Wednesday, 24 June 2026
NewsFeed

เชียงใหม่ - งานครบรอบ 116 ปี แห่งการพระราชทานนามโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2564 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยจัด "งานครบรอบ 116ปี แห่งการพระราชทานนามโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย" โดยมี นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธี นายบุญเสริญ สุริยา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นายพูลศักดิ์ จิตสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย  กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมศิษย์เก่า เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนชมรมเพชรยุพราชฯ คณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

นายพูลศักดิ์ จิตสว่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวว่าโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นด้วยพระบรมราโชบายขยายการศึกษาออกสู่หัวเมืองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือกำเนิดเป็นโรงเรียนเมืองนครเชียงใหม่หรือโรงเรียนรัฐบาลตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ ตั้งอยู่บริเวณที่ดินคุ้มหลวงของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ต่อมาได้รับพระราชทานนามโรงเรียนว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่  24ธันวาคมพุทธศักราช 2448และเป็นโรงเรียนในพระอุปภัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตั้งแต่วันที่  1 มกราคม พุทธศักราช 2532 เป็นต้นมา

ปัจจุบันโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 3,660 คน ข้าราชการครูจำนวน 178คน และบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 120 คน จัดการศึกษาโดยมุ่งให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ให้มีศักยภาพเป็นพลโลก มีความเป็นไทย มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ มีความรู้และมีทักษะการดำเนินชีวิต ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถศึกษาต่อและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาความรู้ มีความสามัคคี เป็นคนดีของสังคม สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ว่า "ข้าไม่ต้องการตำราเรียนที่เดินได้ ที่ข้าอยากได้นั้นคือเยาวชนที่เป็นสุภาพบุรุษ ซื่อสัตย์ สุจริต และมีอุปนิสัยใจคอดี"

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จึงได้ร่วมกับองค์กรภาคีเครื่อข่าย จัดงานครบรอบ 116 ปี แห่งการพระราชทานนามโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

 

“เหล่าทัพ-ตร.”เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงปีใหม่ แนะกำลังพลเข้มงวดตัวเองเฉลิมฉลอง-ท่องเที่ยว ป้องกัน “คลัสเตอร์ทหาร” ทอ.วางกฎ 4 ข้อ คัดกรองเข้มข้น-เวิร์คฟอร์มโฮม50เปอร์เซ็นต์ 1 เดือนเต็ม หวั่นช่วง “โอมิครอน”ขาขึ้น

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ พล.ต. ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงว่า พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เน้นย้ำ เหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายรัฐบาล และกลาโหมด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเทเ เสียสละเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ประชาชนและ สถาบัยพระมหากษัตริย์ พร้อมให้ทุกหน่วยให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหนาวในช่วงฤดูหนาว พร้อมให้ตั้งจุดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่

ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติของแต่ละหน่วยดังนี้ โดย กองบัญชาการกองทัพไทย ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถการป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพไทยเพื่อให้สามารถตอบโต้ต่อภัยคุกคามในทุกรูปแบบได้อย่างทันท่วงที และมีความพร้อมในการเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติและประชาชน กองทัพบก ได้รายงานผลการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของกองกำลังป้องกันชายแดนในห้วงที่ผ่านมา โดยมีการลาดตระเวน เฝ้าตรวจพื้นที่ล่อแหลม การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตลอดจนการดำเนินงานด้านการข่าวเชิงรุกในแต่ละพื้นที่

กองทัพเรือ ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถด้านสงครามไซเบอร์ของกองทัพเรือ โดยได้นำแนวคิด People – Process – Technology มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างบุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการ กองทัพอากาศ ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังกองทัพอากาศตามแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operation) และแนวคิดการปฏิบัติการหลายมิติ (Multi Domain Operation) ให้มีขีดความสามารถในมิติทางอากาศ มิติไซเบอร์ และมิติอวกาศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยการจัดทำโครงการที่สำคัญ จำนวน 3โครงการ ได้แก่ โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ โครงการตำรวจประสานโรงเรียน (1ตำรวจ  โรงเรียน) และโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน ทั้งยังมีการสร้างสถานบำบัดอย่างเป็นระบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาผู้เสพด้วยชุมชนบำบัดจนเกิดผลสำเร็จ ลดระดับความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในสังคมไทย นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ “สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด” พร้อมกำชับกองทัพบกเน้นย้ำสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตั้งจุดตรวจ จุดสกัดและดำเนินการด้านการข่าวเชิงรุกในแต่ละพื้นที่อย่างเข้มงวด

พล.ต. ธีรพงศ์  กล่าวว่า ในส่วนของจุดตรวจ บริการเป็นโครงการของกระทรวงกลาโหม เติมความสุขให้คนไทยตามแนวทางวิถีชีวติใหม่จากใจทหาร 17 ธ.ค.64  ถึง 3 ม.ค. ให้หน่วยประสานกับหน่วยในพื้นที่ โดยกองทัพไทย 50 หน่วย กองทัพเรือ 47 หน่วย กองทัพอากาศ 20 หน่วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพบก ทุกหน่วย ส่วนแนวทางป้องกันลักลอบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ทางกกล.จัดกำลังเต็มที่ ไม่ได้ลดกำลังลง ผบ.ทสส.ได้เน้นย้ำให้กองกำลังตามแนวชายแดนอย่างเคร่งครัด 

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวว่า เป็นภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด กว่า 1,400 จุดทั่วประเทศ โดย ผบ.ตร. ได้จัดให้มีแอพพลิเคชั่น ทีพีซีซี โดยมีห้องโอเปอเรชั่น บริหารจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทุกจุด ดูจากกล้องวงจรปิดได้ 24 ชม.แบบเรียลไทม. ภาระหน้าที่คือ อำนวยความสะดวกจรจร สกัดกั้นอาชญากรรมและยาเสพติดรวมกับเหล่าทัพ ฝ่ายปกครอง และยังเป็นจุดบริการ โดยปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 หมื่นกว่านาย เพิ่มมาตรการสกัดกั้นโควิด-19 โดยมีเจ้าหน้าที่ สธ.ร่วมด้วย ทั้งนี้โครงการฝากบ้านกับตำรวจยังคงมีอยู่ และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนฝากบ้านผ่านแอพลิเคชั่นได้ด้วย  

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงมาตรการรับมือโควิด-19 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของกำลังพลว่า คงมาตรการเคร่งครัดเสมอ หากกำลังพลมีความพร้อมและปลอดจากการติดเชื้อก็สามารถออกไปปฏิบัติภารกิจข้างนอกอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยส่วนแรก กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน อำนวยความสะดวกกับประชาชน จะเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการระวังตัวให้มากกว่าเดิม และ ส่วนที่ใช้ชีวิตตามปกติ เฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ ศบค.ทบ.ได้ออกมาตรการกำชับให้กำลังพล ครอบครัว และผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่ค่ายทหาร ให้ร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำในการ ลด ละ เลี่ยงพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธ์ใหม่และเก่า ถ้าป้องกันไว้ก่อน ทุกคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตในช่วงโควิดขาขึ้นได้อย่างปกติสุข

ทอ. ยันเครื่องบินเมียนมา ยังไม่ได้ล้ำแดนไทย เผยเขตเฝ้าระวัง 50 ไมล์ไม่ได้ตายตัวขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ เมียนมาร์-ไทย เป็นมิตรที่ดี /แจงดราม่าใช้เครื่องบินโปรยน้ำดับฝุ่นพีเอ็ม ยันพิจารณาทางเทคนิค อยุ่ในขั้นเตรียมพร้อมหากรัฐบาลสั่ง 

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี  โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณีที่การสู้รบบริเวณชายแดนเมียนมาร์ได้รับสัญญาณหรือการแจ้งเตือนการลุกล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทยหรือไม่ว่า  ขณะนี้ยังไม่ได้พบว่ามีเครื่องบิน หรือ อากาศยานที่มีเจตนารมณ์หรือเป้าหมายเข้ามาในประเทศไทย ยังคงประสานงานกับหน่วยป้องกันเฝ้าระวังในพื้นที่ตามปกติ  ยืนยันว่า รายงานล่าสุดก็ยังไม่มีบินล้ำเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ ภารกิจทอ.มีภาระหน้าที่ในการตรวจระบบเฝ้าระวังภัยทางอากาศ ป้องกันภัยคุกคามทั้งหมดของปะเทศ มีสถานีเรด้าร์รายงาน11 แห่งทั่วประเทศ ในด้านตะวันตกนั้น ทอ.มีระบบเฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง ค้นหาพิสูจน์ และดำเนินการตามกระบวนการตลอด 24 ชม.

“ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศไทย มีความพร้อม และเราเห็นภาพที่ต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งการให้ข้อมูลในลักษณะที่เป็นภาพ ไม่สามารถให้ได้ เพราะจะเกิดผลกระทบทั้งสองฝ่าย จะเป็นการชี้เป้าไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์กับไทย เขาไม่มีเจตนาลุกล้ำเข้ามา  และเป็นเรื่องภายในประเทศเพื่อนของเรา เขาเป็นมิตรที่ดีกับเรา ทั้งนี้ได้มีการประสานงานกันตลอด ตัวเลขเขตเฝ้าระวังเข้มข้น50ไมล์นั้นก็ไม่ได้เป็นกฎตายตัว เป็นเรื่องลักษณะทางภูมิประเทศ การเฝ้าระวังทางอากาศต้องดูเจตนาว่าเราตั้งใจที่จะพุ่งเข้ามาสู่เป้าหมายอะไรหรือไม่อย่างไร เราก็พิสูจน์ฝ่าย หากเครื่องบินนั้นมีการส่งแผนการบินที่ชัดเจนเราก็เฝ้าระวังและเฝ้าดูไม่ให้กระทบต่อแนวชายแดยของไทย เขาก็ปฏิบัติภารกิจในแนวชายแดนของเขา”พล.อ.ต.ประภาส กล่าว 

'โอมิครอน' ทุบใช้จ่ายปีใหม่ซึมหนักรอบ 12 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ทำให้มีเงินหายไปจากระบบเศรษฐกิจประมาณ 30,000 - 50,000 ล้านบาท จากเดิมที่คาดการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่อยู่ที่ 120,000-140,000 ล้านบาท

“ในภาพรวมแม้คนส่วนใหญ่จะวางแผนท่องเที่ยวและสังสรรค์กันในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่จากปัญหาความกังวลแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิสายพันธุ์โอมิครอน ทำให้การท่องเที่ยวและสังสรรค์อาจจะไม่คึกคักมากนัก เพราะยังกลัวการติดเชื้อโอไมครอน ดังนั้น พฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงปีใหม่นี้ คนส่วนใหญ่จะเน้นสังสรรค์อยู่กับบ้านและหากจะท่องเที่ยวก็จะเน้นท่องเที่ยวที่ไม่ใกล้มากนัก แต่หากจะไปก็จะเน้นไปในพื้นที่ที่ดูแลด้านความปลอดภัยลดการติดเชื้อโควิดให้มากที่สุด”

ทั้งนี้จากผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ที่ออกมายังพบว่า การใช้จ่ายเทศกาลปีใหม่อยู่ 85,796 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 6.2% ต่ำสุดในรอบ 12 ปีนับจากปี 2554 เพราะเดิมหากไม่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอน ศูนย์พยากรณ์ฯ ประเมินว่า น่าจะมีเงินสะพัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ไม่ต่ำกว่า 120,000-140,000 ล้านบาท

ก.แรงงาน ผนึกกำลัง สถาบันฯ จิตรลดา เอ็มโอยูปั้นกำลังคนคุณภาพ ป้อนตลาดงานในอนาคต

ที่ห้องประชุมเทพรัตนพิทยากร ชั้น 4 อาคาร 605 สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนากำลังคนด้านพัฒนาฝีมือแรงงานและการส่งเสริมการมีงานทำระหว่างสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา กับกระทรวงแรงงาน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมลงนาม นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ 

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน นายประทีป ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สันทนีย์ ผาสุข รองอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ผู้ช่วยศาสตราจารย์.ดร.สุรพันธ์ ตันศรีวงษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ดร.นวลอนงค์ ธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมด้วย การลงนามในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากำลังคนด้านฝีมือแรงงานให้กับประชากรในวัยทำงานให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะและทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการทำงานเพื่อเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ มีทักษะฝีมือแรงงานที่สูงขึ้น รองรับต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจในอนาคต ภายใต้ภารกิจการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและนักศึกษาได้มีงานทำที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ และความถนัดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานขอขอบคุณสถาบันเทคโนโลยีจิตรดาที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากำลังแรงงานและการส่งเสริมการมีงานทำ โดยการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนากำลังคนด้านฝีมือแรงงานและการส่งเสริมการมีงานทำให้แก่ผู้ที่จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดากระทรวงแรงงานได้สนองรับนโยบายของรัฐบาลตามยุทธศาสตร์ชาติในการสร้างแรงงานที่มีสมรรถนะสูง ให้เป็นแรงงานที่สามารถปรับตัวรับมือกับการทำงาน งานใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นใช้ดิจิทัลในการทำงาน ยกระดับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน Up– skill, Re-skill, New – skill โดยบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน รวมถึงสถานประกอบการในการผลิตแรงงานที่สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน

“กระทรวงแรงงาน พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การประเมินความรู้ ความสามารถ และแลกเปลี่ยนการใช้ทรัพยากร เช่น ครู อาจารย์ วิทยากร เครื่องมืออุปกรณ์ เป็นต้น เพื่อยกระดับทักษะและศักยภาพฝีมือแรงงานให้ทัดเทียมกับนานาชาติ รวมทั้งให้การสนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการจัดหางาน การประกอบอาชีพอิสระ การแนะนำแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ เพื่อให้นายจ้าง สถานประกอบการได้พนักงานที่มีฝีมือ มีความรู้ ความสามารถ ที่ตรงต่อความต้องการ ลดการขาดแคลนแรงงาน และรองรับการขยายระบบเศรษฐกิจในอนาคตได้ การลงนามบันทึกความเข้าใจในวันนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงานให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น”

 

แบงก์รัฐออกมาตรการช่วยแก้หนี้ระยะยาว มีผล 1 ม.ค.65

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดกรอบดำเนินการและสร้างกลไกผลักดันให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ เร่งให้ความช่วยเหลือและปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เป็นการแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ได้อย่างตรงจุดในระยะยาว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยังต้องเผชิญกับภาวะการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำเนินธุรกิจหรือใช้ชีวิตประจำวันต่อไปได้ ถือเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม 

สำหรับมาตรการดังกล่าวประกอบด้วยแนวทางและมาตรการดำเนินการในการช่วยเหลือและแก้ไขหนี้ในระยะยาว ดังนี้ 1. แนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว ที่เป็นการยกระดับแนวนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติเดิม เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อรองรับการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติของการจัดทำนโยบาย การกำกับดูแล และกระบวนการพิจารณาการปรับโครงสร้างหนี้ มีการควบคุมภายในที่รัดกุม ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สามารถใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวังและรอบคอบในการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อย่างแท้จริง 

ศาลอาญายกคำร้องปล่อยตัว 4 แกนนำ เหตุกลัวกระทำผิดซ้ำ

ศาลอาญายกคำร้องปล่อยตัว ‘เพนกวิน-อานนท์-ไมค์-ไผ่’ 4 แกนนำราษฎร เพราะเคยปล่อยชั่วคราว แต่ได้กระทำการฝ่าฝืนเงื่อนไข

(24 ธ.ค. 64) 13.30 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดอ่านคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวคดีดำ อ. 286/64 และคดีดำอ.287/64 ที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายอานนท์ นำภา, นายภานุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มราษฎรเป็นจำเลยฐานดูหมิ่นสถาบันฯ

2 กระทรวง ผนึกกำลัง!! สนับสนุนอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ จากอุบัติเหตุทางถนน เป็นของขวัญปีใหม่ 2565

ณ ห้องประชุมอาคารสโมสร กระทรวงคมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานร่วมกันในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนระหว่าง กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยนายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมการแพทย์

โดยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมและประธานกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมการแพทย์ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

นายอนุทิน กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และมีเจตนารมณ์ที่จะสร้างสังคมแห่งโอกาส ที่มีความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน “ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยเฉพาะการดูแลคนพิการให้เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และได้รับการพัฒนาศักยภาพไปพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงมียุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

โดยการสร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย ทุกเพศภาวะและทุกกลุ่ม สร้างสภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตและการมีส่วนร่วมเป็นพลังในสังคมสำหรับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงวัย พัฒนาระบบบริการสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำของคุณภาพการบริการในแต่ละระบบ เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงหน่วยบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ

โดยในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในโอกาสนี้จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม สนับสนุนอุปกรณ์ช่วยเหลือแก่ผู้พิการ เพื่อให้ผู้พิการสามารถดำรงชีวิตประจำวันและประกอบอาชีพได้ใกล้เคียงกับบุคคลทั่วไป

 

ปทุมธานี - ตำรวจปทุมธานี ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565

ลานเดินห้างสรรพสินค้าโลตัสรังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้มาเป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 โดยมีพล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี นำหัวหน้าสถานี.ทุกสภ.ที่สังกัดในจังปทุมธานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่อาสาสมัครภาคประชาชน อาสาสมัครมูลนิธิ รวม 280 นาย เข้าร่วม

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ด้วยเทศกาลหยุดยาวปีใหม่ 2565 ซึ่งพี่น้องประชาชนจะเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดกันเป็นจำนวนมาก และจะมีกิจกรรมฉลองปีใหม่ซึ่งในระหว่างนั้นก็อาจจะมีการกระทำผิดกฎหมาย และขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละมาระดมปล่อยแถมกวาดล้างอาชญากรรมในวันนี้ โดยเฉพาะตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ได้จัดการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในครั้งนี้ขึ้น

ซึ่งได้มีฝ่ายทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่อาสาสมัครภาคประชาชน อาสาสมัครมูลนิธิ ซึ่งอยากนำเรียนท่านผบช.ภ.1 ว่าในจังหวัดปทุมธานีของเราได้กำหนดการดูแลความมั่นคงของพี่น้องประชาชนไว้จำนวน 4 ข้อ

1. นโยบายของรัฐบาลและนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้สั่งการทางจังหวัดปทุมธานีจะทำตามอย่างเคร่งครัด

2. ปัญหายาเสพติดให้โทษที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อพี่น้องประชาชนซึ่งจังหวัดปทุมธานีเป็นอีกจุดหมายหนึ่งที่ยาเสพจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาพักและจำหน่าย และส่งต่อไปนั้น พื้นที่อื่นตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีก็มีการกวาดล้างกันอย่างต่อเนื่อง 

ตร.เตือน!! ‘การยิงปืนขึ้นฟ้า’ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน มีโทษตามกฎหมาย ตำรวจพร้อมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด!!

ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ กรณีการสูญเสียชีวิตจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ชอบยิงปืนขึ้นฟ้าเฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ ด้วยความคึกคะนอง ซึ่งในบางเหตุการณ์ก่อให้เกิดการสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สิน นั้น

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์  ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในช่วงของเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2565 ที่ทุกครอบครัวต่างพากันเฉลิมฉลองเพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มักจะมีเหตุการณ์การยิงปืนขึ้นฟ้า อาจจะเป็นเพราะความเชื่อส่วนบุคคลที่คิดว่าเป็นการขับไล่สิ่งที่ไม่ดี หรือเคราะห์กรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการเปิดรับโชคลาภเงินทอง

เป็นการกระทำที่ขาดการยั้งคิดยั้งทำ เพราะกระสุนปืนที่ยิงออกไปนั้นจะไปหล่นใส่บุคคลให้ได้รับอันตรายบางรายถึงขั้นเสียชีวิต หรือหล่นใส่หลังคาบ้านเรือนประชาชนจนได้รับความเสียหายซึ่งถือว่าเป็นความผิด และมีโทษตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top