Tuesday, 9 June 2026
PoliticsQUIZ

‘ชัยวุฒิ’ ชี้ ‘บัตรใบเดียว’ ได้เปรียบ-เสียเปรียบ อยู่ที่มุมมอง ปัด ยูเทิร์นแก้กติกาอวย ‘ภูมิใจไทย’ แทนที่ ‘พปชร.’ ลั่น ถ้าพรรคแตกรัฐบาลล้มไปแล้ว  

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่มีการเสนอให้กลับมาใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ว่า เรื่องนี้ในพรรค พปชร. ยังไม่มีการพูดคุยกัน ยังไม่ถึงเวลา เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะกลับไปใช้บัตรใบเดียว นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เราเพิ่งจะแก้เป็นบัตรเลือกตั้งสองใบไป และตอนนี้ยังไม่มีใครยื่นให้แก้ไขกลับไปเป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียว ซึ่งต้องรอดูว่าจะมีใครยื่นหรือไม่ และคงไม่เกี่ยวกับการกลับไปกลับมา เพราะบริบททางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นสิ่งที่รัฐสภาจะต้องพูดคุยกันว่าแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติจะเป็นอย่างไร 

เมื่อถามว่า หากมีคนยื่นจริงจะเป็นอย่างไร นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็เพิ่งคุย เมื่อถามว่า มองความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างบัตรใบเดียว และบัตรสองใบว่าอย่างไร นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็แล้วแต่คนมอง ก็มีทั้งชอบและไม่ชอบ ทั้งนี้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง คุยกับส.ส. 10 คนก็ได้ความคิด 10 แบบ เพราะแต่ละคนมีความเข้าใจ พื้นฐาน และเงื่อนไข ที่แตกต่างกัน แต่เราต้องเขียนกติกาหรือแนวทางที่เป็นธรรม โปร่งใส และทุกคนยอมรับ ที่สำคัญคือให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของประชาชนจริงๆ มาทำงานให้ประชาชน และประเทศชาติ

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า พรรค พปชร. มีปัญหาบ่อย และอาจจะไม่ได้เป็นพรรคใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงคิดว่าบัตรใบเดียวน่าจะเป็นประโยชน์กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่จะมาเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลแทน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การเป็นพรรคใหญ่พรรคเล็กไม่สำคัญ ต้องดูใกล้ๆ เลือกตั้งอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งตนคิดว่า พรรค พปชร. สามารถขับเคลื่อนการทำงานของพรรคได้ และทำให้รัฐบาลอยู่มา 3 ปี แล้ว ซึ่งตนว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร 

“ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเพียงของคนบางคน และบางกลุ่ม แต่ในภาพรวมของพรรคไม่มีปัญหา ถ้ามีปัญหา รัฐบาลล้มไปแล้ว อยู่มาตั้ง 3 ปี จะมีปัญหาอะไร แต่เป็นธรรมดาทางการเมืองที่จะมีคนพูดอย่างนั้นอย่างนี้ ทุกพรรคมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ อย่าไปซีเรียส นักการเมืองจะคิดเหมือนกันหมดไม่ได้ ถือเป็นสีสันในระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าพรรค พปชร. แตก รัฐบาลล้มไปแล้ว“ นายชัยวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า คิดว่าทำไมประเด็นเรื่องบัตรใบเดียวจึงกลายมาเป็นประเด็นในช่วงที่กำลังจะมีการออกกฎหมายลูก นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เรื่องบัตรใบเดียวเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานานแล้ว เพราะวันนี้มีเข้ามาว่าจะแก้เป้นบัตรสองใบ ก็จะมีกติกาเงื่อนไขต่างๆ สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบกัน บางคนก็มองอย่างนั้น เลยกลับมาคุยกันใหม่อีกครั้งเรื่องบัตรใบเดียว เมื่อถาม่วา ไม่มีความระหองระแหงกันในพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ไม่มี๊ ความระหองระแหง ทุกคนแฮปปี้กันหมด และสมาชิกรัฐสภาก็แฮปปี้ และทำงานกันอย่างมีความสุข ผมไม่เห็นใครจะมีความทุกข์เลย”

“สุรเชษฐ์” ชี้ M-Flow ดี แต่ออกแบบไม่ดี แนะ ดึงฐานผู้ใช้ M-Pass-Easy Pass มาร่วมระบบ แก้รถติดหน้าด่าน อัด ค่าปรับ 10 เท่าโหด ควรใช้กับผู้จงใจฝ่าฝืนเท่านั้น 

ที่รัฐสภา นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงษ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงประเด็นปัญหาเรื่อง M-Flow ระบบผ่านทางอัตโนมัติ ว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่า M-Flow มีปัญหา ทั้งรถติดมากขึ้น ระบบค่าปรับมึนงง ต้องเสียค่าปรับแพงสิบเท่า ฉะนั้น เวลาที่เราดำเนินการนโยบายที่มีผลกระทบกับประชาชนจะต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น อาจจะทดสอบ 1 ด่านก่อนว่าแบบไหนดี ขณะเดียวกันในเชิงระบบก็สามารถแก้ปัญหาได้ ในเชิงสื่อสารประชาชนก็สามารถรับรู้รับทราบด้วยรูปแบบการใช้งานจริง

ประเด็นสำคัญที่ตนคิดว่าเป็นการออกแบบที่ไม่ดี คือ M-Flow เป็นเทคโนโลยีใหม่ยังไม่มีฐานผู้ใช้ การออกแบบที่ดีจะต้องคิดว่าฐานผู้ใช้ปัจจุบันคืออะไร นั่นคือ 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ใช้เงินสด และ 2.กลุ่มผู้ใช้ระบบอัตโนมัติเอ็มพาสและอีซีพาส ฉะนั้น การออกแบบเทคโนโลยีจะต้องดึงฐานผู้ใช้เอ็มพาสกับอีซีพาสมาใช้ระบบ M-Flow กล่าวคือกลุ่มผู้ใช้เอ็มพาส อีซีพาส และผู้ลงทะเบียนใหม่ M-Flow ควรจะได้ใช้สิทธิระบบอัตโนมัติ แต่การแบ่งแยก M-Flow ออกมาเป็นอีกกลุ่มหนึ่งจะทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดหน้าด่าน 

เมื่อถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์ว่าตัวระบบอาจจะดี แต่รัฐมนตรีหรือการบริหารจัดการอาจจะไม่ดี นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ระบบนี้ดี เพราะเมื่อพูดถึงช่องเงินสดจะมีความสามารถในการไหลผ่าน เพราะคนต้องชะลอเพื่อจ่ายเงินอยู่ที่ประมาณ 350-450 คันต่อชั่วโมงต่อช่อง แต่ถ้าเป็นระบบอีซีพาสหรือเอ็มพาสจะเพิ่มความสามารถในการไหลผ่านในระบบประมาณ 3 เท่า แต่ถ้าเป็น M-Flow รถสามารถวิ่งผ่านได้เลยก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการไหลผ่านอยู่ที่ประมาณ 2,000-2,200 คันต่อชั่วโมงต่อช่องจราจร

ดังนั้น ในเชิงระบบดีแน่นอน สมควรทำ แต่จะทำอย่างไรเป็นเรื่องสำคัญ ที่ตนบอกว่ารัฐมนตรีห่วยเพราะไม่ได้ถูกวางแผนมาให้ดี ทุกครั้งเร่งทำแต่ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียด เรื่องกลุ่มผู้ใช้สำคัญมาก ตกลงเราจะแบ่งเป็นสามกลุ่มจริงหรือ เพราะจะมีปัญหาแน่นอน ในเมื่อมีความเห็นไม่ตรงกัน รัฐมนตรีอยากได้สามกลุ่มแต่ทางเทคนิคบอกว่าสองกลุ่ม ก็ควรนำมาทดลองว่าแบบไหนดีกว่ากันสัก 1 ด่าน แต่ถ้ารัฐมนตรีไม่เข้าใจเนื้อหาเทคโนโลยีแต่พยายามเร่งเอาให้เสร็จ มันก็เละอย่างที่ได้กล่าวไปและคนที่เดือดร้อนคือประชาชน

“ประวิตร” เร่ง แก้ปัญหาจราจรทั้งระบบ เชื่อมต่อ “ล้อ ราง เรือ” เพิ่มขนส่งทางน้ำ ให้คนริมคลอง สัญจรสะดวก

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.)ครั้งที่1/2565 

โดยที่ประชุมเห็นชอบการดำเนินการ 2 เรื่อง คือ รายงานความคืบหน้าการศึกษา แก้ไขปัญหาจราจรบนทางพิเศษ ซึ่งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ได้ศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในภาพรวมทั้งระบบ แบ่งเป็น แผนการแก้ไขปัญหาจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในปัจจุบัน 21 โครงการ และโครงการทางพิเศษเพิ่มเติมอีก 11 โครงการ ซึ่ง กทพ.ได้จัดทำแผนปฎิบัติการ เรียบร้อยและเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป 

นอกจากนี้ เห็นชอบแผนพัฒนาการเดินทาง ทางน้ำในเขตกทม.ปริมณฑล และการเชื่อมต่อการเดินทาง เพิ่มการบริการขนส่งในแม่น้ำลำคลอง และลดปริมาณการจราจรบนถนน ซึ่งมีคลองที่มีศักยภาพในการเดินเรือ เบื้องต้น12 คลอง ที่จะมุ่งเน้นให้พัฒนาการเดินทาง ทางน้ำ เพื่อเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประชาชนทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงและเชื่อมต่อการเดินทางรูปแบบอื่นได้ โดยสนข.จะผลักดันเข้าสู่การปฏิบัติในแผนระดับที่ 3 ต่อไป

ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าโครงการที่สำคัญ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน เช่น โครงการ ขอนแก่น สมาร์ท ซิตี้ มีการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ระบบรางเบา สายเหนือ-ใต้ และโครงการระบบขนส่งสาธารณะในเขต จ.ขอนแก่น เส้นทางนำร่องสายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) ,การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน จ.ภูเก็ต (ระยะที่1) ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติ ภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ,แผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะกลุ่ม จ.ฉะเชิงเทรา ,ชลบุรี ,ระยอง เพื่อรองรับ EEC และการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง (MR-MAP) ซึ่งดำเนินการแล้ว10 เส้นทาง

และรับทราบความคืบหน้าระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อการเชื่อมต่อการเดินทางสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง(สถานีรังสิต) และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีด้านการจราจรและขนส่ง เพื่อแก้ปัญหาจราจรในเขตกทม./ปริมณฑล โดย พล.อ.ประวิตร ได้มอบ กทม.,กรมทางหลวง,กรมทางหลวงชนบท,การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกรมการขนส่งทางบก เชื่อมต่อข้อมูลจากกล้อง CCTV และ GPS ในพื้นที่ กทม.ปริมณฑลให้กับ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เพื่อดำเนินการศึกษาและรายงานผลให้ คจร. ทราบ ต่อไป

'พิธา' โพสต์ตัดพ้อ!! "ไทยไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้อีกแล้ว" หลัง 'อานนท์-เพนกวิน' อดประกันตัว แม้ระดมเงินได้ร่วมสิบล้าน

24 ก.พ. 65 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า "ประชาชนได้แสดงเจตจำนง ด้วยการระดมทุนเงินประกันกว่าสิบล้านในเวลาไม่นาน แต่ศาลอาญากรุงเทพใต้กลับไม่ยอมคืนสิทธิการประกันตัวให้เพนกวินและอานนท์

เป็นอีกครั้งที่ผมไม่สามารถเข้าใจเหตุผลทางกฎหมายของศาลได้

ถ้ากระบวนการยุติธรรมยังเป็นแบบนี้ ประเทศของเราคงไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ครับ"

'ไมโครซอฟท์' พร้อมร่วมพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้บริหารของบริษัท ไมโครซอฟท์ โดยมีนาย Ahmed Mazhari ประธานบริษัท ไมโครซอฟท์ เอเชีย และคณะผู้บริหารบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าพบพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยทางผู้บริหารของ ไมโครซอฟท์ พร้อมเข้ามาร่วมมือกับรัฐบาลในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยจากการหารือ ทั้งสองฝ่ายจะมีความร่วมมือกันในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะการทำงาน การพัฒนาทักษะและใช้ประโยชน์ในด้านเทคโนโลยี ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

‘อนุทิน’ ดันต่อรักษาโควิดตามสิทธิ หวังสร้างระบบการรักษาที่ชัดเจน

‘อนุทิน’ ดันต่อประกาศรักษาโควิดตามสิทธิ หวังสร้างความชัดเจนระบบรักษา เพิ่มเตียงผู้ป่วยอาการหนัก ยัน ไม่ขัด ครม. พร้อมทำความเข้าใจปชช.

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอ สธ. ทำความเข้าใจประชาชน กรณีออกประกาศให้ผู้ป่วยโควิด-19 รักษาตามสิทธินั้น ประกาศดังกล่าว เป็นอำนาจของ สธ. ที่ต้องนำเข้า ครม. เพราะของบประมาณไว้ดูแลผู้ป่วยเกณฑ์สีเหลือง และเกณฑ์สีแดง แต่ในเมื่อมีการทักขึ้นมาว่าหากประกาศไปแล้ว จะทำให้สังคมวิตกกังวล และขอให้ไปทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงเหตุและผลของการออกประกาศ เราก็พร้อมปฏิบัติตาม 

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวนั้น คือ การทำให้เรื่องของการรักษาผู้ป่วยเกณฑ์สีเขียว เหลือง แดง มีความชัดเจนขึ้น สำหรับผู้ป่วยเกณฑ์สีเขียว ต้องรักษาในระบบกักตัวที่บ้าน หรือในชุมชน ขึ้นอยู่กับความสะดวก ผู้ป่วยเกณฑ์สีเหลือง เกณฑ์สีแดง ถึงจะได้เข้ารักษาในสถานพยาบาล ต้องทำความเข้าใจธรรมชาติของโรคก่อนว่า ปัจจุบัน ผู้ป่วย 80% ไม่แสดงอาการ หรือมีอาการน้อยมาก หากเราให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ เข้าถึงเตียงได้หมด แล้วต่อมามีผู้ป่วยอาการหนักเข้ามา จะทำอย่างไร

พลังงานตามติดสถานการณ์วิกฤตในยูเครน หวั่นกระทบไทย

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ว่า แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการนำเข้าพลังงานทั้งน้ำมัน และ LNG เนื่องจากประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศกลุ่มตะวันออกกลางประมาณ 55% และนำเข้าจากรัสเซีย เพื่อกลั่นเพียง 5.22 ล้านลิตร/วัน หรือคิดเป็น 3% ของปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมด และในส่วนของ LNG ประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 18% โดยมาจากหลากหลายแหล่ง 

อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินและเตรียมความพร้อมหากเกิดสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น โดยกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมด้านปริมาณสำรองพลังงาน โดย ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 ไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบประมาณ 3,200 ล้านลิตร ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่งอีก 1,460 ล้านลิตร น้ำมันสำเร็จรูป 1,670 ล้านลิตร ทำให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองใช้ได้กว่า 2 เดือน แบ่งเป็น น้ำมันดิบ 27 วัน อยู่ระหว่างขนส่งอีก 13 วัน และน้ำมันสำเร็จรูป 12 วัน ส่วน LPG สำหรับในภาคครัวเรือนใช้ได้ 16 วัน

‘นายกฯ’สั่ง ‘ทหาร-ตำรวจ’ ดำรงความต่อเนื่องสนับสนุน ศบค.-ศปม. แก้ปัญหาโควิด-19 เตรียมพร้อมโรงบาลสนาม คุมเข้มช่องทางธรรมชาติแนวชายเเดน พร้อมสั่ง ‘กลาโหม-เหล่าทัพ’ ติดตามสถานการณ์สู้รบยูเครน-รัสเซียใกล้ชิด

ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.)ดํารงความต่อเนื่อง สนับสนุนการดําเนินการของ ศบค. และ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหา สถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19

อีกทั้งให้กองกําลังป้องกันชายแดน ยังคงมาตรการความเข้มข้นในการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ และคัดกรองการผ่านเข้า-ออก ของประชาชนในพื้นท่ี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามช่องทางธรรมชาติ 

พ.อ.วันชนะ กล่าวต่อส่า สําหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนนั้น ให้ทุกหน่วยจัดเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลในสังกัด โรงพยาบาลสนาม และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อรองรับ สถานการณ์กรณีที่มีจํานวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการส่งต่อและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ระบบต่างๆ ตามที่ได้รับการประสานหรือร้องขอ

อีกทั้งให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น เน้นย้ำให้กําลังพลและครอบครัว ปฏิบัติตามแนวทางในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิดของกระทรวงกลาโหมที่มีอยู่ รวมถึงที่ได้มีการอนุมัติเพิ่มเติมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว  

“โฆษกรัฐบาล” ย้ำ ป้องกันครอบจักรวาล สกัดโอมิครอน แจง ผู้ป่วยโควิด-19 รักษาฟรีทุกที่

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากข้อมูลทางการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สายพันธ์ุโอมิครอน ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ประชาชนสามารถป้องกันได้ ด้วยการปฏิบัติตนตามหลักครอบจักรวาล อย่างเคร่งครัด และเข้ารับการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ รวมทั้งเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะประชาชนกลุ่ม 608  และเด็กเล็ก 

นายธนกร กล่าวว่า ขณะนี้โควิด-19 ยังเป็นโรคฉุกเฉินและยังสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกที่ สถานพยาบาลเอกชนไม่สามารถปฏิเสธการรักษาได้  ส่วนการรักษาทั้งที่บ้าน ชุมชน โรงแรม โรงพยาบาล ระบบจะเข้าไปดูแล  โดยประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าถึงบริการสาธารณสุขโดยต้องไม่คิดค่าใช้จ่าย ถือเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 59 ในกรณีที่ผู้รับบริการผู้ใดไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรหรือตามสิทธิที่จะได้รับบริการสาธารณสุขที่กําหนดตาม พ.ร.บ. นี้ จากหน่วยบริการ หรือหน่วยบริการเรียกเก็บค่าบริการจากประชาชนโดยไม่มีสิทธิ   สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)  สายด่วน 1330 กด 12 

"วิษณุ" ระบุ กมธ.แปรญัตติวิธีคำนวณ ส.ส.อย่างไรก็ได้ ขออย่าขัดรธน.-ยึดหลักบัตร 2 ใบ มั่นใจกฎหมายลูกเลือกตั้ง "ผ่าน"

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 4 ฉบับ หากจะแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการวิสามัญให้วิธีนับคะแนนกลับมาเหมือนแบบจัดสรรปันส่วนผสม(MMP) ได้หรือไม่ ว่า ได้ทั้งนั้น อย่าให้ขัดกับหลักการรัฐธรรมนูญ เพราะหลักการของบางร่างที่รับไปเปิดกว้าง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากแก้การคำนวณแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่คล้ายกับคำนวณบัตรเลือกตั้งใบเดียว ก็ไม่จำเป็นที่ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ กลับมาใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องยืนบนพื้นฐานบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะแก้หัวหกก้นขวิดอย่างไร ต้องอย่าลืมว่ายังมีด่านที่ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เห็นชอบด้วย ถ้ากกต.ไม่เห็นชอบ เขาก็ส่งคืนกลับให้แก้ใหม่ เมื่อถามย้ำว่ากรรมาธิการวิสามัญ ไม่สามารถเขียนอะไรเกินกรอบมากไปได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ ระบุว่า ใช่ 

เมื่อถามว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งผ่านวาระแรกทั้ง 4 ฉบับ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 6 ฉบับ ดูทิศทางจะผ่านสภาฯเช่นกัน ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ผ่านหมดหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ต้องมีบางฉบับผ่านเข้าไป เพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญ พิจารณา อย่างน้อยฉบับของรัฐบาล คงผ่าน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top