Friday, 26 June 2026
NewsFeed

"ก้าวไกล" ปล่อยคลิปโหมกระแสก่อนเปิดตัวแคนดิเดตชิงผู้ว่าฯ กทม. 23 ม.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืนวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่าน เฟซบุ๊กแฟนเพจและทวิตเตอร์พรรคก้าวไกล ได้เผยแพร่คลิปความยาวกว่า 2 นาที ภายใต้สโลแกน “หมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม ถึงเวลาเลือกผู้ว่าที่พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพ” โดยเนื้อหาคลิปนำเสนอปัญหาที่คนกทม.เผชิญมาเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นรถติด ขนส่งมวลชนคุณภาพแย่ ราคาแพง ฟุตบาธไม่ดี น้ำท่วม โครงการก่อสร้างที่สร้างไม่เสร็จ 

นอกจากนี้ คลิปดังกล่าวตั้งคำถามว่า เป็นเวลา 47 ปีมาแล้ว ที่กรุงเทพฯ มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ในขณะที่เกือบทุกจังหวัดของประเทศไทยยังไม่มีโอกาสได้เลือกผู้ว่าฯ ของตนเอง แต่ทำไมผู้ว่าฯ ที่มาจากประชาชน ควรมีหน้าที่รับใช้ประชาชน กลับทิ้งให้ประชาชนตกอยู่ภายใต้ปัญหาเดิมๆ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

พรรคก้าวไกล ระบุว่า พรรคมีภารกิจสำคัญคือการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ ที่พร้อมชนทุกปัญหา รื้อขยะที่อยู่ใต้พรมกทม.ขึ้นมาจัดการ แก้ไขอย่างตรงไปตรงมา เพราะตราบใดที่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอ ก็ไม่มีทางทำให้ชีวิตคนกรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้ 

รมว.แรงงาน แจงผลการดำเนินการโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม ปี 65 จ้างงานเกินเป้า 40%

กระทรวงแรงงาน ร่วมมือสถานประกอบการภาคเอกชน ส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม สร้างโอกาสมีงานทำให้คนพิการ มีงานทำ 1,400 คน สร้างรายได้ร่วม 160 ล้าน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศอย่าง "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยกระทรวงแรงงานพร้อมสนองต่อนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยเน้นสร้างโอกาสแก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง คนพิการ เพื่อให้มีหลักประกันทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบาง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานจัดทำโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม ประเภทจ้างเหมาบริการ เพื่อเชิญชวนนายจ้าง สถานประกอบการที่ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามมาตรา 34 ให้ดำเนินการให้สิทธิแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการตามมาตรา 35 โดยจ้างงานคนพิการเป็นพนักงานเพื่อปฏิบัติงานสนับสนุนในหน่วยบริการสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ชุมชนใกล้บ้าน เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการ ศูนย์บริการคนพิการของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งช่วยให้คนพิการในพื้นที่ห่างไกล ได้รับโอกาสมีอาชีพ มีงานทำอย่างทั่วถึง สามารถพึ่งพาตนเองได้ทัดเทียมคนทั่วไป โดยมีการกำหนดเป้าหมายการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม ปี 2565 ไว้ จำนวน 1,000 คน และเตรียมขยายการมีงานทำให้คนพิการฯ มีงานและรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 20% ภายใน 4 ปี 

อย่างไรก็ดีต้องขอบคุณความร่วมมือของสถานประกอบการภาคเอกชน จำนวน 181 แห่ง อาทิ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ บมจ.แคล - คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) สาขาเพชรบุรีและสาขาสมุทรสาคร กลุ่มบริษัท อเด็กโก้ ประเทศไทย และบริษัท รักษาความปลอดภัย การ์ดฟอร์ซ (ประเทศไทย) จำกัด  ที่ได้ให้สิทธิคนพิการฯ ตามโครงการส่งเสริมจ้างงานคนพิการเชิงสังคมในปีนี้ ถึง 1,400 คน เพิ่มจากเป้าหมายร้อยละ 40 ก่อให้เกิดรายได้ 159,943,425 บาทต่อปี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ปูนบำเหน็จ “ตำรวจกล้า” เลื่อนยศเป็น พลตำรวจตรี พร้อมเงินเยียวยาครอบครัวกว่า 1,500,000 บาท ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับดูแลสิทธิประโยชน์อย่างดีที่สุดและรวดเร็ว

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า จากเหตุการณ์อันน่าสลดใจ ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.หนองปลิง สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้ออกติดตามคนร้ายผู้ก่อเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุแล้วคนร้ายได้คลุ้มคลั่งยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้ ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองปลิง ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว จึงได้กำชับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นของ ร.ต.อ.ชัยปติณญาแสงปาน รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองปลิง ให้ดูแลสวัสดิการต่าง ๆ แก่ครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียสละอย่างดีที่สุดและรวดเร็ว

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ครอบครัวของ ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองปลิง จะได้รับสิทธิประโยชน์เบื้องต้น ดังนี้ 

- เลื่อนยศจาก ร้อยตำรวจเอก เป็นพลตำรวจตรี

- การบรรจุทายาทเข้ารับราชการตำรวจ

- เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

- เงินกองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

- เงินบำเหน็จตกทอด และเงินสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เบื้องต้นรวมประมาณ 1,500,000 บาท

กลางปีเจอกัน!! เผยภาพ รถไฟบริจาคจากญี่ปุ่น ลงราง คาดเปิดใช้ในเส้นทางท่องเที่ยวกลางปีนี้

รถ KIHA 183 ลงรางเรียบร้อย มุ่งหน้าสู่โรงงานมักกะสัน การรถไฟฯ เร่งปรับปรุงรถไฟ Kiha-HOKKAIDO ตามแผน เพื่อใช้หนุนเส้นทางการท่องเที่ยว คาดกลางปีนี้เริ่มทดลองใช้ได้ 4 คันในเส้นทางท่องเที่ยวระยะสั้น 

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการบริหารจัดการรถไฟดีเซลราง JR Hokkaido Kiha 183 จากญี่ปุ่น จำนวน 17 คัน ที่ไทยได้รับมอบจากบริษัท Hokkaido Railway Company (JR HOKKAIDO) ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงอุปกรณ์หลักของตัวรถ พร้อมดัดแปลงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในตู้โดยสารให้พร้อมรองรับการให้บริการนักท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟ พร้อมกระตุ้นรายได้ให้กับท้องถิ่น ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในภาพรวมให้กลับมาคึกคัก 

ทั้งนี้ ภายหลังจากการรถไฟฯ ได้ดำเนินการปรับขนาดเพลาล้อ จาก 1.067 เมตร (มาตรฐานญี่ปุ่น) เป็น 1 เมตร (มาตรฐานไทย) เสร็จเรียบร้อยและนำรถไฟลงรางที่สถานีแหลมฉบังแล้ว โดยในวันนี้ (21 มกราคม 2565) ขบวนรถ Kiha-HOKKAIDO ได้เคลื่อนขบวนออกจากสถานีแหลมฉบัง เมื่อเวลา 09.00 น. เพื่อเตรียมนำไปปรับปรุงสีใหม่ ที่โรงงานมักกะสัน เพื่อจะกลับมาให้บริการภายในปีนี้  

TCAS ยันไม่ให้นักเรียนติดโควิดเข้าสอบ พร้อมยก 3 เหตุผล ที่ไม่อาจผ่อนปรน

จากกรณีที่มีแฮชแท็ก #แบนทปอ วันเปิดรับสมัครสอบของ Dek65 ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ในประเด็นคำถาม-คำตอบ ว่า ถ้าติดโควิดวันสอบจะมีการแก้ไขอย่างไร และแอดมิน Mytcas.com ตอบว่า “สมัครสาขาที่ไม่ต้องใช้คะแนนครับ” ซึ่งมีผู้มาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย นั้น 

ล่าสุด รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ ผู้จัดการระบบสมัครสอบ TCAS 65 กล่าวว่า กรณีที่มีคำถามถึงกรณีที่นักเรียนที่มีปัญหาติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่มีสอบ TCAS โดย ระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาและปีก่อนหน้าที่ไม่มีสถานการณ์โควิด-19 ผู้ใดที่ไม่สามารถมาสอบยังสนามสอบได้ ถือว่าเป็นผู้ที่ขาดสอบ ซึ่งจะไม่มีคะแนนสอบในปีนั้นๆ ทั้งนี้ ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของไทยตลอดที่ผ่านมาจะไม่มีการจัดสอบ 2 รอบ

ในปีนี้เช่นกัน กรณีนักเรียนที่ไม่สามารถมาสอบเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงกรณีกักตัว หรือรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากการมาสอบอาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ ฉะนั้นการสอบ TCAS ปี 65 นโยบายของคณะกรรมดำเนินงาน TCAS ไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ติดโควิด-19 เข้าสอบและไม่อนุญาตในการจัดให้สอบซ่อมกับนักเรียนที่ติดโควิด-19 โดยมีเหตุผล 3 ข้อคือ

1.) ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคปี 58 กำหนดไว้ว่า ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 หรือมีโรคติดต่อจะไม่สามารถออกมาจากสถานที่กักตัวได้ เพื่อลดการติดต่อ

2.) การจัดสอบ แม้ว่าจะมีการเสนอให้มีการจัดสอบในโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งการจัดสอบทุกครั้งเป็นการสอบแข่งขันระดับประเทศ ข้อสอบที่จัดสอบภายใต้เงื่อนไข การจัดการสนามสอบที่เป็นมาตรฐาน ฉะนั้นการจัดสอบในโรงพยาบาลจึงไม่อาจจัดให้มีมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงไม่สามารถนำข้อสอบที่ปนเปื้อนเชื้อโควิดไปบริหารจัดการได้

3.) การใช้ข้อสอบคนละชุด ในกรณีหากมีการจัดสอบรอบ 2 จะทำให้มีความได้เปรียบ-เสียเปรียบ เนื่องจากเวลาอ่านหนังสือไม่เท่ากันและข้อสอบคนละชุดกัน การสอบแข่งขันแต่ละครั้งจึงต้องใช้ข้อสอบชุดเดียวเพื่อนำคะแนนมาเปรียบเทียบและแข่งขันกันเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้

ดังนั้น ตามที่แอดมินเพจ TCAS ตอบนักเรียนก็เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และไปตามที่คณะกรรมการดำเนินการ TCAS65 ให้ข้อมูลไว้ คือ ผู้ที่ขาดสอบในปีนี้ ก็คือ ขาดสอบ โดยจะสามารถเลือกคณะต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้คะแนนสอบได้มากกว่า 1,600 เงื่อนไข หรือ นักเรียนอาจต้องรอสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้า

“ในปีก่อนผู้ที่ขาดสอบ ก็เกิดอุบัติเหตุ เช่น รถชน รถติด ไม่สามารถมาสอบได้ทัน ก็เป็นเหตุสุดวิสัยเช่นกัน ข้ออ้างแบบนั้นไม่สามารถใช้ได้ แนะนำให้นักเรียนรักษาตัวให้ปลอดภัยในช่วงก่อนสอบ ไม่ออกไปนอกสถานที่มากจนเกินไป และให้ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ”

ผู้จัดการระบบสมัครสอบ TCAS 65 ยังระบุว่า คำถามของนักเรียนที่แอดมิน เพจ Mytcas ว่า จะเลื่อนสอบหรือไม่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโอมิครอน แอดมินพยายามอธิบายว่า ช่วงเวลาในการเลื่อนสอบมีจำกัด เช่น 7-14 วัน หากสถานการณ์ในการเลื่อนสอบกรณีที่จำเป็นเกิดขึ้นก็จะเลื่อนสอบได้ในระยะเวลา 7-14 วัน ในกรอบที่เตรียมไว้ โดยไม่สามารถเลื่อนสอบไปได้ไกลกว่านั้น โดยตามที่แอดมินตอบว่า แม้ว่าจะมีการเลื่อนสอบออกไปในตารางสอบใหม่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่า ในวัน-เวลา ดังกล่าว จะไม่มีสถานการณ์โอมิครอนระบาด ฉะนั้นการสอบในเวลาเดิมหรือสอบเวลาใหม่ความเสี่ยงจากสถานการณ์โอมิครอนก็เท่ากันอยู่ดี นั่นคือความหมายของคำตอบของแอดมินฯ

นอกจากนี้ กรณีเปรียบเทียบกับประเทศเกาหลีที่มีการจัดสอบให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น กรณีดังกล่าวไม่ใช่การสอบระดับชาติ แต่เป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเฉพาะบางแห่งเท่านั้นและไม่ใช่วงกว้างเหมือนกับการสอบระดับชาติแบบไทย จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ขณะที่การจัดสอบระดับประเทศของไทย ต้องใช้เวลาเตรียมการ 8-9 เดือนจึงจะสามารถจัดการสอบได้ ขณะที่การสอบของประเทศเกาหลีนั้นเป็นคนละรูปแบบกัน

ดีอีเอส เร่งเครื่องปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้า ส.ส. ก้าวไกล - เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าหนุน 

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าหนุน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตั้งคณะทำงานศึกษาปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้า ชี้ผลดีในการเก็บภาษีเข้าประเทศและให้ทางเลือกกับประชาชนในแง่การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ ชี้ชัดโลกเทรนด์โลกเปลี่ยนไป จับเท่าไหร่ก็ไม่หมด ประเทศชาติเสียประโยชน์ทั้งด้านสาธารณสุขและด้านภาษี และเปิดให้ผู้สนับสนุนร่วมกันลงชื่อเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม 

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ” (ECST) และเฟซบุ๊กเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1000,000 คน เผยหลังพบกับ รมต. ดีอีเอส ว่า “พวกเราสนับสนุนความตั้งใจของ รมต. ชัยวุฒิ ในการตั้งคณะทำงานที่เป็นกลางเพื่อศึกษาทางเลือกในการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบถูกกฎหมาย เช่นเดียวกับที่มีการปลดล็อกกระท่อมและกัญชา ทั้งที่เป็นยาเสพติดมาก่อน และหวังว่าการตั้งคณะทำงานในครั้งนี้จะมีความโปร่งใส เปิดรับฟังเสียงจากประชาชนอย่างแท้จริง และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล เราเชื่อว่าการปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้าและนำมาควบคุมให้ถูกกฎหมายจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการสูบบุหรี่ ช่วยให้คนในสังคมห่างไกลอันตรายจากควันบุหรี่ ป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนได้ และกรมสรรพสามิตสามารถเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษที่อัตราการสูบบุหรี่ลดลงได้ เพราะมีการสนับสนุนให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ทำให้นิวซีแลนด์และฟิลิปปินส์ที่ต้องการลดปัญหาการสูบบุหรี่ในประเทศ ก็ได้ร่างกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบไร้ควันให้แตกต่างจากการควบคุมบุหรี่และไม่แบนด้วย” นายอาสา ศาลิคุปต กล่าว 

ตร.แนะนำ แนวทาง “3 ไม่ 1 ควร” และชวนประชาชนร่วมเป็นเครือข่ายให้ข้อมูล ช่วยกำจัด ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’!!

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะขึ้นแก่ประชาชน โดยเฉพาะการสูญเสียทรัพย์สินจากการถูกหลอกลวง โดยให้มีการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดและหากพบผู้กระทำความผิดจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น นั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน ถึงแนวทาง “3 ไม่ 1 ควร” ซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยป้องกันการถูกหลอกลวง และช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากร เพื่อกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ดังนี้

1. “ไม่ตกใจ” หากมีแจ้งว่าท่านหรือบุคคลในครอบครัวเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือเกี่ยวกับการฟอกเงิน และท่านอาจถูกดำเนินคดี อย่าเพิ่งตกใจ ให้ตั้งสติให้ดี และระมัดระวังในการสนทนากับบุคคลดังกล่าว เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐจริง

2“ไม่เชื่อ” หากได้รับสายจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือองค์กรต่าง ๆ ให้สอบถามก่อนว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใด มี ยศ ชื่อ-สกุล และตำแหน่งใด ถ้าหากมีพฤติกรรมที่น่าสงสัยควรสอบถามไปที่หน่วยงานดังกล่าวโดยตรง

3. “ไม่โอน” หากมีการอ้างว่า ต้องให้ท่านโอนเงินเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ห้ามโอนเงินให้เด็ดขาด เพราะเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีทางที่จะขอให้ท่านโอนเงินมาให้ตรวจสอบแน่นอน

4. “ควรแจ้งเจ้าหน้าที่” หากท่านได้รับสายที่น่าเชื่อว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงพี่น้องประชาชน ควรแจ้งเบาะแสของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรศัพท์มาหาท่านให้กับเจ้าหน้าที่ทราบ โดยเฉพาะเบาะแสเกี่ยวกับช่องทางการติดต่อ เช่นหมายเลขโทรศัพท์ และหมายเลขบัญชีธนาคาร เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถระงับหรืออายัดบัญชีธนาคารของคนร้ายและสามารถติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์  กล่าวต่อไปอีกว่า ในขณะนี้มิจฉาชีพเหล่านี้ได้สร้างเดือดร้อน และความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยเป็นจำนวนมาก และมีการพัฒนาการหลอกลวงไปในหลายรูปแบบ สำหรับแนวทาง “3 ไม่ 1 ควร” เป็นเน้นและย้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ  

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ขอแสดงความเสียใจ รองสารวัตรสืบสวน สภ.หนองปลิง พลีชีพ! ระงับเหตุคนร้ายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่น เตรียมปูนบำเหน็จ ดูแลสวัสดิการอย่างดีที่สุด!!

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค.65 ได้เกิดเหตุการณ์อันน่าสลดใจเกิดขึ้น มีข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่น ชุดสืบสวน สภ.หนองปลิง ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ จึงได้ออกติดตามคนร้ายผู้ก่อเหตุ แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุแล้วคนร้ายได้คลุ้มคลั่งยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้ ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองปลิง ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวคนร้ายไว้แล้ว และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอสดุดีวีรกรรมของ ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองปลิง ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยความตั้งใจ เสียสละ จนวาระสุดท้ายของชีวิต จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ของ ร.ต.อ.ชัยปติณญาฯ ให้ดูแลสวัสดิการของครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างรวดเร็วและดีที่สุด

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะพิจารณาการปูนบำเหน็จความชอบและดูแลในเรื่องของเงินสวัสดิการอย่างเต็มที่ รวมถึงเงินสวัสดิการของต้นสังกัด และสวัสดิการอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เสียสละ และให้กำลังใจครอบครัวที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าวนี้ โดยในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และผู้ได้รับเงินเยียวยาสามารถตรวจสอบข้อมูลสวัสดิการเพิ่มเติมได้ที่ แอปพลิเคชันแทนใจ 

“ตัดวงจรร้าย - วางสายทันที” รู้ทัน! คอลเซ็นเตอร์หลอกขอข้อมูลส่วนตัว ด้วยความห่วงใยจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ในห้วงปัจจุบันได้มีมิจฉาชีพในรูปแบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ เช่น หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกว่าเป็นพนักงานส่งสินค้า หลอกว่าพัสดุของท่านไม่สามารถส่งได้ หรือใช้คำถามลวงขอทราบเลขพัสดุทำให้ผู้รับสายเกิดความสับสน และทำให้เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงเพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัว เลขบัญชีธนาคาร หรือเลขบัตรประชาชน จนกระทั่งนำไปสู่การโน้มน้าวให้โอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพ นั้น 

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากมิจฉาชีพในรูปแบบคอลเซ็นเตอร์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง จึงได้ตั้ง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เพื่อปฏิบัติภารกิจกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือภัยร้ายทางโลกออนไลน์อย่างเข้มงวด เพื่อลดความสูญเสียทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีนโยบายให้ประชาสัมพันธ์เตือนภัย และให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้รู้เท่าทันมิจฉาชีพเสมือนเป็นวัคซีนเพื่อป้องกันภัยร้ายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber Vaccinated) และได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่กวาดล้างมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น รวดเร็ว เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอีกต่อไป จึงอยากขอเน้นย้ำกับพี่น้องประชาชนว่า หากท่านรับสายโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่พยายามขอให้บอกข้อมูลส่วนตัว หรือขอให้โอนเงินทางโทรศัพท์ "ขอให้ท่านสันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ และวางสายโดยทันที" เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง

“บิ๊กป้อม” ขึ้นเหนือ แก้น้ำแล้ง โครงการพัฒนา "เวียงหนองหล่ม-หนองมโนราห์" จ.เชียงราย

ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติหนองมโนราห์ อ.แม่จัน จ.เชียงรายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่ปฎิบัติราชการที่จ.เชียงราย เพื่อติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค และติดตามการบริหารจัดการน้ำภาคเหนือ ได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เวียงหนองหล่ม และโครงการขุดลอกหนองมโนราห์ 

โดยรับฟังรายงานสรุปการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ของจังหวัด และภาพรวมการบริหารจัดการน้ำของประเทศและภาคเหนือ จากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)และการดำเนินงานการพัฒนาแหล่งน้ำ เวียงหนองหล่ม และพื้นที่บริเวณโดยรอบ จาก ผอ.สทนช.ภาค1 และผอ.โครงการชลประทานเชียงราย 

พล.อ.ประวิตร กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ให้สทนช. เร่งจัดทำและศึกษาแผนแม่บท พัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟู เวียงหนองหล่ม ให้เสร็จโดยเร็ว และให้จังหวัด กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งปฏิบัติตามแผนงานให้เสร็จทันเวลา เพื่อแก้ปัญหาด้านแหล่งน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงราย อย่างทั่วถึงต่อไป 

จากนั้นพล.อ.ประวิตร และคณะ เดินทางติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานขุดลอกหนองมโนราห์ ในพื้นที่และพบปะประชาชน ที่ขอบคุณ พล.อ.ประวิตร และรัฐบาลที่สนับสนุนโครงการดังกล่าวและชาวบ้านได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง สามารถบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งนี้ ได้เป็นอย่างดี ทั้งน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค และการประมง จากนั้นได้มอบ เครื่องตรวจ ATK จำนวน 500ชุด ให้กับรพ.แม่จัน เพื่อใช้ประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้เวียงหนองหล่ม เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ ประมาณ 14,000 ไร่ เป็นพื้นที่รับน้ำฝน 187 ตร.กม. มีน้ำท่าเฉลี่ย 72 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีความจุเก็บกัก 8 ล้าน ลบ.ม. โดยมีเป้าหมายการพัฒนาที่ 20 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรองรับการอุปโภคบริโภค 10,008 ครัวเรือน จากนั้นได้รับฟังผลการดำเนินงาน การขุดลอกหนองมโนราห์ จาก นพค.35 และมีความคืบหน้าเกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างน่าพอใจ  สำหรับ หนองมโนราห์ เป็นแหล่งน้ำสภาพปิด รับน้ำจากน้ำฝนเป็นหลัก มีพื้นที่ 139 ไร่ เดิมกักเก็บน้ำได้ไม่เกิน 300,000 ลบ.ม. และได้รับการสนับสนุน งป.กลาง ปี64 เมื่อครั้ง พล.อ.ประวิตร  ลงพื้นที่ เมื่อ23ธ.ค.63 ที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาเพิ่มการกักเก็บ ต้ังเป้าไม่เกิน 400,000 ลบ.ม. หากดำเนินการเสร็จสิ้น จะสามารถใช้ประโยชน์ อย่างเพียงพอ ครอบคลุม 8หมู่บ้าน 5,457 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร กว่า 500ไร่ ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top