Thursday, 11 June 2026
PoliticsQUIZ

นายกรัฐมนตรี ลงนามในราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามเผยแพร่ข่าว ข้อมูลสร้างความหวาดกลัว บิดเบือน สับสน พร้อมให้อำนาจ กสทช. สั่ง ISP ตัดเน็ตได้ทันที

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 29) โดยระบุว่า เนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดหรือสับสน ปฏิบัติตนไม่ถูกต้องจนเกิดความเสียหาย หรือเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ การละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น การรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการรักษาสุขภาพของประชาชนโดยผ่านทางสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต อันเป็นการช้ำเติมสถานการณ์ฉุกเฉินให้วิกฤติยิ่งขึ้น จำเป็นต้องมีมาตรการที่กำหนดให้การใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการแสดงออกเป็นไปอย่างมีเหตุผล ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงและมีความรับผิดชอบต่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวมในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้

นายกรัฐมนตรี จึงได้ออกข้อกำหนด ห้ามผู้ใดเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในกรณีมีการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารดังกล่าวข้างต้นในอินเทอร์เน็ต ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) แจ้งผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายทราบ และให้ตรวจสอบว่าข้อความหรือข่าวสารดังกล่าวมีที่มาจากเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ใด หากเป็นเลขที่อยู่ไอพี (IP address) ที่ตนเป็นผู้ให้บริการ ให้แจ้งรายละเอียดต่อสำนักงาน กสทช. และให้ระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่เลขที่อยู่ไอพี (IP address) นั้นทันที และให้สำนักงาน กสทช.ส่งรายละเอียดตามที่ได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่งให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเร็วเพื่อดำเนินคดีต่อไป


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ทอ.จัดโครงการ “ทัพฟ้าส่งเวชภัณฑ์ทั่วไทย ร่วมใจฝ่าวิกฤตโควิด-19” สนับสนุนอากาศยาน นำส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้โรงพยาบาลในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ได้สั่งการให้ ศูนย์ปฏิบัติการพลเรือน-ทหาร ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ (ศป.พรท.ศบภ.ทอ.) สนับสนุนการลำเลียงอุปกรณ์การแพทย์ไปยังสถานพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งกองทัพอากาศร่วมกับมูลนิธิหลักประกันสุขภาพไทย และโครงการทุก(ข์)ภัย ไทยช่วยกัน ร่วมปฏิบัติภารกิจ “เติมน้ำใจ ต่อ...ลมหายใจ” โดยได้ดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศไทย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด-19 

โดยวันนี้ กองทัพอากาศได้จัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 16 (ATR) ในการลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบด้วย เครื่องช่วยหายใจ High Flow จำนวน 6 เครื่อง, หน้ากาก N95 จำนวน 3,000 ชิ้น, ชุด PPE จำนวน 300 ชุด และอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบอากาศบริสุทธิ์ (PAPR) จำนวน 3 เครื่อง ไปส่งมอบให้กับ โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลนราธิวาส เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน 

ทั้งนี้กองทัพอากาศได้จัดเตรียมเครื่องบินลำเลียง อาทิ C-130, ATR ฯ ล ฯ ซึ่งขึ้นอยู่กับน้ำหนักและปริมาตรของอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมกำลังพลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนภารกิจ “เติมน้ำใจ ต่อ...ลมหายใจ” อย่างต่อเนื่อง ในการลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปส่งยังสถานพยาบาลในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง หรือมากกว่านั้นตามความจำเป็นเร่งด่วน 

"ม็อบทะลุฟ้า" บุกพรรคภูมิใจไทย ทวงถามข้อเรียกร้อง ให้ถอนตัวพรรคร่วมรัฐบาล  ก่อนจะแปะสติ้กเกอร์ข้อความเสียดสี-ปาสีแดงใส่ป้ายพรรค-เผาหุ่นจำลองพลเอกประยุทธ์ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์การเมือง 

ที่พรรคภูมิใจไทย กลุ่มผู้ชุมนุม "ทะลุฟ้า" นำโดย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่-ดาวดิน  และแนวร่วมอ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือถึงพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นข้อความเพียงคำเดียว หน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อทวงถามข้อเรียกร้องให้ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยชี้ถึงความล้มเหลวในการบริหารวิกฤตโควิด-19 
       
หลังกลุ่มผู้ชุมนุมทะลุฟ้าประกาศขีดเส้นภายใน 10 นาทีไม่มีแกนนำของพรรคมารับหนังสือ มีการติดสติ้กเกอร์โลโก้และข้อความเสียดสีทางการเมืองว่า "ภูมิใจตู่" พร้อมทั้งการปาถุงที่บรรจุสีแดงปาใส่ที่ป้ายชื่อพรรคและประตูทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะตะโกนขับไล่พลเอกประยุทธ์ให้ลาออกจากตำแหน่ง   
      
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมนำหุ่นไล่กาที่มีหน้ากากหน้ารูปหน้าของนายกรัฐมนตรีด้วย 3 หุ่น มาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเผาหุ่นก่อน 1 หุ่นที่พรรคภูมิใจไทย  โดยตำรวจพยายามเข้ามาดับไฟและขอร้องอย่าเผาหุ่นแล้ว แต่ผู้ชุมนุมก็คัดค้านอย่างสันติด้วยการนั่งคุกเข่าขวางและชูมือสัญลักษณ์การชุมนุม และระหว่างการทำกิจกรรม ผู้กำกับจาก สน.บางเขน ประกาศแจ้งต่อผู้ชุมนุมรับทราบว่าการชุมนุมเป็นการกระทำฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขอให้เลิกทำกิจกรรม จากนั้นผู้ชุมนุมตะโกนไล่ตำรวจและรถประกาศถอยร่นออกไป 


     
ทั้งนี้ หลังทำกิจกรรมนานกว่า 1 ชม. กลุ่มผู้ขุมนุม ได้เคลื่อนย้ายไปทำกิจกรรมต่อที่พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ โดยระหว่างทำกิจกรรมเนื่องจากติดกับถนนทำให้การจราจรบริเวณนั้นติดขัดช่วงที่ทำกิจกรรม

ราเมศ โฆษก ปชป ตรวจความเสียหาย ที่ทำการพรรค ย้ำเกินกรอบกฎหมาย ลั่น แจ้งความ ดำเนินคดีถึงที่สุด

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมายพรรค ได้เข้าตรวจสอบความเสียหายที่ทำการพรรค โดยได้กล่าวว่า การแสดงออกของผู้ชุมนุมมกลุ่ม "ทะลุฟ้า" ที่ได้เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ ต้องบอกว่าไม่ใช่การเดินทางมาชุมนุมโดยสงบ การเดินทางมาครั้งนี้ได้มีการทำลายทรัพย์สินของพรรคให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก การปาสีใส่ทรัพย์สินของพรรคไม่ว่าจะเป็นป้ายหน้าพรรค  ฝาผนัง กระจก ทุกอย่างเกิดความเสียหาย 

นี่ไม่ใช่การแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย เป็นการกระทำที่เกินกรอบของกฎหมายบ้านเมือง การมาเพื่อพูดคุย ปราศรัย สามารถทำได้ พรรคพร้อมรับฟังทุกเรื่อง แต่ไม่ใช่มากระทำการทำลายทรัพย์สินของพรรคแบบนี้ อยากถามกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนกันว่าวันนึงถ้ามีคนมาทำลายข้าวของในบ้านคุณ คุณจะยอมหรือไม่ 

พรรคมีความจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดี อันเนื่องมาจากการทำลายทรัพย์สินของพรรคให้เกิดความเสียหาย บ้านเมืองมีกฎหมาย เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความศักดิ์สิทธิต่อไป

ทบ. เดินหน้านำทรัพยากรช่วยประชาชน จัดเที่ยวบินที่ 3 เครื่องบิน C-295 สานต่อภารกิจบินส่งผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน จ.น่าน และส่งโดยรถยนต์อีก 136 คนไป จ.พิษณุโลก ตาก พิจิตร

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกสานต่อภารกิจใช้อากาศยานนำส่งผู้ป่วยโควิด (กลุ่มสีเขียว) กลับภูมิลำเนาด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295 อีก 1 เที่ยวบิน ในเส้นทาง กทม. - จังหวัดน่าน โดยนำผู้ป่วยจำนวน 24 คน เดินทางจาก ฝูงบิน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก เขตดอนเมือง เวลา 10.00 น. ไปยังปลายทางคือท่าอากาศยานน่านนคร จ.น่าน ภายใต้มาตรฐานเวชศาสตร์การบิน และมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 โดยมณฑลทหารบกที่ 38 ซึ่งเป็นส่วนรับผู้ป่วยปลายทาง ได้จัดรถบัสพร้อมรถพยาบาลและทีมแพทย์จาก รพ.ค่ายสุริยพงษ์ นำผู้ป่วยส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษา โดยได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน และ รพ.น่าน เพื่อบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยต่อไป

การลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศกลับภูมิลำเนาในวันนี้ นับเป็นการใช้เครื่องบินของกองทัพบกในการส่งผู้ป่วย เป็นเที่ยวบินที่ 3 แล้วหลังจากที่กองทัพบกได้นำเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295  พร้อมทีมแพทย์เวชศาสตร์การบิน ทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย COVID-19 ที่ไม่มีอาการ(สีเขียว) จำนวน 40 คน 2 เที่ยวบิน จาก กทม.ปลายทางสนามบินนครพนม ซึ่งภารกิจดังกล่าวเป็นไปด้วยความราบรื่น ผู้ป่วยทุกรายถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ไม่มีอาการผิดปกติอีกทั้งผู้ป่วยได้แสดงความขอบคุณกองทัพบกและเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกการเดินทางจนได้กลับถึงบ้านอย่างเรียบร้อย

นอกจากนี้ ในวันนี้กองทัพบกยังได้จัดรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ เดินทางไปส่งผู้ป่วยโควิด(สีเขียว)กลับภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคเหนืออีก 3 จังหวัด อีก 136 คน ภายใต้การอำนวยการประสานการปฏิบัติของกองทัพภาคที่ 3 และกรมการขนส่งทหารบก คือ จังหวัดพิษณุโลก 96 คน ,จังหวัดพิจิตร 33 คน และจังหวัดตาก 7 คน

สำหรับภารกิจการนำส่งผู้ป่วยติดเชื้อสีเขียวกลับภูมิลำเนา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และกองทัพบกได้ใช้ศักยภาพของยุทโธปกรณ์ที่มีประจำการ อาทิ เครื่องบินลำเลียงแบบ C-295 รถยนตร์โดยสารขนาดใหญ่รถยนต์ปิ๊กอัพ รถพยาบาล เข้าสนับสนุนการดูแลประชาชนในภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำลังพิจารณานำอากาศยานประเภทอื่นที่มีความเหมาะสมมาเสริมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนาให้มากขึ้น เป็นการย้ำถึงเจตนารมณ์ของ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกในการนำทรัพยากรที่มีอยู่และยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อยืนหยัดดูแลช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และในทุกสถานการณ์

สำหรับผู้ป่วยที่มีความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือในการเดินทางกลับภูมิลำเนา สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด-19 กองทัพบก โทร 02-2705685-9 ตลอด 24 ชม.

หมอวรงค์ ชี้ ป๋าเทพช่วยดันกลุ่มคนพลังเงียบ เตือนพวกจาบจ้วง หยุดการกระทำได้แล้ว

30 ก.ค. 64 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่า #ปรากฏการณ์ป๋าเทพ

การแสดงออกของป๋าเทพ แค่วันเดียว ถูกกล่าวขานกันไปทั้งประเทศ เพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะประชาชนที่คิดแบบป๋าเทพมีจำนวนมาก เพียงแต่คนส่วนใหญ่คือพลังเงียบ

ผมคิดว่า คนที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มม็อบ ที่ออกมาป่วนประเทศ หวังให้มีการแพร่เชื้อ จาบจ้วงสถาบัน น่าจะหยุดได้แล้ว เพราะสิ่งที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย

สงสารน้อง ๆ เขา เพราะยิ่งทำยิ่งหมดอนาคต ต้องไปจบชีวิตในคุก แม้แต่ดาราที่หลงออกมา call out แทบจะเหยียบเบรกไม่ทัน เพราะคิดไม่ถึงว่า ประชาชนจีนจะออกมาต่อต้านอย่างรุนแรง

ป๋าเทพบอกว่า จบแค่ประถม 4 ป๋าเทพจึงเป็นตัวแทนของ ประชาชนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา และผมเชื่อว่า ปรากฏการณ์ป๋าเทพ จะยิ่งทำให้คนไทยมีพลังใจ และกล้าแสดงออกมากขึ้น


ที่มา : https://www.facebook.com/therealwarong/posts/2967013406903024


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘กลุ่มทะลุฟ้า’ บุก ปชป. จี้ถอนตัว ทั้งปาสีใส่ป้ายพรรค เผาหุ้น ‘ประยุทธ์’ ด้าน ‘ปูน ทะลุฟ้า’ อัดพรรคแมลงสาปไม่เคยยืนข้างปชช. เลือกตั้งครั้งหน้ารับรองตายยกรัง ได้พักยาวแน่ ด้านโฆษกปชป.  เดือด หลังพบพรรคถูกพังเละ

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. เวลา 13.10 น. ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มทะลุฟ้า เดินทางมา ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสน.บางซื่อ มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย โดยไม่มีเจ้าหน้าที่พรรคมารับหนังสือ เนื่องจากเป็นช่วงเวิร์กฟอร์มโฮม

ทั้งนี้เกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีชายไม่ทราบฝ่าย ประมาณ 2 ราย เข้ามากล่าววาจายุยง ก่อนวิ่งหนี โดยสมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการล้อมไว้ โดยแกนนำทะลุฟ้า ขอให้ประชาชนใจเย็น เราจะไม่ทำให้เกิดความรุนแรง ก่อนกลุ่มทะลุฟ้า มุ่งหน้าไปที่ป้ายพรรค

โดยนายนวพล ต้นงาม หรือ ‘ไดโน่ ทะลุฟ้า’ กล่าวบนรถเครื่องเสียงที่นำมาจอดบริเวณทางเข้าพรรค ว่า ป้ายข้างหน้า คือป้ายพรรคประชาธิปัตย์ เรามาปาป้ายพรรค แต่ป้ายข้างบนที่อยู่เหนือขึ้นไป อย่าไปทำ เราจะปาแต่ป้ายประชาธิปัตย์เท่านั้น เราจะราดเลือด ที่คุณไม่เคยเห็นหัว เลือดประชาชนที่ตายทุกวัน นี่อาจจะเป็นเลือดของพ่อแม่คุณ ที่ฉีดซิโนแวคแล้วตาย ประชาชนตายทุกวัน ยังนิ่งเฉย เพราะพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลไม่เคยเห็นหัวประชาชนที่ตายทุกวันจากโรคโควิด ถ้าคุณดี เราคงไม่ทำแบบนี้ นี่คือการแสดงสัญลักษณ์ว่าเราไม่เอาแล้ว นี่คือความไม่พอใจของประชาชน คุณต้องมีวิธีการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ mRNA  และขอฝากถึง พรรคประชาธิปัตย์ ถ้ายังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เจอกูทะลุฟ้า วันนี้เราต้องการให้หัวหน้าพรรคมารับหนังสือกับเรา เขาก็ไม่มา

จากนั้น กลุ่มทะลุฟ้า ได้พากันปาสีแดง ที่ใช้เป็นสัญญาลักษณ์แทนเลือด ใส่ป้ายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และป้ายผ้ารูปนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค พร้อมทั้งปาสีใส่อาคารมูลนิธิควง อภัยวงศ์ และติดกระดาษเอสี่ คำว่า ‘ค_ย’ พร้อมทั้งเผาหุ้น พล.อ.ประยุทธ์ ที่ติดสติ๊กเกอร์ คำว่า ‘พลังประชารัฐปัตย์’ ซึ่งมีโลโก้พรรคพลังประชารัฐและพระแม่ธีณีฯ อยู่ด้วย และหนังสือที่จะยื่นให้กับพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนั้นนายธนพัฒน์ กางเป็ง หรือ ‘ปูน ทะลุฟ้า’ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนเลย ที่พรรคอยู่เคียงข้างประชาชน คนจึงเรียกว่าพรรคแมลงสาป เพราะทุกครั้งบอกไม่อยู่ข้างเผด็จการ แต่หลังเลือกตั้ง ก็เห็นว่ารับใช้เผด็จการมาโดยตลอด 

'รับบทขจัดทักษิณมาตลอด 20 ปี เขาอ่านเกมออกกันแล้ว เตรียมตัวนะ ในเมื่อรับบทรับใช้เผด็จการ ประชาธิปไตยของประชาธิปัตย์จะต้องหักแน่นอน ไม่มีใครเลือกคุณ พรรคแมลงสาปอย่าคิดว่าจะอยู่รอด ประชาชนนี่แหละ จะทำให้คุณตายยกรัง รับรองเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาธิปัตย์จะพักยาว’ นายธนพัฒน์  กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังจากกลุ่มทะลุฟ้าได้เดินทางกลับไปแล้ว นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมายพรรค ได้เข้าตรวจสอบความเสียหายที่ทำการพรรค โดยได้กล่าวว่า การแสดงออกของผู้ชุมนุมมกลุ่ม "ทะลุฟ้า" ที่ได้เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ ต้องบอกว่าไม่ใช่การเดินทางมาชุมนุมโดยสงบ การเดินทางมาครั้งนี้ได้มีการทำลายทรัพย์สินของพรรคให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก การปาสีใส่ทรัพย์สินของพรรคไม่ว่าจะเป็นป้ายหน้าพรรค ฝาผนัง กระจก ทุกอย่างเกิดความเสียหาย

นี่ไม่ใช่การแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย เป็นการกระทำที่เกินกรอบของกฎหมายบ้านเมือง การมาเพื่อพูดคุย ปราศรัย สามารถทำได้ พรรคพร้อมรับฟังทุกเรื่อง แต่ไม่ใช่มากระทำการทำลายทรัพย์สินของพรรคแบบนี้ อยากถามกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนกันว่าวันนึงถ้ามีคนมาทำลายข้าวของในบ้านคุณ คุณจะยอมหรือไม่ พรรคมีความจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดี อันเนื่องมาจากการทำลายทรัพย์สินของพรรคให้เกิดความเสียหาย บ้านเมืองมีกฎหมาย เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความศักดิ์สิทธิต่อไป


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ราเมศ’ บุก แจ้งความ มวลชนทะลุฟ้าแล้ว ลั่น ‘เอาให้ถึงที่สุด’

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปยัง สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทะลุฟ้า จากกรณีบุกรุกเข้าไปในที่ทำการพรรคและทำลายทรัพย์สิน รวมถึงการเผาหุ่นให้เกิดเพลิงใหม้ โดยน่าจะเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และความผิดอืนๆที่เกี่ยวข้อง 

นายราเมศได้กล่าวว่า การดำเนินคดี เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ตามระบบประชาธิปไตยที่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเรียกร้อง การไม่เคารพความเห็นผู้อื่น การทำลายทรัพย์สินผู้อื่น การทำผิดกฎหมาย นี่คือความเป็นประชาธิปไตยหรือ ความเลวร้ายของแนวคิดนำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย เมื่อกล้าทำผิดก็ให้กระบวนการยุติธรรมจัดการตามระบบ แล้วติดตามว่าจุดจบคดีนี้จะเป็นอย่างไร หลังจากนี้จะไปเก็บทุกอย่างโดยละเอียดยิบ เพื่อนำมามอบให้พนักงานสอบสวนต่อไป

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความระบุ 3 ข้อที่นายทักษิณไม่เปลี่ยน แนะ กลับไทย 'ต้องมีพระนำ'

30 ก.ค. 64 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ คนที่ยังเหมือนเดิม

ผมแอบฟัง แอบอ่าน ความเห็นของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร อยู่บ้าง เพื่อไม่ให้ตกข่าว ผมเห็นว่า ท่านอดีตนายกทักษิณ ยังไม่เปลี่ยนแปลง ใน 2-3 เรื่อง คือ

1.) ไม่ค่อยมีกัลยาณมิตรเหมือนเดิม ผมเคยพูดในสภาว่า ท่านจะพังกับคนรอบข้าง ท่านไม่มีกัลยาณมิตร คนใกล้ชิดจะได้ประโยชน์จากท่าน แต่ท่านจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากคนเหล่านี้เลย เพราะเมื่อถึงเวลาคนเหล่านี้จะไปหาที่ใหม่ และฝากคำพูดไว้กับท่านว่า" มันจบแล้วครับนาย" วันนี้ ก็เห็น 2-3 คนเชียร์ท่านอยู่ในคลับเฮาส์ และเวลาเชียร์ท่านนายกทักษิณ ท่านก็ของขึ้นตามแรงเชียร์ทุกครั้ง

นี่!! ท่านยังเหมือนเดิม

2.) ท่านนายกทักษิณ ยังใช้คำพูดไม่น่ารัก เวลาพูดท่านจะแสดงความเหนือชั้นและข่มคนอื่นทุกครั้ง ท่านลืมภาษิตที่ว่า "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" ความไม่น่ารักของท่าน เช่น ท่านพูดถึงคนอื่นว่า "ยังโง่เหมือนเดิม" "โง่กว่าเดิม" และผมยังเข้าใจไปว่า ท่านยังพาดพิงไปถึงพลเอกประยุทธ์ด้วย ทำนองว่า ยึดอำนาจไปแล้วคิดว่าจะฉลาด ก็ยังโง่เหมือนเดิม

อันนี้แหละ ที่ผมว่า ท่าน "ไม่น่ารัก" ไม่เป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เขาไม่ตำหนิใครด้วยถ้อยคำรุนแรงในที่สาธารณะหรอก

3.) สุดท้ายที่ท่านนายกทักษิณพูดว่า ท่านจะกลับเมืองไทยแน่นอน และออกทางประตูหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีสื่อมาถามผม ผมก็บอกว่า มีอยู่ 2-3 วิธี ที่ท่านมาและออกทางประตูหน้าได้ ผมลืมไปอีกวิธีหนึ่ง ที่ท่านสามารถออกทางประตูหน้าได้ คือ "ต้องมีพระนำ"


ที่มา : https://www.facebook.com/NipitPhatthalung/photos/a.580115755392887/5817237455013998/


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“แสนยากรณ์” ชี้ “บิ๊กตู่” รวบอำนาจจัดการโควิดครบรอบ 3 เดือน ใช้ไม่ได้ผล ถึงเวลารับฟังคนอื่น ยกข้อเสนอ “กรณ์” ออกพระราชกำหนด ปลดล็อกระบบราชการรวมศูนย์ แก้วิกฤตประเทศ อย่ารอจนให้คนมาไล่ปลดนายกฯ ทั้งประเทศ 

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ว่า ครบรอบ 3 เดือนที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจแก้ปัญหาโควิด-19 ด้วยวิธีการแบบรวมศูนย์อำนาจกฎหมาย 31 ฉบับไว้ที่ตัวเอง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับสวนทาง ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นใกล้แตะหลัก 2 หมื่นคนต่อวันในเร็วๆ นี้ ถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีต้องยอมรับว่า ระบบราชการรวมศูนย์นอกจากไม่ใช่ทางออกแล้ว ยังเป็นอุปสรรคในสถานการณ์วิกฤต จึงขอให้นายกรัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอของนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ที่เสนอให้รวบรวมปัญหาอุปสรรคที่ทำให้กระบวนการต่างๆ ล่าช้า แล้วปลดล๊อกปัญหาต่างๆ ให้มีผลทันทีด้วยการออกเป็นพระราชกำหนด และขอให้พิจารณาแนวทางนี้ในการประชุม ครม. นัดถัดไปทันที 

“ตรวจ Rapid Antigen Test พอพบว่าติดเชื้อ แต่บางโรงพยาบาลไม่รับเข้ารักษา บอกว่าต้องตรวจ RT-PCR ก่อน , หากพบว่าติดเชื้อ ควรแจกยาฟาวิพิราเวียร์ที่จุดตรวจทันที ยามีในสต๊อกเดือนสิงหาคมนี้ 40 ล้านเม็ด เดือนกันยายนอีก 40 ล้านเม็ด แต่จุดตรวจหลายที่กลับแจกยาไม่ได้ เพราะยาไปไม่ถึง , ศูนย์พักคอยชุมชนมีประโยชน์มาก แยกตัวจากครอบครัวมากักตัวในศูนย์ที่ชุมชนจัดขึ้น สกัดวงจรการระบาด แต่หลายพื้นที่ตั้งไม่ได้เพราะส่วนราชการในพื้นที่ไม่อนุญาต ทั้งที่ส่วนราชการควรเป็นตัวช่วยทำให้ศูนย์พักคอยเกิดขึ้นทุกพื้นที่ , การกระจายวัคซีนยังไม่มีประสิทธิภาพ ประชาชนโดนเลื่อนคิวหลายครั้ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างกัมพูชา อนุญาตให้บริษัทเอกชนสามารถยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าวัคซีนทุกยี่ห้อที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO)แล้ว” นายแสนยากรณ์ กล่าว 

โฆษกพรรคกล้า กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญหมวดหน้าที่ของรัฐ มาตรา 55 กำหนดว่า รัฐต้องดําเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง แต่หลายคนคนติดเชื้อไม่ได้เตียง บางคนตายคาบ้าน ตายข้างถนน แพทย์พยาบาลทำงานหนักจนติดเชื้อเอง เป็นสัญญาณชี้ชัดว่าระบบสาธารณสุขล้มเหลว รัฐบาลไม่สามารถทำตามรัฐธรรมนูญได้ ถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีควรรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะเสียงสะท้อนจากพื้นที่จริง อย่าปล่อยให้ “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” อย่างที่ท่านนายกฯ เคยพูดไว้ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดขณะนี้คือการออกพระราชกำหนด ปลดล็อกปัญหา อย่าให้ถึงขั้นออกมาไล่ปลดนายกรัฐมนตรีทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top