Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

ตำรวจรับคำร้องขอปลดปัญชีธนาคารทั่วประเทศ 2 วัน กว่า 600 บัญชี ย้ำผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ทุกโรงพัก และสายด่วน 1599 โดยต้องยืนยันข้อมูลตัวตน 5 ข้อ

(19 ก.ย.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมวางแนวทางการบริหารรับแจ้งความเกี่ยวกับการถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงินชั่วคราว เพื่อเป็นแนวปฏิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศูนย์ PCT) เป็นผู้กำกับดูแล พร้อมกำชับให้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศต้องรับแจ้งความผู้เสียหายทุกราย ซึ่งผู้เสียหายต้องสามารถยืนยันข้อมูลตัวตน 5 ข้อให้ถูกต้อง ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขบัญชีธนาคาร และชื่อธนาคาร เพื่อป้องกันมิจฉาชีพการแอบอ้างตัวตนเป็นผู้บริสุทธิ์ หากพบว่าเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ ให้แอดมินของแต่ละสถานีตำรวจรวบรวมข้อมูลส่งให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศูนย์ PCT) จากนั้นศูนย์ PCT จะรวบรวมข้อมูลส่งให้ศูนย์ AOC พิสูจน์ทราบเพื่อดำเนินการปลดล็อกโดยเร็ว แต่หากพบว่าเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไปนั้น

ผลการปฏิบัติในการรับคำร้องขอปลดบัญชีธนาคารของหน่วยงานต่างๆ ในวันที่ 17-18 กันยายน 2568 พบว่าสถิติขอปลดระงับเพิ่มขึ้น โดยวันที่ 17 กันยายน จำนวน 285 บัญชี ส่วนวันที่ 18 กันยายน จำนวน 333 บัญชี เพิ่มขึ้น 48 บัญชี คิดเป็น 15% แบ่งเป็น

- ผู้ยื่นคำร้องทุกหน่วย จำนวน 430 คน 618 บัญชี ปลดระงับแล้ว 17 บัญชี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเกี่ยวกับคดี จำนวน 109 คน 128 บัญชี / ยังไม่พบคดี ส่งต่อเพื่อพิจารณา จำนวน 322 คน 473 บัญชี ปลดระงับแล้ว 14 คน 17 บัญชี

- หน่วยงานที่รับคำร้องมากที่สุด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 113 คน 165 บัญชี รองลงมาคือ สายด่วน 1599 จำนวน 48 คน 81 บัญชี, ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 45 คน 48 บัญชี ตามลำดับ

- ช่องทางที่รับคำร้องสูงสุดคือ สถานีตำรวจ 327 ราย, ทางโทรศัพท์ 177 ราย และทางสายด่วน 1599 จำนวน 81ราย

- สาเหตุที่ขอปลดระงับ สูงสุดคือเป็นบัญชีส่วนตัว 359 บัญชี, เป็นบัญชีร้านค้า 78 บัญชี, เป็นบัญชีเงินเดือน 74 บัญชี และอื่นๆ 90 บัญชี  

ทั้งนี้ นอกจากประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากการถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงินชั่วคราว สามารถแจ้งเพื่อขอปลดระงับได้ทางสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ยังสามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เปิดสายด่วน 1599 ในการช่วยเสริมการปฏิบัติให้กับศูนย์ AOC ในการรับแจ้งความอีกช่องทางหนึ่งด้วย

เชียงใหม่-รองผบ.ตร.ร่วมแถลงผลจับกุมผู้ต้องหา เหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีดฟันได้รับบาดเจ็บ 

กรณีเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 มีเหตุวัยรุ่นทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณภายในร้าน “สะดวกซัก 24 ชม.” ถ.เชียงใหม่ – สันกำแพง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย พื้นที่ สภ.แม่ปิง 

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 11.30 น.พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในการแถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหา 15 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 1 ราย เหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด ฟันหญิงวัยรุ่นใน พื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, รอง ผบก.ฯ, ผกก.สส. และ ผกก.สภ.พื้นที่ เข้าร่วมแถลงข่าวณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 5 (ศปก.ภ.5) ชั้น 2 อาคารที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 23.15 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุ สภ.แม่ปิงว่ามีเหตุวัยรุ่นทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณภายในร้าน “สะดวกซักสกาย - Sky Laundry 24 ชม.” ถ.เชียงใหม่ – สันกำแพง  ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ เมื่อทราบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพร้อมกับพนักงานสอบสวน จึงได้เดินทาง ไปยังที่เกิดเหตุ สอบถามข้อมูล ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย เป็นชาย 1 ราย อายุ 17 ปี โดนอาวุธมีดฟันบริเวณกลางหลัง    (ผู้ให้ข้อมูลอยู่ที่เกิดเหตุ)  เด็กหญิง อายุ 14 ปี โดนอาวุธมีดฟันบริเวณมือด้านขวาขาด   (กู้ภัยนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาล)  และเด็กชาย อายุ 14 ปี โดนอาวุธมีดฟันบริเวณมือทั้งสองข้าง(กู้ภัยนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาล) 

จากการสอบถามเบื้องต้นพบว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ตนกับพวกจำนวน 9 คน ได้มายืนอยู่บริเวณหน้าร้าน 7 – 11 จากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนประมาณ 20 กว่าคน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดริมถนน แล้วถืออาวุธมีดเข้ามาจะทำร้าย กลุ่ม ของตนจึงได้วิ่งหลบเข้าไปในที่เกิดเหตุ กระทั่งได้มีหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น ตามมาใช้อาวุธมีดฟันกลุ่มของพวกตนจนบาดเจ็บ เมื่อก่อเหตุแล้ว ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปทางแยกบวกครกศรีวิไลหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ รวบรวมพยานหลักฐาน และลักษณะรูปพรรณของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวข้างต้นเอาไว้  เพื่อดำเนินการติดตามกลุ่มคนร้ายโดยทันทีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้แจ้งให้กับสถานีตำรวจในพื้นที่ข้างเคียงให้ช่วยกันตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สารภี จว.เชียงใหม่ ได้ควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัย 4 คน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มวัยรุ่นที่ได้ก่อเหตุดังกล่าว จึงได้แจ้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง  เพื่อมาทำการตรวจสอบ จนพบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือ ของกลุ่มผู้ต้องสงสัย พบว่าภายในโทรศัพท์มือถือมีการบันทึกภาพ

การรวมตัวกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหลายคัน และได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทางบริเวณสถานที่เกิดเหตุ โดยผู้ถูกจับได้ยอมรับต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ร่วมไปกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด จึงได้ควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว มาสืบสวนขยายผลหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุคนอื่นๆ ต่อไป ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว กลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีได้ จำนวน 15 นาย และได้ดำเนินการขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนี 1 นาย เร่งดำเนินการติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายต่างทุ่มเทและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ยกระดับความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความปลอดภัย ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย
 

พิษณุโลก รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบลวดหีบเพลงและสิ่งของบริจาคจาก พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 6 เพื่อสนับสนุนกำลังพลชายแดน

(19 ก.ย.68) เวลา 14.00 น. ณ ห้องโถงกลาง สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลตรี วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบลวดหีบเพลง พร้อมอุปกรณ์และสิ่งของบริจาค จากคณะหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 6)

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการ CSR “ช่วยสร้างรั้วของชาติ” และกิจกรรมพบปะพี่น้อง เพื่อนพ้อง จากคณะหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 6) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำลวดหีบเพลงและสิ่งของที่ได้รับมอบ ไปสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลผู้ปกป้องอธิปไตยของชาติในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมด้านความรักชาติ ความเสียสละ และความหวงแหนในอธิปไตยของประเทศ และประชาชนทั่วไป เพื่อบ่มเพาะจิตสำนึกด้านความมั่นคง และสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลประเทศชาติอย่างยั่งยืน

สมุทรปราการ-นายก อบจ.สมุทรปราการ ส่งเสริมกีฬา!! เปิดสนามกีฬาสร้างใหม่ พร้อมบวงสรวงวางศิลาฤกษ์แท่นฐาน รัชกาลที่ 6 เป็นที่สักการะของชาวสมุทรปราการ  

(19 ก.ย.68) ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ วัดราษฎร์โพธิ์ทอง ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดย นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง วางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

เพื่อเป็นที่สักการะของประชาชนคนสมุทรปราการ โดยมี พราหมณ์ กล่าวโองการบวงสรวง นำกล่าวถวายเครื่องสักการะ และนำกล่าวขอพร มีนายอัครวัฒน์ อัศวเหม พร้อมด้วย นายวรพร อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นายสิทธิไชย เชื้อไทย นายพิษณุวัส คำงาม เลขานุการนายก อบจ. นายสมควร ชูไสว ประธานสภา อบจ. พร้อมด้วย คณะสมาชิกสภา อบจ. ทั้ง 6 อำเภอ 

หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าฝ่าย พนักงานจากกองงาน ต่างๆ อาทิ เช่น สำนักเลขานุการองค์การบริหารส่วนจังหวัด กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ กองคลัง กองช่าง กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กองผังเมือง หน่วยตรวจสอบภายใน กองสาธารณสุข และกองการเจ้าหน้าที่ โดยมี นายไพบูณร์ พินเที่ยง สมาชิกสภา อบจ. นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ นายสมเกียรติ ทองเหลือ เลขานุการ คณะกรรมการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ ฝ่ายปกครอง และกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า เข้าร่วมในพิธีครั้งนี้

ด้าน นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า สำหรับสนามกีฬา อบจ. สมุทรปราการ ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ หลังจากประกอบพิธีบวงสรวง วางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในวันนี้แล้ว 

ทาง อบจ. ก็จะทำพิธีเปิดใช้สนามเพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมเปิดให้เยาวชนรวมถึงประชาชนทั่วไป ที่สนใจในการอออกกำลังกาย ก็สามารถมาใช้สนามได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมทางด้านกีฬาให้รุดหน้าและเจริญก้าวหน้าตลอดยิ่งยิ่งขึ้นไป อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือชุมชนในการใช้เวลาว่างมาใช้สนามกีฬาแห่งนี้ในการออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง 

โครงการปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ บริเวณชั้นหนึ่ง สนามกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และจัดซื้อครุภัณฑ์ สำหรับใช้ในอาคารสนามกีฬา และลานกิจกรรมสนามกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ (วัดราษฎร์โพธิ์ทอง) เฟส 1 ได้เสร็จสิ้นแล้ว ยังคงเหลือ เฟสที่ 2 ที่เป็นสนามฟุตบอล ที่ยังไม่เรียบร้อยตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอบปรับพื้นที่ให้เรียบร้อย จากนั้นก็จะปรับปรุงให้ใช้งานได้ แต่ทั้งนี้การเข้าออกของชุมชนก็ต้องอาศัยสถานที่ของสนามกีฬาแห่งนี้ ดังนั้น เราต้องทำให้ประชาชนไม่เดือดร้อนสามารถเข้าออกผ่านสนามได้อย่างปลอดภัย

กสทช. จัดอบรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจริยธรรมสื่อมวลชนในพื้นทึ่ภาคตะวันออก

สำนักงาน กสทช. โดยสำนักส่งเสริมการแข่งขันและกำกับดูแลกันเอง จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ให้ปฏิบัติงาน ภายใต้จริยธรรมสื่อ” ในหัวข้อ “การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความท้าทายภายใต้มาตรฐานจริยธรรมสื่อมวลชน” ระหว่างวันที่ 18 – 19 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมคลาสสิค โรงแรมแมนดาริน อีสต์วิลล์ พัทยา จังหวัดชลบุรี

นายณัฐนนท์ ลี้ศัตรูพ่าย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการแข่งขันและกำกับดูแลกันเอง กล่าวเปิดการอบรมว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิทธิมนุษยชนด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แม้สื่อมวลชนจะมีข้อยกเว้นบางประการในการนำเสนอข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ก็ยังต้องระมัดระวังในการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อไม่ให้ละเมิดสิทธิหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล

ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการนำเสนอเนื้อหารายการที่มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือความเป็นส่วนตัวของบุคคล ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อดำเนินงานภายใต้มาตรฐานจริยธรรมที่ชัดเจน

สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ได้เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสร้างมาตรฐานร่วมกันในการทำงานสื่ออย่างมีจริยธรรม

นายณัฐนนท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอให้การอบรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมาย ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานสื่อมวลชนอย่างมีมาตรฐานและจริยธรรมต่อไป”

กระบี่-จัดพิธีมอบโฉนดที่ดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 

(19 ก.ย.68) นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา และขับเคลื่อนโครงการ “มอบที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ประชาชน” โดยมี นายชูชีพ ประกอบชาติ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ นายกิตติ กิตติธรกุล นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม นายกเทศมนตรีตำบลคลองหิน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการ ผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี-กระบี่-ระนอง-พังงา-ชุมพร และประชาชนผู้รับมอบโฉนดที่ดิน เข้าร่วม ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (ท่าปอมครองสองน้ำ) หมู่ที่ 2 ตำบลเขาคราม อำเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

กรมที่ดินได้จัดทำโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยให้ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี -กระบี่ - ระนอง - พังงา - ชุมพร ดำเนินการตามแผนงานโครงการจนแล้วเสร็จ และเพื่อให้การดำเป็นงานตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สามารถมอบโฉนดที่ดินถึงมือประชาชน จึงได้จัดทำโครงการ "มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน" และโฉนดที่ดินที่มอบให้ในครั้งนี้ เป็นโฉนดที่ดินที่ได้ดำเนินการในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 4 ตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่ จำนวน 185 แปลง เนื้อที่ 386 ไร่ 3 งาน 98.7 ตารางวา มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 433,194,450 บาท และพื้นที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จำนวน 101 แปลง เนื้อที่ 27 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 26,476,450 บาท รวมทั้งสิ้น 286 แปลง 200 ราย รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 414 ไร่ 1 งาน 9.70 ตารางวา รวมมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 459,671,250 บาท และมีการมอบโฉนดที่ดินให้แก่วัดโภคาจุฑามาตย์ ตำบลกระบี่ใหญ่ และวัดควนสบาย ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ รวม 4 แปลง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา

ด้านนายอังกูณ ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวแสดงความยินดีกับประชาชน ที่ได้รับออกการสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินจากกรมที่ดิน โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ และศูนย์อำนวยการเดินสำรวจเข้าดำเนินการออกโฉนดที่ดิน ซึ่งสามารถนำโฉนดที่ดินไปประกอการพัฒนาอาชีพของตนเองให้มีความเจริญมั่งคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันและใช้เป็นแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ ซึ่งนับวันที่ดินจะหายากขึ้นและมีราคาสูง จึงขอให้ทุกคนหวงแหนที่ดินของตน รักษาโฉนดที่ดินไว้ให้ดีอย่าให้สูญหาย ระมัดระวังการถูกผู้อื่นหลอกลวงเอาไปใช้ในทางที่ทำให้เจ้าของที่ดินเสียประโยชน์ หากต้องการจะดำเนินการโอนซื้อชขายโอนมรดกให้บุตรหลานหรือนำไปจำนอง สามารถขอคำปรึกษาจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสำนักงานที่ดินที่ได้ทุกแห่ง เพื่อความสบายใจ

ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมการฝึกยุทธวิธีร่วม และเยี่ยมอำลากองเรือยุทธการ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ

(18 ก.ย.68) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกยุทธวิธีร่วมกองเรือและเยี่ยมอำลากองเรือยุทธการ ในโอกาสเกษียณอายุราชการ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งจอดลอยลำบริเวณอ่าวสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 

โดยมี พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ จากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ในพื้นที่สัตหีบ ให้การต้อนรับ โอกาสนี้ เรือหลวงปิ่นเกล้าได้ยิงสลุต เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้บัญชาการทหารเรือ จำนวน 19 นัด

สำหรับ เรือที่เข้าร่วมในการฝึกยุทธวิธีร่วมกองเรือ ครั้งนี้ ประกอบด้วย เรือหลวงช้าง เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เรือหลวงตากสิน เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงรัตนโกสินทร์ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เรือหลวงคีรีรัฐ เรือหลวงเทพา เรือหลวงหนองสาหร่าย  เรือ ต.99  และ เรือ ต.112 

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวสดุดีแด่ ผู้บัญชาการทหารเรือ จากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณกำลังพลทุกนาย ว่า “กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยกำลังที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการเตรียมกำลังรบทางเรือ ให้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจในการปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติ รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ในวิบัติภัยต่างๆ 

ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ การปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของกองเรือยุทธการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และนโยบายของกองทัพเรือ ที่กำหนดไว้ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือ ของกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นสำคัญ  ผมขอแสดงความชื่นชม และขอขอบคุณกำลังพลทุกคนทั้งที่อยู่ ณ ที่นี้ และที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล

ในโอกาสที่ผมได้มาเยี่ยมขอบคุณกองเรือยุทธการ ก่อนเกษียณอายุราชการในวันนี้ ผมขอส่งความปรารถนาดีและความระลึกถึงไปยังเพื่อนข้าราชการและทหารทุกคน และขอขอบคุณผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ที่ได้จัดพิธีสวนสนามทางเรือ อย่างสง่างามให้แก่ผม แม้ว่าผมจะต้องเกษียณอายุราชการ
ไปตามวาระ แต่ช่วงเวลาที่ผมได้ปฏิบัติงานร่วมกับทุกท่านมาตลอดชีวิตรับราชการ จะคงอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป”

ทั้งนี้ พลเรือเอก จิรพล  ว่องวิทย์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ ลำดับที่ 58 ของกองทัพเรือ โดยตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก จิรพล ฯ ได้ดำเนินการตามนโยบายหลัก 9 ด้าน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างรากฐานที่มั่นคง ของกองทัพเรือ และเพื่อให้กำลังพลทุกนายได้ร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของกองทัพเรือ ที่กำหนดไว้คือ เป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล ที่มีบทบาทนำในภูมิภาค และเป็นเลิศในการบริหารจัดการ พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา ไว้ว่า “เทิดทูนสถาบัน ป้องกันรัฐ พัฒนาชาติ ราษฎร์ศรัทธา: Monarchy Country Government People” รวมทั้งกำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ หรือ “NAVY-SAFETY 2025” ในทุก ๆ ด้าน อีกด้วย

เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 เร่ง กวาดล้าง “ไล่ล่า ทรชน คนอันธพาล“

ผบช.ภ.5 เป็นประธานประชุม ติดตามความคืบหน้ากลุ่มแก๊งวัยรุ่น ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายประชาชน ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ และลำพูน หลังเกิดเหตุสุดโหดฟันแขนเหยื่อสาวจนขาด

(18 ก.ย.68) เวลา 11.00 น. ที่ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ชั้น 2 อาคารตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

พล.ต.ท. กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นประธานในประชุม ติดตามความคืบหน้าและรายงานสถานภาพข้อมูลของกลุ่มแก๊งวัยรุ่น กรณีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ตั้งชุด“ไล่ล่า ทรชน คนอันธพาล“

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, รอง ผบก.ฯ, ผกก.สส. ในพื้นที่เข้าร่วมประชุม 

พล.ต.ท. กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเร่งด่วน โดยในที่ประชุมมีการรายงานสถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่มวัยรุ่นในหลายพื้นที่ ทั้ง สภ.แม่ปิง, สภ.ช้างเผือก, สภ.เมือง, สภ.ภูพิงค์ และอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน โดยพบว่ากลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้มักรวมตัวกันสร้างความเดือดร้อนเป็นประจำ

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดเหตุขึ้นที่หน้าร้านสะดวกซื้อใกล้ร้านเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ โดยกลุ่มวัยรุ่นชาวไทยใหญ่ได้ขับรถตระเวนหาเรื่องวัยรุ่นไทยในตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนเข้าทำร้ายกลุ่มผู้บาดเจ็บ ทำให้หญิงสาววัย 18 ปี ถูกฟันด้วยอาวุธมีดเข้าที่ข้อแขนซ้ายจนขาดกระเด็น และเพื่อนชายอีกสองคนได้รับบาดเจ็บด้วย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แล้ว 5 คน ซึ่งเป็นชาวต่างด้าวทั้งหมด ส่วนผู้ที่ลงมือก่อเหตุใช้มีดฟัน อีก 2คนได้หลบหนีออกจากพื้นที่เชียงใหม่ไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังออกหมายจับพร้อมเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยืนยันว่าได้กำชับให้ทุกพื้นที่ดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยมีการสั่งการให้ตั้งจุดตรวจ ตั้งชุด “ปะ ฉะ ดะ” ใช้ชื่อชุด“ไล่ล่า ทรชน คนอันธพาล“ เพื่อแก้ไขปัญหาวัยรุ่นรวมกลุ่มก่อเหตุซ้ำซาก และคืนความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในภาคเหนือโดยเร็วที่สุด

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส มอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ จากคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี 

เมื่อวานนี้ ( 18 ก.ย.68)  ที่ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก  อำเภอสุไหงโก-ลก  จังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  พร้อมด้วย นายอำเภอสุไหงปาดี, กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, และบุคลากรโรงพยาบาลสุไหงโก- ลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4811 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ขณะลาดตระเวน รปภ. เส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เหตุเกิดบริเวณถนนสาย 4056 บ้านบือราแง หมู่ที่ 3 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย  ประกอบด้วย

1. จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก มีแผลฉีกขาดตามร่างกายและบริเวณหลังศรีษะ รู้สึกตัวดี 
2. ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
3. อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา ขาซ้ายบวมผิดรูป รู้สึกตัวดี
4. อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
5. อส.ทพ.ธีรพงษ์ หรมพัด อายุ 34 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี

โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมสอบถามอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 รายๆละ 3,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 รายๆ ละ 2,000 บาท

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย สารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 พร้อมข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ขึ้นแท่นตรวจรับฟังการรายงานแถวกำลังพล พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ  พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จากนั้นได้ประชุมรับฟังการรายงานผลการปฏิบัติจากหัวหน้าหน่วย โดยกำชับการปฏิบัติให้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ Thailand Tourist Police Application และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ 

ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้ตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยว เคเบิ้ลคาร์ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เขาคอหงส์ พบปะนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสภาพความปลอดภัยของกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ
ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ 

นอกจากนี้ วานนี้ เวลา 18.10 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยและความปลอดภัยท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมด้วยสารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจประจำท่าอากาศยาน 

โอกาสนี้ ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนหน่วยให้สามารถสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD, สห. และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top