Tuesday, 9 June 2026
PoliticsQUIZ

"จุรินทร์" เผย ไม่ทราบ "โบ๊ต อนุกูล" ย้ายซบ ปชป. รอง”เดชอิศม์”รายงานก่อน ปัดตอบ กลิ่นรัฐประหาร  มองไม่ออกใครจะเป็นคนทำ ชี้ เป็นหน้าที่พรรคร่วมรักษาเสถียรภาพรัฐบาล ลั่น อย่ากังวลประชาธิปัตย์รู้หน้าที่ดี 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ายังไม่มีข้อมูลเรื่อง นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือน้องโบ๊ต อดีตผู้สมัคร ส.ส. เลือกตั้งซ่อม เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ เตรียมย้ายเข้ามาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ยังไม่ได้รายงานตนในเรื่องนี้ จึงยังไม่ขอตอบเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 ม.ค.ตนจะเดินทางไปที่จังหวัดสงขลาเพื่อขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวสงขลาเขต 6 ที่ ลงคะแนนเสียงและไว้ใจเลือกน.ส. สุภาพร กำเนิดผล เป็น ส.ส. ในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา 

ส่วนกระแสข่าวการรัฐประหารนั้นนายจุรินทร์ กล่าวว่ายังไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ทราบที่มาที่ไปของข่าวและมองไม่ออกว่าใครจะเป็นคนทำรัฐประหาร ขณะที่เสถียรภาพรัฐบาลนั้นก็เป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ตนยังย้ำเรื่องการเป็นสถาบันทางการเมือง เพราะฉะนั้นเรารู้หน้าที่ว่าจะทำอะไร ตัดสินใจอย่างไร จึงขออย่ากังวลในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคอื่นก็ให้ไปถามพรรคนั้นๆ 

“บิ๊กตู่” สั่งการ กทม. เร่งติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย พร้อมให้นำนวัตกรรม “ไฟจราจรอัจฉริยะ” มาใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนมากขึ้น

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทางม้าลาย สั่งกำชับให้กรุงเทพมหานครดำเนินการติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนมากขึ้น ให้เร่งดำเนินการโดยเฉพาะทางม้าลายในจุดเสี่ยง แก้ไขปัญหาลดอุบัติเหตุ พร้อมพิจารณานำนวัตกรรมไฟจราจรอัจฉริยะ (Smart Traffic Light) ปิด เปิดไฟเขียวให้คนข้ามทางม้าลายโดยอัตโนมัติ มาใช้งาน ลดปัญหาสัญญาณไฟจราจรข้ามทางม้าลายแบบเดิม ที่ประชาชนผู้ใช้ทางม้าลายต้องเสียเวลายืนรอข้ามถนนหลายนาที

คกก.ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลร่วมประชุมหารือขับเคลื่อนงานแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เน้นตอบสนองความต้องการปชช. ในพื้นที่จชต. ให้มีความมั่นคง ปลอดภัย ดำรงชีวิตด้วยความสงบสุขอย่างยั่งยืน

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล (ปธ.คผบ.จชต.) และกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล 6 ท่าน ที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง, ด้านเศรษฐกิจ, ด้านต่างประเทศ, ด้านสังคมพหุวัฒนธรรม ด้านการศึกษา และด้านประสานการมีส่วนร่วม ได้เดินทางไปประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 ภายหลังมีการแต่งตั้งตามมติ ครม. ที่สำนักงานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดภาคใต้ ส่วนหน้า อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 

"หมอหนู" ชี้​ ตัวเลขเสียชีวิตสหรัฐฯพุ่ง​ เหตุไม่ได้รับวัคซีนกันเยอะ​ ส่วนไทยมั่นใจคุมได้​ เชื่อ​ ตัวเลขจะค่อยๆลดลง​ “ชี้”วงสังสรรค์​เป็นคลัสเตอร์หลัก

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.สาธารณสุข​ กล่าวถึงกรณีมีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้ชุมนุมพีมูฟที่ชุมนุมข้างทำเนียบฯหลายราย กระทรวงสาธารณสุขจะต้องเข้ามาคัดกรองหรือไม่​ ว่า​ เข้าใจว่าทาง กทม. เป็นผู้ดูแล ขณะนี้สิ่งที่ดีที่สุดคือ ทำตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วประเทศ โดยเฉพาะวันนี้ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสูงขึ้นนั้น ตนยังเชื่อว่าจะค่อยๆลดลง อย่างไรก็ตาม​ วันนี้เน้นในเรื่องของการดูแลผู้ป่วยหนัก และยังยืนยันว่าจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตยังอยู่ในจำนวนที่ดี ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่​

ส่วนที่สหรัฐอเมริกามีตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงขึ้นทั้งที่เชื้อโอมิครอนมีอาการไม่รุนแรงนั้น ต้องดูในรายละเอียด อย่างที่สหรัฐฯมีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และวิถีการใช้ชีวิตอย่างไม่เหมือนเรา คนไทยยังให้ความร่วมมืออย่างดี โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย ทำให้การติดเชื้อยังอยู่ในระดับที่เราควบคุมได้ ส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อมา มาจากการรวมตัวกัน การปาร์ตี้สังสรรค์ ตรงนี้ยอมรับว่ายังมีอยู่ เพราะทุกคนถือว่าฉีดวัคซีนกันแล้ว ระมัดระวังกันอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งเหมือนเป็นการคัดกรองชั้น 1 แล้ว ย้ำว่าวันนี้เรื่องวัคซีนไม่ใช่ปัญหา แต่ขอให้หลีกเลี่ยงการรวมตัวเฮฮาปาร์ตี้ การสังสรรค์ ได้รับรายงานว่าขณะนี้เป็นคลัสเตอร์หลัก มาจากกิจกรรมเหล่านี้

เมื่อถามว่า กระทรวงการอุดมศึกษา​ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีการประสานกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการดูแลการสอบทีแคสแล้วหรือยัง​ นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขฉีดวัคซีนให้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแล และกระทรวงสาธารณสุขได้ให้มาตรการ อย่างไรก็ตาม ขอให้รักษามาตรการสุขอนามัยส่วนบุคคล เมื่อมีการฉีดวัคซีน ตรวจคัดกรองด้วย ATK ก่อนเข้าสอบแล้ว ก็สามารถดำเนินการได้

‘จักรภพ’ เย้ย แผนฟื้นสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ แค่มกุฎราชกุมาร MBS อยากหาพันธมิตรเพิ่ม

28 ม.ค. 65 - นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ปัจจุบันอาศัยอยู่ต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก

นาย จักรภพ ระบุว่า ข่าวลือและข่าวมโนเกิดขึ้นมากในกรณีซาอุดีอาระเบีย ที่จู่ ๆ ก็เกิดการเยือนกรุงริยาร์ดของฝ่ายไทยขึ้นมา เราควรตั้งคำถามกับตัวเอง 2 ข้อเพื่อให้นำทางเราไปสู่คำตอบ ซึ่งถึงอาจจะยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแต่ก็ใกล้เข้าไปหน่อย คำถามนั้นคือ :

เบื้องหน้า: สาระจริง ๆ ของการรับระบอบไทยครั้งนี้คืออะไร?
เบื้องหลัง: เกิดขึ้นได้เพราะอะไร?
คำถามที่ 1

อ่านแถลงการณ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียให้ละเอียด ในนั้นได้บอกอะไรเราอย่างชัดเจนเกือบทั้งหมดแล้ว ผมจะขอว่าไปทีละข้อ และอาจจะรวบบางข้อเข้าด้วยกัน เพราะหลายข้อเป็นข้อความที่ว่างเปล่าแบบการทูตยุคโบราณเท่านั้น

ข้อ 1 ชัดเจนตั้งแต่ข้อแรกนี้เลยว่า งานนี้ไทยเป็นคนไปของอนง้อกับทางซาอุดีอาระเบีย เพราะรองนายกรัฐมนตรีของซาอุดีอาระเบียเป็นผู้ออกจดหมายเชิญนายกรัฐมนตรีไทย ตามประเพณีการทูตแล้ว คนในตำแหน่งเดียวกันหรือเทียบเท่ากันเท่านั้นเขาจะเชิญกัน นายกฯ ต้องเชิญนายกฯ ด้วยกัน ไม่ใช่รองนายกฯ เชิญนายกฯ ซึ่งเท่ากับบอกกลาย ๆ ว่า คนตำแหน่งต่ำกว่าของบ้านฉัน ใหญ่เท่ากับคนตำแหน่งสูงกว่าที่บ้านเธอ ส่งสัญญาณตั้งแต่แรกว่าใครง้อใคร และใครตัวซี้ตัวสั่นรีบวิ่งไปหาเขาเมื่อได้ยินเสียงเคาะกะลา เรารู้ครับว่า เจ้าชายบินซัลมานฯ หรือ MBS คือผู้มีอำนาจจริงในซาอุดีอาระเบีย ถ้าจะคุยให้ได้เรื่องก็ต้องคุยกับคนนี้เท่านั้น เรื่องนี้ใครก็เข้าใจ แต่จะต้องไม่ลืมด้วยว่าประเทศไทยไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นคนรับใช้ หรือยอมตัวเป็นชาติไก่รองบ่อนของชาติใดอย่างเป็นทางการ การแสดงความเสมอภาคและเท่าเทียมระหว่างคู่เจรจาคือเกียรติภูมิของชาติอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะในขั้นต้น แต่พออ่านข้อ 1 เลยทำให้คิดว่า หรือคนไทยเราบางคนไม่รู้จักคำว่า เกียรติภูมิ หรือ เกียรติยศ

ข้อ 2 คราวนี้ ไทยเป็นฝ่ายเอ่ยปากแสดงความเสียใจเกี่ยวกับกรณีที่พวกเราเรียกกันว่า คดีเพชรซาอุฯ ขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะระบุปีเสียด้วยว่า ระหว่าง พ.ศ. 2532-2533 ทั้งที่เรื่องจริงมันยาวนานกว่านั้นมาก อาจมีเจตนาเพื่อตัดบางกรณีที่ลามต่อเนื่องออกไป เพื่อจะได้ไม่ต้องไปสืบสวนและสอบสวนเพิ่มแบบขยายประเด็น แบบนี้ต้องเรียกว่าตั้งข้อหาตัวเองแบบตำรวจบางคน คือช่วยตั้งข้อหาให้มันแคบเข้าไว้ แต่สาระสำคัญกว่านั้นอยู่ที่ตรงฝ่ายไทยชิงสรุปว่า เท่าที่ผ่านมา ได้ทำคดีนั้นอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ยินดีจะเปิดแฟ้มใหม่ให้กับซาอุดีฯ หากมี “หลักฐานเพิ่ม” คำถามที่เกิดขึ้นทันทีคือ หลักฐานใหม่พวกนี้มาจากไหน? มาจากฝ่ายไทยเอง หรือรอให้ฝ่ายซาอุดีฯ เขาจะส่งเป้าชี้มาให้เลยเสร็จสรรพ? เรื่องนี้อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่า ไทยจะยังไม่ได้อะไรเป็นมรรคเป็นผลอย่างที่ใครบางคนฝันกลางวันเอาไว้หรอกครับ ยกเว้นว่าอาจจะได้เอกอัครราชทูตที่ริยาร์ดส่งมาประจำที่กรุงเทพฯ สักคน และก็รอเรื่องอื่นไปจนกว่าทางซาอุดีฯ จะบอกมาอีกทีว่าฉันพอใจกับเรื่องเพชรซาอุฯ รอบใหม่แล้ว นั่นก็เท่ากับว่า การวิ่งไปคราวนี้เป็นเพียงภารกิจรักษาหน้าเท่านั้น คุยได้นิด ๆ ว่าเราจะกลับมามีความสัมพันธ์ทางการทูตกับซาอุดีอาระเบียแล้วนะ ถ้าถามต่อว่าแล้วว่าได้อะไรเป็นรูปธรรมกลับมาบ้าง ก็คงม้วนหน้าหลบเร้นไปตามระเบียบ

‘ก้าวไกล’ อ้อน!! ประชาชนโหวตเลือก ‘เพชร กรุณพล’ เทเสียงถล่มทลายเหมือนสมัย ‘อนาคตใหม่’ เข้าสภา

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึง ความพร้อมในการเลือกตั้งซ่อม เขต 9 (หลักสี่-จตุจักร) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มกราคม นี้ ว่า จากการไปช่วย กรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ เพชร ผู้สมัคร เบอร์ 6 ตัวแทนจากพรรคก้าวไกล หาเสียงช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว รู้สึกดีใจที่กระแสตอบรับพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับรัฐบาลที่มีแต่เสียงบ่นถึงความไม่ได้เรื่องในการบริหารประเทศ พี่น้องประชาชนกำลังต้องการทางเลือกใหม่ ความหวังใหม่ และอนาคตใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคก้าวไกลก็คือคำตอบนั้น จึงค่อนข้างมั่นใจว่า พวกเราจะรับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

“ในวันที่ 30 มกราคม เป็นวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขตหลักสี่ จตุจักร เราจะส่งตัวแทนพรรค 280 คน ไปประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 280 หน่วย ทั้งหมดเป็นอาสาสมัครที่พรรคเปิดรับ ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งซ่อม ที่พรรคก้าวไกลมีอาสาสมัครเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วยกันมากกว่าจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่มีเสียอีก สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนตื่นตัวและใส่ใจการเลือกตัวแทนไปเป็นปากเสียงของเขาอย่างมาก รวมถึงต้องการเห็นชัยชนะของพรรคก้าวไกล อยากให้ในสภามี เพชร กรุณพล ไปทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนพวกเขา”

ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง ‘ยิงลักษณ์’ กับพวก คดีทุจริต จัดโรดโชว์ มูลค่า 240 ล้าน 

ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง “อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์” กับพวก ทุจริตจัด “โรดโชว์ สร้างอนาคตไทย 2020” มูลค่า 240 ล้านบาท ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งรับฟ้องหรือไม่ 19 เม.ย.นี้

วันนี้ (28 ม.ค.) ที่ศาลฎีกา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามสปอร์ต ชินดิเคท จำกัด (มหาชน) และ นายระวิ โหลทอง กรรมการผู้บริหารบริษัทสยามปอร์ตฯ เป็นจำเลยที่ 1-6 ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามคดีหมายเลขดำที่ อม.2/2565

โดยกล่าวหาว่า เมื่อระหว่างปลายเดือน ส.ค. 56 ถึงวันที่ 12 มี.ค. 57 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาจัดจ้างโครงการ “Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020” อย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์แก่จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กำหนดตัวบุคคลผู้รับจ้างไว้ล่วงหน้าให้จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับจ้างจัดทำโครงการ Roadshow “สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020” จำนวน 12 จังหวัด โดยยังไม่ได้คัดเลือกผู้เสนอราคา จำเลยที่ 3 เสนอและจำเลยที่ 1 อนุมัติใช้งบกลาง 40 ล้านบาท ทั้งที่มิใช่กรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน 

ผลักดันจนสำเร็จ!! เปิดเนื้อหา ฟื้นสัมพันธ์ ไทย-ซาอุฯ สู่ผลงานชิ้นโบว์แดง ‘รัฐบาลลุงตู่’ 

หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นการเดินทางเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หลังความสัมพันธ์ตกต่ำมาตลอด 32 ปีที่ผ่านมา 

การเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศแล้วผ่านพิธีการต้อนรับอย่างสมเกียรติ ในขณะเดียวกันยังมีการเจรจาในแบบทวิภาคีอีกหลายเรื่อง

แน่นอนว่า การเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียของ พล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ ย่อมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการเปิดประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์หน้าใหม่ระหว่างสองประเทศในรอบกว่า 30 ปี ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับกันว่า นี่คือ ผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาล ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างปฏิเสธไม่ได้ 

การไปเยือนซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ มีรายละเอียดที่กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สรุปไว้น่าสนใจหลายอย่าง ลองไปดูว่ามีอะไรบ้าง เหตุใดจึงสร้างอิมแพค ทั้งในไทยและทั่วโลก ต่างจับตามอง

1.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรไทยได้เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มกราคม 2565 ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammad bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

2.) มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียทรงให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย และทั้งสองฝ่ายได้ประชุมหารืออย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความตั้งใจร่วมกันในการสะสางประเด็นที่คั่งค้างทั้งหมดระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียและปรับความสัมพันธ์ระหว่างสองราชอาณาจักรให้เป็นปกติ ทั้งสองฝ่ายยังได้ย้ำความสำคัญของการส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรของสองราชอาณาจักรและการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความสัมพันธ์ฉันมิตรกับซาอุดีอาระเบีย และแสดงความเสียใจยิ่งต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2532-2533 (ค.ศ. 1989-1990)

นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยยืนยันว่า ไทยได้พยายามอย่างที่สุดแล้วในการสะสางกรณีต่างๆ และหากมีหลักฐานใหม่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้น ก็พร้อมที่จะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยพิจารณา นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการให้ความคุ้มครองที่เหมาะสมแก่บุคคลในคณะผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียที่กรุงเทพฯ ตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต ปี ค.ศ. 1961 ทั้งสองฝ่ายยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนชาติของกันและกันในแต่ละประเทศ

3.) ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นในภูมิภาคและระหว่างประเทศต่างๆ และได้หารือถึงแนวทางในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีในทุกสาขา ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์และการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของแต่ละฝ่ายเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีเพื่อประโยชน์ร่วมกันของราชอาณาจักรทั้งสอง

4.) โดยคำนึงถึงจิตวิญญาณของความร่วมมือและความตั้งใจร่วมกันเพื่อฟื้นฟูมิตรภาพและความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างสองราชอาณาจักรและประชาชน ภายใต้การนำและพระราชวิสัยทัศน์อันเข้มแข็งของผู้พิทักษ์ สองมหามัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด (His Majesty King Salman bin Abdulaziz Al Saud) และมกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันให้ปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันให้เป็นปกติอย่างสมบูรณ์ ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความพยายามในหลายระดับของทั้งสองฝ่ายที่มีมาอย่างยาวนานเพื่อฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจและความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกัน

5.) ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกับขั้นตอนสำคัญต่างๆ ที่จะดำเนินการเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำเมืองหลวงของทั้งสองประเทศในอนาคตอันใกล้ และการจัดตั้งกลไกการปรึกษาหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี การติดต่อประสานงานอย่างเต็มที่จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้าเพื่อหารือความร่วมมือทวิภาคีในสาขายุทธศาสตร์ที่สำคัญ

6.) ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางในการส่งเสริมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองราชอาณาจักรโดยการแสวงหาโอกาสในด้านการลงทุนและอื่นๆ ในบริบทของวิสัยทัศน์ ค.ศ. 2030 ของซาอุดีอาระเบียและวาระการพัฒนาแห่งชาติของไทย กล่าวคือ นโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio - Circular - Green Economy) ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ อาทิ พลังงานทดแทน สิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนา และความมั่นคงทางไซเบอร์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำหรับความสัมพันธ์ที่กำลังเติบโตระหว่างทั้งสองราชอาณาจักร รวมทั้งการส่งเสริมการสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างศาสนาและพหุวัฒนธรรม

‘ราเมศ’ โฆษก ปชป ขอบคุณ ปชช. มีส่วนร่วมสร้างพรรคบริจาคเงินให้ ปชป สูงสุด ย้ำไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เปิดเผยถึงจำนวนเงินการรับบริจาคของพรรคการเมืองต่างๆว่า

พรรคประชาธิปัตย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ขอบพระคุณประชาชนทุกคนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างพรรคร่วมกิจกรรมทางการเมืองโดยการบริจาคเงินให้กับพรรคเป็นจำนวนที่สูงสุดในทุกพรรคการเมือง โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเงินบริจาคสูงสุดคือ 14,639,000 บาท 
พรรคในฐานะสถาบันทางการเมืองที่ได้ก่อตั้งมายาวนานที่สุด พรรคดำรงคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าเหตุผลที่สำคัญคือประชาชนร่วมยืนเคียงข้างในทุกช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกคน ทุกรุ่นในพรรค มีความมุ่งมั่นยึดอุดมการณ์และความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นแนวทางสำคัญในการทำงาน ในทุกภารกิจมุ่งทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด พรรคไม่ได้ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อการใดการหนึ่ง แต่ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานให้กับประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ

'เทพไท' เผย กมธ.กาสิโน ตั้งอนุ กมธ.4 ชุด เร่งศึกษาการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร ภายใน 60 วัน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช  พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้ และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า และการพนันออนไลน์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง ความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการ 4 ชุด เพื่อพิจารณาศึกษาในรายละเอียดของสถานบันเทิงครบวงจร ในทุกๆด้าน ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 60 วัน คือ

1. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากฏหมาย การจัดเก็บรายได้และภาษี จากสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) โดยมีนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานฯ

2. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการป้องกัน แก้ไขปัญหาผลกระทบและศึกษาพื้นที่ความเป็นไปได้และหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) โดยมี นายสุชาติ อุตสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานฯ

3. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการลงทุนและรูปแบบการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) โดยมี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธานฯ

4. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาธุรกิจ Gaming โดยมี นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานฯ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top