Wednesday, 24 June 2026
NewsFeed

‘บูลเทค ซิตี้’ ร่วมกับ ‘อำเภอบางปะกง’ บริจาคเงินสนับสนุน “วันรวมน้ำใจ สู่กาชาด ประจำปีงบประมาณ 2565”

วันที่ (16 ธ.ค.2564) ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นางจันทรรัตน์ ไตรติลานันท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา และคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมรับมอบเงินและสิ่งของ ในงาน “วันรวมน้ำใจ สู่กาชาด ประจำปีงบประมาณ 2565”

โดยมีทีมงานฝ่าย CSR ของโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ พ่อค้า และประชาชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรารวมใจร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเป็นจำนวนมาก

 

‘มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์’ ร่วมกับ ‘บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน)’ สนับสนุน! เครื่องผลิตออกซิเจน ภายใต้โครงการ "ออกซิเจนเป็นความหวัง" ให้กับโรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

วันที่ 16 ธันวาคม 2564 เวลา 10.30 น. มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ โดยนางสุรีย์ วศินพิตรพิบูล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ และ ตัวแทน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนหลักในโครงการ "ออกซิเจนเป็นความหวัง" ร่วมมอบเครื่องผลิตออกซิเจนจำนวน 23 เครื่อง ให้กับโรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

โดยมี พญ.สุนันทา จินดารัตน์ รองผู้อำนวยการด้านปฐมภูมิและองค์รวม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลรักษา - เยียวยาสวัสดิการ ตำรวจบาดเจ็บ - สูญเสีย จากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแจ้งข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “แทนใจ”

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีข้าราชการตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน ด้วยความตั้งใจ เสียสละ จนถึงขั้นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา เช่น การก่อเหตุกราดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด เหตุการณ์ลอบวางระเบิดจากผู้ก่อความไม่สงบ  และล่าสุดการจับกุมคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนขู่ฆ่าผู้อื่น ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการดูแลรักษา เยียวยา พร้อมมีสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เสียสละ ได้มีกำลังใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป 

- กรณีเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินสวัสดิการ 250,000 – 500,000 บาท
- กรณีบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินสวัสดิการ 100,000 – 200,000 บาท
- กรณีบาดเจ็บไม่สาหัสจากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินสวัสดิการ 5,000 – 40,000 บาท
- กรณีสูญเสียอวัยวะ สูญเสียสมรรถภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ จะได้รับเงินสวัสดิการ 10,000 – 100,000 บาท
นอกเหนือจากนี้ สูญเสีย / เสื่อม 100% ช่วยเหลือ 400,000 บาท
- ตรวจเยี่ยม รายละ 5,000 บาท ต่อเดือน จนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล

 

‘บิ๊กตู่’ เปิดโครงการ ‘รพ.อัจฉริยะระดับโลก’! ใช้ ‘5G-AI’ ช่วยหมอ พร้อมขยายต่อรพ. ทั่วประเทศ!

นายกฯ เปิดโครงการ "ศิริราชต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับโลก" แห่งแรกของไทย ดึงเทคโนโลยีเครือข่าย 5G - ระบบปัญญาประดิษฐ์ ประยุกต์ใช้เพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ เตรียมขยายต่อทั่วประเทศ ระบุรับใส่เกล้าพระราโชบายในหลวง ทำให้ปชช. มีความสุขมากที่สุด

16 ธ.ค. 64 ที่ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ “ต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะระดับโลกด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และระบบปัญญาประดิษฐ์” โดยมี นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมงาน

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญมากในการพัฒนาประสิทธิภาพทุกมิติ รวมถึงด้านสุขภาพและทางการแพทย์ รัฐบาลจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการนำมาพัฒนาประเทศ จึงมีนโยบายนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ และตอบสนองความต้องการประชาชนได้ทั่วถึง โดยการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทุกมิติ จึงได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์ ซึ่งตั้งแต่ตนเองเข้ามาก็เดินหน้ามาตลอดตั้งแต่ 3G 4G จนมาถึง 5G ต้องเดินหน้าทุกอย่างให้เร็วทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

ทั้งนี้ได้เน้นคุณภาพบริการและรักษาพยาบาลตั้งแต่ระบบปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบบริการรักษาพยาบาลอย่างเพียงพอทั่วถึง สร้างความเท่าเทียมในด้านโอกาสและเป็นธรรม โดยขยายการดำเนินการไปสู่โรงพยาบาลอื่น ๆ ต่อไปด้วย

ตร.เตือน!! คิดก่อนลงทุน ‘เงินสกุลดิจิทัล’ เสี่ยงถูกหลอก - สูญเงินนับล้าน!!

วันที่ 16 ธ.ค.2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากกรณี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เข้าจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนในธุรกิจขุดบิตคอยน์ (Bitcoin)

โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนโดยทั่วไป โดยผู้เสียหายจะต้องโอนเงินทุนเป็นบิตคอยน์มาให้กับคนร้ายก่อน จากนั้นเมื่อคนร้ายได้เงินก็จะหลบหนีไปพร้อมเงินดังกล่าวและไม่สามารถติดต่อได้  ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 14 ล้านบาท จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังการชักชวนลงทุนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะการลงทุนที่มีการอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงผิดปกติ หรืออ้างว่าจะได้ผลกำไรแน่นอน เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นการฉ้อโกง และหากพี่น้องประชาชนท่านใดมีความประสงค์ที่จะลงทุนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบุคคลที่ชักชวนให้ลงทุนและรูปแบบของการลงทุนดังกล่าว ก่อนที่จะลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง และหากผู้ที่ชักชวนให้ลงทุนมีการอ้างว่าได้รับใบอนุญาตในการประกอบกิจการดังกล่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อของบุคคลและบริษัทที่ได้รับอนุญาตที่เว็บไซต์ https://www.bot.or.th/App/BOTLicenseCheck/ ซึ่งจะสามารถตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตหรือใบขึ้นทะเบียนให้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยได้

 

‘ผบ.ตร.’ นำทีมแถลงผลการช่วยเหลือ ‘เหยื่อค้ามนุษย์’ ในต่างประเทศ!!

ในรอบปี พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือผ่านทางสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย ว่ามีคนไทยถูกหลอกลวงและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในต่างประเทศ และได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยราชการไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง จนสามารถเข้าให้ความช่วยเหลือคนไทยดังกล่าวและเดินทางกลับประเทศไทย ตามที่ทราบแล้ว นั้น

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเหยื่อคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ พร้อมทั้งขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการตัดวงจรการกระทำผิดของกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ ที่ได้ใช้โอกาสที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 หลอกลวงคนไทยไปบังคับใช้แรงงานและค้าประเวณีในต่างประเทศ ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปในสังคมในวงกว้าง

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./ รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. ในการดำเนินการประสานงานหน่วยงานและส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กรมการกงสุล กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งความร่วมมือจากภาคเอกชน เช่น NGO ต่าง ๆ ที่ช่วยให้ข้อมูลของคนไทยที่ร้องขอความช่วยเหลือ จนสามารถช่วยเหลือคนไทยซึ่งถูกหลอกลวงกลับมาได้อย่างปลอดภัยจำนวนทั้งสิ้น 364 คน แบ่งเป็นการช่วยเหลือจากประเทศกัมพูชาจำนวน 361 คน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จำนวน 3 คน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในกรณีดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก โดยมีการออกหมายจับผู้กระทำผิดที่หลอกลวงคนไทยไปบังคับใช้แรงงานในกัมพูชาได้ทั้งสิ้น 32 ราย จับกุมแล้ว 15 ราย คงเหลือ 17 ราย และออกหมายจับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนไทยไปค้าประเวณีที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ทั้งสิ้น 25 ราย จับกุมแล้ว 6 ราย คงเหลือ 19 ราย

กรณีผู้เสียหายจากกัมพูชานั้น เป็นกรณีที่ผู้เสียหายได้ถูกหลอกลวงจากข้อมูลการรับสมัครงานทางโซเชียลมีเดียเหมือนปกติทั่วไป ตั้งแต่งานรับจ้างทั่วไป จนถึงงานในคาสิโน โดยมีการใช้ตัวเลขรายได้ที่สูงมาล่อใจ เพื่อให้ผู้เสียหายมีความสนใจสมัครไปทำงานดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วได้มีการนำพาผู้เสียหายข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ และมีการยึดหนังสือเดินทาง และบังคับให้ทำงานที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหลอกลวงให้คนไทยลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง หรือคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านบาท หากใครไม่ยอมทำงานดังกล่าวก็จะถูกบังคับทุบตี ทำร้ายร่างกาย กักขัง และอดอาหาร จะต้องหาทางร้องขอความช่วยเหลือจากทางการไทยเพื่อช่วยเหลือกลับประเทศไทย

 

‘เต้ชมตู่’ ไอเดีย ‘เลี้ยงไก่’ เจ๋งกว่า ‘ปลูกผักชี’ พร้อมชวน ‘เลี้ยง-ชนไก่’ ดูซิใครจะชนะ

(16 ธ.ค. 64) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรี เสนอให้ประชาชนเลี้ยงไก่ บ้านละ 2 ตัว เพื่อเก็บไข่กินลดค่าครองชีพ ว่า... 

เป็นความคิดที่ดีกว่าเดิม ดีกว่าตอนให้ทหารไปปลูกผักชี โดยมองว่านายกรัฐมนตรีคงไปศึกษาอะไรมามากขึ้น เพราะตอนเด็กๆ ตนก็เคยเลี้ยงไก่ ไว้กินไข่ แต่ต้องใช้เวลา ถึง 3 เดือน ไม่ใช่เลี้ยงแล้วได้กินเลย

ดังนั้นความคิดนายกฯ ถือว่าดีแต่ก็ยังดีไม่มาก เพราะคงไม่ทัน เนื่องจากขณะนี้ราคาไข่ไก่แพงแล้ว และต้องเลี้ยงอีกกี่ตัว ถึงจะสามารถลดค่าครองชีพได้ และต้องคิดด้วยว่าช่วง 3 เดือนที่รอไก่ออกไข่ ประชาชนจะทำอย่างไร ทางที่ดีนายกรัฐมนตรี ควรเอาเวลาไปลดภาษีน้ำมัน หรือ ลดค่าอาหารไก่ หรือไม่ก็ใช้ที่ดินบ้านนายกรัฐมนตรี ที่มีหลายไร่ไปเลี้ยงไก่ให้ประชาชน 

สุโขทัย-อบจ.สุโขทัยมอบรางวัลประกวดภาพถ่าย “สุขใจ ลอยกระทงสุโขทัย” 

นายมนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ได้รับความร่วมมือจากสมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดสุโขทัย มาร่วมประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม และร่วมรับลงทะเบียน จากนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ วิถีใหม่ สุโขทัย และมีความสนใจจะส่งภาพถ่าย ที่ถ่ายด้วยกล้องจากมือถือ Smart Phone ตามโครงการขับเคลื่อนเมืองสุโขทัยเป็นเครือข่ายเมืองวัฒนธรรม สร้างสรรค์ UNESCO (สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน : Sukhothai Creative Craft and Folk Art) ประจำปี 2565 เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์  มุ่งเน้นการส่งเสริม การสร้างเครือข่ายร่วมกับสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก การสร้างความเข้าใจถึงการเป็นเมืองสร้างสรรค์  

โดยการจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายเชิงสร้างสรรค์ แบบวิถี New normal หัวข้อ “สุขใจ ลอยกระทงสุโขทัย” เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งในงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ วิถีใหม่ สุโขทัยที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวลงทะเบียนส่งภาพถ่ายเข้าประกวดได้ทางระบบ On line ในระหว่างการจัดงานประเพณีลอยกระทงฯ  วันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2564  ซึ่งในแต่ละวันจะรับลงทะเบียนวันละ 400 ภาพ เท่านั้น และเมื่อเสร็จสิ้นการจัดงาน  ได้นำภาพที่ส่งเข้าประกวดวันละ 400 ภาพ จำนวน 3 วัน รวม 1,200 ภาพ มาทำการคัดเลือกและตัดสิน โดยกรรมการผู้มีความรู้ความสามารถด้านการถ่ายภาพที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ได้เรียนเชิญมาทำการตัดสินและประกาศผลให้ได้รับทราบทั่วไป จัดขึ้น เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องประชุมทะเลหลวง 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย โดยแบ่งการตัดสินออกเป็น 3 รอบ ดังนี้  รอบที่ 1 คัดภาพถ่ายที่มีความโดดเด่น และสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ารอบถัดไป ได้จำนวน 300 ภาพ  

รอบที่ 2  คัดภาพถ่ายที่มีความโดดเด่น และสร้างสรรค์เพื่อให้เข้ารอบถัดไป ได้จำนวน 100 ภาพ  รอบที่ 3 คัดเลือกภาพถ่ายที่มีความโดดเด่น และสร้างสรรค์ที่สุด จากนั้นตรวจสอบภาพถ่ายที่มีชื่อผู้ส่งเข้าประกวดซ้ำกันออก เพื่อให้ผู้เข้ารอบตัดสินมีเพียง 1 คน ต่อ 1 ผลงานเท่านั้น โดยรอบนี้มีภาพถ่ายที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 13 ภาพ และมีการมอบรางวัลให้แก่ผู้เข้าประกวดในวันนี้ 16 ธันวาคม 2564 โดยนายมนู  พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล และกล่าวชื่นชม ให้กำลังใจผู้ที่ถ่ายภาพส่งเข้าประกวด นอกจากจะเป็นการจัดกิจกรรมตอบแทนนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่กิจกรรมดีๆของสุโขทัย สู่สายคนทั่วไปผ่านช่องทางโลกโซเชียล ว่ามีความสวยสด งดงาม ในการจัดกิจกรรม สุขใจ ลอยกระทงสุโขทัย ของจังหวัดสุโขทัย 
 

เพชรบูรณ์-เปิดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมศูนย์ขวัญแห่งแผ่นดิน

นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติด ในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (ศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดเพชรบูรณ์) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ณ ไร่ศรีวรรณ ตำบลนายม  อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่องค์กรทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการขับเคลื่อนให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยลง ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความเดือดร้อนในสังคมของประชาชน

กรุงไทยประเมินเศรษฐกิจไทยปีหน้า อาจโตสูงขึ้นที่ 3.8% 

 นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2565 จะกลับเข้าสู่เส้นทางของการฟื้นตัวชัดเจนขึ้น หลังการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรในสัดส่วนที่สูงขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงการปรับพฤติกรรมของคนให้สามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 จะช่วยรักษาโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ส่งออกไทยโตได้ต่อเนื่อง ด้านอุปสงค์ในประเทศของไทยคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวเป็นลำดับนับตั้งแต่ไตรมาสที่สี่ของปี 2564 โดยมีหลายปัจจัยท้าทายที่ทำให้การกลับเข้าสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ของเศรษฐกิจไทยต้องล่าช้าไปเป็นปี 2566

ทั้งนี้ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2565 เติบโต 3.8% สูงกว่าปี 2564 ที่โตเพียง 1.0% โดยคาดว่าการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน” จะไม่กระทบกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและไทยมากนัก ประเมินส่งออกยังโตได้ภายใต้ภาวะต้นทุนแพงและการขาดแคลนวัตถุดิบ ชี้เศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นหลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด และเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มองปี 2565 เป็นจุดเปลี่ยนเข้าสู่กระแสการพัฒนาในโลกยุค New Normal


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top