Sunday, 28 June 2026
NewsFeed

‘ผู้ว่าฯ กทม.’ เตรียมสถานที่พร้อมรับผู้ป่วยสีแดง ยัน ไม่มีภาพผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา

‘ผู้ว่าฯ กทม.’ เผย เตรียมสถานที่-เตียง พร้อมรับผู้ป่วยสีแดง ยัน ไม่มีภาพผู้ป่วยรอเตียง - ไม่ได้รักษา วอน ผู้ป่วยสีเขียวรักษาตัวที่บ้าน 

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 23 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการเตรียมสถานที่รองรับผู้ติดเชื้อในกทม. หลังมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น ว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา จำนวนเฉลี่ยผู้ติดเชื้อในกทม. อยู่ที่ประมาณ 3,000 คน โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สั่งการตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาให้เพิ่มศูนย์รองรับ ขณะนี้สมมติว่าศูนย์พักคอยที่มี 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้ไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์ จึงให้ไปเพิ่มเพื่อรองรับให้ได้อีก 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อทดแทนส่วนที่ใช้ไป ยืนยันว่าศูนย์พักคอยมีพอแน่นอน ในส่วนของโรงพยาบาล เตียงค่อนข้างเหลือน้อย แต่ยังไม่น่าหนักใจเนื่องจากเป็นผู้ป่วยสีเขียวจำนวนมาก มีอาการไม่รุนแรง เราก็ต้องตรวจตลอดเพื่อความไม่ประมาท

“บิ๊กตู่” พอใจ  Phuket Sandbox “ชี้” ตั้งแต่เปิดโครงการ ฯ มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวแล้วกว่า 3.3 แสนคน  เม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท ย้ำทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามมาตรการฯ ควบคุมโควิด-19 อย่างเคร่งครัด พร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดี

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพอใจการดำเนินโครงการ Phuket Sandbox ที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจขยับเพิ่มเรื่อยๆ ตามลำดับ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวมากขึ้นโดยยอดรวมนักท่องเที่ยวตั้งแต่เปิดโครงการ ฯ เมื่อวันที่  1 ก.ค. 64 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ  22 ก.พ.65) มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแล้วกว่า 333,784 คน สร้างรายได้ให้ภูเก็ตในทางตรงกว่า 18,000 ล้านบาท และทำให้มีเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท    

"อนุทิน" เผย หากกทม.ขอมา พร้อมหนุนแก้โควิด ย้ำ เลื่อนยกเลิกยูเซป เพื่อความมั่นคงสธ.  ชี้ กรมควบคุมโรค ชง “ศบค.” ปรับลดเงินประกันนทท.เข้าไทยเหลือ 30,000 เหรียญสหรัฐฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โควิด 19 (ศบค.) กรณีที่ครม.มีมติชะลอคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ให้ยกเลิกยูเซป ออกไปก่อน ว่า เราต้องการรักษาระบบความมั่นคงของสาธารณสุข เพื่อให้เกิความมั่นใจ เพราะจำนวนคนติดเชื้อในแต่ละวันมากขึ้น จึงต้องให้เกิดความมั่นใจว่าถ้าต้องการเตียง หรือไปโรงพยาบาล เรามีพร้อม คือหลักการของกระทรวงสาธารณสุข ที่นำเสนอ แต่ครม.ก็มีสิทธิที่จะมีความห่วงใย

“ยืนยันว่าในครม.ไม่มีการตีตกหรือตีกลับ อย่าไปเข้าใจผิด ไม่ได้ยกเลิกข้อเสนอของกระทรวงสาธาณสุข ทุกอย่างเหมือนเดิม เพียงแต่ขอให้ไปพิจารณาทำความเข้าใจกับประชาชน ก่อน จะได้ไม่สับสน และในที่ประชุมศบค.วันนี้ อาจจะคุยเรื่องนี้กันด้วย เพราะเป็นการประชุมที่เกี่ยวข้องกับโควิดโดยตรง  ไม่เหมือนกับประชุมครม.ที่บางครั้งข้อมูลของรัฐมนตรีแต่ละคนอาจไม่ครบถ้วน แต่เข้าใจว่าทุกคนก็มีความห่วงใย นายกฯก็ย้ำว่าไม่ใช่การตีตกหรือยกเลิก เพียงแต่ต้องการทำให้ราบรื่นที่สุด และทางสธ.ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่เรื่องของการประหยัดงบประมาณ เพราะงบประมาณที่ใช้ตรงนี้ ผันมาจากงบกลาง ซึ่งนายกฯต้องการ ให้นำมาดูแลประชาชนให้ดีที่สุด”

เมื่อถามถึงสายด่วนที่ประชาชนโทรไป แต่ไม่มีคนรับสายจะแก้ปัญหาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กำลังแก้ปัญหาอยู่ คงต้องเพิ่มคู่สาย หรือ เพิ่มจำนวนคนที่รับสายมากขึ้น  แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น จะเกิดในกทม.ซึ่งเราให้กรมการแพทย์เป็นฝ่ายประสานกับกทม. ที่จะเร่งแก้ปัญหาต่างๆ ก็ต้องขอบคุณทุกฝ่าย มูลนิธิเส้นด้าย หรือดาราอย่าง ได๋ ไดอาน่า ที่ช่วยสะท้อนปัญหาออกมา ยืนยันว่าเรามีเตียงพอ ไม่ว่าจะเป็น
กทม. หรือในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ที่สธ.ดูแลโดยตรง ปลัดสธ.ยืนยันกับตนว่ามีความพร้อม ส่วนในกทม. ขอย้ำอีกทีว่าสธ.มีภารกิจหลักคือสนับสนุนกทม. แต่การบริหารจัดการหรือการสั่งการต่างๆเป็นหน้าที่ของกทม. 

เมื่อถามว่าให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าการระบาดรอบนี้ จะไม่เกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่กทม.กับสธ.อาจทำงานไม่ค่อยประสานกัน นายอนุทิน กล่าวว่า มีการประสานงานกันโดยตลอด ยังไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกัน กทม.เป็นเจ้าภาพหลัก สธ.เป็นผู้สนับสนุน เราพร้อมสนับสนุนเจ้าภาพหลักอย่างเต็มที่ ซึ่งทางรมช.สธ.ก็เป็นประธานประชุมเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานพยาบาล และเตียงที่จะสนับสนุนฝ่ายกทม.ได้ตลอด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กทม.บอกว่าจะมีการเพิ่มเตียงสีแดง 40 เตียงหลังพูดคุยกันแล้ว ทางกทม.ขอให้สธ.สนับสนุนอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ต้องถามกทม.นโยบายของตนในฐานะรมว.สาธารณสุขคือ ให้สธ.สนับสนุนเต็มที่ถ้ามีการร้องขอจากกทม.มา 

"ขอย้ำว่าต้องร้องขอมาด้วยนะ เพราะในระบบราชการอยู่ดีๆ เราจะเข้าไปดำเนินการเลยไม่ได้ จำได้หรือไม่ ตอนนั้นสธ.จะเข้าไปทำอะไรที่คลองเตยท่าน(ผู้ว่าฯกทม.)ยังบอกว่า ตรงนี้เป็นภาระความรับผิดชอบของท่าน สธ.ต้องขอท่านก่อน เราก็ต้องเคารพกติกา" นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า จากนี้ จะไม่เกิดความขัดแย้งระหว่าง สธ.กับ กทม.แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า " มันไม่เคยขัดแย้ง ขัดแย้งที่ไหนล่ะ เกื้อกูลกันมาตลอด ไม่เคยขัดแย้งกันเลยแม้แต่น้อย แต่เราต้องไม่ก้าวก่ายหน้าที่การงานกัน" 

เมื่อถามว่ามีภาพผู้ป่วยที่รอคอยเตียงอยู่จำนวนมากจะแก้ปัญหาอย่างไร นายอนุทิน ก็ต้องไปบอก กทม.  ทางสธ. แค่สนับสนุน ซึ่งในกทม.ที่ทางสธ. สนับสนุนอยู่เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิศสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ซึ่งโรงพยาบาล
เหล่านี้สธ.เอามาสนับสนุน กทม. แต่การบริหารจัดการสถานการณ์ต้องเป็นเรื่องของ
กทม. 

‘บิ๊กตู่’ ห่วงสถานการณ์โควิดหลังยอดติดเชื้อพุ่ง ย้ำ ให้ประชาชนดูแลตัวเองขั้นสูงสุด

‘บิ๊กตู่’ ห่วง สถานการณ์โควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง วอน ประชาชนดูแลตนเองขั้นสูงสุด อย่าการ์ดตก สั่งขยาย สายด่วน 1330 อีก 150 คู่สาย

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยสถานการณ์โควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ดูแลตนเองขั้นสูงสุด อย่าการ์ดตก กำชับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อให้ผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างทั่วถึง ไม่ให้เกิดการตกค้าง 

นายธนกร กล่าวว่า ล่าสุด สปสช. ได้มีการขยายเพิ่มคู่สาย สายด่วน 1330 อีก 150 คู่สาย รวมเป็น 3,000 คู่สาย และได้เพิ่มช่องทางติดต่อผ่านไลน์ @NHSO เพื่อให้ผู้ป่วยกรอกข้อมูลและคอยเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ภายใน 6 ชั่วโมง ทั้งนี้ เพื่อให้เพียงพอต่อการรับรองจำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น และเพื่อส่งต่อผู้ป่วยให้เข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เตรียมพร้อมโรงพยาบาลและจำนวนเตียงให้เพียงพอ เพื่อรองรับสถานการณ์ พร้อมให้บริหารจัดการระบบการรักษาทั้งระบบ HI/CI ให้เพียงพอต่อการรักษาพยาบาล

‘สวนนงนุชพัทยา’ ประกอบพิธีเปลี่ยน “ธงมนตรา” 9 ผืน จาก ประเทศภูฏานพร้อมขยายเวลา โปรโมชั่น ซื้อ 1 ฟรี 1 ตลอด เดือนมีนาคม!!

วันที่ 23 ก.พ. เวลา 09.00 น. นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย นายคินซัง ดอร์จิ ( H.E. Mr. Kinzang Dorji ) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทย รวมทั้งผู้บริหารสวนนงนุชพัทยา ได้ร่วมกันประกอบพิธีเปลี่ยน “ธงมนตรา” จาก ประเทศภูฏาน จำนวน 9 ผืน สัญลักษณ์ตัวแทนแห่งความโชคดี   เพื่อความเป็นสิริมงคลในการนี้ ได้นิมนต์  พระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต  มาประกอบพิธีเจิมธงมนตรา สวดชัยมงคลคาถา เพื่อแสดงถึงความสำเร็จ ชัยชนะ และความเป็นสิริมงคล

นายกัมพล กล่าวว่า อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณ นายคินซัง ดอร์จิ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทย ที่มอบธงมนตรา ทั้ง 9 ผืนให้สวนนงนุชพัทยาได้ทำการเปลี่ยนธงมนตราตามอายุการใช้งาน สำหรับธงมนตรา ของประเทศภูฎาน ถือเป็นธงแห่งโชคลาภ โบกสะบัดปัดสิ่งที่ดีให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในสวนนงนุชพัทยา ในการดีวันนี้ สวนนงนุชพัทยา ยังคงต่อโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ1 แถม ออกไปอีก ตลอดทั้งเดือน มีนาคม 2565 เช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกในการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก

 

'พรรณิการ์' ชี้ การยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้คณะก้าวหน้ามุ่งทำการเมืองท้องถิ่นได้มากขึ้น และยิ่งทำให้ก้าวไกลเป็นพรรคที่แข็งแกร่ง 

น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวระหว่างร่วมงานเสวนา Thai Politics Update: Polls, Players, Prospects ของ สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระบุว่า…

การเลือกตั้งครั้งที่จะเกิดขึ้นนี้จะแตกต่างไปจากการเลือกตั้งปี 2562 และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจไม่ลอยลำเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้ง่ายนัก

"ประยุทธ์บริหารประเทศมานานมาก และนานเกินไปแล้ว ประยุทธ์บริหารประเทศมา 8 ปี แล้วเป็นการบริหารประเทศมาผิดทาง ทำให้มีการทุจริตคอร์รัปชันในส่วนต่างๆ มากมาย และมีการบิดกฎหมายต่างๆ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลประยุทธ์ นี่เป็นเหตุผลให้คนเรียกร้องการเลือกตั้งกันมากขึ้น" น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า ประยุทธ์น่าจะจบไม่สวยนัก หากดูตามการแบ่งเขตใหม่ กรุงเทพมหานครมีถึง 33 เขต หมายความว่าใครสามารถครองพื้นที่ กทม. ได้ ก็จะได้เก้าอี้ ส.ส. ไปได้จำนวนมากพอสมควร ซึ่งพรรคพลังประชารัฐไม่น่าจะสามารถครองพื้นที่ กทม. ไปได้มาก หากมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใครชนะไปก็มีโอกาสสร้างโมเมนตัมส่งต่อให้ได้เก้าอี้ ส.ส. ในกทม. ด้วยซึ่งคราวนี้ก็เชื่อว่าผู้สมัครจากฟากประชาธิปไตยจะชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการเลื่อนให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพื่อให้มีการต่อรองผลประโยชน์กันก่อนจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

นอกจากนี้ การเปลี่ยนกติกาการเลือกตั้งให้กลับมาใช้บัตร 2 ใบก็อาจไม่เป็นประโยชน์กับพรรคพลังประชารัฐอย่างที่ได้วางแผนไปตอนแรก เพราะปัจจุบัน พรรคพลังประชารัฐแตกออกเป็นหลายก๊กหลายเหล่า มีการแยกออกมาเป็นพรรคเล็กๆ เพราะฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็จะต้องมาต่อรองผลประโยชน์กับพรรคกลางพรรคเล็กหลายทาง ถึงตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าใครจะตั้งรัฐบาลได้

"อนุทิน” เผย ศบค.ใช้วิธีตรวจATKวันที่ 5แทน RT-PCR เดินทางเข้าไทย ลงวงเงินประกันนทท.เหลือ 2 หมื่นเหรียญสหรัฐฯจูงใจนทท.เข้าประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ  

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมศบค.ว่า ที่ประชุมมีมติปรับลดวงเงินประกันนักท่องเที่ยว เหลือ 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจมาเที่ยวในไทยง่ายขึ้น โดยเวลานี้ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้ออยู่ในประเทศมากกว่า ส่วนผู้ที่ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ มีอัตราหนึ่งต่อพัน ถือว่าน้อยมาก

นอกจากนั้นที่ประชุมพูดถึง สายด่วน 1330 ที่ทีการปรับเพิ่มโอเปอเรเตอร์ให้มากขึ้น ส่วนคู่สาย ที่มีประมาณ 3 พันสาย มีจำนวนเพียงพอ เรื่องนี้นายกฯได้เล่าว่าลองโทรศัพท์แล้ว ได้ยินปลายสาย เสียงงัวเงีย ไม่สดใส เราจึงกำชับสปสช.ไปแก้ไข และปรับปรุงเสียงโต้ตอบให้กระฉับกระเฉง เพราะคนที่โทรมาก็มีความทุกข์อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้ตั้งเงินประกัน ไว้ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ นายอนุทิน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ต้นตอโควิดอยู่ที่ต่างประเทศ เป็นโรคที่อิมพอร์ตมา แต่ตอนนี้ต้องปรับ เพื่อให้ผู้ประกอบการและคนไทยดำเนินชีวิตได้ใกล้ปกติมากที่สุด โดยจะเริ่มวันที่ 1 มี.ค. ส่วนเรื่องการตรวจเชื้อแบบRT-PCR ที่ต้องตรวจในวันที่ 5 ที่อยู่ในไทย จะปรับเป็นการตรวจแบบATK แทน ซึ่งการตรวจแบบATK มีความแม่นยำระดับหนึ่ง และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้ ยังไม่ต้องขยายโรงพยาบาล เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ยังรองรับได้ เรามีความพร้อมทุกด้าน และหากจำเป็นต้องขยายก็สามารถทำได้ทันที เวลานี้จะควบคุมเรื่องผู้ป่วยอาการรุนแรง และผู้เสียชีวิตที่พยายามกดให้ต่ำเท่าที่จะทำได้  เมื่อถามย้ำว่าคาดการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ จะมีจำนวนมากที่สุดในเดือนไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ปรับพฤติกรรมให้มากที่สุด และฉีดวัคซีนให้มากปาร์ตี้ให้น้อย หลีกเลี่ยงอยู่กับผู้คนในสถานที่แออัด ถ้าจะกดให้เป็นศูนย์จะต้องล็อกดาวน์ แต่ของเราเลยจุดนั้นมาแล้ว และเชื้อก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนตอนแรก

เมื่อถามว่า นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประมาณการณ์ว่าเดือนเม.ย.นี้ น่าจะฉลองเทศกาลสงกรานต์ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า บ้านเรามีทุกเทศกาล คริสต์มาส ปีใหม่ ตรุษจีน พอจะดี ก็มาสงกรานต์อีก ดังนั้นต้องเชื่อหมอ ตราบใดที่อัตราการป่วยหนัก หรือเสียชีวิต อยู่ในระดับสีเขียว ก็สามารถดำเนินการได้ อย่าให้ทะลุถึงระดับสีส้ม ตอนนี้จึงต้องขอความร่วมมือกัน

สภาฯ รับข้อเสนอ 'พรรคกล้า' โทษวินัย ส.ส.โดดประชุม ทำสภาล่ม เชื่อ!! ก้าวแรกการเมืองคุณภาพเริ่มขึ้นแล้ว 

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. พรรคกล้า ผู้รวบรวมรายชื่อกว่า 8,000 รายชื่อ เสนอบทลงโทษทางวินัย ส.ส. ที่บกพร่องในการทำหน้าที่ จนทำให้เกิดเหตุการณ์ “สภาล่ม” หลายครั้ง โดยล่าสุดสภาผู้แทนราษฎร โดยรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายอาพัทธ์ สุขะนันท์ ได้ส่งหนังสือตอบรับแล้ว ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ในหนังสือระบุว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีดำริให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาดำเนินการ

“สภารับฟังข้อเสนอแนะ จากตัวแทนพรรคกล้าและพี่น้องประชาชนอีก 8 พันคน เขาฟังเสียงพวกเราแล้ว เพราะฉะนั้น เสียงของท่านดังกึกก้องในสภา ณ ที่แห่งนี้ และพวกเรารอติดตามกันว่า ระเบียบวินัยที่จะถูกมาพิจารณาในกรรมาธิการในลำดับถัดไป เรามาคอยติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะนี่คือก้าวแรกที่จะทำให้การเมืองไทยคุณภาพดีขึ้น รอติดตามกันต่อ” 

กาฬสินธุ์ - เปิดนิทรรศการบุษบาซ่อนกลิ่น ศิลปินสายเลือดเมืองน้ำดำ โดยจัดให้เยี่ยมชมที่พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์)

จังหวัดกาฬสินธุ์เปิดนิทรรศการบุษบาซ่อนกลิ่น พร้อมเปิดตัวศิลปินศิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย  ศิลปินสาวชาวกาฬสินธุ์ นำแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมพื้นบ้านและวัฒนธรรมการแต่งกาย มาสร้างสรรค์ด้านศิลปะการวาดภาพ โดยจัดเป็นนิทรรศการให้เยี่ยมชมได้ที่พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว

ที่พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ (หลังเก่า) นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้มอบหมายนายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดนิทรรศการบุษบาซ่อนกลิ่น โดยศิลปินศิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย  ทั้งนี้มีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ เลขานุการ นายก อบจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมงาน พร้อมเยี่ยมชมผลงานของศิลปิน ที่จัดแสดงภายในหอศิลป์จำนวนกว่า 50 ภาพ

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ได้เปิดพื้นที่พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะสมัยเก่าและศิลปะร่วมสมัย ให้ศิลปินได้จัดแสดงผลงาน ซึ่งการจัดนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการจัดแสดงผลงานโดยศิลปินศิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย ศิลปินสาวชาวกาฬสินธุ์ ซึ่งได้นำแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมพื้นบ้านและวัฒนธรรมการแต่งกายอันมีเสน่ห์ของชาวอีสาน มาสร้างสรรค์ด้านศิลปะการวาดภาพและนำมาจัดเป็นนิทรรศการให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้เยี่ยมชมและชื่นชม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

ด้านนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า…

ต้องขอชื่นชมศิลปินศิริรัตน์ฎา น้อยวิชัย  ซึ่งเป็นลูกหลานชาวกาฬสินธุ์โดยกำเนิด รวมทั้งองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันจัดนิทรรศการขึ้นในครั้งนี้ โดยเฉพาะศิลปินที่ได้สร้างสรรค์ผลงาน ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ ออกสู่สาธารณชน ขอเป็นกำลังใจให้มีการพัฒนาฝีมือและผลงาน ให้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในระดับที่สูงขึ้น เหมือนศิลปินระดับอาจารย์หลายท่าน ซึ่งจะเป็นความภาคภูมิใจของชาวกาฬสินธุ์ต่อไป นอกจากนี้ในการจัดนิทรรศการดังกล่าวยังจะเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ (หอศิลป์) ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวภายใน จ.กาฬสินธุ์ และนำไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและระดับประเทศในอนาคต

คลังเร่งแผนการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจ

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ในปี 2565 รัฐวิสาหกิจ มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ณ สิ้นเดือนม.ค. 2565 เป็นไปตามเป้าหมาย โดยสามารถเบิกจ่ายได้ 35,052 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม ประกอบด้วย การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจระบบปีงบประมาณ 34 แห่ง จำนวน 19,549 ล้านบาท หรือคิดเป็น 89% ของแผนเบิกจ่ายสะสม และรัฐวิสาหกิจระบบปีปฏิทิน 9 แห่ง จำนวน 15,503 ล้านบาท หรือคิดเป็น 111% ของแผน 

ทั้งนี้ในช่วงต้นปี 2565 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ส่วนใหญ่สามารถเบิกจ่ายได้เป็นไปตามแผน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - ชุมพร และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และงานก่อสร้างปรับปรุงขยายท่อประปาของการประปาส่วนภูมิภาค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top