Wednesday, 24 June 2026
NewsFeed

‘ลิซ่า BLACK PINK’ คว้าอันดับ 17 บุคคลที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในโลก!

เว็บไซต์ของยูกอฟ บริษัทวิจัยตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตระดับนานาชาติจากอังกฤษ เปิดเผยผลการสำรวจบุคคลที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในโลกประจำปี 2564 เมื่อวันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564 

โดยแบ่งเป็นฝ่ายชายและฝ่ายหญิงฝ่ายละ 20 อันดับ พบว่า ปีนี้อดีตประธานาธิบดี ‘บารัค โอบามา’ ของสหรัฐฯ แซงหน้าแชมป์เก่า ‘บิล เกตส์’ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในฝ่ายชาย ขณะที่ ‘นางมิเชล โอบามา’ ภรรยาของเขา ยังสามารถครองอันดับหนึ่งเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

รายชื่อของฝ่ายชายนั้น ‘บิล เกตส์’ ตกมาอยู่อันดับ 2 ส่วน ประธานาธิบดี ‘สี จิ้นผิง’ ยังคงอยู่ในอันดับ 3 เหมือนเดิม ประธานาธิบดี ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ อยู่ในอันดับที่ 9 ขณะที่อดีตประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ติดอันดับ 13

ฝ่ายหญิง อันดับ 2 คือ ‘แองเจลีนา โจลี’ นักแสดงหญิงและนักบรรเทาทุกข์ อันดับ 3 คือ ‘สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2’ แห่งอังกฤษ ประธานาธิบดี ‘โจ ไบเดน’ มีชื่ออยู่ใน 20 อันดับเป็นครั้งแรก โดยอยู่ในอันดับที่ 20 ส่วนรองประธานาธิบดี ‘คามารา แฮร์ริส’ ก็ติดโผฝ่ายหญิงครั้งแรกเช่นกันในอันดับที่ 11

ที่น่าสนใจสำหรับฝ่ายหญิงที่มีชื่อติดอันดับเป็นครั้งแรกในปีนี้คือ 'ลลิษา มโนบาล’ หรือ ‘ลิซ่า วงแบล็กพิงค์’ ติดโผเป็นครั้งแรกในอันดับที่ 17 ‘หลิว อี้เฟย’ นักแสดงหญิงชาวจีน ติดอันดับ 18 ‘หยาง มี่’ นักแสดงหญิงชาวจีนอีกคนติดอันดับ 19 และนายกฯ 'จาซินดา อาร์เดิร์น’ ของนิวซีแลนด์ ติดอันดับ 20

'โฆษกรัฐบาล' เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก ปี 65 ส่งสัญญาณดี เอกชนขานรับนโยบาย 'บิ๊กตู่' มั่นใจแรงหนุนจากมาตรการรัฐ  ขณะที่ ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจไทยปี 65 เติบโต 3.9% 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เอกชนเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2565 เติบโตต่อเนื่อง จากการเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2565 เติบโตร้อยละ 3.9  เพิ่มสูงขึ้นจากการเติบโตร้อยละ 1 ในปีนี้  สอดคล้องกับผลวิจัยกรุงศรีโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  รายงานแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนในปี 2565 จะเติบโตที่ 3.6% จากที่ในปี 64 เติบโตอยู่ที่ 1.1% 

นายธนกร กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยและความเชื่อมั่นภาคเอกชนสูงขึ้นในปีหน้าเป็นผลมาจาก แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ และการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของเศรษฐกิจไทย อีกทั้งการกระจายการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นไปได้รวดเร็วและทั่วถึง และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ในระดับต่ำ

'รองโฆษกรัฐบาล' เผย 'นายกฯ'  ขอบคุณคนไทย ฉีดวัคซีนใกล้เป้า 100 ล้านโดส ทุกฝ่ายร่วมกันจัดฉีดประชากรเข้าถึงยาก

รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยแนวทางการเร่งรัดฉีดวัคซีนโควิด – 19 ของประเทศไทย ตามข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ติดตามความคืบหน้าการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยให้ทุกจังหวัดรวมทั้ง กรุงเทพมหานคร จัดบริการฉีดวัคซีนเชิงรุกให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทั้งสัญชาติไทย และไม่ใช่สัญชาติไทย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้เข้ารับวัคซีนโดยเร็ว

เน้นการฉีดวัคซีนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าถึงได้ยาก เช่น แรงงานประมง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร แรงงานตามแนวชายแดนโดยมอบหมายให้สสจ. กทม. ประสานหน่วยงานผู้รับผิดชอบและภาคีเครือข่าย อีกทั้งจัดให้มีการบริการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ หรือจัดรณรงค์เร่งการฉีดวัคซีน รวมทั้งการฉีดวัคซืนเข็มกระตุ้นเพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มด้วย 

สำหรับตัวเลขการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ข้อมูลจากหมอพร้อม วันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ยอดสะสม 98.5 ล้านเข็ม แบ่งเป็น เข็ม 1 สะสม 50.2 ล้านเข็ม เข็ม 2 สะสม 43.8 ล้านเข็ม และเข็ม 3 สะสม 4.5 ล้านเข็ม

"นายกฯขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือกันฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจ นอกจากจะป้องกันตนเองและยังมีส่วนกับรัฐบาลในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งนายกฯมั่นใจว่า ไทยจะบรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดให้ได้ 100 ล้านโดสภายในปีนี้ และขอให้ผู้ที่ถึงเวลากำหนดเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อทุกคนจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน" น.ส.รัชดา กล่าว

‘สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี’ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “งานกาชาดประจำปี 2564” บนแพลตฟอร์มออนไลน์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังสระปทุม ไปยังห้องประชุม 1210 Auditorium ชั้น 12 อาคารภูมิสิริ มังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปทรงเปิดงานกาชาดประจำปี 2564 บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ #Fun(D) Fair x Sharing” โดยมี นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาด พร้อมด้วยผู้บริหารสภากาชาดไทยและกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาด เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในโอกาสนี้ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาด กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานกาชาดประจำปี 2564 จากนั้น นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาด เบิกผู้ชนะการประกวดร้านกาชาดออนไลน์เข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร จำนวน 12 ราย และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานกาชาดเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร จำนวน 11 ราย

จากนั้นเสด็จฯ ไปยังโถงหน้าห้องประชุม ทรงสัมผัสหุ่นยนต์น้องแสนสุขเปิดงานกาชาดออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ #Fun(D) Fair x Sharing” จากนั้นทอดพระเนตรการแสดงโขน ชุด “หนุมานเถลิงสุข สนุกทุกมิติ” และก่อนทอดพระเนตรกิจกรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทรงเลือก AVATAR ไปยังร้านโครงการส่วนพระองค์ ประกอบด้วย ร้านสมเด็จองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ร้านมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร้านสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร้านองค์อุปนายิกาสภากาชาดไทย ร้านโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ร้านมูลนิธิชัยพัฒนา (ร้านภัทรพัฒน์  และร้านโครงการทหารพันธุ์ดี) มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร้านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร้านที่ชนะการประกวดออกแบบร้านงานกาชาดออนไลน์ ร้านกิจกรรมสภากาชาดไทย และกิจกรรมต่าง ๆ เป็นต้น

การจัดงานกาชาดประจำปี 2564 บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “ประสบการณ์สนุก สร้างสุขทุกมิติ #Fun(D) Fair x Sharing” ระหว่างวันที่ 14 – 27 ธันวาคม 2564 รวม 14 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเข้าร่วมงานได้ที่ www.งานกาชาด.com และ www.redcrossfair.com โดยในปีนี้ได้พัฒนารูปแบบและกิจกรรมภายในงาน ให้มีความหลากหลายสอดคล้องกับวิถีชีวิตและความชื่นชอบของผู้เที่ยวชมงานทุกวัยมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนการเข้าแพลตฟอร์มแบบไม่ต้อง Log in เข้าระบบ กรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียวเมื่อถึงขั้นตอนชำระสินค้าหรือการบริจาคเงิน โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบ เมื่อเข้าแพลตฟอร์มแล้วจะพบกับหน้า Lite Version สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าโดยเฉพาะ และหน้า Full Version ที่ Main map สำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมงาน ร่วมกิจกรรม เล่นเกม ลุ้นรับของรางวัลและซื้อสินค้า

'ราเมศ' เผย 'ปชป' ลุย แก้กฎหมาย ทบทวนลดโทษ คดีทุจริต ให้ศาลร่วมกำหนดระยะเวลาปลอดภัยให้สังคม

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึง กรณีการพักโทษ ลดโทษในคดีทุจริตตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ที่เป็นประเด็นให้มีการวิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า

ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ได้มีมติให้ยื่นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ต่อสภา เพื่อให้มีการแก้ไขในประเด็นที่สำคัญเช่นรูปแบบโครงสร้างของคณะกรรมการราชทัณฑ์ที่มีความจำเป็นจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมให้เป็นคณะกรรมการที่มีความอิสระโปร่งใสและมีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง หลักเกณฑ์การลดวันต้องโทษจำคุก โดยเฉพาะคดีทุจริตจะมีการกำหนดความสำคัญไว้ให้มีกระบวนการที่รัดกุมและให้มีคณะกรรมการพิจารณาลดวันต้องโทษจำคุกคดีทุจริต โดยมีกระบวนสรรหาคณะกรรมการเช่นเดียวกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ให้มีความอิสระที่ทำหน้าที่ในการพิจารณาขั้นต้น หากคดีที่มีคำพิพากษาให้ต้องโทษจำคุก 15 ปีขึ้นไป ต้องส่งไปให้ศาลที่คดีถึงที่สุดพิจารณาการลดวันต้องโทษจำคุก

โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีการรับโทษมาแล้วกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลได้มีคำพิพากษา เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาลดโทษ เช่นเดียวกับคดียาเสพติดที่ร้ายแรง และคดีอื่น ๆ ที่เป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง
นายราเมศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการยกร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวไว้แล้ว รอการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการกฎหมายพรรคเพื่อที่จะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงลายมือชื่อเพื่อยื่นต่อสภาต่อไป

ในเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการกฎหมายของพรรครวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ตั้งแต่ที่มีข่าวเรื่องการลดวันต้องโทษจำคุกของจำเลยในคดีจำนำข้าว ซึ่งถือได้ว่าเป็นคดีที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติเป็นอย่างมากสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปหลายแสนล้านบาท และศาลได้มีคำพิพากษาให้จำคุกบางราย ศาลตัดสินจำคุก 48 ปี ในปี 2560

“เท่าพิภพ” เหน็บแรง คนกทม.ไม่อยากได้ “ไอน์สไตน์” เพราะไอจะตายแล้ว จากฝุ่นpm2.5

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยการเข้าสู่วาระการประชุมได้เปิดให้สมาชิกได้หารือปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ขอหารือเรื่องปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกทม. ว่า วันนี้กทม.เราเจอวิกฤตินี้อีกแล้ว วันนี้ตนขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังรถเมล์สาย 68 มาทางถนนจรัญสนิทวงศ์ มีฝุ่นควันหนัก แต่พอตนขี่รถข้ามสะพานซังฮี้ เส้นทางที่มารัฐสภา ฝุ่นหนาจนแทบจะมองไม่เห็นเครื่องยอดของรัฐสภาอยู่แล้ว จึงฝากรัฐบาลกำชับ กทม.ดูแลเรื่องฝุ่นควัน จากรถยนต์ จากการก่อสร้างโครงการใหญ่ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมด้วย 

“ผมคิดว่า สิ่งที่คนกรุงเทพฯมี ไม่ใช่ไอน์สไตน์นะครับ เพราะตอนนี้ไอจะตายแล้วครับ”นายเท่าพิภพ กล่าว 

ผลไม้จีนทะลัก ‘ด่านหนองคาย’ ไม่จริง!! ยัน!! ไม่เคยให้นำเข้าจากจีน แม้แต่ตู้เดียว 

‘เฉลิมชัย’ สั่งการทูตเกษตรเร่งหารือจีน แก้ปัญหาด่านส่งออกผลไม้ติดขัดเพราะมาตรการซีโร่โควิดของจีน ด้าน ‘อลงกรณ์’ ประชุมสมาพันธ์โลจิสติกส์เดินหน้าประสานจีนส่งออกกล้วยไม้และยางพาราใช้เส้นทางรถไฟไทย-ลาว-จีน ส่วนผลไม้รอหลังตรุษจีน ‘ด่านหนองคาย’ ยืนยันไม่มีผลไม้จีนเข้าไทยเพราะยังไม่ให้นำเข้า

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ว่า จากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เข้มงวดของด่านนำเข้าจีน ส่งผลต่อการส่งออกผลไม้ของไทยเป็นอย่างมาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กษ. ในฐานะประธานคณะกรรมการและบริหารการจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้สั่งการทูตเกษตร เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหารือฝ่ายจีนเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้ไทย

นายอลงกรณ์ฯ กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจำนครกว่างโจว ว่าจากการที่ด่านของจีนมีมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด (Zero Covid) ที่อาจติดมากับการขนส่งสินค้าผ่านห่วงโซ่ความเย็นที่เข้มงวด ส่งผลต่อการบริหารจัดการรถบรรทุกสินค้านำเข้าและส่งออกผ่านด่านโหย่วอี้กวน และด่านตงซิง เขตฯ กว่างซีจ้วง ทำให้ปริมาณรถผ่านเข้าออกลดลงจากเดิมมาก และมีรถติดสะสมหน้าด่านจำนวนมาก ทั้งนี้ จากมาตรการของด่านทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการผ่านด่านมากกว่าช่วงปกติ ส่งผลให้ปริมาณรถเข้า-ออกด่านลดลงจากช่วงปกติกว่า 50% 

นอกจากนี้ฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจว ได้ประสานงานด่านรถไฟผิงเสียงในการเร่งกลับมาเปิดบริการ เพื่อช่วยในการกระจายสินค้าผลไม้ไทยจากด่านโหย่อี้กวนและด่านตงซิง ซึ่งปัจจุบันมีปัญหารถติดสะสมจำนวนมาก และได้นัดหมายประชุมหารือกับนายกเทศมนตรีเมืองตงซิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมืองตงซิงในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหารถติดที่ด่านตงซิง และการอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าผ่านด่านตงซิง 

สำหรับด่านโม่ฮาน มณฑลยูนนาน ฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจว ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองการเดินรถ โดยด่านบ่อเต็น ฝั่งสปป.ลาว อนุญาตให้ทดลองปล่อยรถขนส่งผลไม้ไทยเข้าจีนได้วันละ 5 คัน หากไม่พบปัญหาการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ด่านโม่ฮานจะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ

กาฬสินธุ์ - สองสามีภรรยาเกษตรกร ต้นแบบเลี้ยงโคขุน - ทอผ้าขาย สร้างรายได้ตลอดปี!!

สองสามีภรรยาเกษตรกรต้นแบบชาวอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทิ้งอาชีพทำนา ปลูกอ้อย และมันสำปะหลัง หันมาทำฟาร์มเลี้ยงโคขุน 3 สายพันธุ์ เลี้ยงง่าย รายได้ดี และสบายกว่าทำการเกษตรที่ต้นทุนสูงราคาขายผลผลิตไม่แน่นอน ทั้งยังมีเวลาว่างรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านทอผ้าไหมแท้เป็นสไบแพรลายตาคู่  ซึ่งเป็นลายประจำตำบล จำหน่ายสร้างรายได้ตลอดปี

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชน ที่มีพื้นที่ทำกินนอกเขตใช้น้ำชลประทานในช่วงฤดูแล้ง หลังเก็บเกี่ยวผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลังเสร็จสิ้น ซึ่งพบว่าส่วนมากว่างงาน เนื่องจากขาดแหล่งน้ำทำการเพาะปลูกพืชประจำฤดู เป็นสาเหตุของการอพยพแรงงานออกนอกพื้นที่ ปล่อยผู้สูงอายุอยู่เฝ้าบ้าน เลี้ยงหลาน และทำอาชีพเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ พอมีรายได้และอาหารจุนเจือครอบครัว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีครอบครัว 2 สามีภรรยา ชาวบ้านโพนสวาง หมู่ 4 ต.นามะเขือ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้หันหลังให้กับอาชีพการเกษตร ทั้งทำนา ปลูกอ้อย และมันสำปะหลัง โดยได้เปลี่ยนอาชีพใหม่ คือการทำฟาร์มเลี้ยงโคขุน 3 สายพันธุ์ ทั้งบรามันห์ ชาโรเลส์และแองกัส ใช้เวลาเพียง 3 ปีประสบความสำเร็จ กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ระดับอำเภอ ทั้งยังมีเวลาว่างปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหมจำหน่าย สร้างรายได้ตลอดปี โดยในแต่ละวันจะมี “นายฮ้อย” และผู้ประกอบการค้าขายโค รวมทั้งมีคณะศึกษาดูงานจากต่างถิ่น แวะเวียนมาติดต่อและสอบถามอย่างต่อเนื่อง

นายประเสริฐ นครชัย อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 4 บ้านโพนสวาง กล่าวว่า เดิมครอบครัวตนทำนา 9 ไร่ ปลูกอ้อย 10 ไร่ และปลูกมันสำปะหลัง 10 ไร่ ระยะหลังประสบปัญหาขาดทุน เนื่องจากปุ๋ยแพง ค่าแรงสูง บางปีฝนทิ้งช่วง ผลผลิตตกต่ำ ไม่คุ้มทุน ทำมากี่ปี ๆ ก็ย่ำอยู่กับที่ เมื่อปี 2561 จึงคิดหาทางออกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความชอบของตนเอง คือการเลี้ยงโคเนื้อ เนื่องจากเนื้อโคเป็นที่นิยมของผู้บริโภคตลอดปี และราคาซื้อขายเริ่มขยับสูงขึ้น เริ่มแรกตัดสินใจหาซื้อแม่โคลูกผสม สายพันธุ์บราห์มันที่กำลังตั้งท้องมา 5 ตัว เพื่อประหยัดเวลาในการเลี้ยงและเห็นผลผลิตเร็ว

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า เมื่อแม่โคทั้ง 5 ตัวออกลูกมา ก็ได้จำนวนโคในคอกเพิ่มขึ้นเป็น 10 ตัว ก็เลี้ยงมาเรื่อยๆ มีโอกาสก็หาซื้อแม่โคที่กำลังตั้งท้องเพิ่มเข้ามา จำนวนโคก็ทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็กลายเป็นฟาร์มโคย่อมๆขึ้นมาเพียงเวลาไม่นาน ทั้งนี้เมื่อลูกโคโตขึ้นได้ขนาดและน้ำหนักพอขาย ก็จะขายเพศผู้ออกไป เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนซื้อโคเพศเมียเข้ามา เพิ่ม โดยจะเลี้ยงและรักษาโคตัวเมียเพื่อขยายพันธุ์ในฟาร์ม ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค นอกจากจะเลี้ยงหรือขุนโคสายพันธุ์บรามันห์แล้ว ยังนำสายพันธุ์ชาโรเลส์ และแองกัส ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไปมาเลี้ยงด้วย

“การเลี้ยงโคขุนของตนทำง่าย ๆ โดยขังอยู่ในคอกและอยู่ในบริเวณจำกัด ไม่ได้ปล่อยเลี้ยงกลางทุ่ง อาหารมีทั้งหญ้าสด ฟาง และอาหารเสริม ซึ่งมีกินพอเพียงตลอดปี เนื่องจากเปลี่ยนพื้นที่ทำนา 9 ไร่ เป็นนาหญ้า 8 ไร่ ขุดบ่อกักเก็บน้ำ 1 ไร่ เพื่อหล่อเลี้ยงนาหญ้า ขณะที่พื้นที่ที่เคยปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง รวม 20 ไร่ ให้เพื่อนบ้านเช่าทำกิน จึงมีเวลาดูแลโคขุนในฟาร์มอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ได้ลงนามความร่วมมือกับผู้ประกอบการรับซื้อโคขุน โดยขายทั้งตัวราคาซื้อขายทุกสายพันธุ์ราคาเดียวกัน คือกิโลกรัมละ 100 บาท โดยโคอายุ 2 ปี น้ำหนักตัวละประมาณ 400-500 กิโลกรัมเริ่มจำหน่าย ซึ่งจะได้ราคาตัวละ 40,000-50,000 บาท” นายประเสริฐกล่าว

ด้านนางเกสร ฆารไสย อายุ 52 ปี ภรรยานายประเสริฐ กล่าวว่า หลังจากเปลี่ยนอาชีพจากการทำเกษตรมาเลี้ยงโคอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งมองเห็นอนาคตการเลี้ยงโคขุนจะมีอนาคตดีกว่าทำนา ปลุกอ้อยและมันสำปะหลัง จึงได้ร่วมกับเพื่อนบ้านที่ต้องการเลี้ยงโค ไปขอคำปรึกษากับทางปศุสัตว์ อ.สหัสขันธ์ และ ธ.ก.ส.สาขาสหัสขันธ์ จากนั้นเข้าร่วมโครงการสร้างอาชีพ เพื่อขอสินเชื่อเป็นทุนจัดซื้อแม่โคมาเลี้ยงและขยายพันธุ์ ซึ่งที่ผ่านมามีการเลี้ยงโคเนื้อและโคขุน จำหน่ายหมุนเวียนเรื่อยมา ทำให้มีรายได้ใช้หนี้และจัดซื้อแม่โคเพิ่มเข้ามา ปัจจุบันมีโคในฟาร์ม 40 ตัว

นางเกสรกล่าวต่อว่า การเลี้ยงโคขุนเลี้ยงง่าย ไม่ต้องปล่อยเลี้ยงกลางทุ่ง ไม่ยากลำบาก ไม่เหนื่อย เหมือนทำการเกษตร เพียงแต่ไปตัดหญ้าที่นาหญ้า และซื้อฟางข้าวอัดก้อนมาตุนไว้ให้โคกิน ถึงเวลาก็ให้อาหารเสริมเท่านั้น จึงมีเวลาว่างเยอะ ทำให้มีโอกาสที่จะทำอาชีพอื่นเสริมมากขึ้น ซึ่งการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้า ถือเป็นภูมิปัญญาที่ชาวบ้านเราทำกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายอยู่แล้ว เพียงแต่หาเวลาทำไม่ได้เท่านั้น ดังนั้น หลังจากเลิกทำนา เลิกปลูกอ้อย และมันสำปะหลัง จึงมีเวลาที่จะสานต่ออาชีพทอผ้าอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ โดยการสนับสนุนของทางอำเภอสหัสขันธ์ และพัฒนาชุมชน จ.กาฬสินธุ์ ได้รวมกลุ่มแม่บ้านตั้งกลุ่มปลูกหม่อนไหมเหลืองบ้านโพนสวาง มีสมาชิกกลุ่ม 16 คน กิจกรรมกลุ่มมีปลูกหม่อน เลี้ยงไหม รวมทั้งทุกกระบวนการทั้งสาวไหม เข็นไหม ทอผ้า ตัดเย็บและแปรรูป

 

‘บลิงเคน’ ยกเลิกเยือนไทย (ผู้ร่วมคณะติดเชื้อ) ไม่สะเทือน!! ความสนใจ ‘สยาม - อาเซียน’

เฟซบุ๊ก U.S. Embassy Bangkok ของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศของไทย แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่นายบลิงเคนจะไม่สามารถมาเยี่ยมเยียนกรุงเทพในสัปดาห์นี้ 

โดยนายบลิงเคน อธิบายว่า เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อโควิด-19 และจัดลำดับความสำคัญด้านสุขภาพ รวมทั้งความปลอดภัยของผู้ร่วมคณะ โดยนายบลิงเคนจะนำคณะเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทันที ทั้งนี้ นายบลิงเคน ได้ใช้โอกาสนี้เชิญนายดอน เยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเร็วที่สุด และเขายังคงตั้งตารอการเดินทางกลับมายังประเทศไทย

‘ดร.เสรี’ เผยกลศึก Strategic vote เริ่มทำงาน!! หลังไซเบอร์เริ่มขุดแผล เหล่าผู้สมัครขั้วตรงข้าม

เมื่อ 15 ธ.ค. 64 ดร.เสรี วงษ์มณฑา แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังเริ่มมีการเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ว่า ‘Strategic vote’ คือ ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันลงคะแนนเลือกคนบางคนที่พวกเขาคิดว่าจะสามารถเอาชนะคนที่เขาไม่ต้องการให้ชนะการเลือกตั้งตอนนี้ ทั้งๆ ที่เวลานี้ยังไม่รู้ว่าคนที่จะลงเลือกตั้งเป็นผู้ว่า กทม. จะมีใครบ้าง แต่ใน FB เริ่มมีคนแสดงเจตนาที่จะลงคะแนนแบบ Strategic vote กันแล้ว

มันน่าแปลกใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และมันก็น่าสนใจว่าส้มจะหล่นไปที่ใคร คนที่จะได้คะแนน Strategic vote เพื่อ ‘กัน’ คนบางคนชนะจะเป็นใคร มาดูกันว่าการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ครั้งนี้ ประชาชนจะเลือกพรรค หรือเลือกคน และการเลือกผู้ว่ากับการเลือก ส.ก. จะมีความสัมพันธ์กันหรือไม่

บางพรรคตัดสินใจไม่ส่ง คงรู้ว่าคะแนนเสียงใน กทม. ของพรรคนั้นคงตกต่ำถึงขีดสุด เพราะประชาชนรู้เช่นเห็นชาติ เป้าหมายทางการเมืองกันแล้ว

ยังไม่ทันอะไร วาทกรรมที่แสดงการแยกว่าใครเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ใครไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยก็เกิดขึ้นแล้ว มันเป็นตลกขมขื่นจริงๆ นะ เขาอ้างตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แล้วพวกเขามีเสรีภาพในการทำงานการเมืองในพรรคกันมากน้อยแค่ไหน อำนาจในพรรคเป็นของใคร ประชาชนเขารู้นะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top