Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

ทรัมป์ปลุกประเด็นเดือด! ฟื้นไอเดียครอบครอง 'กรีนแลนด์' ย้ำเพื่อความมั่นคงโลก

(23 ธ.ค.67) โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวผ่านแพลตฟอร์มโซเชียล Truth Social โดยยืนยันถึงการฟื้นแนวคิดการเป็นเจ้าของพื้นที่กรีนแลนด์ ซึ่งทรัมป์มองว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง

"เพื่อความมั่นคงและส่งเสริมเสรีภาพทั่วโลก สหรัฐอเมริกาเห็นว่าการเป็นเจ้าของและควบคุมพื้นที่กรีนแลนด์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง" 

ทรัมป์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เขาได้เสนอชื่อนาย เคน ฮาวเวอรี อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสวีเดนและนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำเดนมาร์กคนใหม่ โดยทรัมป์เชื่อมั่นว่าฮาวเวอรีจะ "ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของสหรัฐฯ"   

ย้อนไปในปี 2019 สื่อหลายแห่งรายงานว่าทรัมป์มีความสนใจที่จะซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งต่อมาเขาเองยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าเป็นความสนใจเชิงยุทธศาสตร์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกรีนแลนด์ย้ำว่ากรีนแลนด์ไม่ใช่สินค้าที่จะขายได้ ขณะที่รัฐบาลเดนมาร์กแสดงความหวังว่าทรัมป์กำลังพูดเล่น และเรียกแนวคิดการขายกรีนแลนด์ว่า 'ไร้สาระ'

สำหรับกรีนแลนด์ปัจจุบันถือเป็นดินแดนอาณานิคมของเดนมาร์กถึงปี 1953 แม้ว่าจะยังเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรเดนมาร์ก แต่ในปี 2009 กรีนแลนด์ได้รับสิทธิ์ปกครองตนเองและสามารถตัดสินใจเรื่องนโยบายภายในประเทศได้อย่างอิสระ

'มนพร' เปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดใช้ถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 มุกดาหาร มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2568

เมื่อวานนี้ (22 ธ.ค.67) เวลา 09.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบให้ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ของกระทรวงคมนาคม พร้อมเปิดใช้ถนนสาย มห.3019 แยก ทล.212 - บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2568 ให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

นางมนพร กล่าวว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท สนับสนุนการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงถนนสายดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์ตามนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 2 สู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ กาฬสินธุ์ และนครพนม สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (Special Economic Zone: SEZ) ส่งเสริมการเพิ่มขีดสมรรถนะทางเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายส่งเสริมและยกระดับเปิดประตูการค้า การท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทุกมิติ สอดรับกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการเป็นศูนย์กลางขนส่งของภูมิภาค (Logistic Hub) เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายความเจริญจากเมืองใหญ่สู่เมืองเล็ก อีกทั้งเป็นการเพิ่มโครงข่ายโลจิสติกส์การขนส่งออกสู่ สปป.ลาว โดยไม่ต้องผ่านเข้าสู่ตัวเมืองอีกด้วย

นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่โครงการตั้งอยู่บริเวณตำบลโพนทราย และบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีจุดเริ่มต้นบริเวณ ทล.12 (กม. ที่ 781+000) และไปสิ้นสุดที่บริเวณ ทล.212 (กม. ที่ 414+262) ซึ่งในช่วง 4 กิโลเมตรแรกจะดำเนินการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ส่วนที่เหลือดำเนินการก่อสร้างถนนใหม่ทั้งหมดจนไปถึงจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมกับสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 2 โดยเป็นถนนผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4 ช่องจราจร ไป - กลับ กว้างช่องละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1.5 - 2.5 เมตร และทางเท้าบริเวณชุมชน พร้อมสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 แห่ง ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร สิ่งอำนวยความปลอดภัย และระบบระบายน้ำ ระยะทาง 14.211 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 804.159 ล้านบาท ถนนสายนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการคมนาคมขนส่งอย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยและมั่นใจให้แก่ประชาชนที่สัญจรบนเส้นทางดังกล่าว รวมทั้งจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดในตัวเมือง รองรับการเจริญเติบโตของเมืองในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในโอกาสนี้ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม สื่อมวลชน ประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ โดยมี นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เป็นผู้กล่าวรายงาน

ชาวกาฬสินธุ์ แพร่ พังงา เฮ! 'เฉลิมชัย' ประเดิมมอบของขวัญปีใหม่ 68 อนุญาตที่ดินทำกินในเขตป่าให้ชุมชนที่รอมายาวนาน รวมกว่า 6,600 ไร่

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่าได้ลงนามอนุมัติการเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อนำไปดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ให้กับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ แพร่ และพังงา รวมเนื้อที่กว่า 6,617 ไร่  

โดยพื้นที่แต่ละจังหวัดได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติมาแล้วตั้งแต่ปี 2564 และได้รับความเห็นชอบพื้นที่เป้าหมายจากคณะกรรมการจัดหาที่ดินแล้วตั้งแต่ช่วงปี 2564 – 2565 แต่เนื่องจากทั้ง 3 พื้นที่ มีพื้นที่บางส่วน หรือทั้งหมดอยู่ในเขตจำแนกการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ เขตพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์เพิ่มเติม (Zone C) ที่ต้องมีการจัดทำรายการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณารายการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นชอบก่อนเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้พิจารณาอนุญาตการเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2537 นอกจากนี้ บางพื้นที่ยังมีการปรับลดเปลี่ยนแปลงเนื้อที่จากทางจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบสภาพป่า ทำให้มีกระบวนการที่ทำให้ชาวบ้านต้องใช้ระยะเวลาในการรอคอยมาอย่างยาวนาน

“ในวันนี้ถือเป็นการสิ้นสุดการรอคอยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แพร่ และพังงา ที่จะมีที่ดินทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ได้รับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นตามมา เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ซึ่งหลังจากที่กระทรวงทรัพยากรฯ พิจารณาอนุญาตการเข้าใช้พื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปของทั้ง 3 จังหวัด จะเข้าสู่ขั้นตอนของคณะอนุกรรมการจัดที่ดิน โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบ และคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ซึ่งมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบ โดยประชาชนจะได้รับการจัดสรรที่ดินรายละไม่เกิน 20 ไร่ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับการจัดสรรเข้าถือครองพื้นที่ ร่วมกันดูแลรักษาพื้นที่ให้ดี ปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้พื้นที่อย่างเคร่งครัดต่อไป ครั้งนี้ ถือเป็นการประเดิมมอบของขวัญปีใหม่จากกระทรวงทรัพยากรฯ ให้กับพี่น้องประชาชนเป็น 3 จังหวัดแรก ใน 3 ภูมิภาค และในปี 2568 ที่จะถึงนี้ จะเร่งดำเนินการในพื้นที่ที่เหลือให้ครบตามเป้าหมายโดยเร็วต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

โดยพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ในครั้งนี้ ปะกอบด้วย พื้นที่ใน จ.กาฬสินธุ์ เนื้อที่ 661 ไร่ 3 งาน 39.37 ตารางวา  จ.แพร่ เนื้อที่ 3,606 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา จ.พังงา เนื้อที่ 2,350 ไร่ 1 งาน 41 ตารางวา ซึ่งทั้ง 3 พื้นที่มีกำหนดระยะเวลาการอนุญาต 30 ปี และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต รวม 26 ข้อ เพื่อการร่วมดูแลและรักษาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติต่อไป

สมัคร อบจ.ชลบุรีวันแรกคึกคัก! ป๊อก-วิทยา นำทีมเรารักชลบุรี พรรคส้ม ส่ง โอ๋-ชุดาภัค ลงสมัครนายกฯ ด้านกลุ่มพลังใหม่ชลบุรีส่งแค่ผู้สมัคร ส.อบจ. ยังไร้วี่แววส่งนายกฯ 

(23 ธ.ค.67) ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พบว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี โดย นางสาววิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ได้กำหนดจัดสถานที่ที่ห้องประชุมแก้วเจ้าจอม องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่รับสมัคร โดยพบว่าวันแรกมีกองเชียร์ของแต่ละกลุ่มการเมืองร่วมเดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

จังหวัดชลบุรีมีกลุ่มการเมืองใหญ่ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้รวม 3 กลุ่ม พบว่าในวันแรก มีผู้สมัครรับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย 1.กลุ่มเรารักชลบุรี นำโดย นายวิทยา คุณปลื้ม เป็นผู้ยื่นสมัครนายกฯ คนแรก ได้หมายเลข 1 และ 2.กลุ่มพรรคประชาชน โดย นางสาวชุดาภัค วสุเนตรกุล ผู้ยื่นสมัครนายกฯคนที่สอง ได้หมายเลข 2 ส่วน 3.กลุ่มพลังใหม่ชลบุรียังไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ชลบุรี แต่อย่างใด

ในส่วนของผู้รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ปรากฏว่ามีผู้สมัครจากทั้ง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มพลังชลบุรี กลุ่มพรรคประชาชน และกลุ่มพลังใหม่ชลบุรี โดยทั้ง 9 เขตทุกอำเภอ ไม่สามารถตกลงกันได้ ทาง กกต. จึงทำการจับสลากลำดับเพื่อจับหมายเลขประจำตัวผู้สมัครเลือกตั้งตามลำดับ 

อย่างไรก็ตาม การเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 และจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

ผบช.สตม. ขึ้นเหนือบินตรวจสนามบินเชียงใหม่ พร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยเที่ยวเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ ยึดหลัก สะดวก สมดุล สากล สร้างความประทับใจ

(23 ธ.ค.67) เวลา 10.30 น.  พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สอท. ช่วยราชการ รอง ผบช.สตม. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง  บริเวณช่องตรวจทั้งระบบ เพื่อดูสภาพปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่นมากๆ เน้นการอำนวยความสะดวกควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2568 คาดว่าจะเริ่มเดินทางกันในสัปดาห์นี้

พล.ต.ท.ภาณุมาศ กล่าวว่า เชียงใหม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักในภาคเหนือ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากคนไทยและต่างชาติ ที่รัฐบาลโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ อีกทั้งมีนโยบายที่ต้องการกระตุ้น โดยเน้นไปที่การท่องเที่ยว ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญ จากสถิติย้อนหลัง ปี66 พบว่ามีผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการประมาณ 2 ล้านคนเศษ ปีนี้67 พบว่ามีผู้มาใช้บริการแล้วถึง 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 25%  โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศช่วง High season คือ ต.ค.-มี.ค. เฉลี่ยต่อวันสูงสุด 5,000 คน เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวสัญชาติที่เดินทางเข้ามามากสูงสุด 5 อันดับแรกคือ 1.เกาหลีใต้ 21,896 ราย 2.จีน 21,843 ราย 3.ไต้หวัน 8,561 ราย 4.มาเลเซีย 6,563 ราย และ5.ฮ่องกง 4,844 ราย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะใช้วิธีการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นลง เพื่อช่วยระบายความหนาแน่นของผู้โดยสาร สร้างความสะดวกรวดเร็วให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในช่วงเทศกาลสำคัญนี้ 

นาย นิตินัย สาสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษา สายปฏิบัติการและบำรุงรักษาท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้ามากถึง 5,000 คน ต่อวัน ซึ่งทางการท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้โดยสารขาเข้าไม่กังวล เนื่องจากจะทราบไฟลท์บินล่วงหน้า สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ผบช.สตม.กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ สตม.เตรียมความพร้อมรองรับ โดยการระดมเจ้าหน้าที่จากหลายๆ ส่วนมาช่วย รวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือ ยานพาหนะ เพื่อให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน แต่อย่างไรก็ดี ยังคงเข้มงวดในเรื่องของการคัดกรองกลุ่มคนต้องห้าม โดยเฉพาะประเทศหรือสัญชาติเป้าหมาย ไม่ให้แฝงตัวเข้ามารวมกลุ่มแก๊งก่ออาชญากรรมในประเทศได้  พร้อมทั้งมีการจัดกำลังเพื่อเฝ้าระวังเหตุและสืบสวนหาข่าว ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าออกในช่วงเวลาดังกล่าว

‘ทักษิณ‘ ลั่น ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ ‘อนุทิน’ ชี้ ลิ้นกับฟัน กัดโดนกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

‘ทักษิณ‘ บอก ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ ’อนุทิน‘ หลังปรากฏภาพตีกอล์ฟสยบรอยร้าว ชี้ เรื่องธรรมดาลิ้นกับฟันจะกัดโดนกันบ้าง ลั่น หลังจากนี้ไม่มีปัญหาแล้ว ‘อิ๊งค์-เสี่ยหนู’ ทำงานร่วมกันได้

(23 ธ.ค.67) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรากฎภาพตีกอล์ฟร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหารของกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ว่า สนุกดี แต่ตนตีไม่ค่อยดี ก็จะตีโดนบ้าง ไม่โดนบ้าง 

เมื่อถามว่า เป็นการสยบคำว่าอีแอบหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า จริง ๆ นายสารัชถ์เป็นคนเชิญไป ไม่มีนักการเมือง แต่นายอนุทินเป็นเพื่อนนายสารัชถ์ มา 20 ปี จึงชวนนายอนุทินไปในฐานะเพื่อน นายอนุทินจึงได้ไป ปรากฏว่าไม่มีนักการเมือง แต่มีประเด็นการเมืองเยอะ เพราะเมื่อมีการส่งรูปออกไปก็มีสื่อนำไปตีเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีอะไร 

เมื่อถามว่า นายสารัชถ์ เป็นคนกลางสมชื่อเลยหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่รู้ เขาซ้ายขวาหรือไม่” 

เมื่อถามว่า เคลียร์ใจกับนายอนุทินอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ กติกาง่ายนิดเดียว คนเราเมื่ออยู่ร่วมกัน ก็ต้องเคารพซึ่งกันและกัน จบ 

ถามย้ำว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการตีความว่า ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย อาจจะมีเรื่องที่ไม่ลงรอยกันหลายเรื่อง นายทักษิณ กล่าวว่า เท่าที่ดูไม่น่ามีอะไรมาก เป็นเรื่องธรรมดา ลิ้นกับฟันบางครั้งก็กัดโดนกันบ้างเป็นธรรมดา ส่วนที่ร้องเพลงคนไม่สำคัญนั้น เป็นเพลงเก่งของตน ร้องมานานแล้ว นึกเพลงใหม่ๆ ไม่ออก มีแต่เพลงเก่าๆ คนโบราณ

เมื่อถามว่า เคลียร์กันแล้ว หลังจากนี้รัฐบาลไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกันแล้วใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีอะไร เพราะนายอนุทินกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ทำงานด้วยกันได้

เชียงราย-สนาม อบจ.เชียงรายเดือด 2 ตัวเต็ง 'สลักจฤฎดิ์ - อทิตาธร' ลงชิงชัยสมัคร นายก อบจ.และนำทีมผู้สมัคร ส.อบจ.เชียงราย คึกคัก สะพัดข่าว 'ทักษิณ' จะลงพื้นที่ปราศรัยช่วยทีมผู้สมัครของ 'พรรคเพื่อไทย' เร็ว ๆ นี้

(23 ธ.ค. 2567) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงราย ได้ทำการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง นายก และสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) เชียงราย ขึ้นเป็นวันแรก ณ อาคารคชสาร สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย อ.เมืองเชียงราย โดยมีผู้สมัครและบรรดากองเชียร์ล้นหลาม ซึ่งจะเปิดรับสมัครตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ทุกวันไปจนถึงวันที่ 27 ธ.ค.2567 และจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 1 ก.พ. 2568 นี้ โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมสังเกตการณ์รับสมัคร ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับบรรยากาศในวันแรกตั้งแต่ช่วงเช้าพบว่ามีผู้สมัครรายสำคัญ 2 คน คือ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ.เชียงราย ที่พึ่งหมดวาระและได้ประกาศลงสมัครในนามอิสระ กับนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางไปสมัครก่อนเวลาพร้อมกันโดยไม่มีผู้สมัครรายอื่น ท่ามกลางผู้สนับสนุนกองเชียร์ของแต่ละฝ่ายที่พากันไปเชียร์อย่างคับคั่ง เรียกเสียงฮือฮาเต็มด้านหน้าอาคารรับสมัครกันอย่างเนืองแน่น เมื่อผู้สมัครเดินทางไปก่อนเวลาพร้อมกันทำให้ทาง กกต.จัดให้มีการจับสลาก ผลปรากฏว่า นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้หมายเลข 1 ทำให้ นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ได้หมายเลข 2 ไปโดยปริยาย ภายหลังจากแต่ละคนได้รับหมายเลขทำให้บรรดากองเชียร์ต่างพากันตะโกนหมายเลขและชูป้ายสนับสนุนผู้สมัครของแต่ละฝ่ายกันอย่างคึกคัก 

ขณะที่บรรดาผู้สมัครเป็นสมาชิก ส.อบจ.เชียงราย ของทั้ง 2 ฝ่าย ต่างก็เดินทางไปสมัครครบทั้ง 36 เขตเลือกตั้งใน 18 อำเภอ โดยพร้อมเพียงกันด้วย

ทั้งนี้ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ประกาศนโยบาย คือการกระจายเครื่องจักรกลไปสู่พื้นที่ทางการเกษตร เส้นทาง แหล่งน้ำและป้องกันแก้ไขสาธารณภัย,ส่งเสริมอาชีพและรายได้ สร้างนักขายออนไลน์ประจำตำบล เยาวชน วัยกลางคน ผู้สูงอายุในสโลกแกน 'อยู่ที่ไหนก็ขายได้' จากสวนสู่ครัวจากบ้านสู่ผู้ซื้อ,ส่งเสริมการศึกษาอยู่ที่ไหนก็เรียนได้,ส่งเสริมสุขภาพ 'อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ' สุขภาพดีได้ด้วยโฮงยาใกล้บ้าน PLUS สร้างสุขภาพด้วยการพบหมอออนไลน์และระบบรักษาพยาบาลทางไกล,ส่งเสริมการท่องเที่ยวอยู่ไหนก็เที่ยวได้ เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปีมีดีทุกอำเภอ มหกรรมไม้ดอกกระจายทุกอำเภอ ยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวทุกอำเภอ,และด้านความปลอดภัยโดยมีศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติแบบเบ็ดเสร็จ อยู่ที่ไหนก็ปลอดภัยได้ ฯลฯ

ส่วนทางด้าน นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ยังคงแจ้งนโยบายหลัก 5 ข้อ คือนโยบาย TONY Brand ผลักดันสินค้าและบริการเชียงรายสู่แบรนด์ระดับโลก ส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย และเทศกาลนานาชาติ,จัดตั้งศูนย์โดรนการเกษตรประจำตำบล 124 ตำบล พร้อม '1 ตำบล 1 นักบินโดรน' ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และแก้ปัญหาไฟป่า,จัดตั้งศูนย์บาดาลการเกษตรทุกตำบลเพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอและประหยัดพลังงาน,ถนนเศรษฐกิจวัฒนธรรมรอบสถานีรถไฟ 18 แห่ง ส่งเสริมการค้าชุมชน และจัดระบบขนส่ง EV Cars เชื่อมโยงสถานีรถไฟ อ.เมือง-มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง-อ.แม่จัน-อ.แม่สาย และ อ.เชียงแสน,ทุ่งนาสนามกอล์ฟและ Homestay Agrotourism พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสร้าง Homestay ทุกตำบล 

ทั้งนี้ ยังมีรายงานข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย มีกำหนดการจะเดินทางไปปราศรัยสนับสนุน  นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ในพื้นที่ อ.เทิง และ อ.เชียงของ ในวันที่ 5 ม.ค.2568 ซึ่งเป็นฐานเสียงใหญ่ของ นางอทิตาธร คาดว่าจะมีผู้ไปฟังปราศรัยอย่างหนาแน่น ภายหลังมีการวีดีโอพิเศษสนับสนุนผู้สมัครในนามพรรคเพื่อไทย เมื่อวานนี้อีกด้วย

กัมพูชาเตือนภัย! มีผู้ป่วยโรคหัดแล้ว 375 ราย พบระบาดหนักตามแนวชายแดน

(23 ธ.ค.67) กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา (MOH) ออกคำเตือนเมื่อวันเสาร์ (21 ธ.ค.) เกี่ยวกับการระบาดเพิ่มของโรคหัด หลังพบผู้ป่วยโรคหัดอย่างน้อย 375 รายในปี 2024

กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์ว่าโรคหัดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วผ่านทางระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอหรือจาม พร้อมเสริมว่าโรคนี้สามารถก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น ตาบอด สร้างความเสียหายต่อสมอง หรือกระทั่งเสียชีวิต โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ

กระทรวงฯ พบว่าจำนวนผู้ป่วยโรคหัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโรงเรียนและจังหวัดตามแนวชายแดนบางแห่ง โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคมปีนี้ กัมพูชายืนยันจำนวนผู้ป่วยโรคหัดใน 17 จังหวัด รวม 375 ราย

แถลงการณ์ระบุว่าอาการของโรคหัดมักปรากฏหลังจากได้รับเชื้อไวรัส 10-14 วัน ได้แก่มีไข้สูง ไอ น้ำมูกไหล ตาแดงและมีน้ำตา และมีจุดผื่นขาวขนาดเล็กที่กระพุ้งแก้ม ผู้ป่วยโรคนี้มักมีผื่นแดงปรากฏตามร่างกายในช่วง 7-18 วันหลังรับเชื้อ โดยเริ่มจากใบหน้าและลำคอส่วนบน จากนั้นลามไปยังมือและเท้า พร้อมเตือนให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานที่มีอาการไข้สูง ไอ น้ำมูกไหล และมีผื่นแดง ไปพบแพทย์ที่ศูนย์สุขภาพหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน

กระทรวงฯ ยังเรียกร้องให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานที่มีอายุ 9-59 เดือนไปรับวัคซีนป้องกันโรคหัดและหัดเยอรมันฟรีที่ศูนย์สุขภาพทุกแห่งเพื่อป้องกันการระบาดของโรค

อนึ่ง กัมพูชาเคยประกาศว่าตนเป็นประเทศปลอดโรคหัดเมื่อเดือนมีนาคม 2015 แต่กลับมาพบผู้ป่วยโรคหัดรายแรกอีกครั้งใน 7 เดือนต่อมา

กาฬสินธุ์สมัครส.อบจ.วันแรกคึกคัก สส.เพื่อไทยนำทีมคนรุ่นใหม่สมัครไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

บรรยากาศรับสมัคร ส.อบจ.กาฬสินธุ์วันแรกสุดคึกคัก ผู้สมัครแชมป์เก่า และหน้าใหม่เดินทางมาสมัครกันตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ ส.ส.หมู วิรัช พิมพะนิตย์ - สส.บอล พลากร พิมพะนิตย์ นำทีมผู้สมัครคนรุ่นใหม่ในนามพรรคเพื่อไทยเข้ารับสมัครอย่างพร้อมเพียง พร้อมเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ด้าน 'สจ.เอ็ดดี้ ภูมินทร์' อดีตสจ.แชมป์เก่าขวัญใจประชาชนเขตอำเภอกุฉินารายณ์เดินทางเข้าสมัครย้ำขอรับใช้ประชาชนอีกครั้ง ด้านปธ.กกต.ประจำอบจ.กาฬสินธุ์ แนะผู้สมัครยึดระเบียบกฎหมายและเลือกตั้งสมานฉันท์

(23 ธ.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จ.กาฬสินธุ์ (ส.อบจ.กาฬสินธุ์) ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ส.อบจ.กาฬสินธุ์วันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากมีผู้สมัครแชมป์เก่าและหน้าใหม่ ต่างพากันเดินทางมาสมัครกันตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนเวลา 08.00 น.ท่ามกลางกองเชียร์และประชาชนที่นำดอกไม้มามอบให้กำลังใจกันจำนวนมาก 

โดยมีนายธนภัทร ณ ระนอง รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ประธานกกต.ประจำอบจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ พ.ต.อ.กีรติกร อรมพัฒน์ภาคิน พ.จ.ต.สำเนียง หวังเจริญ นายเสกสรรค์ ทรัพย์นิเวศ กกต.ประจำอบจ.กาฬสินธุ์ นายนวัต บุญศรี ผอ.กกต.กาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกอบจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กกต.และเจ้าหน้าที่อบจ.กาฬสินธุ์คอยอำนวยความสะดวกในการรับสมัคร

ขณะที่นายวิรัช พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พรรคเพื่อไทย และนายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ได้นำผู้สมัคร ส.อบจ.กาฬสินธุ์ เขต อ.เมือง อ.ยางตลาด และอ.ฆ้องชัยในนามพรรคเพื่อไทยรวม 9 คน นำโดยนายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ หรือ 'สจ.เบ็นซ์' อดีตรองประธานสภา อบจ.กาฬสินธุ์ และอดีตสจ.อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เขต 4 เดินทางมารับอย่างพร้อมเพียง ซึ่งนายณัฐวัชต์ ยืนยันว่าทีมงานสมัครวันนี้ล้วนแล้วแต่มีความรู้ความสามารถ และพร้อมที่จะทำหน้าที่รับใช้ประชาชนและปฏิบัติหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนนโยบายของนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกอบจ.กาฬสินธุ์ และภารกิจของอบจ.กาฬสินธุ์ โดยมีประชนและกองเชียร์เดินทางมามอบดอกไม้กันจำนวนมาก 

ทั้งนี้หลังรับสมัครเสร็จ ส.ส.วิรัช และส.ส.พลากร ได้พาทีมงานนำพวงมาลัย ดอกไม้ ธูป เทียน เข้าสักการะกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ทั้งศาลหลักเมือง หลวงพ่อองค์ดำ วัดกลางพระอารามหลวง อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร เจ้าเมืองคนแรกของกาฬสินธุ์ หอเจ้าบ้าน เพื่อความสิริมงคล และอธิษฐานขอพรให้ได้เป็นรับความไว้วางใจจากประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ส.อบจ.ต่อไป

ขณะที่นายภูมินทร์ ภูมิเขตร หรือ “สจ.เอ็ดดี้” อดีต สจ.เขตอำเภอกุฉินารายณ์แชมเก่าหลายสมัยคนสาธารณะขวัญใจประชาชนชาวอ.กุฉินารายณ์ก็ได้เดินทางมายื่นสมัครตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมผู้สมัคร ส.อบจ.เขาวง โดยมีแฟนคลับ กองเชียร์และประชาชนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจจำนวนมาก ด้านนายเดชบดินทร์ พยุงแสนกุล อดีต สจ.อำเภอท่าคันโท แชมป์เก่าหลายสมัยก็ได้เดินทางมาสมัคร และพร้อมรับใช้ประชาชนเช่นกัน

ด้านนายธนภัทร ณ ระนอง รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ประธานกกต.ประจำอบจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับบรรยากาศรับสมัครวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก และเรียบร้อย ยังไม่พบเรื่องร้องเรียน อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงผู้สมัครทุกคนให้ยึดความถูกต้องและปฏิบัติตามกฎหมาย ทุกคนล้วนแล้วเป็นพี่เป็นน้องกันต้องรู้แพ้ รู้อภัย เลือกตั้งอย่างสมานฉันท์ ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่เองก็ยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เป็นกลาง สุจริต และเที่ยงธรรม 

พิจิตรรับสมัคร นายก อบจ.พิจิตร เจ้าสัวประดิษฐ์ปั่นหลานชายลงแข่งกับญาติผู้น้องชิงเก้าอี้ นายก เมืองชาละวัน

(23 ธ.ค.67) ที่สนามฟุตซอล ภายในสนามกีฬาจังหวัดพิจิตร ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร  คณะกรรมการการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร  ได้จัดให้มีการรับสมัคร นายก อบจ.พิจิตร และ สมาชิกสภา อบจ.พิจิตร หรือ สจ. บรรยากาศของผู้สมัครทั้ง 2 ทีม คือ ทีมของ พ.ต.อ. กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ 'ผู้กำกับกบ' อดีตนายก อบจ.พิจิตร ที่สวมเสื้อยืดสีเหลืองคอปกสีเขียว และทีมของ นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา ซึ่งเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งมาในทีม บ้านเขียว ที่สวมเสื้อยืดสีเขียว แจ๊คเก็ตสีขาว มาแสดงตนในคูหารับสมัครก่อนเวลา 08.30 น. คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงให้จับสลากผลปรากฏว่า  พ.ต.อ. กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ 'ผู้กำกับกบ' อดีตนายก อบจ.พิจิตร ได้เบอร์ 1, นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา ได้เบอร์ 2 นอกจากนี้ก็มี นายประชา โพธิ์ศรี ซึ่งเป็นผู้สมัครอิสระ แต่สวมเสื้อพรรคประชาชน มาสมัครและ ได้เบอร์ 3

จากนั้นบรรดาผู้สมัคร สจ.เขต ของแต่ละทีม ซึ่งจังหวัดพิจิตร มี สจ.เขต ได้ 30 คน/ 30 เขต  ซึ่งทั้ง 2 ทีม ต่างส่งครบเพื่อแข่งขันกันยึดพื้นที่และหาคะแนนเสียงในแต่ละเขตเพื่อจะได้หนุนหัวหน้าทีม ส่วนผู้สมัครเบอร์ 3 ที่ลงอิสระบินเดี่ยวมาคนเดียวไม่มีทีม สจ.เขต ดังนั้นเมื่อถึงเวลาคณะกรรมการการเลือกตั้งก็เรียกผู้สมัคร สจ.ของแต่ละเขต ทีละเขตเพื่อให้ตกลงกันว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ ว่าจะเอาเบอร์อะไร ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีผู้ลงสมัครแค่ 2 คน ในแต่ละเขตจะมี 3 คน แค่เพียง 2-3 เขต เท่านั้น แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ทำให้คอการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ก็คือ ลูกหาบของผู้สมัคร นายก เบอร์ 2 กลับไม่ยอมที่จะใช้เบอร์ 2 แต่ขอเสี่ยงดวงจับสลากแย่งชิงเบอร์ 1 ทำให้ในหลายเขตหัวหน้าทีมกับลูกทีมต่างได้เบอร์ไปคนละทิศละทางจึงทำให้บรรดากองเชียร์ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกไปตามๆกัน ว่าสุดท้ายเค้าแข่งกันแบบไหนกันแน่ 

สำหรับบรรยากาศก่อนการสมัครในทีมของ พ.ต.อ. กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ 'ผู้กำกับกบ' อดีตนายก อบจ.พิจิตร เบอร์ 1 ต่างเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ ไม่มีการส่งเสียงเชียร์ สุภาพเรียบร้อย ซึ่งเป็นสไตล์ของ 'ผู้กำกับกบ' ในเอกลักษณ์ของ Police Man     

ซึ่งแตกต่างกับทีมของบ้านเขียวที่ส่ง นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา เบอร์ 2 ซึ่งเป็นหลานชายของ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เจ้าสัวหมื่นล้านพี่ใหญ่ของตระกูลภัทรประสิทธิ์ ที่ก่อนหน้านั้นเคยเชียร์ญาติผู้น้อง คือ พ.ต.อ. กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ 'ผู้กำกับกบ' แต่เที่ยวนี้กลับใจปั่นหลานชายมาแข่งกับญาติผู้น้อง โดย นายประดิษฐ์ พาแกนนำหัวคะแนนตะโกนเสียงดังเป็นการข่มขวัญตัดไม้ข่มนาม 'ผู้กำกับกบ' ซึ่งเป็นญาติผู้น้อง แบบสิ้นเยื่อใยความเป็นญาติพี่น้อง รวมถึง นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร เขต 2 , นายภัทรพงศ์  ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร เขต 1 ที่ก้าวขึ้นมาเป็น สส.พิจิตร ในช่วงที่ 'ผู้กำกับกบ' ดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.พิจิตร ก็เอา สจ.ในทีมช่วยหนุนช่วยดัน นายวินัยญาติผู้พี่ และ นายภัทรพงศ์  หลานชายให้ได้เป็น สส.พิจิตร 

แต่มาในสนาม อบจ.พิจิตร ครั้งนี้ญาติผู้พี่และหลานชายต่างย้ายค่ายจะมาล้ม “ผู้กำกับกบ” เสียเอง ในส่วนของ สจ.ทั้ง 30 เขต ที่ในอดีตรวมกันเป็นหนึ่งเดียว พอถึงวันนี้ก็เหมือนสถานการณ์ 'ตกปลาในบ่อเพื่อน' ทีมบ้านเขียวก็ตกปลาจากบ่อของ “ผู้กำกับกบ” ไปเกือบครึ่ง แต่กลุ่ม สจ.หน้าเก่าที่มีดีกรีเป็น สจ.หลายสมัย หลายท่าน ต่างปักหลักขออยู่ทีม “ผู้กำกับกบ” แต่ สจ.หน้าใหม่แค่พรรษาเดียวต่างย้ายค่ายไปอยู่กับทีมบ้านเขียวกันเป็นแถว

ดังนั้นศึกครั้งนี้จึงนับได้ว่าเป็นศึกสายเลือดของครอบครัว “ตระกูลภัทรประสิทธิ์” ที่ลงสนามแก่งแย่งอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองกันเอง ในส่วนของพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างเช่น สจ.ในมุ้งของเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย ต่างมาลง สจ.เขต อยู่กับทีม “ผู้กำกับกบ” ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่มี นายไพฑูรย์ แก้วทอง ราษฎรอาวุโส และเป็นบิดาของ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ปัจจุบันเป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ส่ง สจ.เขต แต่ก็มีนัยยะว่าสนับสนุนทีม “ผู้กำกับกบ” ดังนั้นศึกการเลือกตั้ง นายก – สจ. เมืองชาละวันคงต้องรอดูว่าละครดัง หนังยาว เรื่องนี้จะลงเอยอย่างไรต่อไป
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top