Sunday, 28 June 2026
NewsFeed

"บิ๊กตู่" ถึงสภา ยันมีกำลังใจดี พร้อมรับศึกอภิปราย กำชับส.ส.สู้เต็มที่สามัคคีกัน เมิน "ทักษิณ" เตือนถูกไฮแจ๊คตำแหน่งนายกฯ ลั่นไม่มีอะไรทั้งนั้น

ที่อาคารรัฐสภา  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางมาร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้มีแกนนำกลุ่มสามมิตร รวมทั้งส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บางส่วน ได้มารอต้อนรับ อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ อาทิ นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ นายภูดิท อินสุวรรณ์  ส.ส.พิจิตร นายชูศักดิ์ ศรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย นายพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี  นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช น.ส.ภาดาห์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. เป็นต้น

โดยนายกฯ ได้กล่าวกับส.ส.ว่า ขอบคุณส.ส.ที่มา ขอให้ทุกคนช่วยกัน สู้เต็มที่สามัคคีกัน
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีมีกำลังใจดีหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็มีกำลังใจดีอยู่ทุกวัน

'นายกฯ' ห่วงใย 'บุคลากรทางการแพทย์' กำชับดูแลระมัดระวังป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฝากความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์หลังพบเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ติดโควิด-19 ถึง 156 คน สูงที่สุดตั้งแต่มีการระบาดมา จึงขอให้บุคลาการทางการแพทย์ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ระมัดระวังป้องกันตนเองให้ดีระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ตระหนักตลอดเวลาว่า แพทย์และบุคลการด้านสาธารณสุข เป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขไทยและดูแลรักษาประชาชน นอกจากนี้ ยังฝากเชิญชวนประชาชนเร่งเข้ารับบริการฉีดวัคซีนให้ครอบตามเกณฑ์ก่อนรีบเข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 และ 4 เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อโควิดและสามารถลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้

นายธนกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้กำชับกระทรวงสาธารณสุขและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิดเนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอีกรอบโดยเฉพาะการแพร่ระบาดในกลุ่มชุมชนและโรงเรียน ย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19ขั้นสูงสุด การเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การฉีดวัคซีนเด็กนักเรียนทุกวัย และการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมได้มากที่สุด จึงมีความสำคัญ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดลงได้ด้วย

นายกรัฐมนตรียังย้ำให้ติดตามกระแสข่าวการพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์ผสมระหว่างเดลตาและโอมิครอน  หรือ ‘เดลตาครอน’ รายแรกของโลกที่อังกฤษ แม้ยังไม่ทราบความรุนแรงจะมากกว่าเดิมหรือไม่แต่ก็ต้องติดตามอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทันกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยเชื่อมั่นระบบและมาตรการด้านสาธารณสุขของไทยมีประสิทธิภาพและมีความเข้มแข็งสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดได้

ฉะเชิงเทรา - ‘ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ’ ตรวจเยี่ยมการฝึกทบทวนเรือที่จะไปปฏิบัติราชการ ทัพเรือภาคที่ 3 และการยิงอาวุธของเรือในกองเรือฟริเกตที่ 2

พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้ไปตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธประจำเรือของ เรือหลวงสายบุรี เรือหลวงบางปะกง และเรือหลวงเจ้าพระยา ซึ่งเป็นการฝึกทบทวนเรือที่จะไปปฏิบัติราชการ ทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกับการฝึกยิงอาวุธของเรือใน กองเรือฟริเกตที่ 2 ณ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ซึ่งเป็นการฝึกเตรียมกำลังรบทางเรือ ให้กำลังพลประจำเรือมีความรู้ มีความชำนาญในด้านยุทธวิธีและการใช้อาวุธ มีความพร้อมสำหรับไปปฏิบัติราชการ

โดยได้จัดชุดตรวจสอบและทบทวนความพร้อมกำลังทางเรือ จากกองการฝึกกองเรือยุทธการ เข้าร่วมตรวจสอบและให้คำแนะนำ เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการกองเรือยุทธการที่ ต้องการให้เรือที่ไปปฏิบัติราชการ จะต้องมีความพร้อมและทำงานได้อย่างถูกต้อง เมื่อถูกส่งไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ตามทัพเรือภาคต่าง ๆ เป็นกำลังทางเรือที่มีความพร้อมรบ และพร้อมปฏิบัติในทุกภารกิจ ต่อไป

‘ฝ่ายค้าน’ พร้อมลุยชำแหละรัฐบาล ประเดิมยกแรกปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า วันนี้เป็นครั้งแรกของการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 วันนี้ฝ่ายค้านเตรียมตัวมาพร้อมทุกพรรคใน 6 พรรคร่วม และจะมีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อภิปรายสมทบ การอภิปรายวันนี้จะเริ่มโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายเปิดญัตติ และจะตามด้วยหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านทุกพรรค จากนั้นจะเริ่มอภิปรายด้วยกลุ่มเศรษฐกิจปากท้อง ต่อด้วยปัญหาโรคระบาดในคนและสัตว์ และไปต่อในวันที่ 18 ก.พ. ในเรื่องกลุ่มปฏิรูปประเทศ การเมืองและกลุ่มทุจริต วันนี้ไฮไลต์คือหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่จะมีประเด็นเด็ดๆ ส่วนวันพรุ่งนี้จะมีหัวหมู่ทะลวงฟันจะทยอยกันขึ้นอภิปราย โดยเราจะใช้เวลาอภิปรายวันละ 11 ชั่วโมงอย่างเต็มที่

สี จิ้นผิง จี้ ฮ่องกง ทุ่มกำลังเร่งคุมโควิด หลังติดเชื้อพุ่ง - คนป่วยล้นโรงพยาบาล

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ออกโรงเตือนผู้นำฮ่องกงให้ทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในเขตบริหารพิเศษแห่งนี้ หลังผู้ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด จนผู้ป่วยต้องนอนนอกโรงพยาบาล

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันในฮ่องกงพุ่งขึ้นมากกว่า 40 เท่าจากตัวเลขเมื่อช่วงเริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยล่าสุดในวันพุธที่ 16 ก.พ. 65 ทางการรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 4,285 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่รวมผู้ที่มีผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวกอีกกว่า 7,000 คน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ออกมายอมรับว่า การตอบสนองต่อการระบาดของรัฐบาลของเธอไม่เป็นที่น่าพอใจ และโรงพยาบาลกับเจ้าหน้าที่การแพทย์กำลังรับมือผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นไม่ไหว

ล่าสุดหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหลายฉบับในจีนรายงานตรงกันว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความห่วงใยชาวฮ่องกงผ่านนาย ฮั่น เจิ้ง รองนายกรัฐมนตรี เขายังสั่งการให้รัฐบาลของนางหล่ำทุ่มกำลังและทรัพยากรทั้งหมด เพื่อใช้มาตรการทุกอย่างที่จำเป็น เพื่อรับรองความปลอดภัยและสุขภาพของชาวฮ่องกง และรับประกันเสถียรภาพในสังคม

“บิ๊กป้อม” ย้ำส.ส. พปชร. อยู่โยง เป็นกำลังใจนายกฯ สั่ง ช่วงปิดสมัยประชุม ลงพื้นที่ 3 เดือน ลั่น พร้อมหนุนเต็มที่ นัดประชุมใหญ่ปลาย มี.ค.นี้ 

ที่ห้องพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชั้น 6 รัฐสภา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานประชุมส.ส.พรรค ก่อนการประชุมสภา เพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา152  มีรัฐมนตรี แกนนำและส.ส.พรรค เข้าร่วมพร้อมเพรียง อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)และส.ส.เข้าร่วมพร้อมเพรียง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง 

พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบคำถามถึงการกำชับส.ส.ให้เข้าร่วมประชุมรวมถึงความกังวลในการอภิปรายครั้งนี้โดยรีบเดินเพื่อกลับไปปฎิบัติภารกิจประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 

"นิโรธ" ชี้ ฝ่านค้าน​ จุดเด่น แค่​ "ศิริกัญญา-ทวี" เย้ย ขู่เปิดเเผลมา 3​ ปี​ ยังไม่เห็นอะไรเลย

ที่รัฐสภา​ นายนิโรธ​ สุนทรเลขา​ ส.ส.นครสวรรค์​ พรรคพลังประชารัฐ​(พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล​ กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปวันแรกว่า ไม่รู้สึกกังวลกับการอภิปรายของฝ่ายค้าน และเท่าที่มองเห็นผู้อภิปรายที่น่าสนใจมีแค่​ น.ส.ศิริกัญญา​ ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคก้าวไกล และพ.ต.อ.ทวีสอดส่อง​ ส.ส. บัญชีรายชื่อ​ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่น่าติดตาม ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุว่าจะเปิดแผลรัฐบาลในครั้งนี้เพื่อไปโรยเกลือในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือน​ พ.ค.นั้น มองว่าเป็นแค่วาทกรรม หวังโจมตีรัฐบาล เพราะเห็นพูดว่าจะเปิดมา 3 ปีแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไร จึงไม่รู้สึกกังวล ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ​ตั้งทีมกฎหมายและทีมวิชาการขึ้นมานั้น เพื่อติดตามเป็นข้อมูล และชี้แจงทักท้วงในกรณีที่มีการอภิปรายนอกประเด็น

"สุชาติ" เย้ย ฝ่ายค้าน ไร้กึ๋นเขียนญัตติไม่ถูก ท้า ให้อภิปรายเรื่องแรงงาน จะตอกกลับ

ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมส.ส.พรรคพปชร. ว่า พล.อ.ประวิตร กล่าวในที่ประชุมโดยย้ำหลังปิดสมัยประชุมสภาฯ ให้ส.ส.ทุกคน ต้องลงพื้นที่ดูแลพื้นที่ตัวเอง รวมทั้งดูเรื่องผู้สูงอายุ และในเรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 นอกจากนี้หัวหน้าขอบคุณนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวพรรค เรื่องสถิติที่ที่ออกมาพบว่าสถิติการโหวตของพรรคพปชร.สูงสุดในสภาฯถึง 89.1 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าพรรคการเมืองอื่น นี้คือสิ่งที่เราได้เห็น

นายสุชาติ กล่าวว่า หัวหน้าพรรค พูดถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค ที่จะมีการรายงานงบการเงินของพรรค ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรค ไปหารือถึงความเหมาะสมจะเป็นวันไหนเดือนไหน

นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนการประชุมสภาฯ เป็นเรื่องของการอภิปรายทั่วไป มาตรา 152 ที่จะไปกล่าวหารัฐบาลเหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา151 ไม่ได้ อาจจะแค่พูดแนะนำรัฐบาล โดยรัฐบาลจะชี้แจงว่าอันไหนทำแล้ว หรือันไหนที่ยังไม่ได้ทำ เพราะอะไร จะเป็นลักษณะของการถามคณะรัฐมนตรี (ครม.)และนายกรัฐมนตรี มากกว่า 

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านหวังว่าการอภิปรายฯครั้งนี้ จะเป็นการเปิดแผล เพื่อนำไปสู่การอภิปรายสมัยหน้า โดยหวังให้รัฐบาลยุบสภาก่อน นายสุชาติ กล่าวว่า ฝ่ายค้านเข้าใจบทบาทผิดหรือเปล่า แต่นี่เป็นการอภิปรายทั่วไป ซึ่งในญัตติที่เขียนมาอย่าง เช่น นักศึกษาจบใหม่ว่างงาน แต่กลับไปให้สัมภาษณ์ว่าส่งแรงงานไปทำงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบียทำไม งานในประเทศไทยก็เยอะแยะ คนไทยยังไม่พอทำต้องเอาต่างด้าวมาทำแต่ฝ่ายค้านกับเขียนญัตติว่านักศึกษาใหม่ว่างงาน แค่เขียนญัตติยังเขียนไม่ถูกเลย ตนก็งง ฝ่ายค้านต้องตั้งสติหน่อย 

“แรมโบ้” ย้อน “ทักษิณ” ดักทางส.ส.ออกจากคอก อัด ไม่เคยสำนึกบุญคุณใคร ท้า อยากด่า “แรมโบ้” ก็ด่ามาตรงๆ  

ที่รัฐสภา นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีระบุ ส.ส.ฝ่ายค้านรับการฉีดวัคซีนจากรัฐบาล 20-30 ล้าน พร้อมรับรายเดือนเดือนละ 2 แสนบาท ว่า นายทักษิณ (โทนี่) รู้ทุกเรื่องในจักรวาล แต่พูดเรื่องไหนก็ผิดเรื่องนั้น ตั้งแต่รัฐบาลไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ 100 ล้านโดสในปี 64 ถ้าฉีดได้ บาทนึงเอาขี้หมากองเดียว แต่พอฉีดได้แล้วไม่เห็นเงินสักบาท ตนอายแทนนายทักษิณ เหมือนคนนั่งเทียน ด้นทุกอย่าง และการพูดดังกล่าวเหมือนดูหมิ่นดูแคลน ส.ส. ถ้าตนเป็นส.ส.เพื่อไทยจะถามกลับว่า ส.ส.ที่ไปนั่งกินกับซีกรัฐบาลคือใคร

ตนก็ไม่รู้ว่ามีอะไรยัดปากส.ส.เพื่อไทยถึงไม่ออกมาพูด และชี้แจง และอยากถามไปที่นายทักษิณ ว่า ส.ส.ที่ว่านั้นชื่ออะไรไม่ใช่มานั่งเทียน เตะตัดหน้าแข้ง นี่ถือเป็นเทคนิคของนายทักษิณ ที่กลัว ส.ส.สมุนในคอกตัวเอง ที่ด้อยค่า และเปรียบเป็นสุนัขจะออกจากคอก หรือเป็นการดักไม่ให้ฝ่ายค้านมาร่วมกับฝ่ายรัฐบาล ที่เป็นพฤติกรรมเดิมๆ เพราะเป็นผู้กำกับ กำหนด บังคับ ขู่เข็ญ เอามติเผด็จการในพรรค เพื่อไม่ให้ทุกคนขยับได้นอกจากตัวเอง นี้คือผู้นำเผด็จการตัวจริงชัดเจน ซึ่งข้อเท็จจริงไม่มีส.ส.ที่ไหนจะมีพฤติกรรมเหมือนที่นายทักษิณกล่าวอ้าง สิ่งที่นายทักษิณพูด ไม่เคยเชื่อว่าเป็นความจริง ดังนั้นควรปิดคลับเฮ้าท์ที่นายทักษิณพูดได้แล้ว อย่าปล่อยให้มาทำลายบ้านเมืองให้เกิดความแตกแยก 

ดราม่า ‘สตาร์บัคส์จีน’ ไล่ตำรวจกินข้าวหน้าร้าน เจอกระแสต่อต้านลามทั่วประเทศ

เพจ ลุยจีน โพสต์ข้อความปมดราม่าพนักงานสตาร์บัคส์ สาขาหนึ่งในนครฉงชิ่ง ประเทศจีน ไล่ตำรวจไม่ให้กินข้าวหน้าร้าน จนบานปลายนำไปสู่กระแสต่อต้านทั่วประเทศ โดยระบุว่า...

กลายเป็นมหกรรมทัวร์ลง Starbucks China ที่เบรกไม่อยู่แล้วววว ปีนี้เป็นปีแห่งวิบากกรรมของสตาร์บัคส์ในจีนแน่ครับ ลองอ่านและวิเคราะห์กันดู ส่วนตัวคิดว่ารอบนี้ แบรนด์อเมริกาในจีนอาจเจอหนักกว่าทุกๆ แบรนด์เพราะไปแตะ “ตำรวจจีน” ที่คนจีนเค้าจะเรียกว่า “ตำรวจของประชาชน” 民警

สรุปไทม์ไลน์เรื่องราวดังนี้

1.) วันที่ 13 ก.พ. 2022 ช่วงเย็นๆ ที่เมืองฉงชิ่ง ย่านท่องเที่ยวฉือชี่โข่ว Ciqikou 磁器口 ตำรวจ 4 นายที่ลาดตระเวนพื้นที่ไปขอใช้พื้นที่หน้าร้านสตาร์บัคส์สาขาหนึ่งตั้งโต๊ะกินข้าวกล่องมื้อเย็น สักพักพนักงานในร้านออกมาแจ้งว่าขอให้ย้ายไปกินที่อื่นโดยให้เหตุผลว่ากระทบภาพลักษณ์ของแบรนด์ 影响品牌形象 แล้วยังมีการถ่ายรูปตำรวจที่กินข้าวอยู่ (ภาพปกคอนเทนต์นี้) พร้อมแจ้งเรื่องไปยัง สน.ในพื้นที่ร้องเรียนพฤติกรรมดังกล่าว

2.) ช่วงคืนวันนั้น หนึ่งในตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์โพสต์ข้อความลงเวยป๋อตัวเองเล่าเหตุการณ์ในข้อ 1 พร้อมเขียนตัดพ้อว่า “ก็ไม่รู้ว่าต้องคนระดับไหนเหรอครับถึงจะคู่ควรกับแบรนด์สตาร์บัคส์ที่แสน High ของคุณ?” 不知道什么水平的公安能配得上这高大上的星巴克。ซึ่งข้อความโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและแชร์ต่อในเวยป๋อจากชาวเน็ตทั่วจีน เกิดเป็นกระแสดราม่าเรียกร้องให้สตาร์บัคส์ออกมาชี้แจงและขอโทษในเหตุการณ์ดังกล่าวในชั่วข้ามคืน 

3.) กระแสเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ในเช้าวันถัดมา 14 ก.พ. มีการรุมประณามสตาร์บัคส์ออกสื่อทั้งจากสำนักข่าวใหญ่ๆ ของจีน, แอ็กเคานต์หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะ สนง.ตำรวจท้องที่ต่างๆ, Influencer จีนแทบทุกแพลตฟอร์มก็กระโดดเข้ามาเล่นเรื่องนี้กันอย่างครึกโครม เกิดแคมเปญ “ประเทศจีนไม่มีสตาร์บัคส์ได้ แต่จะไม่มีตำรวจไม่ได้” 中国可以没有星巴克,但不能没有民警 

4.) รวมถึงแอ็กเคานต์ใหญ่ๆ มีการโพสต์ให้กำลังใจเหล่าตำรวจทั่วจีนที่ต้องลาดตระเวนพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอุ่นใจ และประณามสตาร์บัคส์ว่า “ใจดำ”, “หลงตัวเอง” วางตัว High เหมือนเป็นแบรนด์หรูแต่จริงๆ แค่ร้านกาแฟธรรมดาๆ จากอเมริกา ลามไปถึงการเหยียดลูกค้าที่ไปใช้บริการสตาร์บัคส์ว่า ลูกค้าที่คู่ควรกับแบรนด์แบบนี้คือต้องถือ iPad, นั่งเคาะ McBook ในร้านเท่านั้นใช่มั้ย? ซึ่งจากประเด็นที่ร้านไม่ยอมเสียสละพื้นที่กินข้าวให้ตำรวจ...ก็มีแคมเปญโพสต์ภาพ “ตำรวจเองก็ลำบาก” ของตำรวจท้องที่ต่างๆ ที่ต้องกินข้าวกล่องข้างถนน, ตามที่จอดรถ หรือแม้แต่กินกลางแดด แสดงให้เห็นถึงความเสียสละความสุขส่วนตัวของ “ตำรวจของประชาชน” 民警 เพื่อประโยชน์สุขและความปลอดภัยในชีวิตประชาชนชาวจีน

5.) ตกบ่ายสตาร์บัคส์ประเทศจีนได้โพสต์แถลงผ่าน Weibo Official – Starbuck China 星巴克中国 ชี้แจงและขอโทษต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ก็เป็นเหมือนหนังอีกม้วนหนึ่ง คือในแถลงแจ้งว่าจากการสอบสวนพนักงานร้านสาขาดังกล่าวเป็นเรื่องเข้าใจผิด คือขณะนั้นมีลูกค้าที่เข้ามาในร้านอยากได้โต๊ะข้างนอกที่ตำรวจ 4 นายกำลังทานข้าวอยู่ พนักงานร้านเลยไปบอกตำรวจให้ขอเปลี่ยนที่ แต่ตำรวจเข้าใจผิดเองว่าโดนไล่ และไม่มีการโทรไปร้องเรียนยัง สน. พื้นที่ตามที่เป็นกระแสใหญ่โตแต่อย่างใด สตาร์บัคส์ประเทศจีนเคารพตำรวจและสนับสนุนการทำงานของตำรวจเสมอมาเช่นเดียวกับที่เคารพลูกค้าทุกท่าน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top