Saturday, 20 June 2026
NewsFeed

‘ฮอนด้า’ ชวน!! ลูกค้าเข้าศูนย์บริการ ร่วมมาตรการรัฐ Easy E-Receipt 2.0 รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

(26 ม.ค. 68) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศร่วมมาตรการ ‘Easy E-Receipt 2.0’ โดยลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการในศูนย์บริการ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2568 ได้ตามจริงสูงสุด 30,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2568 

ทั้งนี้ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมมาตรการ ‘Easy E-Receipt 2.0’ ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง  (Honda Call Center)

ทั้งนี้เงื่อนไขสินค้าและงานบริการที่สามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในมาตรการ ‘Easy E-Receipt 2.0’ ได้แก่ 

•งานบริการ รวมถึงอะไหล่และเคมีภัณฑ์ ที่ชำระเงินและใช้บริการในช่วงเวลาของมาตรการ
•งานตรวจเช็กตามระยะทาง งานซ่อมทั่วไป และงานซ่อมตัวถังและสี ประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน
•งานติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ (Accessories) และ Honda Connect

ทั้งนี้การตรวจเช็คตามระยะทางที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขมาตรการ เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าลูกค้าจะได้รับการบริการในช่วงเวลาที่โครงการกำหนดหรือไม่ ได้แก่
•โปรแกรมอัลติเมทแคร์ (อัลติเมท 1, 2, 3)
•แพ็กเกจเช็คระยะฮอนด้าเพย์เซฟ

'มาร์โก รูบิโอ' จี้!! เวียดนาม ให้เร่งแก้ปัญหาการค้าเกินดุลกับ ‘อเมริกา’ หลังยอดขาดดุล 11 เดือนแรกปีที่แล้ว พุ่งทะลุ 1.1 แสนล้านดอลลาร์

(26 ม.ค. 68) ‘มาร์โก รูบิโอ’ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภาเป็นคนแรกในรัฐบาลทรัมป์ ต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนาม บุ่ย แทงห์ เซิน (Bui Thanh Son) เมื่อวันศุกร์ เรียกร้องให้เวียดนาม ‘แก้ปัญหาการค้าที่ไม่สมดุลกับสหรัฐ’ และหารือเรื่องความกังวลต่างๆ เกี่ยวกับจีน  

ทั้งนี้ เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐมากที่สุดในโลก จากข้อมูลของทางสหรัฐพบว่า เฉพาะช่วง 11 เดือนแรกของปี 2024 ยอดเกินดุลการค้าและบริการสูงถึงกว่า 1.1 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากการส่งออกไปสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นเพราะค่าเงินดองที่อ่อนค่าลงทุบสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์  ทำให้เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตาว่าอาจจะถูกหมายหัวในยุคของรัฐบาลใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  

แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ในการหารือกันทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรกระหว่างนักการทูตระดับสูง 2 คน ทั้งสองได้แสดงความยินดีในวาระครบรอบ 30 ปีความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเวียดนาม และความคืบหน้าที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม (Comprehensive Strategic Partnership) ซึ่งทั้งสองประเทศได้ตกลงกันในปี 2023

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยังได้หารือถึงข้อกังวลในภูมิภาค ซึ่งรวมถึง ‘พฤติกรรมก้าวร้าวของจีนในทะเลจีนใต้’ ด้วย และในขณะที่มีการชื่นชมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน รูบิโอก็ได้เรียกร้องให้เวียดนามแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้าด้วย

ทั้งนี้ แม้ว่าเวียดนามจะกลายมาเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่สำคัญของสหรัฐ แต่นักวิเคราะห์มองว่า

ของสหรัฐในเดือนนี้แสดงให้เห็นว่า การขาดดุลการค้าของสหรัฐกับเวียดนามเพิ่มขึ้นเกือบ 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเวียดนามมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐ ‘สูงที่สุดเป็นอันดับ 4 รองจากจีน สหภาพยุโรป และเม็กซิโก’

ก่อนหน้านี้ที่ทรัมป์เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในวาระแรก ทรัมป์ได้สิ้นสุดวาระปีสุดท้ายด้วยการที่กระทรวงการคลังสหรัฐออกประกาศว่า ‘เวียดนาม’ และ ‘สวิตเซอร์แลนด์’ เป็นสองประเทศที่เข้าข่าย ‘บิดเบือนค่าเงิน’ (currency manipulation) โดยมีการแทรกแซงตลาดทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลงเพื่อความได้เปรียบทางการค้า

ทางด้านนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ได้กล่าวในที่ประชุม เวิลด์ อีโคโนมิ ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เวียดนามกำลังดำเนินการหาทางออกเพื่อสร้างสมดุลเรื่องดุลการค้ากับสหรัฐ โดยย้ำคำมั่นสัญญาที่จะ "ซื้อเครื่องบิน" ของบริษัทโบอิ้ง และแสดงความสนใจในการซื้อสินค้าไฮเทคอื่นๆ ของสหรัฐมากขึ้น

LEVI'S® เปิดตัวคอลเลคชันใหม่ล่าสุด!! ‘ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025’ ด้วยแฟชั่นกางเกงขาบาน กางเกงทรงหลวม สำหรับ ‘ชาย – หญิง’

(26 ม.ค. 68) โลกแฟชั่นตอนนี้อยู่ใน "ยุคของกางเกงทรงหลวม" อย่างเต็มตัว โดยเฉพาะกางเกงยีนส์และกางเกงทั่วไป LEVI'S® จึงตอบรับกระแสนี้ด้วยการเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2025 ที่มาพร้อมดีไซน์ทรงหลวมและขาบานแบบพิเศษทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 90 แต่ปรับให้ดูสดใหม่และทันสมัยมากขึ้น

สำหรับผู้หญิง ในซีซันนี้ LEVI'S® ได้ขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ตระกูล XL ที่เริ่มต้นจากรุ่น XL Straight ซึ่งเป็นกางเกงยีนส์ทรงหลวมที่มาพร้อมดีไซน์เอวปรับได้ ขากางเกงทรงตรง และมีเชือกผูกเอว สำหรับคอลเลคชันนี้ กลุ่ม XL ได้เพิ่มไอเทมใหม่อย่าง XL Superwide, XL Culotte, XL Overall และ XL Skirt โดย XL Superwide ยังคงดีไซน์ทรงหลวมแบบ XL Straight แต่เพิ่มความโดดเด่นด้วยขากางเกงที่กว้างขึ้น ช่วยเพิ่มความโดดเด่น เหมาะสำหรับใส่กับรองเท้าหัวแหลม ส่วน XL Culotte เป็นกางเกงขาสั้นทรงกว้าง ความยาวถึงกลางหน้าแข้ง ให้ความรู้สบายๆ แต่ดูมีสไตล์ สามารถแต่งตัวได้หลากหลายทั้งแบบทางการและลำลอง XL Skirt เป็นกระโปรงยาว ที่มาพร้อมดีไซน์เข็มขัดผูกเอว เพิ่มความหวานและนุ่มนวลให้ลุค และ XL Overall เป็นเอี๊ยมทรงหลวมที่ผสมผสานกลิ่นอายเวิร์คแวร์ เข้ากับความแฟชั่นที่ทันสมัยอย่างลงตัว

นอกจากนี้ยังมีไอเทมเสื้อผ้าผู้หญิงรุ่นใหม่ ได้แก่ Harley Boyfriend Shirt เสื้อเชิ้ตลายทางที่ผลิตจากผ้า poplin ใส่สบาย มีทรงที่หลวมกำลังดี เหมาะสำหรับใส่ปล่อยชายเสื้อแบบสบายๆ หรือเก็บชายเสื้อเข้ากางเกงเพื่อให้ดูมีสไตล์ 
Dry Goods Waffle-knit Henley เสื้อแขนยาวผ้าฝ้ายทรงเข้ารูปที่ให้กลิ่นอายวินเทจ และ Mandy Blouse เสื้อเบลาส์ผ้าฝ้ายบางเบา ตกแต่งด้วยลูกไม้และมีดีเทลจับจีบเล็กๆ เหมาะสำหรับจับคู่กับกระโปรง กางเกงขาสั้น หรือยีนส์ 501®

สำหรับผู้ชาย LEVI'S® ยังคงเดินหน้ากับกระแสกางเกงทรงหลวม โดยในซีซันนี้ได้เพิ่มไอเทมใหม่อย่าง 578 Baggy และ 567 Relaxed Flare โดย 578 Baggy ได้แรงบันดาลใจจากยุค 90 ที่มาพร้อมทรงหลวมๆช่วงบนและขากางเกงที่ค่อยๆ แคบลง เหมาะสำหรับใส่คู่กับสนีกเกอร์หรือรองเท้าบูท ส่วน 567 Relaxed Flare เป็นทรงขาบานเล็กน้อยพร้อมดีไซน์ที่ดูผ่อนคลาย เป็นการตีความใหม่ที่ทันสมัยจากสไตล์ยุค 90 ใส่คู่กับรองเท้าบูทหรือสนีกเกอร์ก็ดูดี

ในส่วนของเสื้อผ้าผู้ชาย ซีซันนี้มีสินค้าใหม่ในกลุ่ม Authentic Collection ได้แก่ Authentic Button Down เสื้อเชิ้ต Oxford ดีไซน์วินเทจที่มีให้เลือกทั้งแบบย้อมสีและลายทาง Authentic Crew Sweatshirt เสื้อสเวตเชิ้ตคอกลมที่ผลิตจากผ้าฟลีซเนื้อนุ่ม ใส่สบาย มีหลากหลายสีให้เลือก และ Vintage T-Shirt เสื้อยืดคลาสสิกที่ออกแบบมาในทรงวินเทจหลวมๆ ใส่ได้ทั้งแบบพอดีตัวหรือ oversize

รู้เรื่อง...ค่าไฟฟ้า (1) : ความเป็นมาของกิจการพลังงานไฟฟ้า รู้จัก!! หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ‘ค่าไฟฟ้า’

(26 ม.ค. 68) การดำรงชีวิตในโลกยุคปัจจุบัน นอกจากปัจจัย 4 อันได้แก่  อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคแล้ว ยังมีปัจจัยที่กลายเป็นจำเป็นในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นมาอีกหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ในสภาวะที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM 2.5 เครื่องฟอกอากาศก็กลายเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็น เครื่องซักผ้า เตารีด หม้อหุงข้าว ปั้มน้ำ ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า

ดังนั้น วิถีชีวิตของชาวโลกรวมถึงคนไทยในทุกวันนี้โดยส่วนใหญ่แล้ว ต้องพึ่งพาอาศัยใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น เมื่อใช้พลังงานไฟฟ้าจึงมี ‘ค่าไฟฟ้า’ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่งต้องจ่ายตามมาเป็นประจำทุกเดือน แม้ว่า ‘ค่าไฟฟ้า’ จะเป็นรายจ่ายประจำทุกเดือน จะมากหรือน้อยก็เป็นไปตามปริมาณไฟฟ้าที่มีการใช้ แต่พี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่เข้าใจถึงความเป็นมาและความเป็นไปของกิจการพลังงานไฟฟ้า อันประกอบด้วยหลายหน่วยงานมากองค์กร ซึ่งมีบทบาทหน้าที่และภารกิจที่แตกต่างกัน รวมถึงเรื่องราวรายละเอียดต่าง ๆ ของ ‘ค่าไฟฟ้า’ จึงขอนำมาบอกเล่าให้ผู้อ่าน The States Times ได้เข้าใจพอสังเขป 

ประเทศไทยมีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2427 โดยไฟฟ้าดวงแรกส่องสว่างภายในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของในหลวงรัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2427 ต่อมา พ.ศ. 2441 มีก่อตั้งบริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด โรงไฟฟ้าเอกชนแห่งแรกของไทย โดยโอนกิจการมาจากบริษัทบางกอก อิเลกตริกไลท์ ชิกดีแคท เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2441 และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยาวนานจนกลายเป็น 3 หน่วยงานหลักที่บริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยคือ (1)การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ (2)การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีหน้าที่ในการจัดหาและจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยเช่นเดียวกัน แต่ กฟน. จะรับผิดชอบในพื้นที่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ และ กฟภ. จะดูแลในพื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจาก 3 จังหวัดนี้ โดย (3)การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะมีหน้าที่ผลิตและจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าเพื่อส่งต่อให้กับ กฟน. กฟภ. รวมถึงจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าของประเทศเพื่อนบ้าน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมี ‘โครงสร้างกิจการไฟฟ้า’ ในรูปแบบ ‘Enhanced Single Buyer Model (ESB)’ คือ “การที่รัฐเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน โดยผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนไม่สามารถขายไฟฟ้าตรงให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าได้ จุดแข็งของระบบโครงสร้างนี้คือ ทำให้รัฐมีอำนาจในการบริหารจัดการและควบคุมสั่งการได้อย่างเด็ดขาด 100% เพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา” ซึ่งเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ปัจจุบัน กฟผ. เป็นผู้ผลิตไฟฟ้า ส่งไฟฟ้า และเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชน ได้แก่ IPP (โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดมากกว่า 90 MW) และ SPP (โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดน้อยกว่า 90 MW) รวมถึงรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ

ในขณะที่ กฟน. และ กฟภ. เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจาก VSPP (โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดน้อยกว่า 10MW) โดย กฟผ.จะจำหน่ายไฟฟ้าผ่านระบบส่งไฟฟ้า (Transmission) ให้แก่ กฟน. และ กฟภ. เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าภายในพื้นที่รับผิดชอบของ กฟน. หรือ กฟภ. นอกจากนี้ กฟผ. ยังจำหน่ายไฟฟ้าบางส่วนโดยตรงให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่บางรายที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า (System Operator : SO) ทำหน้าที่ในการควบคุม บริหารและกำกับดูแลการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ทั้งของ กฟผ. IPP SPP และโรงไฟฟ้าที่มีสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ทำให้ระบบพลังงานมีความสมดุล มั่นคง มีเสถียรภาพ ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือ ตามความในมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดย กฟผ. เป็นผู้รับใบอนุญาตควบคุมระบบไฟฟ้า

ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2533 รัฐบาลในขณะนั้นให้การส่งเสริมเอกชนได้เข้ามามีบทบาทในการผลิตไฟฟ้า เพื่อจะเป็นการเพิ่มการแข่งขันในกิจการพลังงานไฟฟ้า ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและผู้บริโภคมีพลังงานไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังจะเป็นการลดภาระการลงทุนของรัฐและลดภาระหนี้สินของประเทศ ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กรณีของโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก หรือ SPP ซึ่งใช้ระบบพลังงานความร้อนร่วม เป็นต้น ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับบริการและคุณภาพไฟฟ้าที่ดีขึ้น สนับสนุนประชาชนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนากิจการด้านพลังงานของประเทศและช่วยพัฒนาตลาดทุน

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2535 รัฐบาลมีนโยบายลดภาระการลงทุนภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า โดยมีมติ ครม.เห็นชอบเรื่องแนวทางในการดำเนินงานในอนาคตของ กฟผ. กำหนดขั้นตอนและแนวทางให้เอกชนมีบทบาทมากขึ้นในกิจการไฟฟ้าประเทศไทย ให้มีการลงทุนจากภาคเอกชนในการผลิตไฟฟ้ารูปแบบของ IPP และจะต้องขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. และให้ออกระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายเล็ก ซึ่งใช้พลังงานนอกรูปแบบ เป็นการแบ่งเบาภาระทางด้านการลงทุนของรัฐในระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าด้วย โดย กฟผ. ได้ประกาศรับซื้อไฟจากเอกชนรายใหญ่เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าจะอยู่ภายใต้มติเห็นชอบของ ‘คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)’ มาจนถึงปัจจุบัน

โดย ‘คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ’ มีอำนาจหน้าที่ในการ (1) เสนอนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศต่อคณะรัฐมนตรี (2) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดราคาพลังงาน ให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศ (3) ติดตาม ดูแล ประสาน สนับสนุนและเร่งรัดการดำเนินการของคณะกรรมการทั้งหลายที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เพื่อให้มีการดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศ และ (4) ประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายและแผนการบริหารและพัฒนาพลังงานของประเทศ

โดยมี ‘คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)’ ทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงาน อันหมายถึง กิจการไฟฟ้า กิจการก๊าซธรรมชาติ และกิจการระบบโครงข่ายพลังงาน โดยมีมีอำนาจหน้าที่ใน “การอนุญาตการประกอบกิจการพลังงานการกำกับดูแลอัตราค่าบริการ การกำหนดมาตรฐานการ ให้บริการพลังงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการประกอบกิจการพลังงาน การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้พลังงาน รวมทั้งการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกอบการให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การใช้อสังหาริมทรัพย์เพื่อประโยชน์ในการสำรวจหรือ เพื่อหาสถานที่ตั้ง ระบบโครงข่ายพลังงานการใช้อสังหาริมทรัพย์ เพื่อประโยชน์ในการสำรวจหรือเพื่อหาสถานที่ตั้ง ระบบโครงข่ายพลังงาน และการพิจารณาข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการพลังงาน” และทำหน้าที่ในการพิจารณากำหนด “อัตราค่าไฟฟ้า”

ทำไม?? ‘เมียนมา’ กล้าด่า!! ‘ไทย’ ออกสื่อขนาดนั้น ชำแหละมหากาพย์ ‘แดนสแกมเมอร์’ ริมชายแดน ตอนที่ 1

(26 ม.ค. 68) เรื่องที่เอย่าเขียนนี้เริ่มต้นมาจากไม่กี่วันที่ผ่านมานี้มีข่าวใหญ่ที่ลงในหน้าสื่อของเมียนมาและไทยที่กล่าวว่าผู้นำเมียนมาอ้างว่าไทยให้การสนับสนุนสแกมเมอร์ที่ตั้งอยู่ริมชายแดนเมียนมา  ดังนั้นวันนี้เอย่าจะมาเล่าให้ทุกคนรู้กันตั้งแต่ต้นว่าทำไมฝั่งเมียนมาถึงกล้าด่าไทยออกสื่อขนาดนั้น

เมืองโจร The Origin

ทุกท่านคงรู้จักกันว่าอาณาจกรสแกมเมอร์ตอนนั้ที่มีก็คือ ฉ่วยก๊กโก  เคเคปาร์ค หวันหยา บ้านช่องแคบและตรงบ้านวาเล่ย์  แต่ถ้าย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดเมืองโจรแห่งแรกนั่นก็คือ ฉ่วยก๊กโก

ฉ่วยก๊กโก ได้รับการอนุมัติครั้งแรกในยุคที่นางอองซานซูจียังรั้งตำแหน่งที่ปรึกษาของรัฐ   ซึ่งในขณะนั้นมีสัญญาชัดเจนว่ามีการตกลงกันว่าการพัฒนาเมืองมีขนาดแค่ไหน  แต่พอระยะเวลาผ่านไป ปรากฎว่ากลุ่มทุนจีนได้สร้างเกินพื้นที่ ทางกองทัพเมียนมาก็มีการส่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางเข้าไปควบคุมดูแล เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จนในยุคนั้นเจ้าหน้าที่ถูกจับติดคุกไปหลายคน  พอหลังจากรัฐประหาร มิน อ่อง หล่ายได้ออกประกาศฉบับหนึ่งเรื่องให้ยกเลิกใบอนุญาตแต่หลังจากเกิดการคว่ำบาตรจากต่างประเทศ  ทำให้ทางกองทัพต้องยกเลิกประกาศนี้เพราะความข้าวยากหมากแพงของชาวบ้านในพื้นที่

ต่อมาคือ เคเคปาร์ค นี่คือพื้นที่ของชิตตู ทีนี่มีประเด็นตรงที่เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้น สงครามระหว่างกองทัพกะเหรี่ยงกับกองทัพเมียนมาได้ผลักดันทหารเมียนมาในพื้นที่ให้ออกไปจากจุดนี้ ภายหลัฃสงครามสงบ กองกำลัง BGF ของชิตตูจึงเข้ามาควบคุมตรงนี้และสร้างสัมพันธ์กับจีนเทาในที่สุด

ส่วนที่บ้านช่องแคบที่นายซิงซิงโดนจับไปเรียกค่าไถ่นั้นเป็นของ DKBA ร่วมกับจีนเทา เช่นเดียวกันกับตรงบ้านวาเลย์อันนั้นเป็นของกองกำลัง KNU  และที่เมืองหวันหยาก็เช่นเดียวกันที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของชนกลุ่มน้อยในตอนนี้เพราะทางรัฐบาลกลางเมียนมาไม่สามารถเข้าไปจัดการควบคุมได้นั่นเอง

รถไฟฟ้าฟรี ลดฝุ่น PM 2.5 ดัน!! ผู้ใช้ ‘รถไฟฟ้าสายสีแดง’ เพิ่ม 34% หลัง ‘คมนาคม’ ออกมาตรการ ส่งเสริมการเดินทาง ด้วยระบบราง

เมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 68) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เผยถึงปริมาณผู้โดยสารที่หันมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายสีแดง ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวันแรกภายหลังจากกระทรวงคมนาคมได้ออกมาตรการงดจัดเก็บค่าโดยสารการเดินทางในโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนทางราง ระหว่างวันที่ 25 – 31 มกราคม 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ภายใต้มาตรการดังกล่าว

ทั้งนี้ พบว่าปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงเพิ่มมากขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับปริมาณผู้โดยสารสายสีแดงในช่วงวันและเวลาเดียวกันในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีปริมาณผู้โดยสารสายสีแดงรวม จำนวน 11,949 คน แบ่งออกเป็นสายเหนือ 11,300 คน สายตะวันตก 959 คน  (ข้อมูลในช่วงเวลา 05.00-13.00 น. )

สำหรับรถไฟฟ้าในสายต่างๆ ทั้งสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพูและรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงนั้นได้ร่วมให้บริการประชาชนฟรี ตามมาตรการของกระทรวงคมนาคม เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบรางนี้  ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสาธารณะของรัฐได้ง่ายถึง และสามารถเดินทางถึงปลายทางด้วยระบบรถไฟฟ้าที่มีความปลอดภัย สะอาด ตรงเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถ ประหยัดเวลาในการเดินทาง ลดความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และเพิ่มมูลค่าความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นส่วนสนับสนุนการลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และลดการใช้พลังงานน้ำมัน ส่งเสริมให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ตามแนวสายทางและข้างเคียงให้ดีขึ้น โดยจะช่วยลดภาวะมลพิษ และบรรเทาปัญหาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้ในอนาคต

‘ไทด์ เอกพันธ์’ เปิดใจรักใหม่!! หวานใจนางเอกคนดัง ‘ทับทิม อัญรินทร์’ เผยความสัมพันธ์!! จากเล่นละครเป็นพ่อลูกกัน จนสนิทกันจริง 15 ปี

(26 ม.ค. 68) จากเล่นเรื่องไหนเป็นพ่อลูกกันตลอด เซอร์ไพรส์มาก ไทด์ เอกพันธ์ เปิดใจรักใหม่ นางเอกคนดัง บิณฑ์ แซวเตรียมแต่งงาน เข้าใจลูกโตเป็นสาวหมดแล้วใครเข้ามาก็ต้องละเอียดอ่อน

ช่อง7 เผย คลิป ไทด์ เอกพันธ์ เปิดใจรักใหม่หวานเวอร์ เปิดโมเมนต์หวานน่ารักกับนางเอกสาวคนสนิท ทับทิม อัญรินทร์

ล่าสุดถามถึงช่วงนี้ทำคอนเทนต์เต้นด้วยกันบ่อยๆ ความสัมพันธ์เป็นอย่างไร ไทด์ บอกว่า “เล่นเรื่องไหนเขาเป็นลูก เราเป็นพ่อ คลุกคลีกัน 10 กว่าปีแล้ว 15 ปีได้ น้องเขาก็น่ารัก เรารู้สึกมีความผูกพัน (ถามว่าตอนนี้เป็นพี่ชายคนสนิท ใช้คำนี้ได้ไหม) ได้”

พร้อมทั้งเผยโมเมนต์หยอกล้อกันหวานไปอีก ไทด์ แกล้ง ทับทิม จนนางเอกสาว บอกว่า “โดนแกล้งตลอด ตั้งแต่สมัยถ่ายรายการ ”

ด้าน ไทด์ บอกเลย “แม่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องมองตาปริบๆ”

ขณะที่ รายการ นิว พาซ่า ซึ่งมีพี่น้องแฝดพระเอกสายบุญ บิณฑ์ – เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ มาเปิดใจเรื่องความรักตอนหนึ่ง บิณฑ์ แซวน้องชายว่า “เอกพันธ์ เขาจะเป็นคนที่หัวใจสีชมพูตลอด เขาจะมีความรักของเขาตลอด (เอกพันธ์ เอามาตีหัวพี่ชายบอกเหรอๆ) เขาจะกุ๊กกิ๊กของเขาตลอด”

เอกพันธ์ ยอมรับว่า “คุยๆอยู่ ”

บิณฑ์ ถามว่า “เห็นว่าจะแต่งงานกันแล้วเหรอ (เอกพันธ์ หัวเราะ) ยังๆ ปีนี้ยังไม่ได้แต่ง เพราะยกช้างไม่ขึ้น ”

เอกพันธ์ กล่าวว่า “ดูๆ กันไปก่อน คบกันไปก่อน ถ้าใช่ก็ใช่ ยังไม่ฟันธง 100 เปอร์เซ็นต์ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ ต้องดูให้กาลเวลา เรื่องแบบนี้ ละเอียดอ่อน เราอายุมากแล้ว วางแผนก้าวเดินต้องระวัง เอาคนโน้นคนนี้มาเป็นของเรา ถ้าไม่ใช่ จะเสียหายน้องเขา (บิณฑ์ : เขามีลูกสาวโตเป็นสาวหมดแล้ว ถ้าใครเข้ามา ทั้งเขาทั้งลูกละเอียดอ่อน)”

‘ยายชา เถิดเทิง’ เสียชีวิตแล้ว!! หลังป่วยมะเร็งปอด เปิดโพสต์สุดท้าย ‘โจอี้ กาน่า’ เยี่ยมบ้านที่นครปฐม

เมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 68) นาย บุญฤทธิ์ คุ้มเงินแสน หรือ ทอมมี่ เถิดเทิง หรือ ยายชา เถิดเทิง อดีตศิลปินตลกชื่อดัง ซึ่งรับบทเป็น ยายชา หญิงชราขายกล้วยแขก ตัวตัวละครในระเบิดเถิดเทิง เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ภายหลังรักษาอาการป่วยมะเร็งที่ปอดมาระยะหนึ่ง 

ทั้งนี้ โอบะ เสียงเหน่อ เปิดเผยว่า ยายชา เถิดเทิง เสียชีวิตที่บ้านพักวันนี้จริง รดน้ำศพ 26 ม.ค. ที่วัดรางหมัน กำแพงแสน จ.นครปฐม 

สำหรับครอบครัว และภรรยาของ ยายชา เถิดเทิง นั้น เปิดร้านอาหารในวัดรางหมัน กำแพงแสน จ.นครปฐม เคยเล่าว่า ยายชา เถิดเทิง แข็งแร งเพิ่งจะมาป่วยเอาเมื่อปีที่แล้วเอง 

ทั้งนี้ ยายชา เถิดเทิง ได้ภาพ โจอี้ กาน่า ศิลปินตลกชื่อดังไปเยี่ยมที่บ้าน จ.นครปฐม พร้อมข้อความระบุว่า “ขอขอบคุณ คุณโจอี้ กาน่า และทีมงาน มาเยี่ยม ยายชา เถิดเทิง ที่บ้าน นำสิ่งของอุปโภค-บริโภค มาให้ยายชาและผู้ดูแล ขอกราบขอบพระคุณค่ะ” ซึ่งเป็นโพสต์สุดท้ายของ ยายชา เถิดเทิง เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ "กิ๊ฟ โคกคูน" ศิลปินตลกชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความอาลัย ยายชา เถิดเทิง ไว้ว่า “ดาวร่วงไปอีกหนึ่งดวง ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของยายชาด้วยนะครับ ไม่ต้องเจ็บไม่ต้องปวดไม่ต้องทรมานอีกต่อไป แล้วขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีนะน้องรัก”

‘ดร.ธรณ์’ สงสัย?? การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ทำไม?? เพิ่งจะทำ ทั้งที่รู้ล่วงหน้า อย่างน้อย 3 วัน

(26 ม.ค. 68) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ PM2.5 โดยมีใจความว่า .
ผมไม่มีความคิดเห็นต่อวิธีการแก้ไขปัญหาฝุ่นที่ออกมาเพราะมี 2 มุมมอง แต่ที่สงสัยคือช่วงเวลาที่ทำ

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เราพอทำนายสถานการณ์ฝุ่นล่วงหน้าอย่างน้อยก็ 3 วัน โดยดูจากสภาพอากาศ 

ผมจึงสงสัยว่าทำไมมาตรการต่างๆ ที่ทำในกรุงเทพและจังหวัดรอบๆ บางอย่างก็ไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาของฝุ่นที่พอคาดเดาได้ด้วยเทคโนโลยีและหลักวิชาการ

เราโดนฝุ่นหนักๆ กันมาตั้งแต่กลางสัปดาห์ก่อน แต่ไม่มีมาตรการใดชัดเจน 

มาถึงวันเสาร์ เราขึ้นรถไฟฟ้าฟรี ต่อเนื่องไปอีกทั้งสัปดาห์ ถึงวันที่ 31 มกราคม

นอกจากนี้ ยังพอทราบว่า โรงเรียนบางแห่งปิด ให้เรียนออนไลน์ในสัปดาห์หน้า รวมถึงมหาลัยบางแห่งที่ให้อาจารย์เลือก ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงเป็นออนไลน์ (เน้นย้ำ - บางแห่ง)

แต่ดูจากโมเดลพยากรณ์ต่างๆ สถานการณ์ฝุ่นจะคลี่คลายในวันจันทร์ 

และต่อเนื่องถึงอังคารและพุธ ที่อาจมีฝุ่นกลับมาบ้าง แต่ก็ไม่แรงเหมือนสัปดาห์ก่อน

หลังจากนั้นยังทำนายไม่ได้ หมายถึงบอกไม่ได้

ที่สงสัยคือช่วงฝุ่นแรงๆ ที่พอรู้ล่วงหน้า เราไม่ทำอะไร 

พอฝุ่นเริ่มหายไป เรากลับทำนี่นั่นตามกระแส

กระแสจะเกิดเมื่อมีฝุ่นหนัก เพราะคนมองเห็นด้วยตา แต่อากาศที่เอื้อต่อฝุ่นจะอยู่เพียงไม่กี่วัน

หากเรารอให้ฝุ่นเยอะจนเกิดกระแส จากนั้นค่อยทำ เวลามันจะเหลื่อมกันแบบนี้เสมอ

เอาเป็นว่าในวันจันทร์ หากเป็นไปตามพยากรณ์
พ่อแม่อาจมึน สงสัยว่าทำไมลูกถึงอยู่บ้านเรียนออนไลน์ ทั้งที่ฟ้าใส ก่อนเดินมึนๆ ขึ้นรถไฟฟ้าฟรีโดยใช้เงินภาษีต่อไปทั้งสัปดาห์
ก็ได้แต่ตั้งคำถามไว้แบบมึนๆ เหมือนกัน

ฝุ่นมา เราตกใจ ฝุ่นหาย เราทำ!!

‘สาธิต’ โต้!! ‘พิธา’ ในฐานะอดีตรมช.สาธารณสุข และตัวแทนชาวระยอง ชี้!! อย่าวิจารณ์ด้อยค่าความเป็นจริง เพราะปล่อยให้อารมณ์ อยู่เหนือสติ

เมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 68) นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความโต้กลับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับการอ้าง!! เคลมผลงานของคนระยอง เป็นของพรรคตัวเอง ในการมาปราศรัย ช่วยผู้สมัครนายกฯ อบจ.ระยอง ของพรรคประชาชน โดยได้ระบุว่า …

คุณ พิธา อยู่ระยองวันนี้ครับ

ผมอยากให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน(วัคซีน)ความเชื่อ ความหลงใหล และอารมณ์ที่อยู่เหนือ สติ สิ่งที่เขาด้อยค่า ด่า วิจารณ์ กับความเป็นจริงที่ผมทำ ที่ผ่านมาแล้วครับ 

ส่วนจะตัดสินใจ อย่างไรก็เป็นสิทธิ โดยแท้จริงของทุกท่านอีกนั้นแหละครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top