Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ วันแม่แห่งชาติ สร้างความอุดมสมบูรณ์ผืนป่า พลเรือตรี พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิด

(21 ส.ค. 68) รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ วันแม่แห่งชาติ สร้างความอุดมสมบูรณ์ผืนป่า พลเรือตรี พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมโครงการ ปลูกป่าวันแม่แห่งชาติ "เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม 2568 โดยมีคณะนายทหารข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง บุคคลากรทาง การแพทย์ นางสาววลีพร อินอนงค์ นายกสโมสรโรตารี พลูตาหลวง สมาชิกโรตารี และนาย ฮารุกิ มากิโนะ นักเรียนเยาวชนแลกเปลี่ยนโรตารี จากประเทศญี่ปุ่น เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมมอบทุนร่วมสนับสนุนให้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย สำหรับ โครงการ ปลูกป่าวันแม่แห่งชาติ "เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย 

อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่าอันเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ในการนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การเพิ่มการดูดกลับกักเก็บก๊าชเรือนกระจก กองทัพเรือ  โดยมีแผน การปลูกป่าเพิ่มอย่างน้อยปีละ 90 ต้น

พลเรือตรี พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ กล่าวว่า โครงการ "ปลูกป่าวันแม่แห่งชาติ" นอกจากจะเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้แล้ว ยังเป็นการสืบสานปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนแผ่นดิน อีกด้วย

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323 

‘พีระพันธุ์’ ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

(21 ส.ค.68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม และมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบและพิจารณาวาระสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและอุตสาหกรรม ตามแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ในช่วงปี 2566-2573 ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาเพื่อหาแนวทางในการดำเนินการให้มีความเหมาะสมต่อทุกภาคส่วน รวมถึงการพิจารณาขยายลู่การเดินเครื่องและการบริหารจัดการไฟฟ้าที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาความมั่นคงพลังงานในช่วงรอยต่อของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ และขอให้กระทรวงพลังงานเร่งดำเนินการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

งานแต่งในจีนเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทำคุณปู่ที่เลี้ยงดูหลานสาวกำพร้าจนโต น้ำตาซึมตลอดงาน

(21 ส.ค. 68) เมื่อเร็วๆ นี้ คุณปู่นั่งรถออกจากเมืองหนานหยางมณฑลเหอหนาน เดินทางหลายร้อยกิโลเมตรไปเมืองหลินอี๋มณฑลซานตง เพื่อร่วมงานแต่งของหลานสาว ในงานคุณปู่น้ำตาซึมตลอด หลานสาวเช็ดน้ำตาให้คุณปู่ดูแล้วอบอุ่น และบรรดาผู้ร่วมต่างพากันปรบมือดังกึกก้องยาวนาน 

ตามประเพณีจีน ครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าวจะมอบของหมั้นให้ครอบครัวเจ้าสาว และมาตรฐานสังคมจีนในปัจจุบัน ของหมั้นคิดเป็นเงินจะไม่ต่ำกว่า 100,000 หยวน (ราว 500,000บาท) แต่เจ้าสาวคนนี้บอกกับครอบครัวเจ้าบ่าวว่า ฉันไม่เอาทรัพย์สินเงินทองสักสตางค์ เพียงแต่ขอให้คุณปู่มาอยู่ที่บ้านนี้ด้วยกันหลังแต่งงานแล้ว ส่วนครอบครัวเจ้าบ่าวรับปากด้วยความยินดี 

เจ้าสาวชื่อเสี่ยวเยี่ยน (李晓燕) ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คุณปู่เลี้ยงหลานสาวมาโดยตลอด ปัจจุบัน คุณย่าไม่อยู่แล้ว หลานสาวไม่อยากให้ปู่อยู่คนเดียวที่บ้านอย่างเงียบเหงา เธอตัดสินใจจะดูแลคุณปู่ตลอดไป

ปตท. คว้าอันดับ 1 มูลค่าแบรนด์สูงสุดในไทย 5 ปีซ้อน สะท้อนความแข็งแกร่งพร้อมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ปตท. ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 (ตั้งแต่ปี 2021-2025) จาก Brand Finance บริษัทที่ปรึกษาด้านการประเมินมูลค่าแบรนด์ชั้นนำของโลก ด้วยมูลค่าแบรนด์ 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 11 ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านพลังงานของประเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ส่งผลให้มีการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการทำงานด้วยความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล ควบคู่กับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุล

สอดคล้องกับการดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” หรือ “TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD” โดยเน้นธุรกิจ Hydrocarbon สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ อาทิ แสวงหาแหล่งพลังงานทั้งในและต่างประเทศผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม สร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจ LNG มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย LNG ในภูมิภาค เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ตลอดจนปรับพอร์ตธุรกิจสู่สมดุลใหม่เร่งสร้างความแข็งแกร่งจากภายในกลุ่ม ปตท. พร้อมยกระดับ Operational Excellence นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างการเติบโตควบคู่กับการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 โดยดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกันทั้งกลุ่ม ศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) พัฒนา CCS Hub Model และแสวงหาโอกาสในธุรกิจไฮโดรเจนสำหรับภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น 

นอกจากนี้ ปตท. ยังได้รับการจัดอันดับในประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย

• แบรนด์ที่มีผลดัชนีการรับรู้ด้านความยั่งยืน (Sustainability Perceptions Index 2025) สูงที่สุดในประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 2 และเป็นแบรนด์ไทยเพียงแบรนด์เดียวที่มีผลดัชนีการรับรู้ด้านความยั่งยืนอยู่ใน 500 อันดับแรกของโลก โดยมีค่าการรับรู้ด้านความยั่งยืนที่ 792 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

• แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 12 ของโลก ในกลุ่มธุรกิจ Oil&Gas และเป็นแบรนด์จากไทยเพียงแบรนด์เดียวที่อยู่ใน 50 อันดับแบรนด์ Oil&Gas แรกของโลก

• ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ติดอันดับ 4 ใน Energy Brand Guardians 2025 จากการจัดอันดับผู้นำองค์กรด้านพลังงานของโลก เนื่องจากมีความโดดเด่นในเรื่องวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นคุณค่าระยะยาว บนหลักการยั่งยืนอย่างสมดุล

Mr. Alex Haigh, Managing Director, Brand Finance Asia Pacific กล่าวว่า “ในฐานะแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในประเทศไทย ปตท. แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งนอกจากการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งภาคพลังงานแล้ว ยังมุ่งมั่นสร้างความสมดุลทางพลังงานใน 3 มิติ ประกอบด้วย ความมั่นคงทางพลังงาน ความเสมอภาค ในการเข้าถึงพลังงาน และความยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายในภาพกว้างของประเทศ ทั้งการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ Brand Finance ใช้หลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าแบรนด์ (Brand Value) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยในแต่ละปีจะจัดอันดับแบรนด์ในอุตสาหกรรมและประเทศต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ ปตท. ที่มี ผลการดำเนินงานเป็นเลิศในทุกมิติ มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนในระดับสากล

‘สีจิ้นผิง’ เยือนนครลาซา กระตุ้นสร้างความทันสมัยแบบจีน ย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนา ‘ทิเบต’ แบบครบวงจร

(21 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เดินทางถึงนครลาซา เขตปกครองตนเองทิเบต เมื่อวันที่ 20 ส.ค. เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี การก่อตั้งเขตปกครองตนเองทิเบต พร้อมกระตุ้นให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้าง “ความทันสมัยแบบจีน” ในภูมิภาคที่ราบสูงแห่งนี้

สีจิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งทั้งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ได้กล่าวอวยพรถึงประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในทิเบต และย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ประธานาธิบดีจีนได้พบปะกับเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึงบุคคลในแวดวงศาสนาที่มีความรักชาติ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่ตุลาการและตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยของภูมิภาค

นอกจากนี้ สีจิ้นผิงยังพบกับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง ตัวแทนบุคคลต้นแบบระดับรากหญ้า และกำลังพลในนครลาซา โดยส่งคำทักทายในนามพรรคฯ และคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ขณะที่ผู้นำอาวุโส อาทิ หวังฮู่หนิง และไช่ฉี ก็เข้าร่วมการพบปะครั้งนี้ด้วย

ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ติวเข้มทีมงานรองรับงานสภาฯ พร้อมชี้แจงให้ประชาชนรับทราบผลงานของ สส.

เมื่อวันที่ (21 ส.ค. 68) ที่ชั้น 10 สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้มีการประชุมทีมงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง พร้อมมอบหมายงานที่รับผิดชอบ สืบเนื่องจากได้มีคำสั่งสภาผู้แทนราษฎร ที่ 29/2568 เรื่องมอบหมายให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติราชการ แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีทีมงานเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง

โดยเฉพาะนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้มีการมอบหมายและมอบอำนาจให้สั่ง และปฏิบัติราชการแทนเกี่ยวกับการบริการราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร ประกอบไปด้วย งานด้านการประชาสัมพันธ์ งานด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา งานด้านรักษาความปลอดภัย งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ งานด้านกิจการสโมสรรัฐสภา และงานอื่นใดที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะมอบหมาย ยกเว้นงานด้านพิธีการ และงานที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎร

การที่ต้องมีการประชุมและเตรียมความพร้อมของทีมงาน เนื่องจากนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เพิ่งได้รับตำแหน่ง จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในการรับมอบหมายงาน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องและรวดเร็วในงานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)

ภาพ/ข่าว ณพล บริบูรณ์, นภชนก เหมือนนามอญ รายงาน

‘บรรจง นะแส’ ผิดหวังกับ ‘หัวหน้าพรรคประชาชน’ หลังได้ร่วมถก พรบ.ประมง สะท้อนความคิดสุดตื้นเขิน

เมื่อวานนี้ (20 ส.ค.68) นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสได้นั่งฟัง/ดูแววตา/ท่าทางของหัวหน้าพรรคประชาชนในวันนี้ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรค อาจารย์เดชรัตน์และอีกคนที่ชาวบ้านเรียกว่าสส.ไอติม…

ส่วนอาจารย์เดชรัตน์ถือเป็นกัลยาณมิตรที่เคยรบกวนท่านให้ไปเป็นวิทยากรให้กับพี่น้องประมงพื้นบ้านรอบทะเลสาบสงขลา..

วันนี้เราถกกันเรื่องมาตรา 69 ของพรบ.ประมง ที่พรรคประชาชนงดออกเสียงทำให้มาตราเจ้าปัญหาผ่านไปถึงชั้นวุฒิสภา เดชะบุญที่ทางวุฒิสภาไม่เห็นด้วยเลยต้องมาตั้งกรรมาธิการร่วม แต่พรรคประชาชน(ที่มีสส./สมาชิกพรรคภาคตะวันออกหลายคนที่ทำประมงอวนล้อม ยังไม่ยอม พยายามจะเอาให้ได้โดยไม่สนใจประเด็นของการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนของเครื่องมืออวนตามุ้งปั่นไฟในการจับสัตว์น้ำ)..

คุยกันวันนี้ผมยอมรับว่าหัวหน้าพรรคเป็นคนรุ่นใหม่ นิ่ง/สุขุม ส่วนอาจารย์เดชรัตน์และสส.ไอติมคงฟังที่พี่น้องบุกไปให้ข้อมูลมาแล้วหลายหนจึงไม่แสดงความคิดเห็นมากนัก..

แต่ผมผิดหวังข้อเสนอของหัวหน้าพรรคที่เสนอให้จัดเวทีดีเบตกันระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผมคิดว่ามันสายเกินไปแล้วครับ จะลงมติกันแล้วยังเพิ่งจะมาคิดวิธีนี้…

และท่านบอกว่าพรุ่งนี้จะยังไม่มีการลงมติในมาตรานี้ วันอังคารหน้าพรรคจะประชุมสส.ของพรรคเพื่อลงมติในเรื่องนี้ เพื่อให้สส.ที่เป็นกรรมาธิการร่วมนำไปปฏิบัติ…

ผมอยากเรียนว่าเรื่องทรัพยากรทางทะเลมันเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ทางทะเล ไม่ใช่ยกมือใครมากกว่าคนนั้นชนะ …ผิดหวังนิดหน่อยที่คนรุ่นใหม่คิดเรื่องนี้ได้แค่นี้ 

ถ้าจะบอกมาตรงๆ ว่าเพราะพรรคมีสส./สมาชิกพรรคในภาคตะวันออกทำประมงอวนล้อมปลากะตักอยู่หลายคน ถ้าให้ทำอวนล้อมปั่นไฟกลางคืนได้ด้วยก็จะดี ยอมรับแบบแมนๆ ไม่ต้องอ้างหลักการเยิ่นเย้อ ผมจะยอมรับได้มากกว่าครับ..

ฮังการีเสนอ ‘บูดาเปสต์’ เป็นเวทีกลางเจรจาสันติภาพ รับประกันความปลอดภัยทุกฝ่าย ‘รัสเซีย-สหรัฐฯ-ยูเครน’

(21 ส.ค. 68) ปีเตอร์ ซิยาร์โต (Peter Szijjarto) รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการีประกาศพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด รัสเซีย-สหรัฐฯ-ยูเครน โดยรับประกันความปลอดภัยและความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าร่วมทุกฝ่าย พร้อมระบุว่าฮังการีมีความยินดีที่จะเปิดบ้านเพื่อการเจรจาสันติภาพ หากสิ่งนี้จะช่วยให้ความพยายามยุติสงครามประสบผลสำเร็จ

ก่อนหน้านี้ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Fox News โดยไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ กรุงบูดาเปสต์ โดยมีรายงานว่าสำนักทำเนียบขาวกำลังพิจารณาให้เมืองหลวงของฮังการีเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการหารือสามฝ่าย

ซิยาร์โตย้ำว่า บูดาเปสต์ถือเป็นสถานที่ที่น่าเชื่อถือ เพราะเคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครนตั้งแต่ต้นความขัดแย้ง อีกทั้งภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ฮังการียังคงสามารถรักษาช่องทางการพูดคุยกับทั้งรัสเซียและสหรัฐฯ ได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากนานาชาติก็ตาม

‘ดร.อธิป’ ย้อนเรื่องราว ‘พระพันปีหลวง’ ช่วยชาวเขมร สั่งจัดตั้งศูนย์อพยพ ด้วยทรงเห็นแก่มนุษยธรรม

ดร.อธิป อัศวนันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย โพสต์คลิปผ่าน tiktok ถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อชาวเขมรอพยพ ว่า ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 คือวันที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางหลักมนุษยธรรมเหนือแนวนโยบายรัฐ เพื่อช่วยชีวิตผู้คนกว่า 2 แสนชีวิต 

ในครั้งนั้น ชาวกัมพูชากว่า 2 แสนคน หนีตายจากเขมรแดง มาถึงชายหาดเขาล้าน จังหวัดตราด ในสภาพหิวโซ บาดเจ็บ สิ้นหวัง ซึ่งรัฐบาลไทยในขณะนั้นมีนโยบายที่ชัดเจน ให้ผลักดันกลับ ไม่รับผู้ลี้ภัย เพราะกังวลเรื่องความมั่นคงของประเทศ แต่เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งขณะนั้นทรงเป็นพระราชินี เสด็จถึงสถานที่ดังกล่าว ทรงทอดพระเนตรสภาพที่เห็นแล้วแทบก้าวพระบาทไม่ได้ เพราะผู้คนนอนเต็มพื้น 

พระองค์ ตรัสว่า “จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหล่านี้ เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะมี” แม้ว่าในขณะนั้นรัฐบาลยังไม่ประสงค์ที่จะเปิดพรมแดน และแม้จะขัดนโยบายความมั่นคง แต่พระองค์ ทรงดำเนินการในฐานะองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงตัดสินพระทัยด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จัดตั้ง 'ศูนย์ราชการุณย์' ขึ้นทันทีในวันนั้น ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงสั่งนำธงกาชาดขึ้นเหนือค่าย คืนนั้นเสียงปืนยังดัง แต่พระองค์ท่านทรงประทับค้างคืนในพื้นที่อันตราย ทรงแบ่งปันน้ำดื่มส่วนพระองค์ ทรงดูแลทุกชีวิต 

ในครั้งนั้น ทรงตัดสินพระทัย ด้วยพระเมตตาที่ทรงเลือกชีวิตมนุษย์เหนือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ช่วยผู้อพยพหลายแสนคน ตลอด 7 ปี ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมราชชนนีผู้ยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย

‘อัน ฮัก-ซอป’ อดีตทหารโสมแดงวัย 95 ปี ขอข้ามแดนกลับไปตายที่บ้านเกิด เคียงข้างสหายเก่า

(22 ส.ค. 68) เกาหลีใต้เกิดเหตุสะเทือนใจ เมื่อ 'อัน ฮัก-ซอป' อดีตทหารเกาหลีเหนือวัย 95 ปี พยายามเดินข้ามสะพานรวมชาติ (Unification Bridge) เพื่อกลับไปตายที่เกาหลีเหนือ แต่ถูกทหารเกาหลีใต้สกัดกั้นไว้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ส.ค. โดยเขาถือธงชาติเกาหลีเหนือพร้อมไม้เท้า เดินมุ่งหน้าไปยังด่านตรวจชายแดน ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการป่วย 

อัน ฮัก-ซอป เป็นหนึ่งในอดีตทหารและสายลับเกาหลีเหนือที่ถูกเกาหลีใต้จับกุมและคุมขังเป็นเวลาหลายสิบปี เพราะปฏิเสธละทิ้งอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ แม้จะพ้นโทษออกมาแล้ว เขายังคงยืนยันที่จะกลับไปเกาหลีเหนือเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายและถูกฝังเคียงข้างสหายเก่า เขากล่าวว่า “ความปรารถนาเดียวก่อนตายคือการกลับสู่ บ้านเกิดแห่งอุดมการณ์ของผม” 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่อนุญาตให้ส่งตัวอันฮักซอปกลับเกาหลีเหนือ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง และชี้ว่าหากมีการส่งตัวจริง อาจถูกเกาหลีเหนือใช้เป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางฝ่ายยอมรับว่ากำลังพิจารณาทางเลือกในมิติด้านมนุษยธรรม 

ปัจจุบันอดีตทหารเกาหลีเหนือวัย 95 ปี รายนี้ อาศัยอยู่ในบ้านเล็ก ๆ ใกล้ชายแดน พึ่งพาสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยและความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง บ้านเต็มไปด้วยภาพถ่ายและโปสเตอร์ของเกาหลีเหนือ เขาย้ำว่าแม้อายุใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้ว แต่ความฝันเดียวที่เหลืออยู่คือได้กลับไปพักผ่อนชั่วนิรันดร์บนผืนแผ่นดินที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top