Monday, 22 June 2026
NewsFeed

“ตม.จว.สุราษฎร์ธานี” สนองนโยบาย ผบ.ตร.- ผบช.สตม. นำรถยนต์ตรวจการณ์อัจฉริยะ (BMW) ออกตรวจเข้ม!! จับกุมชาวอังกฤษอยู่เกินวีซ่าหลบในไทย ถูกดำเนินคดีและผลักดันส่งกลับ ติดแบล็คลิสยาว 5 ปี

วันนี้ 16 ต.ค.2564 เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี แถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดย ผกก.ตม.จว. สุราษฎร์ธานี สั่งการการให้ พ.ต.ท.ชาตรี ชูแก้ว รองผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ อํานาจเจริญยิ่ง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ร.ต.อ.สิริวัฒน์ สมหวัง รองสว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ร.ต.ท.ประมุข กองกุล รอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ด.ต.ภรภัทร เมืองชู, ด.ต.ธเนศพล สำลี, ด.ต.สิทธิชัย รอดเอียด และ ส.ต.อ.พนมกร สากุลา ผบ.หมู่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้นำรถยนต์ไฟฟ้าตรวจการณ์อัจฉริยะ BMW ออกตรวจพื้นที่ตามมาตรการป้องกันปราบปรามการกระทำผิด เพื่อป้องกันผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 

โดยเมื่อวันที่ผ่านมาได้ร่วมกันจับกุมตัว Mr.Craig Campbell อายุ 43 ปี สัญชาติ บริติช ได้ที่บริเวณ ริมถนนโฉลกรัฐ10/2 หมู่ 2 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จว.สุราษฎร์ธานี โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (อยู่เกินกำหนดอนุญาต 349 วัน)” และในชั้นจับกุม ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวผู้ถูกจับนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และเมื่อคดีสิ้นสุดจะถูกผลักดันส่งกลับประเทศ และถูกห้ามกลับเข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลา 5 ปี 

พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและมาตรการในการป้องกันปราบปรามของพล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต. อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ประพันศักดิ์ประสานสุข ผบก.ตม.6 ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการสืบสวน ปราบปราม และเข้มงวดกวดขัน จับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษในการป้องกันปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยแล้วกระทำผิดกฎหมาย  ซึ่งถือว่าเป็นพฤติการณ์ที่เชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของประเทศได้ 

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ จัดงาน “วันตำรวจ” ประจำปี 2564 พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “แทนใจ” เพื่อดูแลสวัสดิการตำรวจทั่วประเทศ!! รวมถึงข้อมูลเบื้องต้น สำหรับข้าราชการตำรวจ

วันที่ 17 ต.ค. 64 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดจัดงานวันตำรวจ ประจำปี 2564  เนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีสงฆ์ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการตำรวจ

ซึ่งมีรายละเอียดการจัดงาน ดังนี้

• เวลา 07.00 น. พิธีบูชาพระภูมิ พระนิรันตราย พระนารายณ์ ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเลขานุการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทน

• เวลา 07.30 น. พิธีสักการะรูปจำลอง พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ณ ชั้น 3

อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเลขานุการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทน

• เวลา 08.00 น. พิธีวางพานประดับพุ่มดอกไม้ ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 ณ ด้านหน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง และสมาคมแม่บ้านตำรวจเข้าร่วมพิธี

• เวลา 08.10 น. พิธีสักการะพระบรมรูปหล่อ รัชกาลที่ 9 ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง และสมาคมแม่บ้านตำรวจเข้าร่วมพิธี

• เวลา 08.20 น. พิธีสงฆ์ ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง และสมาคมแม่บ้านตำรวจเข้าร่วมพิธี

จากนั้น ในเวลา 09.30 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดตัวแอปพลิเคชัน “แทนใจ” ซึ่งเป็นการนำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ โดยจัดทำขึ้นจากแนวความคิดของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ที่ต้องการเปลี่ยนระบบด้านสวัสดิการและฐานข้อมูลกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล อีกทั้งเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลข่าวสารสำคัญ และสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ อาทิ ระบบการดูแลเรื่องสิทธิและสวัสดิการ, การประเมินขั้น, สิทธิฌาปนกิจสงเคราะห์, ระบบการคำนวณเงินเยียวยากรณีที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่, หลักสูตรการฝึกอบรมนอกหน่วย, แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงาน ผ่านระบบแอปพลิเคชัน ในการพัฒนาและยกระดับสวัสดิการของตำรวจและครอบครัว

โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (งานบริหาร) เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว

 

“ประชาธิปัตย์” ขอบคุณประชาชนหลัง 2 โพลดังฟันธง! “จุรินทร์” ขึ้นแท่นชิงนายกฯ “อลงกรณ์” ชี้! ผลโพลเป็นกำลังใจ แต่หนทางอีกไกล เร่งทำงานหนักสร้างศรัทธาต่อไป เผยประชุมใหญ่เตรียมประกาศยุทธศาสตร์ ปชป.เพื่อประชาชน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนวันนี้ (17ต.ค.)ว่า จากการที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพล(Super Poll)และศูนย์นวัตกรรมดิจิทัล วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา(IRDC POLL)เผยแพร่ผลสารวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศล่าสุดปรากฎผลสำรวจบุคคลที่เหมาะสมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตรงกันทั้ง2สำนักว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับการสนับสนุนเป็นอันดับ 2 และเป็นบุคคลที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 1

“พรรคประชาธิปัตย์ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกภาคทั่วประเทศที่มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญถือเป็นกำลังใจที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง แต่หนทางของพรรคยังอีกยาวไกล ประชาธิปัตย์ทั้ง 3 กลไกคือรัฐมนตรี-สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกพรรคทุกคนต้องเร่งทำงานทุ่มเททุกหยาดเหงื่อเพื่อประชาชนสร้างศรัทธาต่อไป”

นายอลงกรณ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า ในการประชุมใหญ่พรรคเดือนหน้าจะมีการประกาศยุทธศาสตร์ประชาธิปัตย์เพื่อประชาชนภายใต้การนำพรรคของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ก่อนหน้านี้สำนักวิจัยซูเปอร์โพล(Super Poll)รายงานว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.3 ระบุ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  เพราะมีอุดมการณ์ ขยันทุ่มเททำงานแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชน มีประสบการณ์การเมืองมายาวนาน เชื่อมประสานทุกฝ่ายฝ่าวิกฤตต่าง ๆ ได้ไม่มีประวัติด่างพร้อย จงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ จุดยืนมั่นคงกับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่พบทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่เอื้อผลประโยชน์แก่ครอบครัวและพวกพ้อง เป็นต้นเป็นรองเฉพาะพล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชาเท่านั้น

‘วปอ.2555 & ตำรวจไทย’ ห่วงใยประชาชน! จัดโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน จ.สระบุรี และ จ.สิงห์บุรี ลุยน้ำมอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมเฉียบพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในพื้นที่หลายจังหวัด สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนคนไทยต่างได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ ร่วมลงพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดทุกหน่วย ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัย และกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดูแล เฝ้าระวังป้องกันอาชญากรรม การกระทำความผิด กลุ่มมิจฉาชีพที่อาจฉกฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน และให้ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึงคอยให้การสนับสนุนในภารกิจต่าง ๆ จากภาครัฐเมื่อมีการร้องขอด้วย

ในวันนี้ (17 ต.ค.64) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 2555 (วปอ.2555) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับตัวแทนคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 2555 (วปอ.2555) ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพจังหวัดละ 1,000 ชุด 2 จังหวัด รวมเป็น 2,000 ชุด พร้อมมอบเงินสดส่วนหนึ่งช่วยเหลือบ้านที่ถูกน้ำแม่น้ำป่าสักเซาะจนตลิ่งพังและดึงบ้านพังไปทั้งหลังในเขตจังหวัดสระบุรี ณ วัดสารภี ต.บางโขมด  อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี และจังหวัดสิงห์บุรี  ณ สำนักงานเทศบาลตำบลทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี  โดยมีผู้แทนชุมชนเป็นผู้รับมอบนำสิ่งของไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ประสบภัย

นอกจากนี้ ในส่วนของประชาชนผู้ประสบอุทกภัย บ้านหัวเกาะ ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งมีน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้านเท่านั้น ทางพล.ต.ท.สมพงษ์ และตัวแทนคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 2555 (วปอ.2555) ได้ลงพื้นที่โดยสารเรือ นำถุงยังชีพไปมอบให้กับประชาชนถึงหน้าบ้านด้วย  

คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 2555 (วปอ.2555) และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ต้องประสบกับอุทกภัย อีกทั้ง ในปัจจุบันที่ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกด้วย จึงนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคมามอบให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ประสบภัย จังหวัดสระบุรี และ จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีผู้แทนชุมชนเป็นผู้รับมอบ และนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาระยะห่างตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับประชาชน ให้สามารถต่อสู้กับวิกฤติอุทกภัยครั้งนี้ไปด้วยกัน  

"บิ๊กตู่" สั่งตรวจ หลังพบประชาชนถูกดูดเงินบัญชีธนาคารผิดปกติ 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีประชาชนร้องเรียนว่าถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัญชีบัตรเครดิต หรือบัญชีบัตรเดบิต อย่างผิดปกติเป็นจำนวนมาก หรือลักษณะผูกบัญชีไว้กับวิลเลจหรือสโตร์ออนไลน์ โดยจำนวนเงินที่หักไม่สูง แต่มีจำนวนหลายรายการติด ๆ กันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา

ขณะนี้ยังได้ประสานไปยังนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ซึ่งประธานสมาคมธนาคารไทย แจ้งว่า ทีมงานของสมาคมธนาคารไทย กำลังร่วมประชุมกับทีม Fraud (ทีมตรวจสอบการทุจริตฉ้อโกงเกี่ยวกับระบบธนาคาร) และชมรมผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง หรือซีไอโอ ของธนาคารพาณิชย์ ถึงเรื่องนี้แล้ว ล่าสุดทางสมาคมธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า โดยเบื้องต้นพบว่า มิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่ เกิดจากการทําธุรกรรมชําระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และ ไม่ใช่แอปดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว

อย่างไรก็ตามในขณะนี้ธนาคารเจ้าของบัตรได้ดําเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดําเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้

'แบงก์ชาติ' แจง!! ตัดเงินบัตรยับ-เงินหายจากบัญชี ผลจากธุรกรรมต่างประเทศ ยัน!! ไม่มีข้อมูลรั่ว

ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยชี้แจงกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของลูกค้าจำนวนมาก 'ไม่ใช่แอปดูดเงิน' และไม่มีรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เกิดจากธุรกรรมชำระค่าสินค้า บริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ แนะให้ติดต่อคอลเซ็นเตอร์ธนาคารเพื่อระงับธุรกรรมทันที 

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของลูกค้าจำนวนมากตามที่ปรากฏข่าวพบลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจำนวนมากประสบปัญหาการทำรายการชำระเงินโดยที่ไม่ได้ทำธุรกรรมด้วยตนเอง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้รับทราบปัญหาและได้ตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าว

สตูล - ผู้ว่าฯ รับมอบเตียงสนามแอร์โรคลาส พร้อมชุดเครื่องนอน จำนวน 70 ชุด มูลค่า 210,000 บาท เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลสนามในจังหวัดสตูล

วันนี้ 18 ตุลาคม 2564 ที่บริเวณหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล และนายจรัส บำรุงเสนา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล ร่วมรับมอบเตียงสนามแอร์โรคลาส พร้อมชุดเครื่องนอน จำนวน 70 ชุด มูลค่า 210,000 บาท ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด และบริษัท แอร์โรคลาส จำกัด พร้อมด้วยเครื่องอุปโภค-บริโภค ได้แก่ ข้าวสาร น้ำดื่ม เจลแอกอฮอล์และหน้ากากอนามัย จากนายธเนตร์ กรอบเพชร กรรมการผู้จัดการ TJM SU Autotire และกลุ่มออฟโรดTJM SV Autotire เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลสนามในจังหวัดสตูล

นอกจากนี้ กลุ่มออฟโรดTJM SV Autotire ได้สาธิตวิธีการประกอบเตียงอีกด้วย โดยเตียงสนามแอร์โรคลาสผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูงและวัสดุเดียวกันกับที่ใช้ผลิตเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลชั้นนำทั่วไป น้ำหนักเบา แข็งแรง อายุการใช้งานยาวนาน สามารถรับน้ำหนักได้กว่า 200 กิโลกรัม ติดตั้งได้รวดเร็ว และที่สำคัญคือสามารถทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้ง่าย ไม่มีปัญหาเรื่องการสะสมของเชื้อโรค โดยส่งมอบให้กับศูนย์พักคอย (Community Isolation) และโรงพยาบาลสนามที่ต้องการใช้งานต่อไป

'ดร.ตั้น - ผู้ใหญ่กั้ม' อึ้ง!! ออกแจกข้าวสารชาวชุมชนบางแค แต่เจอบ้านคุณยายทรุดหนัก เตรียมช่วยเหลือแล้ว!!

ไม่นานมานี้ 'ดร.ตั้น - กฤชนนท์ อัยยปัญญา' เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ นายเริง ม่วงชุ่ม (ผู้ใหญ่กั้ม) คณะทำงานจักรทิพย์เขตบางแค ได้ออกพื้นที่เขตบางแค และได้นำข้าวสารอาหารแจกจ่ายแก่คนในชุมชน แต่ต้องมาสะดุดเมื่อมามอบให้กับบ้านของคุณยายสุนันท์ จันทะวงศ์ อายุ 82 ปี 

นั่นก็เพราะสภาพบ้านของคุณยายคนดังกล่าว มีลักษณะทรุดเอียงจนน่าตกใจ และทนอาศัยอยู่บ้านทรุดย่านบางแคแห่งนี้มานาน 40 ปี 

“ประวิตร” สั่ง เร่งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาท้องถิ่น เห็นชอบ แนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน กรณีฉุกเฉินปี 65โดยยึดปชช.เป็นศูนย์กลาง  

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ครั้งที่ 1/2564 

โดยที่ประชุมเห็นชอบนโยบาย มาตรการและแนวทางการกำกับ ติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคประจำปี65 คือ 1.นโยบาย มาตรการและแนวทางในการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค 2.การลงพื้นที่เพื่อกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการของรองนายกฯและ3.การรายงานผลการดำเนินงาน และกรอบงบประมาณ กรณีฉุกเฉินฯจำเป็น เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนประจำปี65 โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีการบูรณาการ และยึดพื้นที่ รวมทั้งประชาชนเป็นหลัก และรับทราบรายงาน ผลการตรวจติดตาม และประเมินผล การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดประจำปี64 ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย และรับทราบผลการกำกับ ติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคของรองนายกรัฐมนตรีประจำปี64 ซึ่งมีทั้งหมด 899 โครงการ ในการพัฒนาพื้นที่ และท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชน 

“ดอน” เผยศบค.อนุมัติ 5 ประเทศเข้าไทย เหตุ ดูรายละเอียด ระบุ อย่ากังวล พร้อมเผยไร้ปัญหา อาเซียนไม่เชิญเมียนมาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ชี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน“ดอน” เผยศบค.อนุมัติ 5 ประเทศเข้าไทย เหตุ ดูรายละเอียด ระบุ อย่ากังวล พร้อมเผยไร้ปัญหา อาเซียนไม่เ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการวางเอาไว้จะให้เข้ามา 10 ประเทศแต่เวลานี้ศบค.อนุมัติเพียง 5 ประเทศนั้น ว่า ศบค.จะเป็นผู้พิจารณารายชื่อแต่ละประเทศที่จะให้เข้ามาโดยที่ไม่ต้องกักตัวเอง ส่วนที่ศบค.เพิ่งอนุมัติ 5 ประเทศนั้น เพราะเขาต้องการดูรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้นเอง อย่าไปกังวลอะไรมากเลย โดยเป็นเรื่องหนึ่งที่ศบค.ดูแลอยู่

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top