Monday, 22 June 2026
NewsFeed

"หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา” พร้อมด้วยคณะโรงเรียนสอนวิชาชีพและบริการ ปิยะแสงปัญญา อัญเชิญ "ผ้ากฐินพระราชทาน" นำไปถวายฯ วัดขันเงิน พระอารามหลวง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2564  เวลา  13.00 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานผ้ากฐิน ให้โรงเรียนสอนวิชาชีพและบริการปิยะแสงปัญญา ตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ  วัดขันเงิน พระอารามหลวง ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

ในการนี้ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ " พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  (รัชกาลที่4 ) องค์อุปถัมภ์ โรงเรียนสอนวิชาชีพและบริการปิยะแสงปัญญา ทรงกรุณาเสด็จเป็นองค์ประทาน ถวาย "ผ้ากฐินพระราชทานฯ" พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ครู อาจารย์ โรงเรียนสอนวิชาชีพและบริการปิยะแสงปัญญา น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้า ล้นกระหม่อม ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่10 ) อย่างหาที่สุดมิได้

 

“บิ๊กป้อม”  สั่งกรมประมงเร่งเยียวยาเรือประมงออกนอกระบบ เข้มข้นมุ่งความยั่งยืนแก้ปัญหา IUU อย่างเป็นระบบมากกว่าที่เป็นอยู่

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติครั้งที่ 4 ณ ห้องประชุม 301 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามขับเคลื่อนแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ( IUU ) และผลกระทบสภาพแวดล้อมทางทะเล 

ที่ประชุมรับทราบและติดตามขับเคลื่อนการแก้ปัญหาผลกระทบของการทำประมงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม และการแก้ปัญหานำเรือประมงออกนอกระบบ โดยเฉพาะการเยียวยา กลุ่มเรือประมงสีขาว (ไม่เคยทำผิดกฎหมาย ) จำนวน 75 ลำ วงเงินช่วยเหลือ  490.8 ล้านบาท 

รวมทั้งการดำเนินงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายโดยเฉพาะ มาตรการเร่งรัดการดำเนินคดีตามกฏหมายว่าด้วยการประมง และการอุดหนุนประมง ( Fisheries subsidies ) ภายใต้องค์การการค้าโลก ( WTO ) ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินโดยรัฐ แก่ผู้ประกอบการ ธุรกิจ หรือ กลุ่มอุตสาหกรรม กับกลุ่มที่ทำประมงถูกกฎหมาย โดยร่วมกันกำหนดท่าทีการเจรจาของไทยที่เหมาะสมกับการอุดหนุนประมงดังกล่าว ต่อจากนั้นได้เห็นชอบ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาการทำประมงและแรงงานในภาคประมง เพื่อติดตามเร่งรัดแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายรวมทั้งความเดือดร้อนของผู้ปกครองการประมงในทุกภาคส่วน

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำนโยบายด้านการประมงของไทย มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนแก่ภาคการประมง ทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปภาคการประมงโดยมีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการประมงภายใต้แผนบริหารจัดการประมงทะเลไทย โดยไม่สนับสนุนและต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย 

กระทรวงการต่างประเทศ ตบหน้า 'รพ.ธรรมศาสตร์' แจงดีล Moderna ล่ม เหตุโปแลนด์ไม่ให้เอาไปขาย

กระทรวงการต่างประเทศ แจงเหตุ ดีลบริจาควัคซีน Moderna จากโปแลนด์ล่ม เพราะรพ.ธรรมศาสตร์ จะขอรับวัคซีน 1 ใน 3 ส่วนอีก 2 ใน 3 ให้เอกชนที่เป็นหุ้นส่วนนำไปจำหน่ายให้ผู้สนใจ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งโปแลนด์แจ้งว่าไม่อนุญาตให้นำวัคซีนที่ได้รับบริจาคไปขาย

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ออกคำชี้แจง หลังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ อ้างว่ากระทรวงการต่างประเทศ ไม่ทำหนังสือยืนยันตัวตนให้ รพ.ธรรมศาสตร์ในการขอรับบริจาควัคซีน Moderna ซึ่งยังมีอายุใช้งานได้ถึงเดือนเมษายน 2565 จำนวน 1.5 ล้านโดส จากประเทศโปแลนด์ เป็นเหตุให้ต้องยุติการขอรับบริจาคลง โดยระบุว่า…

ตามที่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เฟซบุ๊กโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ได้ลงข้อความพาดพิงถึงการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอรับบริจาควัคซีนโมเดอร์นาจากสำนักงานสำรองทางยุทธศาสตร์ของโปแลนด์ จำนวน 1.5 ล้านโดส โดยระบุว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอให้กระทรวงการต่างประเทศออกจดหมายยืนยันว่า รัฐบาลไทยยินดีรับบริจาควัคซีนดังกล่าว เนื่องจากหน่วยงานผู้บริจาคประสงค์ให้รัฐบาลไทย โดยหน่วยงานภาครัฐที่มีสถานะเป็นผู้แทนรัฐบาล แจ้งเจตนาจะรับบริจาค แต่กระทรวงการต่างประเทศไม่ออกหนังสือดังกล่าวให้ ทำให้การบริจาควัคซีนดังกล่าวต้องยกเลิกไปนั้น

กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงดังนี้ว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แจ้งกระทรวงการต่างประเทศว่า ในการรับบริจาควัคซีนจากโปแลนด์ครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงจะรับวัคซีนจำนวน 1 ใน 3 ของวัคซีนที่ได้รับบริจาคไว้เอง เพื่อให้บริการประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และจะมอบวัคซีนที่ได้รับบริจาคมาอีก 2 ใน 3 ให้เอกชนที่เป็นหุ้นส่วน เพื่อนำไปจำหน่ายให้ผู้สนใจ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

กระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์แล้ว ได้รับแจ้งว่าไม่อนุญาตให้นำวัคซีนที่ได้รับบริจาคไปขาย และฝ่ายไทยต้องได้รับ market authorization จากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาด้วย ซึ่งทั้งสองประเด็นเป็นแนวปฏิบัติโดยทั่วไปของการบริจาควัคซีนและเวชภัณฑ์ระหว่างประเทศ และไม่สามารถเจรจาต่อรองเป็นอื่นได้

ลำปาง - มทบ.32 ร่วมกับ กฟผ.แม่เมาะ ‘รวมใจช่วยภัยหนาว เราอยู่เคียงข้างกันทุกวิกฤต’

ตามที่ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว โดยเฉพาะพื้นที่ประเทศไทยตอนบนมักมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่องและอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวถึงหนาวจัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ทำให้พี่น้องประชาชนที่ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารขาดแคลนผ้าห่มกันกันหนาว มณฑลทหารบกที่ 32/ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 ตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชนดังกล่าว จึงประสานความร่วมมือกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.แม่เมาะ) รวมใจช่วยภัยหนาว เราอยู่เคียงข้างกันในทุกวิกฤต

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 เวลา 15.00 น. พลตรีอโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32  พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ให้การต้อนรับ คุณประจวบ ดอนคำมูล  ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ, คุณประกอบ ปะระมะ หัวหน้ากองชุมชนสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ และคุณภาวิช ภู่ศิริ หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมามอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 200 ผืน เพื่อผ่อนคลายความหนาวให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ณ บริเวณหน้าอาคารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  และในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมคณะผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.แม่เมาะ) พร้อมด้วยวิทยากรจิตอาสา 904 ก็ได้ออกเดินทางเพื่อส่งต่อไออุ่นให้กับพี่น้องในชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง หมู่ 10 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง จำนวน 3 หลัง​ คือบ้านนางนำ สุขเจริญ, บ้านนางศรีพูน ยศปินตา, บ้านนายทัด มโนราช

'อัษฎางค์' วิเคราะห์ปมยกเลิก ม.112 ยก 12 ข้อเท็จจริง หมดเวลาปั่นล้มล้างสถาบันฯ

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า 12 ข้อ ม.112 หมดเวลาบิดเบือน

หมดเวลาปั่นราษฎร์ล้มล้างสถาบันฯ ด้วยการเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 เพื่อจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ของพรรคเพื่อดูไบและก้าวไม่ไปไหนไกล

• 1 มาตรา 112 เป็นเครื่องมือในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือในการกำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมือง

• 2 กฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐนั้นไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย แต่มีใช้ในทุกประเทศ ทั้งที่ปกครองแบบราชอาณาจักรที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือปกครองแบบสาธารณรัฐ ที่มีประธานาธิบดี ก็ล้วนมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐทั้งนั้น

• 3 โดยเฉพาะสถาบันพระมหาพระมหากษัตริย์ จะไม่สามารถไปดำเนินคดีกับใครได้ จึงต้องมีกฎหมายที่ไม่ให้ใครล่วงละเมิดสถาบันฯ

• 4 พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง คือ พระองค์ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่นักการเมืองไปดึงท่านให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ด้วยการให้ร้ายป้ายสี

• 5 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ คนไทยหรือคนต่างด้าวไม่ว่ากระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ต้องรับโทษ

• 6 จะยกเลิก ม.112 แล้วให้พระมหากษัตริย์ไปใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนประชาชนทั่วไปไม่ได้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่บุคคลธรรมดา

‘ทักษิณ’ ชี้ ‘ม.112’ ไม่เป็นปัญหา แนะคนเห็นต่างพูดคุยกัน ยุติดราม่า

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 64 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ต่อกรณีการเสนอให้แก้ไขหรือยกเลิก กฎหมายอาญามาตรา 112 โดยระบุว่า

“2-3 วันนี้ได้ฟังดราม่าเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 จากทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการที่จะแก้ไขหรือยกเลิก ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมา และผ่านการปรึกษาในเรื่องมาตรา 112 มาหลายครั้ง

ผมขอเล่าเป็นประสบการณ์ มาตรา 112 มีมานานตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ น่าจะประมาณปี 2500 ตัวกฎหมายเองไม่เคยเป็นปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มันเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าบุคคลในกระบวนการยุติธรรมอาจจะเกิดจากความกลัวหรืออาจจะเกิดจากความอยากแสดงความจงรักภักดีโดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แล้วเกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิดหรือ Abuse of Power เพื่อหวังผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมือง เลยทำให้เกิดความไม่พอใจ และยิ่งใช้มากก็ยิ่งเกิดความไม่พอใจมาก ซึ่งในสมัยก่อน สนง.ตำรวจแห่งชาติ จะมีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนขึ้นมาว่าเป็นเรื่องของการจงใจที่จะละเมิดมาตรา 112 จริงหรือเปล่า และจำนวนคดีก็มีน้อย และทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาทางอาญา (Due Process of Law)

ฉะนั้นปัญหาก็น้อย แต่ช่วงนี้ปัญหาเยอะมาก ยิ่งใช้อีกฝ่ายหนึ่งก็มีความโกรธเคืองแล้วก็ไปโทษกันต่าง ๆ นานา ซึ่งผมเคยบอกแล้วว่า รัฐบาลน่าจะจับเข่าคุยกับกลุ่มเยาวชนที่เห็นต่างในทุกวันนี้ เราก็จะได้แนวทางที่อยู่ร่วมกันระหว่างคนในวัยที่ต่างกัน ถ้าจะเริ่มติดกระดุมใหม่ที่ติดผิดเม็ด ก็โดยการที่ปรับกระบวนการในการดำเนินคดีของ 112 เสียใหม่ ให้เหมือนในอดีตที่ทำอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่กลั่นแกล้ง ไม่หาเรื่อง แล้วก็ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้ได้รับการประกันและใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไป และพูดคุยกับเด็ก ๆ จะได้เข้าใจตรงกัน เราจะอยู่ร่วมกันต้องมีกติกา กติกาอะไรที่มันยอมรับกันได้ทุกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ

ไฟเขียว กทม. เก็บซากรถจอดไปขายได้ทันที ชี้!! ไม่ต้องรอเจ้าของ แก้ปัญหากีดขวางจราจร

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมากรณีปัญหาประเด็นข้อกฎหมายจากนโยบายการกำจัดรถเก่าที่จอดในที่สาธารณะ และกรุงเทพมหานคร มีนโยบายยกออกทันที ก่อนมีข้อสงสัยว่าจำเป็นต้องจอดรอเก็บไว้เพื่อรอเจ้าของเผื่อมาไถ่คืนหรือไม่ ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจงแล้ว ยืนยันไม่ต้องเก็บ ขายทิ้งได้เลย เอาเงินมาเก็บแทนได้

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. โพสต์ข้อความเล่ารายละเอียดเรื่องนี้ว่า “ข่าวดีสำหรับคนกรุงเทพฯ ข่าวร้ายของคนมักง่าย วันนี้มายกซากรถเขตวังทองหลาง จำนวน 5 คันรวด บริเวณซอยลาดพร้าว 47, 63, 87 แยก 7, 101 แยก 19 และ 114 ครับ…ข่าวดีคือประเด็นข้อกฎหมายที่สำนักเทศกิจถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าจำเป็นต้องเก็บซากรถไว้ 1 ปี เพื่อรอเจ้าของเผื่อจะมาไถ่รถคืนก่อนการขายทอดตลาดหรือไม่?? สรุปคือไม่ต้องละครับ สำนักงานเขตสามารถขายเอาเป็นเงินมาเก็บไว้แทนได้เลย แบบนี้จะง่ายกับทางกรุงเทพมหานครไม่ต้องมีภาระในการหาสถานที่เก็บรักษาและหาคนดูแลครับ และยังจะได้ร่างระเบียบค่าขนย้ายและเก็บรักษาก่อนขายทอดตลาดโดยหักจากที่ขายทอดตลาดได้อีกด้วย…”

“สงคราม” หวั่นคลัสเตอร์โรงเรียนหลังเปิดเทอมทำคุมเชื้อโควิดยาก อัดรัฐเมินป้องชีวิตเด็กเปิดเรียนบนความเสี่ยงไร้ชุดตรวจATKให้โรงเรียน  

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลกำหนดให้เปิดเทอมใหม่ ให้นักเรียนเรียนภายในห้องเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ เป็นนโยบายที่น่าเป็นห่วงมากเพราะมีเด็กนักเรียนจำนวนมาก  ไปอยู่ในที่เดียวกันการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด โรงเรียนจะมีความพร้อมมากแค่ไหน 

ในส่วนของการจัดหาชุดตรวจ ATK ให้กับด็กนักเรียนนั้น รัฐบาลเลือกที่จะโยนภาระให้เขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหาในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นการไปเบียดบังงบประมาณของท้องถิ่น ทั้งๆที่รัฐบาลมีงบประมาณมหาศาล แต่กลับไม่นำออกมาปกป้องชีวิตเยาวชน  นอกจากนี้งบประมาณที่องค์กรปกครองท้องถิ่นเตรียมไว้ใช้ในงานอื่น แต่รัฐยังคับให้หน่วยงานเหล่านั้น นำงบประมาณทีมีอยู่ไปจัดหาชุดตรวจATK ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งจะมีการการตรวจทุกๆสัปดาห์ ทั้งๆที่ผู้ปกปครองอยากให้มีการตรวจทุกวันแต่ติดที่ไม่มีงบประมาณมากพอ

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้บางพื้นที่มีการจัดชุดตรวจบางพื้นที่ให้ แต่บางพื้นที่ไม่มีการตรวจ อ้างว่ามีคนติดเชื้อน้อย ก็เลยไม่ตรวจ ซึ่งผลการดำเนินการของรัฐบาลมันย้อนแย้งกันและรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับสุขๆอนามัยและความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ทั้งๆที่เด็กเหล่านี้มีอัตราเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นการเปิดเรียนในโรงเรียนคือการเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงมาก และจะกลายเป็นคสัสเตอร์ใหญ่ในอนาคต หากไม่มีการดำเนินการที่มีแนวทางที่ชัดเจน

‘อ.แพท’ ยกนิ้ว ‘บิ๊กตู่’ พูดได้ดีบนเวทีโลก ชี้! ผู้นำ ‘อ่านสคริปต์ - ใช้ภาษาถิ่น’ ไม่ใช่เรื่องแปลก

คุณพัฒนพงศ์ (แพท) แสงธรรม อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ (ภาควิชาภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีคนวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โชว์วิสัยทัศน์บนเวที COP 26 ที่ผ่านมา ว่า เบื่อกระบือ!! 
อันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง เป็นความรู้เรื่อง public speaking

การพูดในระดับ keynote ปาถกฐา หรือสุนทรพจน์ คือ การพูดอย่างเป็นทางการ ไม่มีหลักการว่าต้องพูดปากเปล่า ย้ำว่า "ไม่มี" เพราะความแม่นยำถูกต้องในเนื้อหา ระดับภาษาเหมาะสม และมีวัจนลีลา จำเป็นต้องมีสคริปต์ที่ร่างมาเป็นอย่างดี การอ่านจากสคริปต์ จึงเป็นที่ยอมรับและปฏิบัติกันทั่วไป

ถ้าไม่ก้มหน้าอ่านจากสคริปต์ สามารถอ่านได้จาก teleprompter ซึ่งเป็นจอใส ที่จัดวางไว้ตรงหน้าโพเดียม หรือตรงเล็นส์กล้อง หรือ ด้านซ้ายและขวา เช่นในงาน COP26

ผู้พูดที่อ่าน teleprompter ไม่ถนัด ก็เลือกอ่านจากสคริปต์ตรงหน้า ใช้มือเปิดสคริปต์อ่านไปตามปกติ Boris Johnson นายกฯ อังกฤษ ก็ก้มหน้าอ่าน Alok Sharma ประธานงาน COP26 ก็ก้มหน้าอ่าน เลขาธิการสหประชาชาติก็ก้มหน้าอ่าน Patricia Espinosa เลขานุการบริหารของ UN ก็ก้มหน้าอ่าน และอื่น ๆ อีกหลายท่าน

ผู้ที่ใช้ teleprompter คล่อง จะมองด้านซ้ายที ขวาที เพราะมีจออ่านทั้งสองฟากของโพเดียม ไม่หันหน้าไปมุมอื่น มองเฉพาะจุดที่มีจอ เช่น ปธน. ไบเดน และเซอร์ ริชาร์ด แอทเทนเบอเรอห์

ภาคเอกชนประเมินเศรษฐกิจกำลังดีขึ้น หวังส่งออกฟื้น

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกร. ประเมินว่าสถานกาณ์ที่ดีขึ้นเป็นลำดับ พร้อมกับมาตรการภาครัฐที่มีเสริมขึ้นมาจะทำให้เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะขยายตัวในกรอบ 0.5 % ถึง 1.5%ส่วนการส่งออก กกร. ยังคงคาดว่ามีแนวโน้มจะขยายตัว 12.0% ถึง 14.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในกรอบ 1.0% ถึง 1.2% ซึ่งมองว่าตัวเลขนี้อยู่ในเงื่อนไขที่ไม่มีการระบาดซ้ำเพิ่มเติมและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้กกร.ยังมองว่า การเปิดประเทศเมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ช่วยหนุนเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี การเปิดประเทศและการคลายล็อกดาวน์ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ และประชาชน โดยมีการคาดการณ์จากผู้ประกอบการโรงแรมว่า อัตราการเข้าพักน่าจะขยับขึ้นไปที่ระดับ 25% ในเดือนพ.ย. จากเดือนก.ย.ที่มี 15% ประกอบกับการจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคดีขึ้น ส่วนภาคการค้าปลีกมองว่า ผ่านจุดต่ำสุดที่ไตรมาส 3 มาแล้ว สอดคล้องกับมุมมองของนักธุรกิจต่างชาติในประเทศไทยก็เชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top