Wednesday, 24 June 2026
NewsFeed

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ เตือนภัย!! ช่วงเทศกาลหยุดยาว อาจมีมิจฉาชีพฉวยโอกาส “สร้างข่าวปลอม – เว็บไซต์ปลอม” เพื่อหลอกเอาทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชน!!

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ เตือนภัย!! ช่วงเทศกาลหยุดยาว อาจมีมิจฉาชีพฉวยโอกาส “สร้างข่าวปลอม – เว็บไซต์ปลอม” เพื่อหลอกเอาทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชน!!

​พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยห้วงเทศกาลหยุดยาว อาจมีมิจฉาชีพฉวยโอกาสสร้างข่าวปลอมหรือจัดเว็บไซต์ปลอม เพื่อหลอกเอาทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชน

​เนื่องด้วยปัจจุบันมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ประชาชนเข้าถึงโลกออนไลน์รวมถึง Application ต่าง ๆ ประกอบกับห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้มีการปรับเปลี่ยนใช้บริการผ่านโลกออนไลน์มากขึ้น โดยเหล่ามิจฉาชีพก็ได้อาศัยช่องว่างดังกล่าวสร้างกลอุบายในการหลอกลวงข้อมูลส่วนตัว หลอกให้โอนเงิน ดังกรณีในห้วงที่ผ่านจะพบว่ามีข่าวปลอมหลายเรื่องเกี่ยวกับการจัดโปรโมชั่นของขวัญสำหรับห้วงเทศกาลหยุดยาวปีใหม่ อาทิ รัฐบาลโอน 1,000 บาท ให้บัตรคนจนเป็นของขวัญขวัญปีใหม่กดจากตู้ใช้ได้ทันที , กรณีปรับเบี้ยยังชีพแจกเพิ่ม 2,000 บาท เป็นต้น โดยมิจฉาชีพสร้าง Link หลอกลวงให้คลิกเข้าไปเพื่อลวงเอาข้อมูลส่วนตัว หรือในบางครั้งก็ทำการติดต่อให้โอนเงินสำหรับค่าดำเนินการไปก่อน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายในวงกว้างให้กับประชาชนก็เป็นได้

​พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตระหนักถึงพิษภัยภัยจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว อันเป็นการสร้างความเสียหายซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนในห้วงการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการและดำเนินการป้องกันปราบปรามตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างจริงจัง

​พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาโดยตลอด จึงได้สั่งการให้ บช.น.,ภ1-9,บช.ก.,บช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการสืบสวน ปราบปรามจับกุมและขยายผล ผู้กระทำความผิดในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งเร่งทำการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ถึงพิษภัยบนโลกออนไลน์พร้อมแนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

​การกระทำลักษณะดังกล่าวนอกจากจะเป็นการซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกันอยู่แล้วและยังเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะต้องเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในท้องที่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด รวมถึงเตรียมหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการโอนเงิน บันทึกการสนทนา รายการเดินบัญชีธนาคาร เป็นต้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

 

 

'ไชยันต์' โพสต์ห่วง!! 'ฟอร์ด-ทัดเทพ’ หลังลูกศิษย์เกียรตินิยมอันดับ 1 หายตัว!!

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์รูปภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า... 

ยังจำวันแรก ตอน ฟอร์ด ทัตเทพ อยู่ปี 2 เดินเข้าเรียนวิชา Gender and Politics ตอนเช้า ยังมีอาการง่วงนอนอยู่บ้าง
เมื่อเวลาผ่านไป ฟอร์ด จบ ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และได้ A ทุกวิชาที่ผมสอนเขา ทั้งวิชาบังคับคณะ ภาค และวิชาเลือก

และยังจำวันที่เจอกันล่าสุด (ขอให้ไม่ใช่สุดท้าย)

สมุทรปราการ - “สส.พลังประชารัฐ” ส่งความสุขรับปีใหม่! เดินหน้า “โครงการปันสุข” ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลแพรกษา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแพรกษา ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในชุมชนต่างๆ ในเขตพื้นที่ ภายใต้โครงการ "แพรกษา ปันสุข” อาทิ ชุมชนบ้านเอื้ออาทร 12 หมู่บ้านปัญฐิญา หมู่บ้านศุภาลัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน

โดยถุงยังชีพนั้นประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง เจลแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ เงินสด จำนวน 200 บาท และสิ่งของอื่น ๆ อีกหลายรายการ โดยกิจกรรม “แพรกษา ปันสุข” ในวันนี้ถือเป็นการส่งมอบความสุข ความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องประชาชน รับเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง

ด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ในวันนี้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทนพี่น้องประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ขาดรายได้ และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงได้นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ คณะเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแพรกษา ลงพื้นที่จัดกิจกรรม”แพรกษาปันสุข” เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งถือโอกาสอวยพรปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนอีกด้วย

 

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ สนองนโยบายรัฐบาล กำชับการปฏิบัติ เพิ่มมาตรการคุมเข้ม! การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์โอมิครอน

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่กำลังแพร่ระบาด อยู่ในทุกพื้นที่ทั่วโลกในขณะนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ จึงกำชับให้หน่วยงานด้านความมั่นคง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว ทั้งนี้ ให้เพิ่มมาตรการคุมเข้มตามแนวชายแดนที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สนองตอบนโยบายของรัฐบาล ความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังพื้นที่ที่เป็นแนวติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งพื้นที่ทางบกและทางน้ำ  เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว โดยมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ด่านตรวจ รวมไปถึงการจัดกำลังตำรวจลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด

 

ปทุมธานี-เถ้าแก่น้อย ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี ปูพรมฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน

ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเถ้าแก่น้อย ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี ปูพรมฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงวัคชีน ประเดิมลงพื้นที่ภายในธันวาคมนี้แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทย จะทยอยได้รับวัคซีนโควิด-19 กันไปเป็นจำนวนมากแล้ว

หลังจากที่หลากหลายหน่วยงานได้เร่งระดมฉีดวัคซีน ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลง แต่ยังคงมีบางกลุ่มบุคคลที่ไม่อาจเข้าถึงการฉีดวัคชีนครั้งนี้อีกไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ เถ้าแก่น้อย เล็งเห็นความสำคัญ และตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ จึงริเริ่มโครงการ "เถ้าแก่น้อย ร่วมกับจังหวัดปทุมธานี มอบวัคซีน Sinopharm จำนวน 1,090 โดส" ขึ้นมา เพื่อลงพื้นที่ฉีดวัคซีน Sinopharm รวมมูลค่าราว 1 ล้านบาท ให้แก่ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี เพื่อฉีดให้กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มด้อยโอกาสในชุมชนต่างๆ ผ่านการจัดสรรการฉีดวัคซีนตามนโยบายของจังหวัดตามความเหมาะสม พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ภายในเดือนธันวาคมนี้

นายณรงศักดิ์ โอสถธนากรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า "สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในจังหวัดปทุมธานีพบผู้ป่วยยืนยันมีแนวโน้มคงที่อย่างต่อเนื่องทุกอำเภอ ส่วนการเข้ามาของสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาเราได้หารือกับฝ่ายสาธารณสุขว่าทำ

“นายกฯ”ย้ำจัดงานเคาท์ดาวน์ยึดมาตรการ Covid Free Setting ไม่ขายบัตรเพิ่มหน้างาน ชี้ รู้แล้วคนทำใบปลอมฉีดวัคซีน พร้อมสั่งดำเนินคดีไปหลายราย

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการจัดงานเคาท์ดาวน์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า เขาชี้แจงแล้วไม่ใช่หรือเป็นการเอาข้อมูลที่ถูกต้องมาชี้แจง ซึ่งทั้งหมดการจัดกิจกรรมจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโควิดมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting) ซึ่งจะต้องมีการฉีดวัคซีน และการขอจัดงานไว้ที่จำนวนคนเท่าไหร่ก็ต้องเท่านั้น จะไปขายบัตรหน้างานเพิ่มเติมอีกไม่ได้ ถือเป็นมาตรการที่เข้มงวด ที่นายกฯสั่งอย่างเคร่งครัด ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องช่วยกันทำเข้าใจหรือไม่รัฐบาลมีหน้าที่ออกกรอบนโยบายแนวปฏิบัติที่ชัดเจนแล้ว ถ้าทุกคนไม่ช่วยกันจะทำอะไรไม่ได้ทุกเรื่อง

ทั้งนี้ สถานการณ์โอมิครอนในวันนี้ก็ชี้แจงแล้วว่าไม่รุนแรงสามารถรักษาได้ หากตรวจพบเข้าสู่การรักษาพยาบาล แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ต้องแยกกันให้ออกไม่เช่นนั้นก็จะตื่นตระหนกกันไปหมด รัฐบาลได้พยายามเต็มที่จะเห็นได้ว่าเราได้มีการเตรียมรับสถานการณ์โอมิครอนมาก่อนหน้านี้แล้ว และนายกฯก็ได้ข่าวมาก่อนแล้ว ที่มีการแพร่ระบาดตรงโน้นตรงนี้ จึงได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข ศบค.หามาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขับเคลื่อนประเทศของเราในเวลานี้ยากลำบาก ประชาชนขาดแคลนรายได้ แต่ทุกคนก็ต้องร่วมมือกัน ถ้าอยากได้ก็ต้องช่วยกันทำ

ศรชล. ร่วมสืบชะตาทะเลอ่าวไทยตอนบน ครั้งที่ 10 สร้างขวัญกำลังใจพี่น้องชาวประมง!!

นาวาเอก เอกภาพ สายโสภา รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) จังหวัดสมุทรสาคร และกำลังพลศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด ประมงจังหวัด ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรม "สืบชะตาทะเลอ่าวไทยตอนบน สมุทรสาคร ครั้งที่ 10" จัดโดยสมาคมการประมงสมุทรสาคร ณ อาคารเอนกประสงค์ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพประมงให้กับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทะเลและทรัพยากรทางทะเลสมุทรสาคร ให้คงอยู่สืบไป ตลอดจนบำเพ็ญกุศลให้กับชาวประมงผู้วายชนม์ และสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ที่เสียชีวิตเพื่อการบริโภค โดยมี นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี

“นายก” ยืนยัน รับเมียนมา อพยพเข้าไทย ดูแล ตามหลักมนุษยธรรม  พร้อมส่งผู้แทนพิเศษเข้าพูดคุยดูแล พร้อมเจรจาหยุดยิง หากระเบิดตกฝั่งไทย แต่ไม่อพยพออกคนออกจากพื้นที่ 

ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงแนวชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในพื้นที่ มีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งหลักๆเป็นการสู้รบกันระหว่าง ทหารเมียนมากับชนกลุ่มน้อย และได้มีการหารือกันทางการทหารในเรื่องนี้มาโดยตลอด ว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการสู้รบกัน แต่ก็เป็นเรื่องภายในของเขา แต่ด้วยชายแดนไทยติดกับเมียนมา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ อำเภอแม่สอด หรือจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจุดสำคัญยังมีการสู้รบกันอยู่ แต่ในระหว่าง ที่เกิดสถานการณ์ ก็มีผู้ที่ได้รับผลกระทบอยู่ และ อพยพเข้าหาพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเราได้มีการเตรียม ความพร้อมไว้ล่วงหน้านานแล้ว และดูแลตามหลักมนุษยธรรม ทั้งเรื่องยา การเจ็บไข้ อาหารการกิน และเมื่อการสู้รบเบาบางลงก็จะผลักดันบุคคลเหล่านั้นกลับสู่ประเทศ 

พล.อ.ประยุทธ กล่าวอีกว่า จะไม่มีการตั้งศูนย์อพยพในประเทศไทย ในขณะนี้จำนวนผู้อพยพอยู่ในประเทศไทยเหลืออยู่ประมาณ 90,000 คน การส่งกลับก็ต้องขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางด้วย โดยที่ผ่านมาเราได้มีการทะนอยส่งกลับไปบ้งแล้ว แต่ตอนนี้ยังมีปัญหาเกิดขึ้น เราจึงต้องตระหนักในเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่ตนขอยืนยันว่า จะดูแลให้ดีที่สุด และส่งเสริมหลักมนุษยธรรมอาเซียน เพื่อให้ผู้แทนพิเศษสามารถเข้าไป ช่วยเหลือดูแลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความปลอดภัย ของประชาชนเมียนมา ประเทศเขาก็คือประเทศเขา ประเทศเราคือประเทศเรา แต่ต้องไม่ลืมว่าเรามีความใกล้ชิดกับเมียนมามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะประชาชนเมียนมาที่เดือดร้อนจากสถานการณ์ภายในของเขา 

"แสนยากรณ์" แนะ กกต. ควรดำเนินคดีอดีตหัวหน้า พปชร. รับรอง "สิระ" ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ ส่วนจะเจตนาหรือไม่ ให้ศาลตัดสิน หากมีความผิด คงกระทบงานการเมืองในอนาคต ยกเป็นบทเรียน สะท้อนคุณภาพพรรคการเมืองคัดกรองผู้สมัคร 

นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นายสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ว่า หากเป็นกรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติ แล้วยังส่งสมัครรับเลือกตั้ง คงไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบของนายสิระคนเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในขณะนั้นด้วยหรือไม่ ซึ่งมีอดีต กกต. ให้ความเห็นแล้วว่า เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 120 หากผิดจริง มีผลให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งถึง 5 ปี 

"เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องให้ความกระจ่าง ว่าจะมีการดำเนินคดีกับอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เพราะหาก กกต.ไม่ดำเนินการ กกต.เองจะเสี่ยงทำผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้ ส่วนจะรู้เห็นหรือมีเจตนา รับรองตัวผู้สมัครที่ไม่มีคุณสมบัติหรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลจะพิจารณา หากผิดจริง ก็น่าเสียดาย เพราะคงกระทบต่องานการเมืองที่อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กำลังจะทำ" นายแสนยากรณ์ กล่าว 

'ราเมศ' เผย 'จุรินทร์' ย้ำ กกบห ส.ส.และ สมาชิกพรรค ยึดสุจริต-ห้ามทำผิดกฎหมาย  เลือกตั้งซ่อม

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่มีการเลือกตั้งซ่อม เขต 1 จ.ชุมพร และ เขต 6 จ.สงขลา ว่า

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้กำชับให้ คณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และผู้ดำรงตำแหน่งอื่น ให้ยึดหลักความสุจริต เที่ยงธรรม ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และที่สำคัญต้องปฏิบัติตนตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด หากใครกระทำผิดกฎหมายพรรคจะดำเนินการตามข้อบังคับพรรคและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายราเมศ กล่าวต่อว่า จะขอยกตัวอย่างมาตราที่เป็นหัวใจสำคัญคือ มาตรา 73 ที่ได้กำหนดสาระสำคัญไว้ว่า “ห้ามไม่ให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น เช่นการซื้อเสียงด้วยวิธีการให้เงิน ให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ การจัดเลี้ยง แม้แต่การหลอกลวง บังคับ ใช้อิทธิพล ใส่ร้าย เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top