Monday, 29 June 2026
NewsFeed

พม่า ปล่อยตัวนายแบบดัง ‘ไป่ ทาคน’ แล้ว หลังถูกตัดสินจำคุก จากเหตุเรียกร้องประชาธิปไตย

ไป่ ทาคน นักแสดง นักร้องและนายแบบชื่อดังชาวเมียนมา วัย 25 ปี ที่ถูกตัดสินจำคุกจากการสนับสนุนการประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำแล้ว

ทนายความของไป่ ทาคน เผยวันนี้ว่า ไป่ ทาคน ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำและเดินทางถึงบ้านพักแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมาระบุในแถลงการณ์ยืนยันว่า ไป่ ทาคน ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ พร้อมกับนักแสดงชาวเมียนมารายอื่นๆ ได้แก่ ลู มิน, ปเย ติ อู และเอ็งดรา จอ ซิน เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ออกไปมีส่วนร่วมในการสร้างชาติด้วยศิลปะการแสดง

กกร.ปรับจีดีพีไทยใหม่ปีนี้โตแค่ 2.5-4.5%

นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ส่งผลให้กิจกรรมเศรษฐกิจช่วงต้นปีชะลอตัวเล็กน้อย แต่ผลกระทบโดยรวมคาดว่าไม่รุนแรง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ โดยกกร. ได้ปรับกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2565 ใหม่ เป็น 2.5-4.5% จากเดิม 3.0-4.5% และคงการส่งออกโต 3-5% และปรับอัตราเงินเฟ้อจาก 1.5-2.5% เป็น 2-3%

ส่วนความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน รุนแรงและยืดเยื้อกว่าที่คาด และมีแนวโน้มเผชิญหน้ากันมากขึ้น ซึ่งทำให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นมาก โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสูงสู่ระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในภาพรวม

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในหลายด้าน ทั้งเงินเฟ้อ การส่งออก รวมถึงการท่องเที่ยว โดยเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นมากตามทิศทางราคาพลังงาน โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจสูงกว่าระดับ 3% ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์และกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่การส่งออกได้รับผลกระทบทางตรงจากตลาดรัสเซียและยูเครนไม่มาก เนื่องจากไม่ใช่คู่ค้าหลัก แต่อาจจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจคู่ค้าอื่นที่ชะลอลง โดยเฉพาะสหภาพยุโรป

ส่งออกม.ค.บอก 8% จับตาสงครามยูเครน-รัสเซีย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกเดือนม.ค.65 มีมูลค่า 21,258.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 708,312 ล้านบาท ซึ่งถือว่ายังขยายตัวได้ดี เมื่อเทียบกับม.ค.2564 ที่ขยายตัวแค่ 0.1% โดยมีปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนให้การส่งออกเดือนม.ค.2565 เป็นบวกถึง 8% เพราะมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน ที่เดินหน้าต่อไปอย่างเข้มข้น ภาคการผลิตทั่วโลกยังขยายตัว และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เริ่มดีขึ้น 

สำหรับตลาดที่ขยายตัวสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.อินเดีย เพิ่ม 31.9% 2.รัสเซีย เพิ่ม 31.9% 3.สหราชอาณาจักร เพิ่ม 29.7% 4.เกาหลีใต้ เพิ่ม 26.8% 5.สหรัฐฯ เพิ่ม 24.1% 6.แคนาดา เพิ่ม 13.6% 7.อาเซียน 5 ประเทศ เพิ่ม 13.2% 8.จีน เพิ่ม 6.8% 9.ลาตินอเมริกา เพิ่ม 5.0% 10.สหภาพยุโรป เพิ่ม 1.4% ขณที่ยอดการนำเข้ามีมูลค่า 23,785 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต และการนำเข้าน้ำมันที่ราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยขาดดุลการค้าในเดือนม.ค.65 คิดเป็นมูลค่า 2,526.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

‘แพทย์ทหารเรือ’ เปิดบริการตรวจโควิดแบบOne Stop Service

พลเรือตรี ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ, นาวาเอก ปิยะวัฒน์ วงษ์วานิช รอง ผอ.รพ.ฯ ฝ่ายบริหาร และ นาวาเอกหญิง วรัญญา คุ้มผาติ รอง ผอ.รพ.ฯ ฝ่ายการพยาบาล รับมอบงานโครงการอาคารชั่วคราว ห้องตรวจโรคแรงดันบวก ARI./PUI. Clinic จากบริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ร่วมกับ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด โดยมี คุณดุสิต ศุทธกิจ Co creation and operation development director, คุณธวัชชัย ศรีพนมธนากร CSC Director Metro และคุณดุสิต อนุกูลมีชัย Project Owner Manager เป็นผู้แทนส่งมอบงานฯ ณ อาคารชั่วคราว ห้องตรวจ ARI PUI Clinic เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา กระทรวงกลาโหม และทัพเรือภาคที่ 1

ในวันที่ 1 มีนาคม 2565 ทัพเรือภาคที่ 1 เชิญชวนกำลังพลจิตอาสาจาก กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เรือในกองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1 กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 21 โรงเรียนชุมพลทหารเรือ สนธิกำลังกับ กำลังพลจิตอาสาเทศบาลตำบลบางเสร่ เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว เทศบาลตำบลพลูตาหลวง พร้อมด้วยประชาชนในชุมชนบางเสร่ รวมทั้งสิ้น 100 นาย ร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ณ วัดบางเสร่คงคาราม เนื่องในโอกาสก่อนวันคล้ายวันสถาปนาทัพเรือภาคที่ 1 และเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย 

กิจกรรมทำความสะอาด ได้แก่ เก็บขยะ กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดสถานที่ภายในวัดบางเสร่คงคาราม กิจกรรมบริจาคโลหิต โดยได้รับการสนับสนุนรถรับบริจาคโลหิตจาก ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 จว.ชลบุรี สภากาชาดไทย เดินทางมารับบริจาคโลหิต ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดบางเสร่คงคาราม มีกำลังพลจิตอาสา พร้อมด้วยประชาชนในชุมชนบางเสร่ ร่วมบริจาคโลหิตจำนวน 40 คน รวมปริมาณโลหิตที่รับบริจาคจำนวน 16,000 มิลลิลิตร

เพื่อสนับสนุนให้แก่สภากาชาดไทย สำรองไว้ช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤติขาดแคลนโลหิตในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 และใช้ในยามฉุกเฉิน  นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จำนวน 15 รูป ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมด้วยถวายภัตตาหารเพล โดยเรียนเชิญผู้บังคับบัญชาในทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงาน และผู้นำชุมชนบางเสร่ ร่วมพิธี

กนอ. เผย ญี่ปุ่น ไม่ทิ้งฐานการผลิตในไทย!! พร้อมทุ่มลงทุนอีอีซีต่อเนื่อง มุ่งอุตฯ ยานยนต์ไฟฟ้า

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้ร่วมประชุมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ซึ่งมีการนำผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยของหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพ (JCCB) มาหารือ พบว่า อุตสาหกรรมที่บริษัทญี่ปุ่นสนใจลงทุนในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มากที่สุดถึง 49% คือ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์สมัยใหม่ 

นอกจากนี้ 37% ยังระบุด้วยว่า สนใจที่จะลงทุนต่อไป แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ค่าดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ (Diffusion Index) ของ JCCB ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 41 จากเดิมช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ที่อยู่ที่ 14 โดยขึ้นสูงสุดในรอบ 9 ปี ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Minister of Economy, Trade and Industry) หรือ เมติ ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อหารือถึงแนวทางการลงทุนใหม่ๆ โดยญี่ปุ่นมีแผนการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศส่งเสริมการใช้และผลิตรถยนต์อีวี ปักหมุดการเป็นตลาดระดับโลก รวมถึงเป็นฐานการลงทุนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 40 (40th ASEANAPOL Conference) ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา

พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ คณะ เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าร่วมการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 40  (40th ASEANAPOL Conference) ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 1 – 5 มี.ค.65 

พล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ ผบก.ตท./รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า  การประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมระดับพหุภาคีระหว่างหน่วยงานตำรวจในภูมิภาคอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ประเทศคู่เจรจาและผู้สังเกตการณ์ขององค์การตำรวจอาเซียน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้หัวหน้าหน่วยงานตำรวจของอาเซียนหรือผู้แทนระดับสูง พร้อมด้วยหัวหน้าตำรวจประเทศคู่เจรจาของอาเซียน เสริมสร้างความร่วมมือ แสวงหาแนวร่วม แลกเปลี่ยนข้อมูลและขั้นตอนการปฏิบัติที่ดีที่สุดระหว่างกันในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ  การก่อการร้าย การค้ายาเสพติด  การค้ามนุษย์  การลักลอบเข้าเมือง อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ  การฉ้อโกงข้ามชาติ  การลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชใกล้สูญพันธุ์ และอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางทะเล รวมไปถึงความร่วมมือต่าง ๆ  

โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกประเทศทั่วโลกได้เผชิญกับความท้าทายในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) อาชญากรได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบในการกระทำความผิดและแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤตครั้งนี้  ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบสุขของพี่น้องประชาชนในภูมิภาคอาเซียน

“รัชดา” ย้ำ เก็บภาษีที่ดินปี 65-66 อัตราคงเดิม แจง ข้อมูลโซเชียลแชร์ปรับลด 90% คลาดเคลื่อน 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลคลาดเคลื่อนในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและการจัดเก็บภาษี ว่า รัฐบาลประกาศคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปีภาษี 2565-2566 ในอัตราเดียวกับปี 2563-2564 ไม่มีการปรับลดการจัดเก็บลง 90% เหมือนที่ผ่านมา ในปีนี้ผู้เสียภาษียังได้รับการบรรเทาภาระภาษีในหลายกรณี อาทิ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประกอบเกษตรกรรม จะได้รับยกเว้นภาษี

ทั้งนี้การจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2565 เมื่อคำนวณได้เท่าไร จะต้องจ่ายเต็มจำนวน เนื่องจากกระทรวงการคลังมองว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นรายได้หลักที่นำเข้าสู่ท้องถิ่น และจากที่มีการลดภาษีที่ดินฯ ลง 90% ในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ ทำให้รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลง ปีละประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ทำให้ขาดรายได้ไปพัฒนาพื้นที่ 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ต้องประกาศอัตราภาษีที่จะใช้จัดเก็บในปี 2565 เนื่องจากอัตราภาษีเดิม ที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะปี 2563 - 2564 แต่ความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลจึงคงอัตราภาษีที่ดินฯ แบบเดิมเช่นเดียวกับปีภาษี 2563-2564 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้กับผู้เสียภาษี และเพื่อให้ผู้เสียภาษีได้มีระยะเวลาในการปรับตัวสำหรับการชำระภาษีในอัตราที่แท้จริง   

ไทยเอาด้วย!! เสียงโหวตท่วมท้นหนุน ยูเอ็น ประณามรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้ถอนทหารจากยูเครนทันที

ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษ (ยูเอ็นจีเอ) ที่ได้มีการหารือกันถึงกรณีที่รัสเซียรุกรานยูเครนมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้ลงมติประณามการกระทำดังกล่าวของรัสเซียแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงท่าทีของโลกที่ไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ชาติสมาชิกยูเอ็นได้ลงมติสนับสนุนการประณามรัสเซีย 141 ชาติ มี 5 ชาติที่โหวตคัดค้าน และงดออกเสียง 35 ชาติ ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประเทศไทยก็ลงมติสนับสนุนมติประณามดังกล่าวเช่นกัน

หลังจากผลการลงคะแนนดังกล่าวปรากฏขึ้นบนหน้าจอในที่ประชุม ทำให้ผู้แทนชาติสมาชิกบางประเทศลุกขึ้นยืน เพื่อแสดงความยินดีต่อมติที่ออกมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

ข้อมติดังกล่าวยังเรียกร้องให้รัสเซียทำการถอนทหารทั้งหมดออกจากดินแดนของยูเครน ภายใต้พรมแดนที่ได้รับการรับรองโดยประชาคมระหว่างประเทศทันที ให้มีการถอนทหารออกทั้งหมด และโดยปราศจากเงื่อนไข

ถึงแม้ข้อมติดังกล่าวจะไม่มีผลผูกพันชาติสมาชิกในทางกฎหมาย แต่ถือว่ามีน้ำหนักในทางการเมืองเพราะสะท้อนถึงจุดยืนร่วมของประเทศส่วนใหญ่ แม้จะยังคงมีข้อสงสัยว่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงการรุกรานทางทหารของรัสเซียในยูเครนได้หรือไม่ก็ตาม

“โฆษกรัฐบาล” ฟุ้ง เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง เผย ทุนสำรองระหว่างประเทศ ถึงเดือนม.ค.กว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯยัน มีเงินคงคลังพอใช้จ่าย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ว่า ตัวเลขทางเศรษฐกิจ ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทย มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านฐานะการคลังและฐานะการเงิน โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะ สิ้นเดือนธ.ค. 2564 อยู่ที่ร้อยละ 59.88 ต่อจีดีพี โดยอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง  ทุนสำรองระหว่างประเทศถึงสิ้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 242,772.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  และมีสัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศ ต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้น สูงถึง 3 เท่า ดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2565 คาดว่าจะกลับมาเกินดุลได้เล็กน้อยตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ดังนั้นรัฐบาลยังมีเงินคงคลังเพียงพอต่อการใช้จ่ายที่จำเป็น และความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลยังอยู่ในเกณฑ์ดี 

นายธนกร กล่าวว่า วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ไทย ในช่วงที่ผ่านมายังค่อนข้างน้อยและเป็นไประยะสั้น โดยปกติตลาดหลักทรัพย์จะมีความผันผวนตามสถานการณ์ ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบเกิดขึ้นเป็นระยะ นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา สถานะเงินทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าในตลาดหลักทรัพย์ที่ 81,356.8 ล้านบาท สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทิศทางค่าเงินบาทโดยรวมยังปรับตัวแข็งค่าขึ้นที่ร้อยละ 2.10 จากต้นปี 2565 จากแผนการเปิดประเทศและตามสถานะเงินลงทุนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าในตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรไทย ด้านการส่งออก ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าการส่งออกในเดือนนี้ขยายตัว 8 เปอร์เซ็นต์ หรือมีมูลค่า 21,258.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ส่วนมูลค่านำเข้าขยายตัว 20.5 เปอร์เซ็นต์ หรือมีมูลค่า 23,785 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

นายธนกร กล่าวว่า การส่งออกของไทย ขยายตัวเป็นบวกในเดือนแรก มาจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในรูปแบบ กรอ.พาณิชย์  รวมถึงการฟื้นความสัมพันธ์การค้าระหว่างซาอุดีอาระเบีย และประเมินว่า ปัญหาสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนจะยังไม่กระทบกับการส่งออกไทยในช่วงเดือนก.พ.เนื่องจาก รัสเซียและยูเครน ไม่ใช่ประเทศคู่ค้าหลักของไทย โดยปี 2564 ไทยได้ส่งออกสินค้าไปรัสเซีย และยูเครน มูลค่า 32,507.68 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.38 ของมูลค่าการส่งออกรวม และ 4,228.78 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.05 ของมูลค่าการส่งออกรวม หรือเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 36 และ 74 ของไทย ตามลำดับ ด้านการนำเข้าสินค้า จากรัสเซียและยูเครน มีมูลค่า 55,659.65 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 0.65 ของมูลค่านำเข้ารวม และ 8,199.64 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.09 ของมูลค่าการนำเข้ารวม ตามลำดับ หรือคิดเป็นประเทศคู่ค้าด้านการนำเข้าลำดับที่ 26 และ 57 ของไทย 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top