริการในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา

โดยกรมสรรพสามิต เผยว่าปัจจุบันมีแพลตฟอร์มผู้ให้บริการต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มรวม 127 ราย และมียอดมูลค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์รวม 44,569.83 ล้านบาท   คิดเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บสะสม 5 เดือน (เดือนภาษีกันยายน 2564 – เดือนภาษีมกราคม 2565) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,120.03 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1 ปี จะสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้จากแพลตฟอร์มผู้ให้บริการต่างประเทศประมาณ 8,000 – 10,000 ล้านบาท สูงกว่าที่เคยมีการคาดการณ์ไว้เดิมว่าจะจัดเก็บได้ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อว่า ขณะที่ความคืบหน้า มาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐของปี 2565 จำนวน 3 โครงการ ที่เปิดให้ใช้จ่ายไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 65 ประกอบด้วย โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 ที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินสนับสนุนในการช่วยลดภาระการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยความคืบหน้าล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 17  มีนาคม 2565) มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 40.85 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 61,284.74 ล้านบาท แบ่งเป็น 1)

“เทพไท” เชื่อ กมธ.ผ่านฉลุยให้เปิดคาสิโน เตือน ระวังขั้นทำประชามติ ไม่มั่นใจเสียงส่วนใหญ่เอาด้วยหรือไม่ 

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้ และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า และการพนันออนไลน์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง การพิจารณาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ว่าได้เชิญ นายณัฐกร วิทิตานนท์ นักวิจัยศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มานำเสนอข้อมูลต่อ กมธ.ฯ

โดยมีข้อสรุปและข้อสังเกต ถึงสภาพปัญหาการจัดตั้งสถานบันเทิงแบบครบวงจร ใน 3 ประเด็น คือ 1.ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในอาเซี่ยนมีคาสิโน จำนวนที่เยอะมาก รวมแล้วเกือบ 400 แห่ง ตั้งอยู่ใน8ประเทศ มีแค่3ประเทศเท่านั้น ที่ไม่มีคาสิโน คือ บรูไน อินโดนีเซีย และไทย จุดร่วมที่มีเหมือนกัน หนีไม่พ้นต้องการดูดเงินชาวต่างชาติ เสียยิ่งกว่าการป้องกันเงินไหลออกนอกประเทศ  มีเพียง 2 ประเทศเท่านั้น ที่ยอมให้คนสัญชาติตัวเอง เข้าเล่นได้โดยปราศจากเงื่อนไขควบคุม ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ติมอร์เลสเต

2.แนวโน้มที่เห็นชัดเจน คือ จำนวนคาสิโน ทั้ง 7 ประเทศในอาเซี่ยน ที่ยอมรับให้คาสิโนถูกกฎหมายลดลง ทั้งจากมาตรการทางกฎหมายที่ต้องการจัดระเบียบธุรกิจพวกนี้ เช่น เมียนมา นโยบายจำกัดจำนวนโดยรัฐ ซึ่งมีอยู่แล้ว เช่น สิงคโปร์ รวมถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ จากสถานการณ์โควิดโดยเฉพาะกัมพูชา

และ3.ต้นแบบการสร้างแหล่งบันเทิงครบวงจร ที่มีคาสิโนเป็นจุดขาย เพื่อดึงดูดนักพนันต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน อาจไม่ใช่สูตรสำเร็จในการแสวงหารายได้เข้าประเทศง่ายๆอีกแล้ว เนื่องด้วยปัจจัยจากจีน ประกอบกับในภูมิภาคมีภาวะการณ์แข่งขันกันเองของธุรกิจกลุ่มน้ีสูง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top