Wednesday, 24 June 2026
NewsFeed

‘4 แกนนำสามนิ้ว’ ลั่นไม่ขอยื่นประกันตัวอีก ชี้! มติศาลไม่ให้ประกันตัว=ปิดโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์!

(28 ธ.ค. 64) นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ถึงกรณีการคุมขังผู้ต้องขังทางการเมือง โดยระบุว่า...

ผมในฐานะทนายความของผู้ต้องขังทางการเมือง 4 คน อันประกอบด้วย ทนายอานนท์ นำภา, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง และ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ได้เข้าเยี่ยมพวกเขาทั้งสี่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และได้รับการร้องขอจากพวกเขาทั้งสี่ ให้แจ้งข้อความดังต่อไปนี้ให้แก่พ่อแม่ญาติพี่น้อง และบรรดามิตรสหายเพื่อนฝูงรวมทั้งสื่อมวลชนให้ทราบว่า

1.) ภายหลังจากที่ผู้บริหารของศาลอาญาได้มีมติไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) พวกเขาในระหว่างการพิจารณาคดีตามคำร้องขอของทนายความเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 นั้น พวกเขาเห็นว่าเหตุผลของศาลอาญาไม่ชอบด้วยหลักกฎหมาย หลักยุติธรรม และไม่เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศที่ไทยได้ให้สัตยาบันรับรองไว้ พวกเขาทั้งสี่เชื่อว่าการไม่อนุญาตให้เขาได้รับการประกันตัวไปสู้คดีอย่างเต็มที่นั้น เป็นการปิดโอกาสที่เขาจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาและเป็นการพิพากษาเสียล่วงหน้าแล้วว่าพวกเขาเป็นผู้กระทำความผิด

ด้วยเหตุผลข้างต้น พวกเขาทั้งสี่จึงขอประกาศว่า นับจากนี้พวกเขาจะไม่ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ในระหว่างพิจารณาคดีต่อศาลอาญาอีก และจะไม่อนุญาตให้ทนายความและบุคคลใดไปดำเนินการดังกล่าวทั้งสิ้น

“เอ้ สุชัชวีร์” ระดมสมองร่วมชาวบ้านบางขุนเทียน แก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะ  เชื่อ! กรุงเทพฯ แก้ได้ ด้วยหลักวิศวกรรม 

“เอ้ สุชัชวีร์” สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย พร้อมด้วย นายสารัช ม่วงศิริ ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางขุนเทียน และนายสากล ม่วงศิริ อดีต ส.ส. 4 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันลงพื้นที่บริเวณชายทะเลบางขุนเทียน เพื่อรับฟังปัญหาของเขตบางขุนเทียน ซึ่งกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากน้ำทะเลหนุนสูง และในอนาคตเมื่อปัญหาโลกร้อนหนักขึ้น ก็จะยิ่งทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น ปัจจุบันเขตบางขุนเทียนสูญเสียที่ดินจากการถูกน้ำทะเลกัดเซาะลึกเข้ามากว่า 2 กม. สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนและที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน 

“เอ้ สุชัชวีร์” พบว่าปัจจุบันเขื่อนป้องกันน้ำทะเลหนุนของ กทม. มีลักษณะเป็นไม้ไผ่ซึ่งไม่ใช่วัสดุทำเขื่อนป้องกันทะเลได้ เพราะไม่มีความแข็งแรง เมื่อติดตั้งเพียง 1-2 ปี เจอแดดและความชื้นไม่นานก็เสื่อมสภาพ กลายเป็นขยะไหลเข้าไปในวังเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงหอยของชาวบ้าน 

ส่วนการไฟฟ้านครหลวงบริจาคเสาไฟฟ้าที่ไม่ใช้แล้ว มาปักเป็นแนวเขื่อนป้องกันทะเล แม้มีคุณภาพดีกว่าต้นไผ่ แต่ก็ยังไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาได้ เพราะเสาไฟฟ้าจะเอียงตามสภาพของแรงคลื่นที่กระทบตลอดเวลา ถือเป็นการช่วยเหลือเพียงชั่วคราว รวมทั้งการปลูกป่าโกงกางเพื่อป้องกันการกัดเซาะของน้ำทะเลก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากน้ำทะเลซัดจนต้นโกงกางไม่สามารถหยั่งรากได้

ในต่างประเทศที่ประสบปัญหาน้ำทะเลหนุน อย่างญี่ปุ่น มาเลเซีย หรือยุโรป จะนิยมใช้วิธีถมด้วยหินเทียม จากการหล่อคอนกรีต มีลักษณะสามขา โดยไม่ใช้หินจริงที่ต้องระเบิดจากภูเขา ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งการถมด้วยหินเทียมมีข้อดีคือมีน้ำหนักมาก นอกจากนั้นจะมีช่องให้สัตว์น้ำสามารถเข้าไปวางไข่ได้ ไม่กระทบกับการทำประมงชายฝั่ง อีกทั้งปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการหล่อคอนกรีตที่บริษัทของไทยสามารถทำได้

ป.ป.ช. เปิดบัญชี "วินท์" อดีตส.ส.ก้าวไกล 678 ล้าน ครองที่ดิน 453 โฉนด บ้าน-คอนโดหรู 6 หลัง มูลค่า 138 ล้าน

ที่สำนักงานป.ป.ช.  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของ นายวินท์ สุธีรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.พรรคก้าวไกล) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่  6 ตุลาคม 2564 พร้อม น.ส.สุภรัตน์ ห่วงสกุล คู่สมรส ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการในบจ. วิน วิน โฮลดิ้ง บจ.แก่นศิริ สตาร์ซ บจ.ไพร์ม สตาร์ซ อินดีสทรี บจ.ไพร์ม เพาเวอร์ แพลนท์ และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 3 ราย โดยระบุว่ามีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 678,463,119 บาท หนี้สินรวมทั้งสิ้น 105,349,219 บาท 

เป็นทรัพย์สินของนายวินท์ 609,570,780 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 15,412,938 บาท เงินลงทุน 351,092,443 บาท เงินให้กู้ยืม 63,180,000 บาท ที่ดิน 39,793,088 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 138,451,591 บาท สิทธิและสัมปทาน 1,170,719 บาท ทรัพย์สินอื่น 470,000 บาท

เป็นทรัพย์สินของคู่สมรส 68,717,884 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 3,310,312 บาท เงินลงทุน 44,702,807 บาท ที่ดิน 6,462,667 บาท สิทธิและสัมปทาน 2,700,997 บาท ทรัพย์สินอื่น 11,541,100 บาท 

และทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นเงินฝากจำนวน 174,454 บาท 

“บิ๊กตู่” อวยพรสื่อมวลชนเนื่องในโอกาสปีใหม่ ในฐานะสื่อกลางที่มีคุณภาพ และรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณของสื่อมวลชน เพื่อความรักสามัคคีของคนไทย” 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อวยพรเนื่องในโอกาสเทศกาลวันขึ้นปีใหม่แทนการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “ ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2565 ที่จะมาถึงนี้ ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้อำนวยพรให้สื่อมวลชนทุกท่าน ทุกแขนง มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่แข็งแรง ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งไว้ และเป็นส่วนสำคัญในการนำพาประเทศชาติ และประชาชน เดินไปข้างหน้า อย่างมั่นคง และยั่งยืน ในฐานะสื่อกลางที่มีคุณภาพ และรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณของสื่อมวลชน เพื่อความรักสามัคคีของคนไทย” 

‘ไป่ ทาคน’ นายแบบดังเมียนมา ไม่รอด!! ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี ฐานประท้วงรัฐบาล

ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี ‘ไป่ ทาคน’ นายแบบและนักแสดงชื่อดังชาวเมียนมา ฐานอารยะขัดขืนหยุดงานประท้วงรัฐบาล

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า นายแบบและนักแสดงชื่อดังชาวเมียนมา ไป่ ทาคน วัย 24 ปี หลังจากถูกทหารจับกุม ตามแผนการปราบปรามศิลปินและดาราที่ออกมาแสดงพลังต่อต้านรัฐประหาร ล่าสุด ถูกศาลตัดสินจำคุก 3 ปีในเรือนจำอินเส่ง

โดยไป่ ทาคน ถูกฟ้องตามมาตรา 505 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยมาตรา 505 (ก) เป็นความผิดในฐานอารยะขัดขืนโดยการหยุดงานประท้วง เข้าร่วม สนับสนุน หรือกดดันให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหยุดงานประท้วง ซึ่งมีโทษสูงสุดคือติดคุก 3 ปี เป็นสาเหตุให้ไป่ ทาคน ถูกพิพากษาจำคุกหลายเดือนต่อมาในเรือนจำอินเส่ง

‘คนกลางคืน’ เฮ! เตรียมรับเงินเยียวยา รายละ 5,000 บาท งวดแรก เริ่ม 29 ธ.ค. 64 นี้!

(28 ธ.ค. 64) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีมติเห็นชอบอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเยียวยา พี่น้องผู้ประกอบอาชีพอิสระ คนทำงานกลางคืนในกิจการสถานบันเทิง ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ 

โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน จะจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกอบอาชีพรายละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน ให้กับผู้ประกันตนที่มีสัญชาติไทย ทั้งมาตรา 33 ที่ทำงานในกิจการสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ส่วนผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 และได้รับการรับรองจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงที่จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าทำงานในสถานบันเทิงกลางคืนนั้นจริง

'อรรถวิชช์'​ ลงชิงเลือกตั้งซ่อมหลักสี่ เดินหน้าการเมืองคุณภาพ ต้องเกิดขึ้นใน กทม. 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ประกาศลงชิงเลือกตั้งซ่อมเขต 9 หลักสี่ - จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค คณะผู้บริหาร และทีมพรรคกล้า กทม. มาร่วมให้กำลังใจในการเปิดตัวส่งสมัคร ส.ส. ครั้งนี้ 

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตั้งพรรคกล้าขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน อยากเห็นการเมืองสร้างสรรค์ บนแนวคิด “ปฏิบัตินิยม ลงมือทำ” และเมื่อมองย้อนไปในพื้นที่ หลักสี่ - จตุจักร ในช่วง 7 ปีเศษนี้ มีงานสาธารณูปโภค ถนนย่อย ระบบระบายน้ำ หลายอย่างที่ยังค้างคา ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เคยเป็น ส.ส. ในเขตจตุจักร คงได้ลงไปช่วยกันสะสางกันจนเสร็จสิ้น บทบาท ส.ส. ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่สามารถทำได้ ในฐานะตัวเชื่อมหน่วยราชการกับประชาชน งาน ส.ส. ไม่ใช่แค่เข้าประชุมสภาฯ หรือการต่อสู้ฟาดฟันกับฝ่ายที่เห็นต่าง จึงเห็น “คุณภาพ ส.ส.” เป็นเรื่องสำคัญ 

"การทำการเมืองสร้างสรรค์เป็นปฏิบัตินิยมลงมือทำนั้น ไม่มีอะไรดีกว่า “ทำให้ดู” ผมจะถือโอกาสเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พาทีมงานว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ไฟแรงของพรรคกล้า เรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ ทางการเมืองด้วย เขาอาจเป็นตัวจริงในแต่ละอาชีพ แต่ทำงานการเมืองนั้นไม่ง่าย เป็นงานที่ต้องเข้าใจคนอย่างแท้จริง" นายอรรถวิชช์ กล่าว 

นายอรรถวิชช์ กล่าวย้ำว่า ตนเองเคยเป็นผู้แทนทั้งเขตหลักสี่และจตุจักร มั่นใจว่าห้วงเวลาที่ตนเองเป็นผู้แทนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และจะขอกลับมาทำหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง ขอพี่น้องประชาชนให้โอกาส “สร้างสรรค์การเมืองคุณภาพ” ให้เกิดขึ้นในหลักสี่ - จตุจักร 

นายกรณ์ จาติกวนิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า การส่งนายอรรถวิชช์ ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรค ลงสู้ศึกครั้งนี้ สะท้อนวัฒนธรรมของพรรคที่เน้นปฏิบัติ กล้าที่จะลงมือทำ การแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติในทุกประเภทการแข่งขันและทางการเมือง ซึ่งพรรคได้เลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เหมาะสมที่สุด มีความพร้อมมากที่สุดที่จะแสดงตนในฐานะหัวหน้าทัพ ไม่ได้นั่งบัญชาการอยู่เบื้องหลัง และเลือกผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ให้พี่น้องชาวหลักสี่ ชาวจตุจักร และเพื่อให้พี่น้องชาวกรุงเทพ และคนไทยทั้งประเทศได้เห็นว่าผู้สมัครของเรามีคุณภาพอย่างไร 

EA ส่งมอบโครงการโรงเรียนวัว เสริมทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนในชุมชน

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.ศรัณญู และ นายณปพน โดยมีท่านสุวิทย์และคุณกุลพรภัสร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ส่งมอบโครงการ"โรงเรียนวัว" ให้กับ โรงเรียนร่วมราษฎร์วิทยานุกูล อ.เนินสง่า จังหวัดชัยภูมิ เพื่อส่งเสริมการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ อ.เนินสง่าและอำเภอใกล้เคียงของจังหวัดชัยภูมิ สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคต

ได้รับเกียรติจากนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานในพิธีรับมอบ ร่วมด้วยนายสุวิทย์ คำดี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายยุทธนา ศรีนวลดี นายอำเภอเนินสง่า นายประวิช ยะรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต3 และนางนงค์นุช คชา ผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมราษฎร์วิทยานุกูล ร่วมในพิธีดังกล่าว

ทบ. ตั้งจุดบริการ ดูแลความปลอดภัยปชช. ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า   เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2565 นี้ กองทัพบกเตรียมดูแลประชาชนในการเฉลิมฉลองเทศกาลอย่างมีความสุขและปลอดภัย ภายใต้แนวคิด “ปีใหม่ปลอดภัย กองทัพบกห่วงใยประชาชน” ซึ่ง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มอบหมายให้หน่วยทหารทั่วประเทศร่วมกับส่วนราชการประจำจังหวัด จัดตั้งจุดพักรถและจุดบริการประชาชนบริเวณหน้าหน่วยทหาร และสถานที่สำคัญของจังหวัด ที่มีประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมาก รวม 226 จุด ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 28 ธ.ค.64 – 5 ม.ค.65  

ในแต่ละจุดได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน อาทิ น้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น พร้อมจัดกำลังพลจิตอาสา เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางการจราจร เจ้าหน้าที่เสนารักษ์พร้อมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ช่างที่จำเป็น อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์มือถือ ให้บริการห้องน้ำ และนวดแผนไทยผ่อนคลาย

ในโอกาสนี้ กองทัพบกได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโครงการทหารพันธุ์ดีในหน่วยทหาร จำนวน 107 แห่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และเปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วมด้วยวิธี Learning by Doing ในกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ อาทิ การปลูกผักปลอดภัยปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น รวมทั้งจำหน่ายผลผลิตจากโครงการในราคาถูกให้กับประชาชนทั่วไปด้วย

นอกจากนี้ กองทัพบกได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทหารอนุสรณ์สถาน และพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ในหน่วยทหาร จำนวน 173 แห่ง ทั่วประเทศให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม และศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยควบคู่กับการจัดกิจกรรมสันทนาการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ครม.เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ดูแลแรงงานนอกระบบเกือบ 20 ล้านคน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ. …. ตามที่ กระทรวงแรงงาน เสนอ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบกว่า 19.6 ล้านคน หรือร้อยละ 52 จากการสำรวจปี2564 แรงนอกระบบมากสุด คือ อาชีพเกษตร ประมง พ่อค้า แม่ค้า แผงลอย คนขับแท็กซี่ เป็นการช่วยเหลือคนตัวเล็กในสังคมตามเจตนารมณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

นายธนกร กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวฯ เป็นกฎหมายฉบับแรกของไทย ที่ดูแลแรงงานนอกระบบ ที่เป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ของประเทศ ให้สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานหรือการประกอบอาชีพ ความปลอดภัยในการทำงาน หลักประกันทางสังคม ตลอดจนการรวมกลุ่ม รวมตัวในการจัดตั้งองค์กรเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้เกิดความเป็นธรรมในการจ้างงานได้

“นายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญของพี่น้องแรงงานนอกระบบ ให้ได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพ และพัฒนาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย รวมทั้งเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ทำให้แรงงานนอกระบบมีหลักประกันทางสังคม มีความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งเสนอร่าง พ.ร.บ. เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อให้เร่งรัดกฎหมายให้มีผลปฏิบัติเป็นรูปธรรมโดยเร็ว” นายธนกร กล่าว

โดยสาระสำคัญของร่างฯ  “แรงงานนอกระบบ” หมายความถึงคนทำงานสัญชาติไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งไม่ได้เป็นลูกจ้าง ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน หรือไม่ได้เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ตามกฎหมายประกันสังคม รวมถึงผู้ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และให้แรงงานนอกระบบมีสิทธิขึ้นทะเบียนแรงงานนอกระบบ และให้แรงงานนอกระบบตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ขึ้นทะเบียนกลุ่มแรงงานนอกระบบตามลักษณะของอาชีพ แรงงานนอกระบบตั้งแต่ 15 กลุ่มขึ้นไปขึ้นทะเบียนเพื่อจัดตั้งองค์กรแรงงานนอกระบบได้ รวมทั้งให้องค์กรแรงงานนอกระบบมีสิทธิเสนอความเห็น ต่อ คณะกรรมการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top