Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

ป.ป.ช.เปิดเซฟ “บิ๊กบี้” มีทรัพย์สิน 167 ล้าน สะสมปืน 3 กระบอก “พล.ต.หญิง พิมพ์พิศา” ภรรยา ครองที่ดิน 91 ล้าน ด้าน “ปลัดกลาโหม” มี 44 ล้าน มีบ้านหลังเดียวอยู่ที่ปากช่อง มูลค่า 3.5 ล้านในชื่อ “พ.ต.อ.หญิงอังศุวรรณ” คู่สมรส

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.อ.ณรงค์ศักดิ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.64 โดย พล.อ.ณรงค์ศักดิ์ แจ้งว่า ตนเอง และ พล.ต.หญิง พิมพ์พิศา จิตต์แก้ว คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 167,623,994 บาท ไม่มีหนี้สิน

ทั้งนี้ เป็นทรัพย์สินของผู้ยื่น 19,112,534 บาท ของคู่สมรส 148,511,บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากของทั้งคู่ มูลค่ารวมกัน 19,922,119 บาท เป็นเงินลงทุนของ พล.อ.ณรงค์ศักดิ์ 300,000 บาท ที่ดินในชื่อของคู่สมรส 91,386,500 บาท ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี อ.เมือง จ.ลพบุรี อ.หนองโดน จ.สระบุรี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เขตราชเทวี เขตดินแดง กทม. โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของทั้งคู่ มูลค่ารวมกัน 45,262,447 บาท ยานพาหนะของทั้งคู่ มูลค่ารวมกัน 4,500,000 บาท สิทธิและสัมปทานของทั้งคู่ มูลค่ารวมกัน 2,604,034 บาท 

ขณะที่ทรัพย์สินอื่นของทั้งคู่ แจ้งไว้ 18 รายการ มูลค่ารวมกัน 3,648,892 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจ อาทิ ปืนพกลูกโม่ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ แม็กกะซีน 1 กระบอก ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ แม็กกะซีน 1 กระบอก แหวนทองคำ 5 วง พระเลี่ยมทอง 9 องค์ สร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทอง 4 ชุด สร้อยข้อมือ 10 เส้น สร้อยเพชร แหวนเพชร สร้อยข้อมือ 3 เส้น 7 วง แหวนทอง ต่างหูทอง ยศทองคำ 12 วง 3 คู่

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.64 โดย พล.อ.วรเกียรติ แจ้งว่า ตนเอง และ พ.ต.อ.หญิง อังศุวรรณ รัตนานนท์ คู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 44,591,412 บาท มีหนี้สิน 303,947 บาท ซึ่งเป็นเงินเบิกเกินบัญชีของทั้งคู่รวมกัน ทั้งนี้ เป็นทรัพย์สินของ พล.อ.วรเกียรติ 16,514,082 บาท ของ พ.ต.อ.หญิงอังศุวรรณ 28,077,329 บาท 

'เพื่อไทย' ทวง 'นายกฯ' ตอบปมพลังงานหลังจบอภิปราย พร้อมจี้คืนเงินกว่า 2 หมื่นล. คืนกองทุนอนุรักษ์พลังงาน

เลิศศักดิ์ ส.ส. เพื่อไทย ทวงนายกฯ ตอบคำถามเรื่องพลังงาน จี้ คืนเงินกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 20,087.42 ล้านบาท แนะ รับมือกับปัญหาพลังงานล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 25 กพ. 65 นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย กรรมการบริหารและคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยได้ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.152 โดยที่ตนได้อภิปรายสอบถามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องพลังงาน แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงอยากขอให้พลเอกประยุทธ์ได้ชี้แจงเรื่องพลังงานให้ครบถ้วนจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ และได้ทะลุ 100$ ต่อบาร์เรล หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนตามที่ได้เตือนแล้ว พลเอกประยุทธ์ได้คิดหรือยังว่าจะช่วยประชาชนอย่างไร เพราะราคาน้ำมันอาจจะพุ่งขึ้นไปอีก และราคาสูงอีกนาน ดังนั้น การลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพียง 3 บาทแค่ 3 เดือน ไม่น่าจะรับมือไหว เป็นการดำเนินการที่น้อยเกินไปและช้าเกินไป อีกทั้งเวลายังสั้นเกินไป ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตือนไว้แล้ว

นอกจากนี้ คณะทำงานเศรษฐกิจได้พยายามทวงเงิน 20,087.42 ล้านบาท จากกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่ถูกโอนไปเป็นรายได้รัฐบาล แต่ไม่เคยได้รับคำชี้แจง และตนก็อภิปรายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.152 ที่ผ่านมาในสภา ดังนั้นถ้าพลเอกประยุทธ์บอกว่าตอบได้ทุกเรื่องก็ให้ตอบเรื่องนี้ด้วย และตอบด้วยว่าจะนำมาคืนประชาชนเมื่อไหร่ เพราะกองทุนเป็นเงินที่เก็บจากประชาชนผู้เติมน้ำมันไป

'โรม’ รุกต่อ!! สอบปมค้ามนุษย์​ ผ่าน​กมธ.กฎหมาย คาดวีกหน้าเรียก 3 ป. แจงข้อเท็จจริง​ เหตุ ‘ปวีณ ลี้ภัย’

25 ก.พ. 65​ รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงต่อสื่อมวลชนว่า จากกรณีที่ได้อภิปรายในประเด็นการค้ามนุษย์และการลี้ภัยของพลตำรวจตรี ปวีณ พงศ์สิรินทร์ วันนี้จะนำเรื่องดังกล่าวขอมติต่อคณะกรรมาธิการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมติกรรมาธิการเห็นด้วย จะเสนอต่อที่ประชุมให้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ โดยพุ่งประเด็นไปที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี,​ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี,​ พลตำรวจเอก สุวัจน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่าเรื่องนี้พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญมากจริงๆ และจะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด

นอกจากนี้ วันเดียวกัน กมธ.กฎหมายฯ ยังได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นายธนารัตน์ น้ำคำ ตัวแทนประชาชนที่มาเรียกร้องต่อคณะกรรมาธิการ ขอให้ตรวจสอบมาตรฐานโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.อุทัยธานี ที่เกิดกรณีคนงานพลัดตกลงไปในเครื่องบีบน้ำตาลจนเสียชีวิตแต่ยังคงดำเนินการผลิตต่อไปโดยไม่มีการยับยั้งชั่วคราวใดๆ จากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 

เปิดยอดรับบริจาค 33 พรรคการเมืองปี 64 ภูมิใจไทย นำโด่งรับทรัพย์ 45.9 ล้าน ทิ้งห่าง ปชป.ได้ 35.5 ล้าน ก้าวไกล 31.8 ล้าน ขณะที่ พปชร. ครองแชมป์รับเป็นประโยชน์อื่นใดจากบริษัทเอกชน 9.3 ล้าน 

เว็บไซต์สำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่ข้อมูลการบริจาคแก่พรรคการเมืองล่าสุดประจำเดือนธันวาคม 2564 พบว่าพรรคที่ได้รับบริจาคสูงสุดในเดือนนี้ คือ พรรคพลังประชารัฐ โดยได้รับบริจาคเป็นประโยชน์อื่นใดจาก บจก.ไทยฮอสพิทาลิตี้แมเนจเม้นท์ จำนวน 9,344,913 บาท ตามมาด้วย พรรคประชาธิปัตย์ 7,568,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นจากสมาชิกโดยในจำนวนนี้มี นายธนพล เจิมประไพ น.ส.ชนนิตย์ วัฒนาดิลกกุล บริจาครายละ 3 ล้านบาท และบริษัท สระหลวงก่อสร้าง 1 ล้านบาท พรรคก้าวไกล 5,639,058 บาท โดยแยกเป็นเงิน 3,771,058 บาท ผู้บริจาคมากสุด คือ นายอนันต์ ชัยสุริยเทพกุล และเป็นประโยชน์อื่นใดจากบริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด 1,868,000 บาท พรรคภูมิใจไทย 2,010,000 บาท พรรคชาติพัฒนา 2,000,000 จาก นายสุรทิน วิลาศชัยยันต์ พรรคไทยภักดี 1,500,000 บาท

พรรคชาติไทยพัฒนา 1,035,000 บาท พรรคเป็นธรรม 827,200 บาท พรรคเส้นทางใหม่ 500,000 บาท พรรคเศรษฐกิจไทย 424,000 บาท พรรคกล้า 250,000 บาท พรรคเสรีรวมไทย และพรรคประชาชาติ พรรคละ 180,000 บาท พรรคสร้างอนาคตไทย ซึ่งรับบริจาคเป็นประโยชน์อื่นใดจาก นายบุญปลูก เอนสาร 180,000 บาท พรรคประชาภิวัฒน์ 100,000 บาท พรรครวมพลังประชาชาติไทย 50,000 บาท พรรคภราดรภาพ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคพลังสหกรณ์ พรรคละ 30,000 บาท พรรคพลังปวงชนไทย 30,010 บาท และพรรครักษ์ธรรม 21,000 บาท

‘บิ๊กตู่’ นำนายกฯ มาเลเซียตรวจแถวทหาร ก่อนหารือ ย้ำความร่วมมือฟื้นฟู ศก.-สังคม หลังโควิด

‘บิ๊กตู่’ นำนายกฯ มาเลเซียตรวจแถวทหารกองเกียรติยศผสม ก่อนหารืออย่างเป็นทางการ ย้ำความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังสถานการณ์โควิด-19

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีพิธีต้อนรับ ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ (The Honourable Dato’ Sri Ismail Sabri bin Yaakob) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีให้การต้อนรับ โดย พล.อ.ประยุทธ์นำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม

จากนั้น ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ ได้ลงนามในสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึก ก่อนจะเป็นการหารือข้อราชการระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวร่วมกัน ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล

หลังเสร็จการแถลงข่าวร่วมของผู้นำทั้งสองประเทศ นายกรัฐมนตรี ดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ เยี่ยมชมนิทรรศการศิลปหัตถกรรม ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ก่อนที่เวลา 18.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งนี้ของดาโตะ ซรี อิซมาอิล ซาบรี ยาคบ ถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรก และยังเป็นผู้นำรัฐบาลต่างประเทศคนแรกที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 อีกด้วย

อนึ่ง การเยือนครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดให้กระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ เป็นโอกาสแลกเปลี่ยนการเยือนระดับผู้นำซึ่งจะเป็นโอกาสให้นายกรัฐมนตรีได้ทำความรู้จักผู้นำใหม่ของมาเลเซียอย่างเป็นทางการ และเป็นการกระชับความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายหลังสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการในภูมิภาค ผลักดันความร่วมมือด้านต่างๆ ในอนาคต ความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การส่งเสริมความเชื่อมโยงในพื้นที่ชายแดน ตลอดจนความร่วมมือในกรอบอาเซียนและกรอบพหุภาคีอื่นๆ

'รัฐบาล' เดินหน้าฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว รุกหาตลาดศักยภาพสูง ปี 2565 ตั้งเป้าหมายดึงตะวันออกกลางเที่ยวไทย 1 ล้านคน ปลายเดือนมี.ค. รัฐมนตรี 'พิพัฒน์' เตรียมนำคณะนักธุรกิจไทยพบภาคท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย  

วันที่ 27 ก.พ. 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศควบคู่กับการควบคุมการแพร่ระบาดการดูแลรักษาประชาชนจากโควิด-19 ขณะนี้ในภาคของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เดินหน้าฟื้นฟูทั้งภาคธุรกิจในประเทศและการหาตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง  

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565  นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ(MOC) ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กับสายการบินเอมิเรตส์ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ททท. กับสายการบินในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าของสายการบินเอมิเรตส์ทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย  ตลอดจนความร่วมมือในการโปรโมตแคมเปญ Visit Thailand Year 2022 : Amazing New Chapters ซึ่งเป็นแคมเปญพลิกโฉมประเทศไทยด้านการท่องเที่ยวตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี  

ทั้งนี้ สายการบินเอมิเรตส์นับเป็นสายการบินแห่งที่ 2 ถัดจากสายการบินเอทิฮัด ที่ททท.ลงนามเพื่อความร่วมมือดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพกำลังการใช้จ่ายสูงโดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย  และเร็วๆ จะมีการลงเพิ่มเติมกับสายการบินจากซาอุดีอาระเบีย  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียในรอบกว่า 30 ปี เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ซึ่งในช่วงปลายเดือนมี.ค.ที่จะถึงนี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีกำหนดที่จะนำคณะนักธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวจากประเทศไทยไทยเดินทางไปเชื่อมความสัมพันธ์และเจรจาความร่วมมือกับธุรกิจการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งการเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งระดับรัฐบาลและเอกชนจะส่งผลอย่างสำคัญต่อการฟื้นฟูธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจที่ต่อเนื่องของไทย  

รองโฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ส่งเสริมผู้หญิง ในงานด้านสันติภาพและความมั่นคง มุ่งลดความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับทราบและพร้อมสนับสนุนข้อคิดเห็นจากเวทีการประชุมเรื่อง “ผู้หญิง สันติภาพ และความมั่นคง (Women Peace and Security) เพื่อการพัฒนาแผนระดับชาติ” 

ที่จัดโดยสถาบันวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลาย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อให้ภาครัฐส่งเสริมบทบาทและโอกาสของผู้หญิงในงานด้านสันติภาพและความมั่นคง ซึ่งครอบคลุมประเด็นการป้องกันความรุนแรงต่อสตรีและเด็กในทุกรูปแบบ ความเสมอภาคทางเพศ การส่งเสริมอาชีพ และการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในระดับตัดสินใจ 

ข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรการภายใต้ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรีจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2564-2570 ขณะเดียวกัน การพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกลุ่ม BRN ในโอกาสต่อไปจะหยิบประเด็นการลดความรุนแรงต่อเด็กและสตรีเข้าพูดคุยด้วย ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

ในส่วนของศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ยกร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรีฯ ซึ่งมีแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพ อาทิ 1.กำหนดมาตรการที่จำเป็นในการให้ความคุ้มครองผู้หญิงและเด็กในพื้นที่ที่ขัดแย้งในจังหวัดใช้แดนภาคใต้ 2. สร้างผู้นำหญิงเพื่อเป็นกลไกแก้ไขความขัดแย้งในระดับชุมชนและสังคม และ 3.ให้มีตัวแทนผู้หญิงในกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อนำเสนอปัญหาของผู้หญิงในทุกระดับ

และได้กำหนดมาตรการเพื่อเพิ่มโอกาสผู้หญิงในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจระดับนโยบายด้วย ได้แก่ กำหนดให้มีสัดส่วนของผู้หญิงในการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ คณะทำงาน ที่ปรึกษาคณะทำงานชุดต่างๆที่แต่งตั้งโดยรัฐ , เพิ่มจำนวนผู้หญิงในการเขียนกฎหมายการกำหนดนโยบายหรือการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง

ปชป. เตรียมพร้อมเลือกตั้ง กทม. จัดติดเข้มผู้สมัครสก. คาดเปิดรับสมัครเดือนมี.ค. เชื่อ"ดร.เอ้-สก.พรรค"ช่วยประโยชน์ชาวกรุงเทพฯได้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.)ว่า ในส่วนของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. โดยได้ลงไปพบปะพูดคุยกับชาวบ้านตามพื้นที่ต่างๆ รับฟังถึงปัญหาในพื้นที่ซึ่งมีอยู่มากมายหลายปัญหาที่ยังรอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น  ถึงแม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผู้บริหาร กทม. หลายยุคหลายสมัยจะพยายามปรับเปลี่ยนกรุงเทพฯให้ก้าวหน้าขึ้นตามสมควรแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนอีกมาก 

นายองอาจ กล่าวว่า สำหรับผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคประชาธิปัตย์ที่แถลงข่าวเปิดตัวไปแล้วทั้ง 50 เขต ก็ได้ทำงานอย่างหนักในพื้นที่ช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงโควิดระบาดอย่างหนักตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งการประสานงานหาเตียง จัดตั้งศูนย์พักคอย แจกหน้ากากอนามัย จัดตรวจ ATK ประสานเรื่องการฉีดวัคซีน รวมถึงการมอบถุงน้ำใจเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  

"ดรุณวรรณ" มั่นใจ “จุรินทร์” ใจกว้าง มีวุฒิภาวะพร้อมเปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ เลือดใหม่ร่วมงานพรรค 

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในฐานะที่เป็นคนหน้าใหม่ของพรรค และได้มีโอกาสร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงพาณิชย์ ทำให้ได้เห็นถึงความตั้งใจและทุ่มเททำงานเพื่อแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนมาโดยตลอด ทำงานหนักทุกวันทั้งในบทบาทหัวหน้าพรรคและรัฐมนตรี 

นายจุรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพรรคยังพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้มีวุฒิภาวะในการทำงาน มีวิสัยทัศน์พร้อมเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่และคนเลือดใหม่เข้ามาทำงานในพรรค ดังจะเห็นได้จากการคัดเลือกผู้สมัครว่าที่ ส.ก.ของพรรคที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มาเป็นตัวแทนพรรคเพื่ออาสาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน รวมถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในกรุงเทพอีกหลายเขตก็ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ ที่สำคัญคือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม. ในนามพรรค 

ส่วนตัวก็ถือเป็นคนเลือดใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในพรรคได้เพียง 3 ปี ก็ได้รับมอบหมายและได้รับโอกาสให้ทำงานที่สำคัญโดยคำนึงถึงเรื่องความสามารถและศักยภาพมาเป็นลำดับแรก แม้ตนเองจะไม่มีประสบการณ์การทำงานทางด้านการเมืองมาก่อนหน้านี้ก็ตาม นายจุรินทร์ยังแนะนำตนเองเสมอว่าให้ตั้งใจทำงาน ให้หมั่นเรียนรู้ ให้ยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริตที่ถือเป็นอุดมการณ์สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์และหากมีข้อซักถามในประเด็นที่สนใจเป็นพิเศษก็ได้รับคำชี้แนะที่ดีมาโดยตลอดอย่างเป็นกันเอง 

'นายกฯ' ย้ำ ปชช.ต้องไม่ประมาท เข้มมาตรการป้องโควิด-19 ครอบจักรวาล ด้าน สธ.คงระดับ4เตือนภัย - เพิ่มแนวทางการรักษา 'เจอ แจก จบ' ควบคู่กับ HI-CI เริ่ม 1 มี.ค. นี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เน้นการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ในไทย กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เข้าถึงระบบรักษาอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุข จะเพิ่มเติมแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19  แบบ "เจอ แจก จบ" เป็นผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ควบคู่ไปกับ ระบบการดูแลรักษาที่บ้านหรือชุมชน (HI/CI) 

นายธนกร กล่าวว่า โดยเมื่อผู้ป่วยได้ยืนยันผลเป็นบวกด้วย ATK แล้ว และได้ทำการแจ้งขอเข้ารับการรักษาในระบบ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยารักษา 3 สูตร ได้แก่ ยาฟาวิพิราเวียร์ ยาฟ้าทะลายโจร ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ แก้ไอ ลดน้ำมูก ตามอาการของผู้ติดเชื้อได้ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ติดเชื้อในการเข้าถึงบริการ และเชื่อมโยงเข้าสู่โรคที่ดูแลได้ด้วยตนเอง โดยจะเริ่มในวันที่ 1 มีนาคม นี้  ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางบริหารจัดการโรคโควิด-19 ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดใหญ่ (Pandemic) เป็นโรคประจำถิ่น (Endemic) เมื่อโรคลดความรุนแรงลง ไม่มีภาวะอันตราย  และประชาชนก็มีภูมิต้านทานจากการฉีดวัคซีนตามนโยบายของรัฐบาล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top