Friday, 5 June 2026
NewsFeed

บล็อกเกอร์จีนชี้นิสัยไทย คนไทยมีมารยาทดีทุกฐานะ ความสุภาพฝังลึกในครอบครัว แสดงความอดทนกับคนแปลกหน้า จราจรแม้วุ่นแต่ไม่โกรธกัน

บล็อกเกอร์จีนแชร์ ‘นิสัยที่ฝังใน DNA คนไทย’ ไม่ว่ารวยหรือจน ชาวเน็ตจีนถล่มไลก์

บล็อกเกอร์จีนเจ้าของช่องบัญชีวีแชต 麻吉在泰国 แชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองได้พบจากการมาใช้ชีวิตในประเทศไทย โดยเขาพบว่าคุณภาพของคนและมารยาทที่ดีของคนไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาหรือฐานะ (คนจีนส่วนมากมักผูกโยงระดับการศึกษาและฐานะเข้ากับมารยาททางสังคม)

“คุณรู้สึกไหมว่าในไทย ไม่ว่าคนจะมีการศึกษาระดับไหนหรือรวยจนแค่ไหน ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนิสัยและมารยาทเลยสักนิด”

เขากล่าวว่าความสุภาพของคนไทยโดยรวมแล้วถือว่าดีมาก แต่นิสัยที่ว่านี้ไม่ได้มาจากการที่มีเงินมากมาย แต่เป็นการอบรมสั่งสอนที่ฝังลึกในครอบครัวคนไทย พร้อมแชร์ประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งทำให้เขารู้สึกประทับใจมากๆ โดยเขาคิดว่าคนจีนคนไหนก็ตามที่พำนักอยู่ในไทยมาเป็นเวลานานจะต้องรู้สึกเหมือนกันแน่ๆ ตามมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สาธารณะ

ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติโดยไม่ต้องมีใครมาบอกหรือบังคับ ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้า คลินิก ร้านกาแฟ สถานที่เหล่านี้น้อยมากที่จะเห็นคนโหวกเหวกโวยวายเสียงดัง ทะเลาะกัน หรือ แซงคิว ซึ่งแน่นอนว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของคนไทยทั่วไป ทั้งนักเรียนนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ เป็นค่านิยมที่ทุกคนมีร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะคนที่มีการศึกษาสูงเท่านั้น

มารยาท ไม่ใช่แค่การทำตามแพทเทิร์น

แต่เป็นความเคยชินจนเป็นนิสัย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดของคนไทย เพราะเป็นความสุภาพที่ไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พนักงานมักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ ไม่ใจร้อน คนขับมอเตอร์ไซค์และแท็กซี่มักจะพูดขอบคุณอย่างจริงใจ ถึงแม้จะเกิดความขัดแย้งเล็กๆ พวกเขาก็จะเอ่ยปากขอโทษก่อนเสมอ กับคนแปลกหน้าก็พูด ครับ/ค่ะ และใช้คำใกล้ชิดที่ให้ความรู้สึกเคารพอีกฝ่ายอย่างคำว่า “พี่” โดยเขาย้ำว่าคนที่เข้าใจวัฒนธรรมไทยจะรู้ดีว่าความอ่อนโยนเช่นนี้ถูกสอนกันมาแต่เด็ก ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะแต่อย่างใด

แม้การจราจรวุ่นวาย แต่ไม่มีใครโกรธ

เช่นในกรุงเทพฯ ที่มอเตอร์ไซค์วิ่งฝ่าไฟแดง รถเยอะ ถนนแคบ และรถติดมาก แต่คุณสังเกตไหมว่าแทบไม่มีใครบีบแตร หรือก่นด่าหยาบคายบนถนน ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยในประเทศอื่น อาจเพราะคนไทยมองว่าโมโหไปก็ไม่ได้ทำให้รถวิ่งได้ไวขึ้น จึงไม่ควรใช้อารมณ์

ห้องน้ำสะอาดมาก

ห้องน้ำสาธารณะ ห้องน้ำในร้านอาหาร หรือแม้แต่ร้านแผงลอยข้างทาง ล้วนสะอาดกว่าที่คิดไว้มาก สิ่งนี้ทำให้ชาวต่างชาติไม่น้อยต้องประหลาดใจ ร้านเล็กๆ ริมทางอาจสะอาดกว่าภัตาคารหรูกลางกรุงด้วยซ้ำไป ซึ่งไม่ใช่เพราะสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย แต่เป็นเพราะ คนไทยใส่ใจเรื่องความสะอาด “พวกเขาจะทำความสะอาดจนถึงระดับที่ตัวเองรู้สึกว่าสบายใจ” บล็อกเกอร์จีนกล่าว

คนไทยมีความอดทนกับคนแปลกหน้า

ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาประทับใจมากที่สุด เขารู้สึกว่าคนไทยมีความ “อดทนแบบอ่อนโยน” กับทุกๆ คน เช่น เวลาซื้อของกินข้างทางแล้วลังเลว่าจะซื้ออะไรดี เจ้าของร้านจะไม่เร่งลูกค้า และหากคุณเข้าไปถามทาง บางคนไม่เพียงแค่บอกทางเท่านั้น เขาจะพาคุณเดินไปด้วยตัวเองเลย แม้คุณพูดไทยไม่ชัด เขาก็จะตั้งใจฟังอย่างอดทน ไม่มองบนหรือแสดงอาการรำคาญใส่คุณ “บรรยากาศที่แม้แต่กับคนแปลกหน้าก็ยังเอาใจใส่ขนาดนี้ ล้วนไม่ขึ้นอยู่กับสถานะ การศึกษา หรือรายได้ นี่คือความอ่อนโยนโดยธรรมชาติของสังคมไทย”

เขาปิดท้ายว่า หากอยู่ไทยมาสักระยะคุณจะค้นพบเองว่านิสัยเหล่านี้มาจากวัฒนธรรมของคนไทย การหล่อหลอมและวิถีปฏิบัติของครอบครัวที่ค่อยๆ บ่มเพาะมาทีละเล็กทีละน้อย และนี่เองที่เป็นเสน่ห์ของประเทศไทย

สำหรับคอมเมนต์ของคนจีนก็ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกันเช่น

"หากคุณชินกับการใช้ชีวิตในประเทศไทยแล้ว คุณก็จะรู้สึกได้เองว่า จริงๆ แล้วหน้าตาของการใช้ชีวิตควรเป็นแบบนี้นี่เอง"

"ฉันมาไทยได้ไม่กี่วันก็พบว่าคนไทยมีจุดเด่นเยอะมาก ทำให้ฉันอดรู้สึกเคารพไม่ได้ รถติดแต่คนขับรถไม่กดแตร ไม่มีคนด่ากันตามท้องถนน ทุกคนต่อแถวเองโดยไม่ต้องบอก ไม่รีบร้อนลนลาน เข้าร้านค้าซื้อหรือไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร คนขายยิ้มให้ทุกคน ควรค่าแก่การที่คนจีนจะเรียนรู้จากคนไทย ไม่ใช่ว่ามีเงินหน่อยก็ทำตัวยิ่งใหญ่ไร้คนอื่นในสายตา อย่าให้คนเขาดูถูกเราได้"

"ดังนั้นคนไทยไปญี่ปุ่นถึงไม่ต้องใช้วีซ่าไง"
อ่านจบแล้วคิดเห็นอย่างไรกับความเห็นของบล็อกเกอร์ท่านนี้ คนไทยเป็นแบบที่เขาพูดจริงหรือไม่ คอมเมนต์มาคุยกันได้เลย

ที่มา : Jeenthainews

https://www.tiktok.com/@majikhuang/video/7578532463954169108?is_from_webapp=1&sender_device=pc

ทรัมป์ประกาศพักรบ!! “อิสราเอล-เลบานอน” หยุดยิง 10 วัน ทรัมป์หวังปิดฉากตึงเครียดชายแดน แต่ไฟสงครามยังไม่มอด อิสราเอลคงกำลังในเลบานอนต่อ

ทรัมป์เผย เลบานอน-อิสราเอล ตกลงหยุดยิง 10 วัน เริ่มเย็นวันพฤหัสบดี หวังปูทางสันติภาพ

วอชิงตัน – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ของเลบานอน และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้เห็นพ้องเริ่มการหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่เย็นวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อเปิดทางไปสู่สันติภาพระหว่างสองประเทศ

ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social ว่า เขาได้หารือกับผู้นำทั้งสองฝ่าย และทั้งเลบานอนกับอิสราเอลต่างเห็นตรงกันว่า การหยุดยิงอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นเวลา 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของสหรัฐฯ หรือ 21.00 น. ตามเวลา GMT โดยมุ่งหวังให้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสันติภาพ

ผู้นำสหรัฐฯ ยังเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี, นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และพลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ทำงานร่วมกับรัฐบาลอิสราเอลและเลบานอน เพื่อผลักดันการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า จะเชิญประธานาธิบดีโจเซฟ อูน และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เดินทางเยือนทำเนียบขาว เพื่อจัดการหารืออย่างเป็นทางการ ซึ่งเขาระบุว่าจะถือเป็นการพูดคุยที่มีความหมายครั้งแรกระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน นับตั้งแต่ปี 1983

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองฝ่ายต่างต้องการเห็นสันติภาพ และเขาเชื่อว่า ความคืบหน้าดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิสราเอลส่งสัญญาณชัดว่า แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่กองกำลังอิสราเอลจะยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนต่อไป

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นตามคำร้องขอของทรัมป์ และยังเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐฯ โดยยืนยันว่า กองกำลังอิสราเอลจะยังคงอยู่ในจุดที่ประจำการอยู่ในขณะนี้

ขณะเดียวกัน สื่อของรัฐอิสราเอลรายงานว่า คณะรัฐมนตรีอิสราเอลไม่ได้มีการลงมติอย่างเป็นทางการในประเด็นการหยุดยิงกับเลบานอน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและเลบานอนได้จริงหรือไม่ หลังความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายเผชิญความเปราะบางและความขัดแย้งมายาวนานหลายทศวรรษ

ที่มา : Sputnik

จากซูเปอร์สตาร์สู่เจ้าของทีม!! ‘เมสซี’ เข้าซื้อ ยูอี คอร์เนลลา สโมสรในดิวิชั่น 3 ของสเปน หุ้น 100% แสดงความใกล้ชิด กับกาตาลุญญาและบาร์เซโลนา

ลิโอเนล เมสซี นักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินาและซูเปอร์สตาร์ทีมอินเตอร์ ไมอามี เข้าซื้อสโมสรฟุตบอล ยูอี คอร์เนลลา ทีมในดิวิชั่น 3 ของสเปน โดยครอบครองหุ้นทั้งหมด 100%

ตำแหน่งของทีมยูอี คอร์เนลลาตั้งอยู่ในแคว้นกาตาลุญญา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เมสซีมีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นกับบาร์เซโลนา ทีมยักษ์ใหญ่ของลา ลีกา และสนามของคอร์เนลลาก็อยู่ห่างจากคัมป์ นูเพียง 5 ไมล์

ในแถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า "ยูอี คอร์เนลลา ขอประกาศว่า ลีโอ เมสซี นักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา และเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัย ได้เข้าซื้อกิจการสโมสรอย่างเป็นทางการแล้ว กลายเป็นเจ้าของคนใหม่ของสโมสรแห่งไบซ์ โยเบรกาต"

การเข้าซื้อครั้งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเมสซีที่มีต่อบาร์เซโลนาและความมุ่งมั่นในการพัฒนากีฬารวมถึงการสนับสนุนพรสวรรค์ท้องถิ่นในแคว้นกาตาลุญญา ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่สืบเนื่องมาตั้งแต่เมสซียังเล่นให้กับบาร์เซโลนาและยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10211725

ชื่นมื่นทั้งสวน!! “ณเดชน์-ญาญ่า” วิวาห์หวาน ณ ขอนแก่น ขบวนขันหมากครื้นเครงรับวันมงคล เนรมิตสวนยิ่งเย็นเป็นแลนด์มาร์กความรัก สะท้อนเสน่ห์อีสานสุดละมุน

พระเอกซุปตาร์ 'ณเดชน์ คูกิมิยะ' และนางเอกสาว 'ญาญ่า อุรัสยา' จูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างอบอุ่นที่จังหวัดขอนแก่น บ้านเกิดของเจ้าบ่าว ในวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา งานจัดขึ้นที่สวนยิ่งเย็นซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่แห่งรักแบบเรียบง่ายและอบอุ่น

งานแต่งครั้งนี้มีเอกลักษณ์ชัดเจนด้วยไอเดียของเจ้าบ่าวที่ชวนแขกผู้มีเกียรติแต่งกายด้วย "ผ้าไทย" ซึ่งสร้างภาพงานที่สวยงามและเต็มไปด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมอีสาน

บรรยากาศงานเปี่ยมไปด้วยความสุขและรอยยิ้มของทุกคนที่มาเฉลิมฉลองพร้อมต้อนรับ "เขยนอร์เวย์" (ณเดชน์) และ "สะใภ้ขอนแก่น" (ญาญ่า) เข้าสู่ครอบครัวอย่างเป็นทางการ ไฮไลต์อยู่ที่ขบวนขันหมากสุดคึกคักที่เจ้าบ่าวและเพื่อนๆ นำมาอย่างสนุกสนาน ท่ามกลาง "ด่านกั้นประตูเงินประตูทอง" ที่เพื่อนสาวคนสนิทอย่าง 'คิมเบอร์ลี่' รับหน้าที่กั้นประตูอย่างเข้มข้นและเป็นสีสันของงาน

งานแต่งงานครั้งนี้สะท้อนความรักและวัฒนธรรมท้องถิ่นผสมผสานความสนุกสดใสในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ โดยเลือกใช้หมุดหมายสำคัญอย่างจังหวัดขอนแก่นสร้างภาพจำแรกของคู่รักซุปตาร์คู่นี้ที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวา

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9884142/

อิหร่านเน้นสันติภาพ!! “กาลิบาฟ” ชี้สหรัฐฯ บ่อนทำลาย ปากีสถานหนุนหยุดยิงและเจรจา “เลบานอน” ร่วมข้อตกลงหยุดยิง ผู้นำอิหร่านเรียกร้องสันติภาพในเอเชียตะวันตก

เมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่าอิหร่านมุ่งมั่นสร้างสันติภาพและความมั่นคงในเอเชียตะวันตกอย่างสมบูรณ์ และกล่าวหาสหรัฐฯ กำลังบ่อนทำลายความพยายามดังกล่าวด้วยการผิดสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กาลิบาฟได้ประชุมกับอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งเดินทางถึงกรุงเตหะรานเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) และเป็นผู้นำคณะผู้แทนระดับสูงที่มีส่วนร่วมในความพยายามฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยกาลิบาฟเผยว่าผู้ที่เริ่มสงครามและกำลังหาทางหยุดมันในตอนนี้จะหยุดทำพฤติกรรมบั่นทอนความไว้วางใจอย่างแท้จริงผ่านการลงมือทำจริง

นอกจากนั้นกาลิบาฟชื่นชมความพยายามของปากีสถานในการช่วยให้เกิดการหยุดยิงและฟื้นฟูการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยการหยุดยิงในทุกพื้นที่ความขัดแย้งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของการสงบศึกเบื้องต้น และเรียกร้องรัฐบาลปากีสถานในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ยเฝ้าติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

ด้านมูนีร์แสดงความเข้าใจถึงความสำคัญของการหยุดยิงในเลบานอนและจะติดตามประเด็นนี้ต่อไป โดยเขาสั่งการตั้งแต่วันแรกที่เกิดสงครามสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมโจมตีอิหร่านว่าต้องไม่เกิดเหตุการณ์ด้านความมั่นคงใดๆ ตามแนวชายแดนปากีสถาน-อิหร่าน

อนึ่ง ทาสนิม สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่าเมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) กาลิบาฟได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนาบิห์ เบอร์รี ประธานรัฐสภาเลบานอน และกล่าวว่าเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงฉบับครอบคลุมในเอเชียตะวันตก ทั้งมีบทบาทสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพยั่งยืนในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

ตลาดน้ำมันผันผวน!! ราคาน้ำมันแกว่งตามข่าวภูมิรัฐศาสตร์ ราคาขายปลีกดีเซลไทยต่ำกว่าอาเซียน ติดลบ 61,705 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซล วันละประมาณ 185.76 ล้านบาท

กระทรวงพลังงาน ขอรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ
ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 
ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569 

1. สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา
- สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้จะมีความเคลื่อนไหวทางการทูตหลายด้าน ทั้งการที่สหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมเข้าสู่การหารือรอบสองผ่านช่องทางปากีสถาน และการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน แต่ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กลับขยายขอบเขตการปิดล้อมทางทะเลต่อเรืออิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินหากการเจรจาไม่คืบหน้า สัญญาณที่ขัดแย้งกันนี้ส่งผลให้ตลาดพลังงานผันผวน โดยราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวาน (16 เม.ย. 69) จากความกังวลด้านอุปทาน ก่อนจะย่อตัวลงในช่วงเช้าวันนี้ (17 เม.ย. 69) ตามกระแสข่าวการหยุดยิงและความหวังจากการเจรจารอบใหม่ ทั้งนี้ WTI เคลื่อนไหวในกรอบ 92.90 – 93.68 USD/บาร์เรล Brent อยู่ที่ 97.94 – 98.67 USD/บาร์เรล และ Dubai ทรงตัวที่ 105.51 USD/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงที่ข้อตกลงสันติภาพอาจไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที

2. ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และ  การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล
- ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 109 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 24 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 38 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 22 วัน  
- การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 15 เมษายน 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 80.71 ล้านลิตร และจำหน่าย 54.47 ล้านลิตร

3. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 
- อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล (B7) 42.90 บาท น้ำมันดีเซล (B20) 35.90 บาท น้ำมันเบนซิน (E20) 35.45 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (95) 42.45 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (91) 42.08 บาท
- เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ กัมพูชา ฟิลิปปินส์  สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 48.65 - 86.98 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์            อยู่ที่ 49.89 – 117.65 บาทต่อลิตร 
- ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 17 เมษายน 2569 ติดลบ 61,705 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 185.76 ล้านบาท

โซลาร์เซลล์เปลี่ยนชีวิต!! Bloomberg ชี้ศักยภาพโซลาร์ฟื้นเศรษฐกิจไทย ชี้โครงสร้างติดขัดหลายชั้นทำชะงัก ศรีแสงธรรมสอนพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน หากปลดล็อกคนไทยจะรวยขึ้น

Bloomberg บอกว่าคนไทยจะรวยเพราะโซล่าร์เซลล์

ภาพความจริงที่ "เจ็บปวดแต่จำเป็น" ต้องพูดถึง ในขณะที่ Bloomberg มองจากหอคอยเศรษฐศาสตร์มหภาค เห็นตัวเลขศักยภาพและต้นทุนที่ลดลงจนน่าตื่นเต้น แต่ในระดับจุลภาคหรือ "หลังคาบ้านคนไทย" กลับมีกำแพงโครงสร้างที่มองไม่เห็นกั้นอยู่หลายชั้น

"โรงเรียนศรีแสงธรรม" (หรือโรงเรียนเสียดายแดด) และ พระปัญญาวชิรโมลี เป็นตัวอย่างที่ทรงพลังมาก เพราะที่นี่คือ "แซนด์บ็อกซ์ของจริง" ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าถ้าปลดล็อกข้อจำกัดได้ โซลาร์เซลล์จะเปลี่ยนชีวิตคนได้ขนาดไหน “ศรีแสงธรรมโมเดล” คือจิ๊กซอว์ที่ขาดไปในบทวิเคราะห์ของ Bloomberg:

1. การเปลี่ยน "ผู้บริโภค" เป็น "ผู้ผลิต" (Prosumer)
ในขณะที่รัฐไทยยังติดอยู่กับระบบ Single Buyer  แต่โรงเรียนศรีแสงธรรมพิสูจน์ให้เห็นว่า "การพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน" (Energy Autonomy) ทำได้จริง การที่โรงเรียนผลิตไฟใช้เองจนเหลือ แล้วนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม เช่น รถไฟฟ้า ชุดนอนนา หรือ Smart Farm คือการดึงมูลค่าของโซลาร์เซลล์มาใส่มือประชาชนโดยตรง ไม่ต้องรอส่วนแบ่งจากกลุ่มทุน

2. เทคโนโลยีที่ "จับต้องได้" และ "ซ่อมบำรุงเองได้"
ปัญหาขยะโซลาร์ (ปัญหาที่ 6) และการผูกขาดเทคโนโลยีจะเบาบางลง หากเราใช้โมเดลการศึกษาแบบศรีแสงธรรม ที่สอนให้ชาวบ้านและนักเรียนประกอบแผง ติดตั้ง และซ่อมบำรุงเอง การสร้าง "ช่างชุมชน" จะทำให้โซลาร์เซลล์ไม่ใช่เครื่องจักรราคาแพงที่ต้องรอประกันจากบริษัทใหญ่ แต่เป็นอุปกรณ์การเกษตรที่ชาวบ้านดูแลเองได้เหมือนรถไถนา

3. Direct PPA สำหรับ "คนตัวเล็ก"
เรื่อง Direct PPA ที่เอื้อ Data Center (2,000 MW) แต่ถ้าเราขยายแนวคิดจาก "วัดและโรงเรียน" ไปสู่ "สหกรณ์พลังงานชุมชน" โดยใช้กฎหมายที่เปิดช่องให้ชุมชนขายไฟกันเองได้โดยไม่ต้องผ่านสายส่งหลักในราคาที่ถูกกดขี่ นั่นคือจุดที่ "คนไทยจะรวยขึ้น" อย่างแท้จริง

4. พลังงานคือ "สวัสดิการ" ไม่ใช่ "สินค้ากำไรสูงสุด"
วิกฤตการณ์น้ำมันช่วงมีนาคม 2026 ที่ยกตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่ารัฐมองพลังงานเป็นภาระงบประมาณที่ต้องผลักให้ประชาชน แต่โมเดลศรีแสงธรรมมองพลังงานเป็น "เครื่องมือกู้ชีพ" การมีโซลาร์เซลล์ในระดับครัวเรือนและชุมชนคือ "ตาข่ายรองรับทางสังคม" (Social Safety Net) ที่ทำให้แม้ราคาน้ำมันโลกจะพุ่ง แต่ตู้เย็นในบ้านเกษตรกรยังทำงานได้ และเครื่องสูบน้ำยังเดินต่อได้โดยไม่มีต้นทุนเพิ่ม
บทสรุปที่ควรจะเป็น
หากรัฐบาลไทยในปี 2026 ต้องการให้คำทำนายของ Bloomberg เป็นจริงสำหรับ "ทุกคน" ไม่ใช่แค่ "ผู้ถือหุ้น" รัฐต้องเลิกมองโซลาร์เซลล์เป็นแค่ตัวเลขกิกะวัตต์ในแผน PDP แต่ต้องมองเป็น "สิทธิขั้นพื้นฐาน" :

• ปลดล็อก Net Metering: ให้ประชาชนหักลบหน่วยไฟฟ้าได้แบบ 1:1 (ไม่ใช่ขายคืนในราคาถูกแต่ซื้อคืนในราคาแพง)
• กระจายอำนาจการจัดการ: ใช้โมเดลโรงเรียนศรีแสงธรรมเป็นต้นแบบในการสร้าง "ศูนย์เรียนรู้พลังงานชุมชน" ทั่วประเทศ
• แก้ไขสัญญา Take-or-Pay: เพื่อหยุดการจ่ายค่าโง่ให้โรงไฟฟ้าก๊าซที่ไม่ได้เดินเครื่อง แล้วเอาเงินนั้นมาสนับสนุนสินเชื่อโซลาร์ดอกเบี้ยต่ำให้ครัวเรือน
"ถ้าแสงแดดเป็นของฟรี แต่เครื่องมือเก็บแสงยังโดนผูกขาด ความรวยที่ Bloomberg บอก ก็เป็นเพียงเมฆหมอกที่คนไทยมองเห็นแต่สัมผัสไม่ได้"

ที่มา : https://www.facebook.com/100003202213034/posts/26898714419818601/?rdid=wAaAqeSBikyCoxGw#

กว่างตงลุยนวัตกรรม!! โชว์หุ่นยนต์ฝึกสารพัด มณฑลเร่งพัฒนาปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ ขยายผลสู่สุขภาพ-การศึกษา-เมืองอัจฉริยะ เซินเจิ้น-กว่างโจวเป็นศูนย์กลางสำคัญ

กว่างโจว, ลัดเลาะเยี่ยมชมการฝึกสารพัดความสามารถให้หุ่นยนต์ เช่น เล่นหมากรุกจีน ตักป๊อปคอร์น เขียนพู่กันจีน จัดเรียงสิ่งของ ตลอดจนทำงานในสายการผลิต ที่ศูนย์ฝึกอบรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) ระดับมณฑล และบริษัทแห่งอื่นๆ ในเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มณฑลกว่างตงได้ดำเนินหลายมาตรการเพื่อสำรวจและพัฒนา รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเมืองต่างๆ เช่น เซินเจิ้นและกว่างโจว

ปัจจุบันกว่างตงกำลังเร่งนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ในหลายภาคส่วน เช่น การดูแลสุขภาพ การศึกษา การบริหารจัดการเมือง และอุตสาหกรรมเฉพาะทางต่างๆ

ที่มา : Xinhua

‘เอกนิติ’ กระชับร่วมมือเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น หารือในวอชิงตัน เสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี แลกเปลี่ยนประสบการณ์ยกระดับผลิตภาพ พัฒนายานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจสีเขียว

"เอกนิติ"กระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ไทย-ญี่ปุ่น

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับ Ms. Satsuki Katayama รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในห้วงการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการยกระดับผลิตภาพและการปฏิรูปเศรษฐกิจ รวมถึงการมีกฎระเบียบที่เอื้อต่อการสร้างเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเทคโนโลยีใหม่ และยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตญี่ปุ่นในไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจสีเขียว โดยญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสอง

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1279057937747155&id=100069288816651&rdid=t7Xw45zMiGQlDjGA#

'เอกนิติ' ร่วมหารือเศรษฐกิจ รมว.คลังจีนที่วอชิงตัน แลกเปลี่ยนมุมมองวิกฤติโลก เน้นร่วมมือ EV, AI, และเศรษฐกิจเขียว จีนเน้นลงทุนเทคโนโลยีในอาเซียน

รองนายกฯ ‘เอกนิติ’ ร่วมหารือ รมว. คลังจีน แลกเปลี่ยนมุมมองวิกฤติเศรษฐกิจโลก

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับนายหลาน ฝัว อัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในห้วงการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงโอกาสในการร่วมมืออุตสหกรรมอนาคตที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญร่วมกัน ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), AI, Robotic และเศรษฐกิจสีเขียว

นอกจากนั้น จีนยังได้ชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มการลงทุนของจีนในประเทศอาเซียนรวมทั้งไทยจะยังคงเน้นไปทีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขึ้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัล

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1279055374414078&id=100069288816651&rdid=c6PfEBjmjY5Nsnft#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top