Sunday, 14 June 2026
Politics

‘พิธา’ ย้ำจุดยืน เพิ่มค่าแรงเป็น 450 ในปี 66 ชี้!! ถือเป็นเรื่องดีที่มีพรรคการเมืองเห็นตรงกัน

‘พิธา’ พบเครือข่ายแรงงาน ชี้โจทย์ยุคเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไม่ง่าย ย้ำก้าวไกลให้ความสำคัญแรงงาน ดันขึ้นค่าแรงทันทีปี 66 - เพิ่มสิทธิ - หนุนเรียนรู้ทักษะใหม่ ระบุเป็นนิมิตรหมายที่ดี พรรคการเมืองเห็นตรงกันต้องเพิ่มค่าแรง

วันที่ 11 ธันวาคม 2565 ที่ศูนย์การเรียนรู้สหภาพโตโยต้าประเทศไทย พรรคก้าวไกลจัดการประชุมใหญ่เครือข่ายผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ โดยมีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล สุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายแรงงาน นำโดย สุนทร บุญยอด อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เซีย จำปาทอง และ ธนพร วิจันทร์ ขึ้นเวทีประกาศนโยบายก้าวไกลเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ใช้แรงงาน

พิธา กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเจอความท้าทายใน 2 อุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ คืออุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ดังนั้น คนที่เป็นผู้นำแรงงานต้องมาพูดคุยกันว่าจะรับมือความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร ในส่วนพรรคก้าวไกล เราให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงานอย่างมาก และได้ออกแบบนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานทุกคนอย่างยั่งยืน เช่น ถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล ค่าแรงขั้นต่ำต้องขึ้นทันที 450 บาท โดยคำนวณให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อและดัชนีค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งต้นจากปี 2554 ที่ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเป็น 300 บาทต่อวัน

“พรรคก้าวไกลเสนอว่าค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทันที 450 บาทในปี 2566 ส่วนพรรคการเมืองอื่นก็ได้เสนอตัวเลขและระยะเวลาเป้าหมายที่ต่างออกไป ผมคิดว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่พรรคการเมืองเห็นตรงกันว่าต้องเพิ่มรายได้ของผู้ใช้แรงงานให้สูงขึ้น ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าปัจจุบัน” พิธากล่าว

หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาของผู้ใช้แรงงานนั้น ทำแค่เรื่องค่าแรงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มการคุ้มครองสิทธิแรงงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น ชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สิทธิวันหยุด สิทธิลาคลอดที่เพิ่มขึ้น สิทธิการรวมตัวกันของแรงงานตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ผลกระทบจากโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นความสำคัญของการที่แรงงานทุกคนต้องมีสิทธิประกันสังคม นอกจากนี้ รัฐต้องสนับสนุนการพัฒนาทักษะของแรงงานเพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพการทำงานในโลกปัจจุบัน เช่น นโยบายคูปองคนวัยทำงานเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ รัฐร่วมจ่าย 80% จากราคาหลักสูตร แต่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อปี

‘เต้น’ ลั่น ‘อิ๊งค์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เจ้าตัวยัน!! พร้อมทำเพื่อ ปชช. สุดความสามารถ

‘เต้น’ ย้ำหนุน ‘อิ๊งค์’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เจ้าตัวเชื่อพรรคหาคนที่ดีที่สุด ได้เป็นหรือไม่พร้อมทำงานเพื่อพรรคเต็มที่ ฟาก ‘ชลน่าน’ เชื่อ ส.ส.ย้ายพรรคกระทบพิจารณา กม. บางฉบับ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 65 ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์กรณีปราศรัยว่า น.ส.แพทองธาร จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยแน่นอนว่า แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองมีได้ 3 คน ซึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยพูดมาตลอดว่าจะส่งครบทั้ง 3 คน 1 ในนั้นน่าจะเป็น น.ส.แพทองธาร ตนใช้สิทธิส่วนบุคคลในฐานะกองเชียร์ก็เชียร์ แต่เมื่อประกาศทั้ง 3 คน ตนก็ต้องเชียร์ทั้ง 3 คน ซึ่งพี่น้องชาวใต้ขานรับขนาดนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็น่าจะรับไว้พิจารณา แต่ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคซึ่งจะประกาศในภายหลัง 

ด้านน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจน เชื่อว่าพรรคพท.จะหาแคนดิเดตนายกฯ ได้เหมาะสมมากที่สุด ถ้ามีคนที่เหมาะสมกว่าตนก็น้อมรับ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวพร้อมทำงานกับพรรคพท. ซึ่งก็ต้องรอดูว่าประชาชนจะเมตตากับเรามากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนก็พร้อมทำงานกับพรรคพท. และพร้อมทำงานให้กับประชาชนสุดความสามารถ 

เมื่อถามว่าเมื่อประกาศตัวอย่างชัดเจนคะแนนในภาคใต้จะตีตื้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า พรรคพท.ขายนโยบาย เราพูดและทำได้จริง เมื่อถามว่าเวลาที่เหมาะสมในการประกาศแคนดิเดตนายกฯ อยู่ในช่วงเวลาใด น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราพยายามหาตัวเลือกที่ดีที่สุดให้กับประชาชน อิ๊งค์เองไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น ก็ยังทำเต็มที่เหมือนเดิม ถ้าไม่เป็นก็ไม่โกรธเคือง ถ้าจะเป็นก็เป็นด้วยความเต็มใจ ก็มุ่งมั่นทำนโยบายเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของเรา

ลือสะพัด!! ส.ส.เกือบครึ่งร้อยเตรียมซบ ‘ภูมิใจไทย’ พร้อมชู ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ คนที่ 30

สะพัดส.ส. เกือบครึ่งร้อย ตบเท้าร่วมเปิดตัว ‘รีโนเวทพรรคภท.ใหม่’ 16 ธ.ค.นี้ ชู ‘อนุทิน’ นั่งนายกรัฐมนตรี คนต่อไป หลัง จนท.กริ๊งหาขอสำเนา ‘บัตรปชช.-ทะเบียนบ้าน’ ทำเรื่องลาออกส.ส. 15 ธ.ค. นี้ ด้าน ‘บิ๊กแกนนำสีน้ำเงิน’ อาจพิจารณาเป็นรายกรณีตามความสมัครใจ ส่วนหลายคนอยากยื้อ ขอตุนคะแนนปีใหม่ ขณะที่ ‘รังสรรค์’ ส.ส. เชียงราย พท.ประเดิมลาออกแล้ว ขอเวลาแนะนำตัวใหม่กับชาวบ้าน

(11 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าส.ส.ย้ายพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งในช่วงต้นปี66 สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ทางพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 6 เม.ย.65 ที่ผ่านมาได้ครบรอบวันเกิดพรรค ‘ก้าวเข้าสู่ปีที่ 14’ และได้มีการปรับปรุงที่ทำการพรรคโดยการรีโนเวทที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ครั้งใหญ่ เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.65 ที่ผ่านมา ใช้เวลา 8 เดือน โดยจะมีพิธีเปิดที่ทำการพรรค ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้

โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค ส.ส. ว่าที่ผู้สมัครส.ส. สมาชิกพรรค เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าข่าวว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการประกาศศักดาการเตรียมความพร้อมและแสดงพลังของบรรดา ‘ว่าที่ผู้สมัครส.ส.’ ของทุกพรรคการเมืองที่ประกาศตัวชัดเจนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคภูมิใจไทย จำนวน 37 คน เข้าร่วมงานด้วย ภายหลังจากที่ส.ส.เหล่านั้น อาจยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและส.ส.ของพรรคการเมืองเดิม ที่สังกัด ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ก่อนที่จะเริ่มประกาศตัวหาเสียงในนามพรรคภูมิใจไทย และชูนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ในการเลือกตั้งเที่ยวหน้า

จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า มีส.ส.ที่จะเข้าพรรคภูมิใจไทย เบื้องต้น จำนวน 37 คน อาทิ

>> พรรคพลังประชารัฐ 14 คน ได้แก่ 

1.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. 

2.นายกษิดิ์เดชชุติมันต์ ส.ส.กทม. 

3.น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.

4.นายมณเฑียร สงฆ์ประชาส.ส.ชัยนาท 

5.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ 

6.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ส.ส.นครปฐม 

7.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี 

8.นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี

9.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก 

10.นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี

11.นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี 

12.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 

13.นายอัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 

14.พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ส.ส.กาญจนบุรี

>> พรรคเพื่อไทย (พท.) จำนวน 10 คน ได้แก่ 

1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ

2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 

3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 

4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 

5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย

6.นายนิยมช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 

7.นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี 

8.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 

9.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา 

10.นายนพ ชีวานันท์ส.ส.พระนครศรีอยุธยา

>> พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จำนวน 5 คน ได้แก่ 

1.นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี

2.นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย 

3.นายพีรเดช คําสมุทร ส.ส.เชียงราย 

4.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

5.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

>> เศรษฐกิจไทย (ศท.) จำนวน 3 คน ได้แก่ 

1.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 

2.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี 

3.นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์

>> พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัยส.ส.อุบลราชธานี 

>> พรรคเพื่อชาติ จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ

>> พรรคประชาภิวัฒน์ จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

> พรรคชาติพัฒนา จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร 

>>พรรครวมพลัง จำนวน 1 คน ได้แก่ 

1.น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

‘ภราดร’ เผย เตรียมเปิดที่ทำการพรรค ภท. 16 ธ.ค.นี้ หลังรีโนเวทใหม่ทั้งหมด พร้อมเปิดตัวผู้ย้ายเข้าร่วมงานทางการเมือง เข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 66 

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการเปิดตัวที่ทำการพรรคที่ได้มีการปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะมีส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 300 คน โดยในวันดังกล่าวจะมี ส.ส.ที่จะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรค เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งการจัดประชุม ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกันเป็นครั้งแรก ในที่ทำการพรรคที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยจะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน 300 กว่าคน บริเวณลานด้านหน้าพรรค 

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสูงสุด ในการเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีทั้งนโยบายพักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย คนละไม่เกิน 1 ล้านบาท , เพิ่มค่าตอบแทน อสม. เป็นเดือนละ 2,000 บาท เจ็บป่วยมีประกัน , เกษตรร่ำรวย Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน , รถเมล์ไฟฟ้า ลด PM 2.5 ค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุด 40 บาท ทุกเที่ยว ทุกสายตลอดวัน , ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท ต่อเดือน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด , เครื่องฉายรังสี ฟรีทุกจังหวัดรักษามะเร็ง ศูนย์ฟอกไตฟรี ทุกอำเภอ 

‘จักรพรรดิ’ เผย เตรียมย้ายซบภูมิใจไทยพร้อม 9 ส.ส. เพื่อไทย 16 ธ.ค.นี้ บอกตัดสินใจเพราะดูแลแบบพี่น้อง – มีแนวคิดทางการเมืองเหมือนกัน และพรรคเดิมไม่ยอมส่งชื่อชิง ส.ส.เหตุเพราะหวาดระแวงย้ายตามน้องชาย

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายจักรพรรดิ  ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่า จะลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อไปเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง พร้อมกับส.ส.อีก 9 คน ของพรรคเพื่อไทยตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย 1.นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ 2.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 3.นางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ 4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 5.นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย 6.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 7. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 8.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา และ 9.นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา

‘ชลน่าน’ ลั่น ภท. เปิดตัวฟาร์มงูไม่กระทบแลนด์สไลด์ เย้ย ส.ส.ทิ้งพรรค โอกาสได้รับเลือกกลับมาน้อย เชื่อพวกขายตัวภาพติดลบ โวชาวบ้านอยู่กับพท.

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมเปิดตัว 43 ส.ส.จาก 9 พรรคที่จะย้ายมาอยู่กับพรรค จะกระทบกับการแลนด์สไลด์ของพรรคพท.หรือไม่ว่า ไม่กระทบแน่นอน ในส่วนของส.ส.ของพรรคที่ย้ายไป เราได้เตรียมผู้สมัครรองรับไว้ครบทุกเขตแล้ว รวมทั้ง ส.ส.ทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการวินัยของพรรคไปแล้ว 

ทั้งนี้ ลักษณะของการย้ายพรรคของ ส.ส.ยุคนี้ภาพไม่เป็นบวกกับประชาชนอย่างแน่นอน เพราะประชาชนจะมองว่าเป็นพวก ส.ส.งูเห่า ขายตัวเพื่อเอาผลประโยชน์ พอมีเงินก็ไป ไร้อุดมการณ์ และชอบเอาประชาชนมาอ้างว่าย้ายไปแล้วจะได้งบประมาณมาลงพื้นที่ ถือเป็นการเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เชื่อว่า ส.ส.เหล่านี้มีแค่หนึ่งในสามเท่านั้นที่มีโอกาสจะได้กลับมา ซึ่งพรรคก็จะระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อช่วงชิงโอกาส โดยลงพื้นที่อย่างเข้มข้น เข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะเขตที่ ส.ส.ย้ายพรรคให้กลับมาเป็นของเราให้ได้ทั้งหมด ตนเชื่อว่าประชาชนยังเป็นพวกเดียวกันกับพรรคพท.อยู่

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เผยคำพูดจากใจ ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

“ประเทศไทยอยู่ได้ เพราะกษัตริย์ นับตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร จนมาถึงรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นลูกหลานท่าน เพราะฉะนั้นสถาบันกษัตริย์จึงมีบุญคุณกับประเทศไทยอย่างมาก และจะเป็นสถาบันที่สำคัญตลอดไป”

'บิ๊กป้อม' นั่งเก้าอี้ประธานประชุม ครม. หลัง 'บิ๊กตู่' บินบรัสเซลส์-รมต.ลาเพียบ

วันที่ 13 ธันวาคม 65 เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน - สหภาพยุโรป (ASEAN - EU Commemorative Summit) ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม ระหว่างวันที่ 12 - 15 ธันวาคม 2565

โดยเมื่อพล.อ.ประวิตรมาถึงได้มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากกลุ่มปากน้ำ มารอรับถึงประตูรถพร้อมกับคณะทำงาน อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวกับพล.อ.ประวิตร ถึงกรณี ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เตรียมลาออกเพื่อย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รวมถึงที่มีถามว่าจะมอบหมายให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค คุมสนามเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หรือจะมอบหมายให้นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.และอดีต กก.บห.พรรคพลังประชารัฐ ทำหน้าที่ โดย พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถาม เพียงแต่หันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าว

'อนุทิน' ชี้!! ผลโพลชูนั่งนายกฯ แค่กำลังใจ ยัน!! ตัวแปรแท้จริง อยู่ที่ประชาชนตัดสิน

'อนุทิน' กั๊ก!! ส.ส.ย้ายซบภูมิใจไทย อุบ!! ให้รอดู 16 ธ.ค.นี้ เปิดก่อนยื่นสมัครไม่ได้ ชี้!! ผลโพล ปชช.อยากให้เป็นนายกฯ แซง 'บิ๊กตู่' ไม่เท่ากับคำตัดสินของประชาชน

(13 ธ.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า การที่ตนเดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากจะมายื่นใบลาการประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเอง เพื่อเดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 51 ระหว่างวันที่ 13-16 ธ.ค.นี้ ที่จ.เชียงใหม่   

ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมพรรคภูมิใจไทย และเปิดตัวส.ส.พรรคอื่นที่จะย้ายมาร่วมงานว่า ให้รอวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมพรรคภูมิใจไทย ส่วนจะมีการเปิดตัว ส.ส. ที่จะย้ายมาร่วมงานหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าพรรคเราไม่ได้ปิดกั้นอะไร รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน วันนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เซ็นใบสมัครด้วยซ้ำ ส่วนรายชื่อที่ออกไปนั้น ไม่รู้ว่าออกมาได้อย่างไร มีจริงบ้างไม่จริงบ้างก็คาดเดากันไป ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ จะพูดได้ก็ต่อเมื่อตนลงนามในใบสมัครของคนที่จะเข้ามา และวันที่ 16 ธ.ค.นี้จะแจ้งให้ทราบ ส่วนวันนี้มีการรีโนเวทพรรคเพื่อเตรียมการรับการเลือกตั้งของทางพรรคและการประชุมต่าง ๆ เยอะไปหมด

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจความนิยมของประชาชน โดยระบุว่านายอนุทิน นำมาเป็นอันดับหนึ่งที่อยากให้มาเป็นนายกฯ แซงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายอนุทิน กล่าวว่า "อยู่ที่ประชาชน จะเป็นอะไรก็แล้วแต่หลังเลือกตั้งเราต้องพร้อม และประชาชนเป็นคนตัดสิน เราตัดสินนักการเมืองเองไม่ได้ แต่ส่วนตัวต้องเตรียมความพร้อม จะประมาทไมได้ ของตายมีที่ไหนในโลก ทุกอย่างจะประสบผลสำเร็จหรือจะออกมาอย่างไร อยู่ที่การทำงานของแต่ละคน ถ้าไม่ขยันคงทำอะไรไม่ได้"

'พิชัย' ซัด!! เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ชี้!! นโยบายเพื่อไทยช่วยได้ ไม่สร้างหายนะ

'พิชัย' ชี้ ค่าแรง 600 บาท แสดงถึงความสำเร็จของรัฐบาลในการกระจายรายได้ และ พัฒนาไทยให้หลุดพ้นประเทศรายได้ปานกลาง มั่นใจ ทุกนโยบายทำได้จริง รวมถึงการลดราคาน้ำมัน, ไฟฟ้า และ ก๊าซหุงต้ม แนะ ต้องทำหลาย ๆ ด้านไปพร้อม ๆ กัน 

(13 ธ.ค. 65) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทยหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ อยากให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย สามารถทำได้จริงตามที่ได้ประกาศอย่างแน่นอน และเป็นการคิดใหญ่ ทำเป็น เพราะเคยทำสำเร็จมาแล้วทุกนโยบายในอดีต เรียกได้ว่าพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ประกาศนโยบายแล้วทำได้จริง ไม่เหมือนหลายพรรคที่ประกาศนโยบายแต่ทำไม่ได้ หรือทำไม่เป็น เป็นต้น

ทั้งนี้ อยากตอกย้ำนโยบายที่สำคัญเช่นการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจขยายได้เฉลี่ยปีละ 5% ซึ่งสามารถทำได้จริง และเป็นศักยภาพที่ประเทศไทยควรจะขยายให้ได้อยู่แล้ว โดยทั้ง ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ ต่างก็บอกตรงกันว่าประเทศไทยขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาโดยตลอด อีกทั้งประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยจะต้องขยายตัวปีละ 5-6% เป็นอย่างน้อยเพื่อพัฒนาให้หลุดพ้นจากกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง และจะเพิ่มการจ้างงาน และการหารายได้เพื่อใช้หนี้สาธารณะอีกด้วย โดยตลอดหลายปีเศรษฐกิจของประเทศไทยขยายตัวได้ต่ำมาก ขนาดในปีนี้ที่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนขยายตัวได้สูง เช่น ใน 9 เดือนแรก มาเลเซียขยายได้ 9.36% เวียดนาม 8.8% ฟิลิปปินส์ 7.76% และอินโดนีเซีย 5.39% แต่ไทยกลับขยายตัวได้ต่ำมาก เพียง 3.1% เท่านั้น 

ดังนั้น การเร่งการขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงเป็นความจำเป็นระดับแรก ซึ่งจะต้องมีนโยบายหลายๆด้านออกมาพร้อมๆ กัน เช่นในปี 2555 เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ถึง 7.2% เป็นต้น ฉะนั้นการสร้างรายได้ใหม่ในหลายด้านและส่งเสริมให้มีการลงทุนจากในประเทศและจากต่างประเทศจะเป็นแนวทางที่จะเพิ่มจีดีพีให้ขยายตัวได้มากขึ้น รวมถึงการทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียนให้คนฉลาด ๆ และคนเก่ง ๆ มาอยู่ประเทศไทยและช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top