Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

ประชุมผบ.เหล่าทัพ พร้อมจัดเตรียมกำลังรองรับภารกิจการต่อต้านการก่อการร้ายและการก่อเหตุร้ายภายในประเทศ ผนึกกำลังทุกเหล่าทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมในภาวะปกติ

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) จัดการประชุม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 3 ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคยิด-19  ของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โดยมี พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม

โดยกองบัญชาการกองทัพไทย ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ได้จัดเตรียมกำลังเพื่อรองรับภารกิจการต่อต้านการก่อการร้ายและการก่อเหตุร้ายภายในประเทศ โดยผนึกกำลังร่วมกับกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่ในภาวะปกติ โดยมีการป้องกัน รับมือ และลดผลกระทบจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ 

กองทัพบก ได้รายงานผลการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองภาคเหนือ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกองทัพบก และผลการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนให้ที่ประชุมได้รับทราบ

กองทัพเรือ ได้นำเสนอแนวคิดในการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพเรือที่ว่า “สองฝั่งมหาสมุทรและสามพื้นที่ปฏิบัติการ” หรือ “Two Oceans and Three Areas (OOAAA/Double O Triple A) เพื่อให้สามารถใช้กำลังทางเรือได้พร้อมกันทั้งสองฝั่งทะเล และสามพื้นที่ปฏิบัติการทัพเรือภาคอย่างสมดุล

กองทัพอากาศ ได้นำเสนอแนวทางการเชื่อมโยงและช่วยเหลือประชาชน (Quality Civic Actions) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก 6 ด้านของผู้บัญชาการทหารอากาศ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ได้ระดมสรรพกำลังทั้งปวงเพื่อเตรียมพร้อมและตอบสนองภารกิจด้านบรรเทาสาธารณภัยทั้งในมิติของการป้องกัน การให้ความช่วยเหลือ การฟื้นฟู และการนำเทคโนโลยีทางทหารมาใช้ในการวางแผนป้องกันสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันเหตุการณ์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงโครงการสร้างโรงงานผลิตกระสุนในศูนย์ฝึกอบรมตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 12 แห่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 และขยายเพิ่มแห่งที่ 13 ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกระสุนปืนสำหรับการปฏิบัติงานและการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินในการจัดซื้อกระสุนปืน และสนับสนุนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถพึ่งพาตนเองได้

“บิ๊กตู่” ยันให้เกียรติ ส.ส.ทุกพรรค ไม่สนข้อเสนอพรรคเล็กขอโควต้า รมต.1 เก้าอี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนากร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนแทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ได้มอบหมาย โดยเมื่อถามถึงความชัดเจนหลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ส่งสัญญาณเรื่องการยุบสภา หลังเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปก นายธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของพล.อ.ประวิตร ซึ่งได้มีการชี้แจงไปแล้ว สำหรับเรื่องการยุบสภานายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินในสถานการณ์ที่เหมาะสม

เมื่อถามว่าการที่พล.อ.ประวิตรเข้ามาดูแลพรรคการเมืองขนาดเล็กเอง ทำให้นายกฯ สบายใจขึ้นหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว นายกรัฐมนตรีให้เกียรติกับ ส.ส.ทุกคน ที่ได้รับเลือกมาจากประชาชนไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก

ครม.เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณปี 66 กว่า 3.18 ล้านล้านบาท ไทม์ไลน์ส่งสภาร่างพรบ.งบประมาณ พ.ค. พร้อม เห็นชอบไทยเข้าเป็นสมาชิก FATF เพิ่มบทบาทการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน เสริมภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือการค้าการลงทุน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 ว่า ครม.เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวน 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวน 85,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.74 และเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ซึ่งหน่วยงานรับงบประมาณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนจัดทำงบประมาณ กล่าวคือ เดือนมีนาคม 2565 เป็นขั้นตอนการพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณ เดือนเมษายน 2565 เปิดรับฟังความคิดเห็น รับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น จัดพิมพ์ร่างพระราชบัญญัติงประมาณฯ พ.ศ.2566 และเอกสารประกอบ เดือนพฤษภาคม 2565 เสนอร่างพระราชบัญญัติงประมาณฯ พ.ศ.2566 ให้ ครม.พิจารณาก่อนส่งสภาผู้แทนราษฎกรต่อไป

สำหรับโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่ครม.อนุมัติ มีรายละเอียดดังนี้ 

1.รายจ่ายประจำ จำนวน 2,396,942.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวน 23,932.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.01  

2.รายจ่ายลงทุน จำนวน 695,077.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 83,144 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.59 

3.รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 100,000 ล้านบาท เท่ากับปีงบประมาณ พ.ศ.2565

ครม.ไฟเขียว ต่ออายุแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ที่จะครบวาระทำงานปี 65 ออกไปอีก 2 ปี

ที่ทำเนียบ รัฐมนตรี นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบ การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน ในปี 2561 ที่จะครบวาระการจ้างงาน 4 ปี ในระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2565 ถึง 31 ธ.ค. 2565ให้ขออนุญาตทำงานหรือขอต่ออายุใบทำงานและขอรับการตรวจอนุญาต เป็นการชั่วคราวต่อไปได้ ไม่เกิน 2 ปี โดยไม่ต้องเดินทางกลับออกไป

นายธนกร กล่าวว่า การต่ออายุดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหา คนต่างด้าวไม่สามารถเดินทางเข้าและออกประเทศไทยได้สะดวกเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และตอบสนองต่อนายจ้าง หรือผู้ประกอบการ ที่ยังมีความต้องการแรงงานที่เป็นคนต่างด้าว เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ

‘ครม.’ ไฟเขียว 3.45 หมื่นล้าน ให้ ‘สปสช.’ นำจ่ายสถานพยาบาลเป็นค่าบริการสาธารณสุขโควิด-19 ช่วง ธ.ค.64 – ก.พ.65  พร้อม อนุมัติ งบกลาง 172 ล้านบาท สงเคราะห์ค่าทำศพผู้สูงอายุรายละ 3พัน กว่า 5.74 หมื่นคน 

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2565 รอบที่ 2 วงเงิน 34,528 ล้านบาท ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อเป็นค่าบริการสาธารณสุขโรคโควิด-19 และบริการอื่นที่เกี่ยวข้องของหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการแล้วระหว่างเดือนธันวาคม 2564 - กุมภาพันธ์ 2565 โดยใช้งบประมาณจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ซึ่งโครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในไทย หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่จัดบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชนและผู้ให้บริการสาธารณสุขทั่วประเทศ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ สปสช. ประมาณการค่าบริการสาธารณสุขในช่วงเดือนมีนาคม - กันยายน 2565 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ UCEP Plus และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารการเบิกจ่ายค่าบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการให้สอดคล้องกับการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นจริง และเร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ UCEP Plus ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 16 มีนาคมนี้ 

นอกจากนี้ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณปี 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 172.36 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินสงเคราะห์ค่าทำศพผู้สูงอายุตามประเพณี รายละ 3,000 บาท ในปี 2564 เพิ่มเติม จำนวน 57,455 คน ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ เนื่องจากในปี 2564 ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีจำนวนผู้สูงอายุเสียชีวิตสูงถึง 127,168 คน ซึ่งมากกว่าจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 69,713 คน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนงบดังกล่าว

'เสรีรวมไทย' โวย!! “เรามีนายกฯ ไว้ทำไม” หากแก้ของแพงไม่ได้ วอน!! ใส่ใจมาตรการแก้ไข มากกว่าสนชิงเสียง ส.ส.พรรคเล็ก

ส.ส.บัญชีรายชื่อเสรีรวมไทย ชี้ เสียงสวรรค์ของบิ๊กตู่ ไม่ใช่เสียงชาวบ้าน แต่คือเสียงของพรรคเล็ก ที่โหวตช่วยให้เป็นนายกฯ ต่อได้

น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวภายหลังการลงพื้นที่พบประชาชนอย่างต่อเนื่องว่า ชาวบ้านอยากเห็นมาตรการของรัฐบาลในการรับมือกับสถานการณ์สงครามที่มีแนวโน้มจะยืดเยื้อออกไป โดยเฉพาะแนวทางการแก้ปัญหาของแพงทุกชนิดทั้งอาหาร น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม หรือไฟฟ้าที่เตรียมปรับราคาขึ้นอีก แต่สิ่งที่ประชาชนได้เห็นคือภาพการเปิดศึกชิงเสียง ส.ส.พรรคเล็กระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า โดยแทบไม่ได้ใส่ใจกับปัญหาปากท้องของประชาชนในขณะนี้เลย

“บิ๊กตู่” ปลื้มข่าวดี ซาอุดีอาระเบียยกเลิกข้อห้ามคนซาอุดีฯ เดินทางเข้าไทย อนุญาตคนไทยเข้าซาอุดีฯ ได้ และยกเลิกข้อห้ามนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากไทย เชื่อมั่นต่อยอดสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจมหาศาล

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบข่าวที่น่ายินดีว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียประกาศยกเลิกการห้ามบุคคลสัญชาติซาอุดีฯ เดินทางเข้าไทย ซึ่งเป็นข้อห้ามที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี รวมทั้งอนุญาตให้บุคคลสัญชาติไทยเดินทางเข้าซาอุดีฯ ได้ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีฯ ได้แน่นอน โดย ททท. ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ให้มาเที่ยวไทย 200,000 คน โดยเน้นกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน กลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่มคู่รักฮันนีมูน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เป็นกลุ่มที่ค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าหลาย ๆ ชาติ และเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยเดินทางมาไทย 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนี้ อีกหนึ่งข่าวที่น่ายินดี คือทางการซาอุดีฯ พิจารณายกเลิกห้ามนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากประเทศไทย ซึ่งไทยถูกระงับและห้ามการนำเข้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดยมีสถานประกอบการส่งออกของไทยที่ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนกว่า 11 แห่ง ถือเป็นข่าวดีด้านการส่งออกปศุสัตว์ไทย โดยเฉพาะในการเสริมสร้างบทบาทของไทยในฐานะครัวโลก เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากซาอุดีฯ ถือเป็นประเทศผู้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์แปรรูปรายใหญ่ของโลก ปัจจุบัน ซาอุดีอาระเบีย มีการนำเข้าไก่ปีละ 5.9 แสนตัน ถือเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ

“ข่าวที่น่ายินดีทั้งสองข่าวดังกล่าว เป็นผลมาจากการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่เป็นไปตามลำดับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ภายหลังนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี”นายธนกรกล่าว

‘ทักษิณ’ ปล่อยเพลงใหม่ "เกิดมาเป็นนักสู้" หวังปลุกใจสาวก ฝันขอแทนคุณแผ่นดิน

วันนี้ (16 มี.ค.) "โทนี่ วู้ดซั่ม" หรือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดซิงเกิลใหม่ "เกิดมาเป็นนักสู้" ระบุใครจะรักจะเกลียดยังไงช่างมัน ตราบที่ยังหายใจ เกิดมาเป็นนักสู้ก็สู้กันไป ขอแทนคุณแผ่นดิน

สำหรับเนื้อหาเพลง "เกิดมาเป็นนักสู้" มีเนื้อร้องดังนี้

สายตายังจับจ้องมองที่ดวงดาว สองเท้ายังคงเดินดินเหมือนกับวันนั้น
ทุกข์และสุขหลั่งไหลผ่านชีวิตฉัน ผ่านพบเจอประสบการณ์ไม่ซ้ำใคร
ถามว่ามันเหนื่อยไหมกับที่ผ่านมา ทุกๆ ก้าวมันมีราคาที่ต้องจ่ายไป
รักและเกลียด ก้อนหินกับช่อดอกไม้ สุดท้ายจะเป็นยังไงก็ช่างมัน

* จะต้องทำทุกอย่าง บนหนทางข้างหน้า ต้องฟันฝ่าไม่ว่าจะเจอสิ่งไหน

** ตราบในวันที่ฉันยังหายใจอยู่ เกิดมาเป็นนักสู้ก็สู้กันไป
ขอแทนคุณแผ่นดิน สุดความหวังและความตั้งใจ
เมื่อมีฝันก็ต้องเดินไปให้สุดทาง

ยุติธรรมจะหาฉันเจอบ้างไหม ฉันสู้ก็เพื่อคนไทยที่ฝากความหวัง
ถึงจะเจ็บปวดใจอยู่ในบางครั้ง ได้รับน้ำใจรายทางก็ชื่นใจ

(ซ้ำ *, **)

(พูด) เขาเนี่ย ไม่รู้จนหรือรวยไม่รู้ แต่เขาวาง 30 บาทมาซื้อบริการสาธารณสุขจากโรงพยาบาลของคุณ ฉะนั้นคนจนหรือคนรวยคุณไม่รู้หรอก รู้ว่าเขาจ่าย 30 บาทเท่ากัน คุณก็มีหน้าที่ดูแลเขาเท่ากัน นี่คือสิ่งที่ผม นี่คือหัวใจของประชาธิปไตย"

ตราบใดชีวิตฉันนั้นยังคงอยู่ เกิดมาเป็นนักสู้ สู้เพื่อคนไทย
ขอแทนคุณแผ่นดิน สุดความหวังและความตั้งใจ
เมื่อมีฝันก็ต้องเดินไปให้สุดทาง

ฉันจะเคียงข้างเธอ มอบความหวังสร้างชีวิตใหม่ นี่คือฝันยิ่งใหญ่ของฉัน


ที่มา : https://youtu.be/EBmMqyVkmv8

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม ซาอุฯ ให้คน 2 ประเทศไปมาหาสู่ได้ พร้อมไฟเขียวนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกจากไทย

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบข่าวที่น่ายินดีว่ารัฐบาลซาอุดีอาระเบียประกาศยกเลิกการห้ามบุคคลสัญชาติซาอุฯ เดินทางเข้าไทย ซึ่งเป็นข้อห้ามที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี รวมทั้งอนุญาตให้บุคคลสัญชาติไทยเดินทางเข้าซาอุฯ ได้

นายธนกรกล่าวว่า รัฐบาลเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ได้แน่นอน โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ให้มาเที่ยวไทย 200,000 คน โดยเน้นกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน กลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่มคู่รักฮันนีมูน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เป็นกลุ่มที่ค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าหลายๆ ชาติ และเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยเดินทางมาไทย

'เอกนัฏ' ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคให้โอกาสร่วมสิบกว่าปี

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำกปปส.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง)" ระบุว่า ขอบคุณและขอกราบลาพรรคประชาธิปัตย์… 

ขอกราบขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้โอกาสผมได้แจ้งเกิดทางการเมืองกับการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบเขตในกรุงเทพมหานคร กว่าสิบปีที่ผมได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ และได้มีโอกาสเรียนรู้ ฝึกฝน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางการเมือง ได้รู้จักกับผู้ใหญ่และพี่ๆ นักการเมืองมากมายหลายท่าน ที่คอยให้การสนับสนุน แนะนำ จนผมได้มีโอกาสเป็นผู้บริหารพรรคการเมือง ได้ทำงานการเมืองที่ผมรัก อย่างสุดเต็มความสามารถ ทั้งหมดคงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ดีที่ผมจะจดจำไว้ตลอดไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top