Wednesday, 10 June 2026
NewsFeed

สืบ ตม.3 แฝงตัวเข้าหมู่บ้านหรูล่าอาชญากรข้ามชาติ ปิดเกมหนุ่มสวีเดน ผู้ต้องหายาเสพติดออนไลน์เครือข่ายแก๊งค้ายานรกแถบสแกนดิเนเวีย หนีหมายแดง INTERPOL ซุกไทย!

(5 ส.ค. 68) โดยเมื่อเวลา 16.30 น.ของวันที่ 4 สิงหาคม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.(สส.), พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รอง ผบก.ตม.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนภาคตะวันออก กก.สส.บก.ตม.3 นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.ฯ และกำลังลุยปิดล้อมควบคุมตัว นายโทบี้ (นามสมมุติ) อาชญากรตัวเอ้ชาวสวีเดน หนีหมายแดง (Red Notice) จากตำรวจสากล (INTERPOL) คดียาเสพติดของกรมตำรวจสวีเดน จากการสืบสวนและติดตามอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถพิสูจน์ทราบถึงสถานที่พักอาศัยของผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน จึงได้วางแผนและนำกำลังเข้าควบคุมตัวนายโทบี้ (นามสมมุติ) ไว้ได้สำเร็จคาบ้านพักวิลล่าสุดหรู ย่านบางละมุง

พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ฯ เปิดเผยว่า สืบสวนพฤติกรรมของนายโทบี้ นั้นเข้าข่ายเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม โดยทางการสวีเดนต้องการตัวเขากลับไปรับโทษจากคดียาเสพติด โดยนายโทบี้ เป็นผู้ดูแลระดับโลกหรือ Global Moderator แพลทฟอร์มซื้อขายยาเสพติด ที่ใช้ชื่อว่า "Archetyp" ซึ่งเปิดให้ซื้อขายยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายแบบห้องแชทส่วนตัว (Private Room Chat) ในภูมิภาคสแกนดิเนเวียและส่วนอื่นๆของยุโรปอีกด้วย

ทั้งนี้ ปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งกำชับให้ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวที่แฝงตัว ปะปนเข้ามากระทำความผิด อันเป็นภัยต่อความสงบสุขของประชาชนและความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งการดำเนินการอย่างจริงจังจะช่วยรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย

สมุทรปราการ-คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน มอบกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับ ในเขตพื้นที่แพรกษาใหม่

(5 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ นำโดย นายณัฐพล บุญริ้ว รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ พร้อมด้วย นางสาวศิริพร ทับคล้าย รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ คณะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ในชุมชนตรวจเยี่ยมประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ ภายใต้การกำกับดูแลของ นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ที่มีความห่วงใยกลุ่มผู้สูงอายุ และสำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้

โดยทางคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ได้ลงพื้นที่ไปมอบกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ พร้อมทั้งมอบแผ่นรองซับ สำหรับบุคคลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ตามชุมชนต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ จำนวนกว่า 200 ราย 

ซึ่งกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่นี้จัดอยู่ในแผนงาน ของโครงการสนับสนุน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ สำหรับบุคคลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระได้ 

สำหรับกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่นำมามอบให้ในครั้งนี้ จะมีระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน หรือทุกๆ 2-3 เดือน จะลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมพร้อมทั้งมอบกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ตามโครงการที่ตั้งไว้

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน     

สมาคมแม่บ้านตำรวจส่งกำลังใจและสิ่งของช่วยเหลือข้าราชการตำรวจในพื้นที่ประสบอุทกภัย  1,339 ครอบครัว ตามนโยบาย "ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน"

(5 ส.ค. 68) คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจได้มีโครงการต่าง ๆ ที่เป็นการช่วยเหลือดูแลข้าราชการตำรวจและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ซึ่งข้าราชการตำรวจได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยที่พบว่าตำรวจและครอบครัวก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน สมาคมแม่บ้านตำรวจมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ส่งความช่วยเหลือไปยังข้าราชการตำรวจและครอบครัวในจังหวัดที่ประสบปัญหาอุทกภัย ตามนโยบาย "ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน" ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,339,000 บาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของจำเป็น และมอบหมายชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 นำสิ่งของช่วยเหลือไปมอบให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัว ในพื้นที่จังหวัดน่าน พะเยา แพร่ และเชียงราย รวมจำนวน 1,339 ครัวเรือน 

ทั้งนี้ คุณพจนารถ กรึงไกร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 นำคณะแม่บ้านตำรวจ ร่วมบรรจุถุงยังชีพ ณ ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน โดยมี พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วยคุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และคณะฯ ร่วมดำเนินการ จากนั้นเมื่อวันที่ 2 - 3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 ได้ดำเนินการนำถุงยังชีพของสมาคมแม่บ้านตำรวจ จำนวน 1,125 ครัวเรือน ส่งมอบให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจที่ประสบอุทกภัย ในจังหวัดน่าน จำนวน 1,112 ครัวเรือน และจังหวัดแพร่ จำนวน 13 ครัวเรือน และจะได้ดำเนินการส่งมอบถุงยังชีพเพิ่มเติมให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจในจังหวัดพะเยา เชียงราย และจังหวัดแพร่ ในส่วนที่เหลือต่อไป

ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ขอขอบคุณ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและ คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นอย่างยิ่ง ที่ส่งกำลังใจและส่งสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือข้าราชการตำรวจกับครอบครัวที่ประสบอุทกภัย ทำให้ข้าราชการตำรวจและในพื้นที่มีขวัญ และกำลังใจ ที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

ด้าน พ.ต.ท.สันติภาพ ปิยะฐานุลักษณ์ รอง ผกก.ป. สภ.ท่าวังผา จังหวัดน่าน กล่าวว่า สภ.ท่าวังผา เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย และได้รับมองถุงยังชีพของสมาคมแม่บ้านตำรวจ จึงขอขอบคุณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่ได้เอาใจใส่ ดูแลข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน ในครั้งนี้ ซึ่งจะได้นำสิ่งของเหล่านี้มาใช้ในการอุปโภค บริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

เบื้องหลังที่มาภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯเก็บเมียนมา 40% อาจส่งสัญญาณเลิกคว่ำบาตรรัฐบาลทหารเมียนมา

(5 ส.ค. 68) หลายคนคงเห็นข่าวที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเรื่องเก็บภาษีนำเข้าประเทศนั้น ประเทศนี้ แต่เอย่ามาสะดุดคำว่า เมียนมา 40%

รู้หรือไม่ว่า รัฐบาลทหารเมียนมา ดีใจและขอบคุณทางรัฐบาลสหรัฐฯมากเพราะนี่คือหลักฐานที่ออกมาอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐ อเมริกาเลิกคว่ำบาตรเมียนมาแล้วอย่างเป็นทางการ อันหมายรวมถึงการยอมรับรัฐบาลทหารเมียนมาเป็นรัฐบาลโดยชอบธรรมของเมียนมาด้วย

กระดาษใบนี้นั่นเองจะเป็นตัวที่เปิดให้ประเทศที่กีดกันทางการค้ากับเมียนมาหันกลับมาทำธุรกิจและลงทุนในเมียนมาอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่างานนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่นอน

ดูเหมือนที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาน่าจะได้ไตร่ตรองแล้วว่าการอัดฉีดรัฐบาลเงาและกองทัพของชนกลุ่มน้อยในเมียนมาให้ทำสงครามเพื่อแบ่งแยกดินแดนนั้นไม่เป็นผล  แต่ยิ่งกลับเป็นการผลักเมียนมาให้ไปซบอกประเทศที่เป็นคู่กรณีอย่างจีนและรัสเซียมากขึ้น 

ดังนั้นภายใต้การเปิดไมตรีโดยการประกาศภาษีนี้ถามว่ากระทบอะไรกับเมียนมาไหม เอย่าบอกเลยว่าน้อยมากจนถึงกับไม่กระทบเลย เพราะตลอดมาที่เมียนมาถูกโดดเดี่ยวจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไร

ถามว่าการเปิดไมตรีครั้งนี้ เมียนมามองออกหรือไม่เอย่าคาดว่าทางผู้นำอย่างมิน อ่อง หล่าย ไม่ได้เป็นคนโง่ที่จะมองอะไรไม่ออก แต่ก็อย่างว่าเมื่อศัตรูยื่นไมตรีให้เขาก็รับ แต่อย่างไรก็ดี  ตลอดเวลาที่สหรัฐฯสร้างบาดแผลให้เมียนมาก็ทำให้ทางรัฐบาลทหารเมียนมาจำเหมือนกันว่าใครได้ทำอะไรกับตนไว้

จากนี้คงต้องมาดูความจริงใจของฝั่งสหรัฐฯว่าจะยังสนับสนุนฝั่งรัฐบาลเงาของเมียนมาอยู่ไหมหรือจะกวาดทิ้งมาให้เมียนมาเพื่อสร้างแต้มต่อความพึงพอใจ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการขยายอำนาจของจีนและรัสเซียในอ่าวเบงกอลหรือไม่อย่างไร

ครม.เห็นชอบซื้อเครื่องบิน ‘กริพเพน’ 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้าน พร้อมแก้สัญญาเรือดำน้ำ Yuan Class ใส่เครื่องยนต์จีนแทนเยอรมัน

(5 ส.ค. 68) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Saab JAS 39 Gripen รุ่น E/F จำนวน 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้านบาท และรับทราบแผนจัดหาเรือดำน้ำลำใหม่ ตามข้อเสนอของกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ขณะเดียวกัน ยังมีมติแก้ไขข้อตกลงโครงการเรือดำน้ำ Yuan Class รุ่น S26T ที่ลงนามแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีน โดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์เยอรมัน MTU396 เป็นเครื่องยนต์จีน CHD620 และขยายเวลาต่อเรือออกไปอีก 1,217 วัน

โครงการเรือดำน้ำดังกล่าว เริ่มลงนามตั้งแต่ปี 2560 แต่หยุดชะงักในปี 2564 เนื่องจากจีนไม่สามารถหาเครื่องยนต์เยอรมันตามสัญญาได้ ปัจจุบันต่อเรือเสร็จแล้ว 64% จ่ายเงินไปแล้ว 10 งวดจากทั้งหมด 18 งวด รวมวงเงินกว่า 7,700 ล้านบาท โดยยังค้างชำระอีก 5,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของสัญญา

ด้าน พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่า ครม.ได้เห็นชอบในหลักการแก้ไขสัญญาแล้ว ส่วนกรณีเรือฟริเกตเพิ่มเติมอีก 2 ลำนั้น เป็นข้อเสนอที่กองทัพเรือยื่นไป และจะมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากกองทัพเรือในลำดับต่อไป

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้รายละเอียดต่อคำถามเรื่องยุทโธปกรณ์ โดยกล่าวสั้น ๆ ว่า “ไม่คุย กองทัพกำลังรบ เป็นความลับทางราชการ” พร้อมปฏิเสธตอบสื่อทุกคำถามที่เกี่ยวกับการจัดซื้ออาวุธ

ครม.ไฟเขียวเยียวยาทหาร 10 ล้าน ประชาชน 8 ล้าน ‘ภูมิธรรม’ ย้ำขอคนไทยสามัคคี ก้าวผ่านสองวิกฤติไปด้วยกัน

(5 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่า รัฐบาลเห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้ทหารรายละ 10 ล้านบาท และประชาชนรายละ 8 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลยึดแนวทางสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ปัญหาความมั่นคง

นายภูมิธรรมระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์ปะทะที่ชายแดนได้ยุติลงในเบื้องต้น และอยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการเจรจาโดยใช้กลไก GBC ระหว่างไทย-กัมพูชา รัฐบาลแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกครอบครัว และจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข่าวปลอม เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลที่กระทบความมั่นคง

ขณะเดียวกัน ครม.ยังหารือถึงวิกฤตเศรษฐกิจจากการที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีสินค้าจากไทยเป็น 19% โดยรัฐบาลยืนยันว่าได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน และยังมองว่านี่เป็นโอกาสให้ไทยพัฒนาขีดความสามารถแข่งขันในเวทีโลก พร้อมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย เช่น พักหนี้ ซอฟต์โลน และส่งเสริมการใช้สินค้าในประเทศ

ท้ายสุด นายภูมิธรรมเรียกร้องให้คนไทยทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ก้าวข้ามสองวิกฤติไปด้วยกัน ทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยย้ำว่า "ความสามัคคีของคนไทย คือพลังขับเคลื่อนประเทศ" และถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะเดินหน้าไปสู่จุดหมายเดียวกัน เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ตำรวจบุรีรัมย์ คุมตัวคนเขมรคาดเป็นสายลับแฝงตัวหาข่าว พร้อมเครื่องแบบหน่วยอารักขา ‘ฮุนเซน’ หรือ HBQ

ตำรวจบุรีรัมย์คุมตัวสายลับทหารกัมพูชา พบสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษพิทักษ์ ‘ฮุนเซน’ หรือ HBQ คาดอาจแฝงตัวหาข่าวความมั่นคงไทย

(6 ส.ค.68) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำดวน จ.บุรีรัมย์ ได้ควบคุมตัวชายชาวกัมพูชาคนหนึ่ง ซึ่งถูกพบพร้อมเครื่องแบบทหารกัมพูชาหลายชุด ที่ติดตราสัญลักษณ์ BHQ ซึ่งเป็นเครื่องแบบที่คล้ายกับหน่วยทหารองครักษ์พิทักษ์ 'ฮุน เซน' โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์

ด้าน พ.ต.อ.อัษฎไณย ป้องกัน ผกก.สภ.ลำดวน เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งเบาะแสจึงนำกำลังเข้าจับกุม โดยผู้ต้องสงสัยอ้างว่าบ้านที่ถูกจับเป็นบ้านของภรรยาชาวไทย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าชายคนดังกล่าวอาจแฝงตัวเข้ามาเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติได้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล และยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างการรอผู้บังคับบัญชาระดับสูงและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

‘สุกฤษฏิ์ชัย’ ชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดก่อนเข้าสู่สภาฯ วาระ 2 – 3

(6 ส.ค.68) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'สุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ - Sukritchai Teeraroengrit' ว่า เรากำลังจะมีกฎหมายที่สำคัญเพื่อจัดการอากาศสะอาดอย่างครอบคลุม เหมาะสม ครบวงจรเพื่อพวกเราทุกคนแล้ว โดยสถานะ ณ ตอนนี้ คือ ร่างพระราชบัญญัติฯ ได้ผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็นที่เรียบร้อย และกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ระหว่างวันที่ 25 ก.ค. - 8 ส.ค. นี้ ผ่านช่องทางของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้าย ก่อนรวบรวมส่งคืนนำไปสู่ขั้นตอนถัดไป นั่นคือให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระ 2 และ 3 รวมถึงส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณา ก่อนประกาศบังคับใช้ต่อไป

ทั้งนี้ขอเชิญชวนทุกคน ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติฯ ตามลิงก์นี้ 

https://shorturl.asia/1mXNy

รวมถึงสามารถศึกษาข้อมูลสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด

จีนหนุนบทบาทสร้างสรรค์ หวังฟื้นสัมพันธ์ 'กัมพูชา-ไทย'ชี้สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย หลังมีการเจรจาหลายฝ่าย

(6 ส.ค. 68) โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน 'กัว เจียคุน' เผยว่าจีนจะเดินหน้าสนับสนุนบทบาทอาเซียนในการส่งเสริมการเจรจาเพื่อสันติภาพ และพร้อมดำเนินบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของตนเองเพื่อหนุนการพลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา-ไทย

มีรายงานว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา จัดขึ้นที่มาเลเซียระหว่างวันที่ 4–7 ส.ค. และจีนได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมวิสามัญในวันที่ 7 ส.ค. โดยก่อนหน้านี้จีนได้หารือไม่เป็นทางการกับไทยและกัมพูชาเมื่อ 30 ก.ค. ซึ่งมีผลช่วยให้สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย และไม่มีเหตุปะทะใหม่เพิ่มเติม

การประชุม GBC ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การประสานงานของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกติดตามการหยุดยิงในพื้นที่แนวชายแดน ส่งเสริมการสื่อสารหลายระดับ ซึ่งจีนชื่นชมความพยายามร่วมของทั้งสองประเทศในทิศทางที่สงบและยั่งยืน

จีนยังยืนยันจะรักษาการสื่อสารใกล้ชิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งไทย กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศอื่นในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการเจรจาและการลดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ตามเจตจำนงของทั้งสองประเทศที่ต้องการยุติความรุนแรงอย่างถาวร

เชียงใหม่-ธปท. สำนักงานภาคเหนือแถลง 'ภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 2 ปี 2568'

เมื่อวันที่ (4 ส.ค.68) ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ (ธปท. สภน.) โดยนางพรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโส แถลงข่าว “ภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 2 ปี 2568”ณ ห้องเขลางค์นคร อาคารสำนักงาน ชั้น 1 ธปท. สำนักงานภาคเหนือ 

นางพรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจภาคเหนือ ไตรมาส 2 ปี 2568 ปรับลดลงจากไตรมาสก่อน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงโดยการบริโภคหดตัวเล็กน้อย กำลังซื้อและความเชื่อมั่นที่ลดลง การลงทุนภาคเอกชนหดตัวทั้งด้านการก่อสร้างและการผลิต ผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัวตามการผลิตน้ำตาล ผลิตภัณฑ์นม และสินค้าฟุ่มเฟือย อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวขยายตัวเล็กน้อยเนื่องจากในช่วงต้นไตรมาสมีเทศกาลและการจัดกิจกรรมในพื้นที่ ด้านการเบิกจ่ายภาครัฐขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งรายจ่ายลงทุนและรายจ่ายประจำ

รายได้เกษตรกร ขยายตัว จากด้านผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามข้าวนาปรังเพราะช่วงเพาะปลูกปริมาณน้ำและสภาพอากาศเอื้ออำนวย ประกอบกับลิ้นจี่เพิ่มขึ้นจากฐานต่ำปีก่อนที่ผลผลิตน้อยเป็นประวัติการณ์ ส่วนด้านราคายังหดตัวต่อเนื่อง ตามราคาข้าวเปลือกและมันสำปะหลังที่ปรับลดลงตามการส่งออก ประกอบกับราคาลิ้นจี่ที่ลดลงตามคุณภาพและปริมาณที่มีมากในปีนี้

ภาคอุตสาหกรรม หดตัว จากการผลิตน้ำตาลที่ลดลงหลังเร่งผลิตไปในช่วงก่อน ผลิตภัณฑ์นมแปรรูปลดลงตามการส่งออกไปอาเซียน และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย อาทิ เซรามิก ผลิตภัณฑ์ไม้ และเฟอร์นิเจอร์ ปรับลดลงตามความต้องการของคู่ค้าที่ชะลอลง อย่างไรก็ดี ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวส่วนหนึ่งจากการเร่งสั่งซื้อของคู่ค้าก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้
     
การท่องเที่ยว ขยายตัวชะลอลง ตามจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ขยายตัว จากการจัดกิจกรรมในช่วงต้นไตรมาสและวันหยุดยาว อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทรงตัว จากชาวจีนที่ลดลง แม้ชาวเกาหลีใต้จะเพิ่มขึ้น สะท้อนจากจำนวนผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานภาคเหนือ และชาวต่างชาติผ่าน ตม. เชียงใหม่ อย่างไรก็ดี อัตราเข้าพักแรม และรายรับรวมภาคท่องเที่ยวยังขยายตัว 
     
การอุปโภคบริโภค หดตัวเล็กน้อย ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงจากปริมาณฝนที่มากและนานกว่าปีก่อน กำลังซื้อที่ลดลง และการระมัดระวังการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การบริโภคเกี่ยวเนื่องกับภาคบริการปรับดีขึ้นในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว และรถยนต์นั่งที่ปรับดีขึ้นจากการส่งมอบหลัง motor show ในรุ่นที่เปิดตัวใหม่ และการปรับลดราคาโดยเฉพาะ EV ขณะที่รถกระบะและจักรยานยนต์ยังหดตัว

การลงทุนภาคเอกชน หดตัว ตามการลงทุนเพื่อการก่อสร้างในหมวดยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวราบหดตัว เช่นเดียวกับการลงทุนเพื่อการผลิตหดตัวจากการนำเข้าสินค้าทุนของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอลง และยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์หดตัวจากรถกระบะและรถบรรทุก

การค้าผ่านด่านศุลกากร ขยายตัว ตามการส่งออกทุเรียนและมังคุดไปจีน น้ำมันเชื้อเพลิงไป สปป.ลาว ที่ขยายตัว ขณะที่หลายหมวดสินค้าไปเมียนมาหดตัว เนื่องจากการขนส่งสินค้าเข้าพื้นที่ชั้นในเมียนมาช่วงฤดูฝนทำได้ยากขึ้น ขณะที่การนำเข้าหดตัวเล็กน้อย ตามการนำเข้ากระแสไฟฟ้าจาก สปป.ลาว และผลไม้จากจีนที่หดตัว อย่างไรก็ดี แร่พลวงจากเมียนมาขยายตัว

อัตราเงินเฟ้อ ติดลบเล็กน้อย จากราคาหมวดพลังงานที่ลดลง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้า รวมถึงอาหารสดที่ลดลงจากผักและผลไม้สด

ตลาดแรงงาน ขยายตัวจากไตรมาสก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตน ม.33 ที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการจ้างงานชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ 

แนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 3 ปี 2568 คาดว่าหดตัวจากไตรมาสก่อน จากการบริโภคภาคเอกชนที่หดตัวเล็กน้อยตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลง รายได้ภาคเกษตรมีทิศทางหดตัวตามราคาพืชสำคัญ การผลิตภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะหดตัวจากปัจจัยกดดันทั้งผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และอุปสงค์ของคู่ค้าชะลอลง การลงทุนภาคเอกชนหดตัว

โดยเฉพาะหมวดก่อสร้างในกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ยังมีอุปทานเหลือขายจำนวนมาก ประกอบกับสถาบันการเงินระมัดระวังการให้สินเชื่อทางด้านการท่องเที่ยวคาดว่าทรงตัวหลังหมดฤดูกาลท่องเที่ยวการเบิกจ่ายภาครัฐชะลอลงหลังการเบิกจ่ายงบลงทุนที่เร่งตัวในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ ยังต้องติดตามผลของนโยบายการค้าต่อประเทศคู่ค้า ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค แนวโน้มราคาผลผลิตเกษตร ตลอดจนมาตรการภาครัฐในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ธปท. สภน. ได้ประชาสัมพันธ์โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เฟส 2 (โครงการฯ) ที่ได้ปรับปรุงเงื่อนไขของมาตรการเดิมและมีมาตรการใหม่เพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง   ได้ครอบคลุมมากขึ้น สำหรับลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินที่เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ดังนี้

1. ขยายระยะเวลาเข้าร่วมโครงการฯ จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นวันที่ 30 กันยายน 2568 เนื่องจากลูกหนี้ยังให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงการพิจารณาสถานะหนี้ของลูกหนี้ไว้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 เช่นเดียวกับเฟสแรก และต้องเป็นสัญญาที่ทำก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567

2. ปรับเงื่อนไขของมาตรการเดิมและเพิ่มมาตรการใหม่ 
มาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” ขยายคุณสมบัติลูกหนี้ที่เข้ามาตรการให้ครอบคลุมถึง 
1) ลูกหนี้ที่มีวันค้างชำระเกิน 365 วัน และ 2) ลูกหนี้ที่เคยมีประวัติค้างชำระ 1-30 วัน และเคยปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่วงเงินไม่สูงมากให้สามารถรักษาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ทั้งบ้าน รถ และสถานประกอบการไว้ได้

มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” ขยายเพดานภาระหนี้ของลูกหนี้บุคคลธรรมดาที่เป็นหนี้เสีย NPL โดย 1) สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต ขยายเพดานภาระหนี้คงค้างเป็นไม่เกิน 10,000 บาทต่อบัญชี 2) สินเชื่อที่มีหลักประกัน ที่หลักประกันถูกยึดหรือขายทอดตลาดแล้ว และมีวงเงินสินเชื่อตอนทำสัญญาไม่เกินกว่าที่กำหนด ขยายเพดานภาระหนี้คงค้างเป็นไม่เกิน 30,000 บาทต่อบัญชี และ 3) สินเชื่อทุกประเภท ที่มียอดหนี้รวมดอกเบี้ยค้างจ่ายไม่เกิน 5,000 บาท

มาตรการ “จ่าย ตัด ต้น” เป็นมาตรการใหม่ ช่วยเหลือลูกหนี้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่เป็นหนี้เสีย NPL โดยมียอดหนี้สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันไม่เกิน 50,000 บาทต่อบัญชี ซึ่งจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ให้มีเงื่อนไขการผ่อนชำระคืนเป็นงวด โดยให้ผ่อนชำระ 2% ของเงินต้นคงค้าง เป็นระยะเวลา 3 ปี และค่างวดที่ชำระจะนำไปตัดเงินต้นทั้งจำนวน สำหรับดอกเบี้ยจะพักไว้ และหากอยู่จนจบโครงการและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด จะได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีที่อยู่ในโครงการ

ลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการภายใต้โครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 สามารถศึกษารายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ https://www.bot.or.th/khunsoo ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 หรือติดต่อสาขาของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการฯ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ call center ของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือ BOT Contact Center ของ ธปท. โทร. 1213 

สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยและสถานการณ์ชายแดน สามารถติดต่อสถาบันการเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้ โดยมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือดังนี้ (1) สินเชื่อบัตรเครดิต ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตให้ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนด เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน (2) สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท. และสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ให้วงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินเกินกว่าระดับที่ ธปท. กำหนดได้ (3) สินเชื่อทุกประเภท พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้ เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ให้สามารถประกอบอาชีพ / ดำเนินธุรกิจต่อได้ และดูแลให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดย ธปท. ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top