Friday, 26 June 2026
NewsFeed

พาณิชย์เปิดแผนปั้นสินค้าจีไอไทยทั้งระบบ

นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ เร่งออกมาตรการเชิงรุกในปี 2565 เพื่อส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ของประเทศไทย โดยกำหนดลงพื้นที่ให้ความรู้การขอรับความคุ้มครองสินค้าจีไอให้กับชุมชนกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ ผลักดันการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียนและเร่งรัดการตรวจสอบคำขอทั้งในและต่างประเทศจัดทำระบบควบคุมคุณภาพให้กับสินค้าจีไอที่ขึ้นทะเบียนแล้ว เพื่อรักษามาตรฐานสินค้าและสามารถส่งออกไปต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายกว่า 800 ราย ให้นำตราสัญลักษณ์จีไอ ไปใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น 

ขณะเดียวกันยังเร่งโปรโมตสินค้าจีไอไทย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ การจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมือง จัดแสดงสินค้าในงานระดับนานาชาติ อาทิ  ไทยเฟ็กซ์ 2022, สไตล์ 2022, ไรซ์ แมทชิง2022 รวมทั้ง การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้กับสินค้าจีไอ เพื่อสร้างความโดดเด่นตรงความต้องการของตลาด

ศบค. เตรียมแผนบริการวัคซีน'65 ครอบคลุม 70 ล้านคน จ่อ ฉีดไฟเซอร์ฝาสีส้มให้เด็ก5-11ปี ระดม ต่างชาติ ในพื้นที่สีฟ้าเข้าฉีด ระบุ ตรุษจีนนี้สธ. ออกมาตรการเข้ม

ที่ศบค.ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)แถลงผลการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ว่า แผนบริการ การให้วัคซีน ทางกระทรวงสาธารณสุขรายงานเรื่องการบริหารวัคซีนที่ผ่านมาว่า เป็นไปตามเป้าหมายอย่างดี ครอบคลุม 72.1% ของประชากรทั้งหมด 69.6 ล้านคน หรือ 70 ล้านคน โดยประมาณ ซึ่งเป็นตัวเลขที่จะใช้ในการบริหารการฉีดวัคซีนในปี 2565 โดยการบริหารจัดการวัคซีนมุ่ง 4 แผน คือ 1.ฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี ซึ่งเป็นวัคซีนโดสเด็ก(ฝาสีส้ม)จากบริษัทไฟเซอร์ 2. แผนรณรงค์เร่งรัดการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว โดยเป็นแผนการใช้วัคซีนเป็นเข็มกระตุ้น โดยต้องมีระยะเวลาห่างจากเข็มก่อนหน้านี้ 3 เดือน 3. แผนการส่งคืนวัคซีนไปให้กับสิงคโปร์ ภูฏาน ที่เรายืมมาก็จะส่งกลับคืนไป 4. การบริจาควัคซีนให้กับต่างประเทศ ซึ่งก็จะมีประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่รอบประเทศไทยและประเทศที่อยู่ในแอฟริกา ผ่านโครงการแอฟริกันวัคซีนฯ ที่องค์การอนามัยโลกทำขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ฉีดวัคซีนในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว จะมีการกระจายวัคซีนไปให้กับทุกสัญชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว ซึ่งทุกคนอาจจะเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือคนต่างชาติที่อาจจะเห็นว่าเขาได้รับวัคซีน ก็ขอเรียนย้ำว่า เมื่อเขาปลอดภัยเราก็ปลอดภัย เช่นเดียวกับที่เราเคยได้เห็นภาพนักท่องเที่ยวไทยไปฉีดวัคซีนที่ต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาในเมืองไทยเราก็ต้องดูแลเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 - 31 มกราคม 2565 และอาจจะขยายไปถึงเดือนกุมภาพันธ์

สำหรับเรื่องการนำเข้าแรงงาน3สัญชาติ ทางกระทรวงแรงงานรายงาน ให้ที่ประชุมทราบถึง แบบคำร้องที่ต้องการนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นมาตรการที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่าอย่าลักลอบเข้ามา ขอให้มาลงทะเบียนให้ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้มียื่นคำร้องขอมาแล้ว 7.4 หมื่นคำร้องแล้ว และออกหนังสือไปถึงประเทศต้นทางแล้ว 44,243 ใน กัมพูชา ลาว เมียนมา ทั้งนี้เพื่อให้มีแผนในการนำเข้าอย่างถูกต้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญโดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้แรงงาน เนื่องจากมีความขาดแคลน ดังนั้นเพื่อลดการลักลอบการเข้าเมืองเราจะต้องมีมาตรการในการติดตาม โดยขอให้ฝ่ายความมั่นคง เปลี่ยน จากภาระที่จะต้องไปไล่จับ ให้เป็นพลังของเรา เพราะเป็นแรงงานที่จะต้องใช้ประโยชน์จากเขา นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแล อย่างละเอียดในระดับพื้นที่ และให้กระทรวงแรงงานดูความเหมาะสมถึงจำนวน มาตรการต่างๆ การติดตาม ซึ่งถ้ามีแอพพลิเคชั่นที่สามารถติดตามเพื่อประสงค์และป้องกันควบคุมโรคก็จะดี

นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณคณะกรรมการทุกคน ประชาชน เอกชน เพราะเมื่อเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อแล้วนั่นคือสิ่งที่เราได้ทำงานมาร่วมกันทำให้ประสบความสำเร็จทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน นายกเน้นย้ำว่าการทำงานของศบค. ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีแผนเผชิญเหตุ และทุกภาคส่วนจะต้องร่วมดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ต้องมีบทบาท หากพบว่ากระทำผิดต้องถูกลงโทษ หากจะปิดกิจการหรือทำอะไรทั้งหลายจะต้องเข้มข้นและเข้มแข็งโดยที่สุด หากไม่สามารถทำได้เจ้าหน้าที่เองคงต้องพิจารณาบทลงโทษของเจ้าหน้าที่เองที่รับผิดชอบหรือย่อหย่อนในการรับผิดชอบนั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ2-3รอบ

นายกรัฐมนตรีให้บูรณาการเรื่อง สายด่วน เพื่อให้มีความพร้อมในการรับข้อร้องเรียนต่างๆ และเชื่อมโยงการบริการ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ให้ประชาชนได้รับบริการอย่างดีที่สุด ลดการรอคอย และที่สำคัญต้องชี้แจงให้ประชาชนให้เกิดความเข้าใจ เมื่อมีความเข้าใจก็จะเกิดการมีส่วนร่วมในการป้องกันทั้งส่วนตัวและสังคม 

เชียงใหม่-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดทำโครงการผสมเทียมสัตว์ป่า เพื่อการอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญและหายาก

สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดทำโครงการผสมเทียม (AI-Artificial Insemination) สัตว์ป่า เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญและหายาก โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล ในด้านการวิจัยตามยุทธศาสตร์ในการจัดการประชากรของสายพันธุ์สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างยั่งยืนเพื่อการอนุรักษ์

นายสายสิทธิ์ เจตสิกทัต ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นหนึ่งในแหล่งที่ดูแล รวบรวมสายพันธุ์ของสัตว์ป่าที่สำคัญและหายากไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งพันธุ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งในระดับนานาชาติได้มีการศึกษาวิจัย เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าเหล่านี้อยู่หลายหน่วยงาน เช่น WAZA (The world zoo and aquarium association) ได้กำหนดหน้าที่ของสมาชิกสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในระดับโลก ให้ตระหนักถึงการรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยให้การสนับสนุนความรู้ด้านการวิจัยเพื่อการอนุรักษ์เชิงบูรณาการอย่างยั่งยืน ตามรายชื่อในบัญชีแดงของ IUCN (IUCN Red list) หรือ SEAZA (South East Asian Zoo Association) โดยมีเป้าหมายในการจัดการประชากรของสายพันธุ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของภูมิภาคในสวนสัตว์อย่างยั่งยืนเพื่อการอนุรักษ์ 

ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนสัตว์ป่าหลายชนิดที่มีการลดลงอย่างต่อเนื่องในธรรมชาติ เช่น เสือปลา กวางผา เลียงผา เสือดำ/ เสือดาว หมีหมา หมีควาย กระทิง วัวแดง สุนัขจิ้งจอกสีทอง หมาไน ฯลฯ อันเนื่องมาจากมีการบุกรุกของมนุษย์ จึงทำให้จำนวนของสัตว์ป่าบางชนิดมีแนวโน้มที่จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น ในต่างประเทศทั่วโลกก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน ดังนั้นจึงได้มีการคิดค้นวิธีการที่จะช่วยอนุรักษ์พันธุ์ของสัตว์เหล่านี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป โดยใช้วิธีที่เรียกว่า “เทคโนโลยีช่วยสืบพันธุ์ในสัตว์ป่าหายาก” (Assisted reproductive technology for endangered species) ซึ่งมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน เช่น การตรวจฮอร์โมน การตรวจ DNA การทำน้ำเชื้อแช่แข็ง เซลล์ต้นกำเนิดแช่แข็ง วิธีการเหนี่ยวนำการตกไข่ และการผสมเทียม    

‘หมอยง’ เผยต้องฉีดวัคซีนกี่เข็มถึงจะพอ ชี้!! ไม่มีความจำเป็นที่ต้องฉีดมากเกินไป

(20 ม.ค. 65) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “วัคซีนโควิด จะฉีดวัคซีนกี่เข็มพอ” ระบุว่า…

มีผู้ถามมามาก จำนวนครั้งการฉีดวัคซีน บางคนถึงกับฉีดไปแล้ว 5 เข็ม ก็มี คือ ให้ SV SV แล้ว AZ จอง MN ไว้อีกก็เลยไปฉีด MN อีก 2 เข็ม และมีการบอกต่อกันว่าผู้ที่ฉีด SV มาไม่นับ เพราะมีการด้อยค่าไปแล้ว
ความจริงการให้วัคซีน เหมือนเติมน้ำให้เต็มขัน การจะเติมเต็มได้ ต้องมีการให้เบื้องต้น 2 เข็ม และกระตุ้นอีก 1 เข็ม ก็จะเต็ม การให้ เข็ม 4-5 ถ้ารีบให้ น้ำเต็มขันแล้วถึงเติมไปก็ล้นทิ้งหมด

ดังนั้น ผู้ที่ได้มา 3 เข็มแล้วถือว่าเต็มแล้ว ก็รอให้น้ำระเหยแห้งลดลงไปก่อน แล้วค่อยเติมใหม่ให้เต็ม การเติมเร็วในขณะที่น้ำยังเต็มหรือใกล้เต็มก็ ไม่เกิดประโยชน์ล้นทิ้ง มีแต่อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น

'แรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม' เปิดฝึกอบรมทำเทียนแฟนซี! ช่วยผู้มีรายได้น้อย - มีอาชีพ - มีงานทำในชุมชน

นางรภัสสา พานิกุล แรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ จังหวัดสมุทรสงครามประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กิจกรรมพัฒนาทักษะฝีมือ หลักสูตรการฝึกเสริมทักษะ กลุ่มอุตสาหกรรมศิลป์ สาขาการทำเทียนแฟนซี ณ ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนตำบลบางช้าง หมู่ที่ 1 ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี นางระพีพรรณ รัตนบริหาร สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม นายวิชัย จันทร์บุญ ประกันสังคมจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งนางรภัสสา กล่าวว่า การฝึกอบรมโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพจังหวัดสมุทรสงคราม โครงการเป็นการบูรณาการทำงานการร่วมกัน ระหว่างสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรสงครามและหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดสมุทรสงคราม สำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม ได้จัดโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กิจกรรมพัฒนาทักษะฝีมือ หลักสูตรการฝึกเสริมทักษะ กลุ่มอุตสาหกรรมศิลป์ สาขาการทำเทียนแฟนซี ระยะเวลาฝึกจำนวน 3 วัน 18 ชั่วโมง เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน ผู้ว่างงานและไม่มีรายได้ รวมทั้งผู้ที่มีความเดือดร้อนด้านอาชีพ รวมทั้งได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 และเพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชน จากการฝึกทำเทียนแฟนซีในรูปแบบชนิดต่าง ๆ   

โดยได้รับการประสานงานวิทยากรจากสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพ และนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดจากอาชีพเดิม ตลอดจนการรวมกลุ่มสมาชิกผู้เข้ารับการฝึกจาก นายอำพล ลอยมา อาสาสมัครแรงงานตำบลบางช้างและผู้ใหญ่บ้านตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

โอกาสเดียวกันนี้ ได้มีวิทยากรจากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรสงคราม มาบรรยายเรื่องการประกันสังคมมาตรา 40 และขั้นตอนการสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 กับสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ประกอบอาชีพอิสระในครั้งนี้ได้สมัครเป็นผู้ประกันตนให้ครบทุกคน เป็นการเข้าถึงสวัสดิการและเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิต ตลอดจนเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนต่อไป

 

กาฬสินธุ์ - ออกหน่วยแพทย์ พอ.สว.เคลื่อนที่! บำบัดทุกข์สร้างรอยยิ้มสู้ภัยโควิด!!

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นำส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จัดโครงการหน่วยแพทย์ พอ.สว. และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนสู้ภัยโควิด เพื่อให้บริการด้านสุขภาพและบริการทั่วไป ให้ประชาชนได้รับบริการเชิงรุกอย่างทั่วถึง หลังว่างเว้นการจัดกิจกรรมไปนานหลายเดือน เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มกราคม 2564 ที่โรงเรียนบ้านนาวิทยาคม บ้านนาใหญ่  หมู่ 4 ต.ม่วงนา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานจัดกิจกรรมโครงการหน่วยแพทย์ พอ.สว.และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้ม ให้ประชาชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ประชาชน ร่วมงาน ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

นายวีรดนย์ ศิริ นายอำเภอดอนจาน กล่าวว่า ปัญหาของประชาชนในพื้นที่ อ.ดอนจานส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน และเขตป่าสงวนแห่งชาติ  นอกจากนี้ยังมีปัญหาเส้นทางคมนาคม ที่หลายหมู่บ้านยังไม่ได้รับความสะดวก ตลอดจนเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ทำให้มีฐานะยากจน ในการจัดโครงการหน่วยแพทย์ พอ.สว. และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในวันนี้ จึงทำให้ประชาชน มีขวัญกำลังใจ ที่จะดำรงชีวิตในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้

ด้านนายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการหน่วยแพทย์ พอ.สว. เป็นกิจกรรมที่คณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ออกบริการรักษา ตรวจสุขภาพให้ประชาชนในพื้นที่ ของหน่วยแพทย์ พอ.สว. ขณะที่โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน เป็นโครงการส่วนราชการต่างๆและอำเภอ ออกมาให้บริการประชาชน มีการรับฟังปัญหาของประชาชนไปดำเนินการแก้ไข ทำให้ประชาชนมีความมั่นใจ ในการที่จะดำรงชีวิต ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ให้ประชาชนจะได้ประกอบอาชีพตามปกติอย่างไม่กังวลใจ ในส่วนสถานการณ์ระบาดโรคโควิด-19 ในขณะนี้ มีแนวโน้มคลี่คลายลงไปมาก อย่างไรก็ตามขอฝากให้ประชาชน ไม่ประมาท เช่น สวมหน้ากากอนามัย รับการฉีดวัคซีน จ.กาฬสินธุ์ และปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

นายทรงพล กล่าวอีกว่า ในการจัดโครงการหน่วยแพทย์ พอ.สว. และโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในครั้งนี้ จัดขึ้นหลังจากที่ว่างเว้นหลายเดือน เนื่องจากเกิดสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19  

 

ผลวิจัยเผยใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มเสน่ห์ ดึงดูดสายตาผู้คน โดยเฉพาะ ‘สีฟ้า’

เว็บไซต์ The Guardian รายงานว่า ทีมวิจัยจากอังกฤษพบข้อดีเล็กๆ น้อยๆ ของโควิด-19 นั่นคือ การสวมหน้ากากอนามัยช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้น่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น โดยหน้ากากอนามัยทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียว โดยเฉพาะสีฟ้า จะทำให้ผู้สวมใส่น่าดึงดูดมากที่สุด

ดร.ไมเคิล ลูอิส หนึ่งในทีมวิจัยจากคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ในสหราชอาณาจักร และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านใบหน้า กล่าวว่า งานวิจัยที่เคยเก็บข้อมูลก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าการสวมหน้ากากอนามัยทำให้ความน่าดึงดูดลดลง เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับโรคหรือความเจ็บป่วย

ทีมวิจัยต้องการทดสอบว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนไปหรือไม่ เมื่อการสวมหน้ากากอนามัยกลายเป็นเรื่องปกติ และทำความเข้าใจว่าประเภทของหน้ากากอนามัยมีผลต่อความน่าดึงดูดหรือไม่

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าใบหน้าของผู้คนจะน่าดึงดูดมากที่สุดเมื่อสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ โดยเฉพาะ “สีฟ้า” อาจเป็นเพราะเราเคยชินกับหน้ากากประเภทนี้มากที่สุด

นอกจากนี้ยังพบว่าการสวมหน้ากากอนามัยทำให้ผู้สวมใส่อุ่นใจมากขึ้นในเวลาที่รู้สึกอ่อนแอ ขณะเดียวกันสร้างความรู้สึกในทางบวกต่อผู้พบเห็นด้วย 

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยก่อนที่จะเกิดโรคระบาดพบว่า การสวมหน้ากากอนามัยทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกในแง่ลบว่าผู้สวมใส่มีโรคและอยากตีตัวออกห่าง 

ทั้งนี้ การวิจัยครั้งแรกได้เริ่มดำเนินการในเดือนก.พ. 2021 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวอังกฤษเริ่มคุ้นชินกับการสวมหน้ากากอนามัยในบางสถานการณ์

แบงก์ชาติออกธนบัตร 20 บาท แบบใหม่ผลิตจากพลาสติกพิเศษ

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. จะออกใช้ธนบัตรชนิดราคา 20 บาท ที่เปลี่ยนวัสดุการพิมพ์เป็นพอลิเมอร์ เพื่อพัฒนาคุณภาพให้ประชาชนได้ใช้ธนบัตรที่มีสภาพใหม่ สะอาด และใช้งานได้นานขึ้น เนื่องจากธนบัตรชนิดราคา 20 บาท เป็นธนบัตรที่ประชาชนใช้จ่ายมากที่สุด มีการหมุนเวียนเปลี่ยนมือบ่อย จึงทำให้ธนบัตรมีสภาพเก่ากว่าธนบัตรชนิดราคาอื่น 

สำหรับ ธนบัตรพอลิเมอร์ ชนิดราคา 20 บาท มีภาพและลักษณะโดยรวมเหมือนกับธนบัตรกระดาษชนิดราคา 20 บาท ที่หมุนเวียนในปัจจุบัน โดยมีการใช้เทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงที่ทันสมัยและมีมาตรฐานขั้นสูงเช่นเดียวกับธนบัตรกระดาษ ชนิดราคา 20 บาท 

รวมถึงมีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงเพิ่มเติมสำหรับธนบัตรพอลิเมอร์ ชนิดราคา 20 บาท คือช่องใสที่สามารถมองเห็นทะลุได้ทั้งสองด้าน โดยช่องใสด้านล่างที่เป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เมื่อพลิกธนบัตรขึ้นลงจะเห็นเป็นสีเหลือบแดง นอกจากนี้ มีการเพิ่มจุดสังเกตสำหรับผู้บกพร่องทางสายตาในบริเวณช่องใสด้านบนที่เป็นทรงหยดน้ำ โดยมีตัวเลข “20” ขนาดเล็ก ดุนนูน เพื่อให้สัมผัสได้ง่ายขึ้น จะเริ่มออกใช้หมุนเวียนในวันที่ 24 มีนาคม 2565 นี้ 

 

จับไม่หมด..!!! กกล.สุรสีห์ จับ 204 ผู้ลักลอบเข้าเมือง 3 ระลอก กลางดึก ชายแดนประจวบฯ

กองกำลัง (กกล.) สุรสีห์ โดยชุดเฉพาะกิจ (ฉก.) จงอางศึก ร่วมกับเจ้าหน้าที่หมวดป้องกันชายแดน (มว.ปชด.) ที่ 3, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 146, สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ และฝ่ายปกครอง จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 152 คน (ชาย 87 คน, หญิง 65 คน) บริเวณบ้านมะขามโพรง ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ต่อมาเวลา 05.30 น. จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 41 คน (ชาย 26 คน, หญิง 15 คน) บริเวณบ้านมะขามโพรง ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาเวลา 08.30 น. จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จำนวน 11 คน (ชาย 4 คน, หญิง 7 คน) บริเวณบ้านมะขามโพรง ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ปทุมธานี - วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี รับโล่รางวัลและเกียรติบัตรผู้ทำคุณประโยชน์ แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย และบุคลากรดีเด่น ประจำปี 2564

โดย นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี เข้ารับโล่และประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยประจำปี 2564 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ทั้งนี้ นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นกลไกหลักในการส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงานด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งการคัดเลือกผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ประเภทกิตติมศักดิ์ และประเภทบุคคลทั่วไป โครงการยกย่องผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี 2560 - ปัจจุบัน และให้ความอนุเคราะห์ข้อมูลทางวัฒนธรรมในการดำเนินงานของฝ่ายทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม กองพัฒนานักศึกษา มาอย่างต่อเนื่อง

 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top